บันไดรากไม้มีชีวิตทอดตัวลงสู่หุบเขาเบื้องล่างอย่างนุ่มนวล ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงไปให้ความรู้สึกมั่นคงแต่ก็ยืดหยุ่นราวกับกำลังเดินอยู่บนหลังของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ แสงเรืองรองจากเถาวัลย์และดอกไม้ประหลาดที่พันเกี่ยวอยู่รอบๆ ส่องสว่างนำทาง พาพวกเขาดำดิ่งลงสู่ใจกลางแห่งป่าทิพย์
เมื่อเท้าแตะพื้นหุบเขาเบื้องล่าง ความรู้สึกแรกที่ััได้คือพลังงานอันเข้มข้นที่อบอวลอยู่ในอากาศ มันหนาแน่นจนแทบจะจับต้องได้ บริสุทธิ์และเปี่ยมด้วยพลังชีวิตอย่างน่าอัศจรรย์ หูของพวกเขาได้ยินเสียงที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน เสียงน้ำไหลที่ใสราวแก้ว เสียงลมที่พัดผ่านใบไม้คล้ายเสียงดนตรี เสียงร้องของสัตว์ป่าที่ไม่รู้จักแต่กลับฟังดูไพเราะ จมูกได้กลิ่นหอมหวานของดอกไม้ กลิ่นสดชื่นของดินหลังฝน และกลิ่นอายโบราณของพงไพรที่สั่งสมมานับพันนับหมื่นปี
รอบตัวคือต้นไม้สูงใหญ่เสียดยอดฟ้า ลำต้นมหึมาจนยากจะคาดเดาอายุ เปลือกไม้ตะปุ่มตะป่ำมีลวดลายซับซ้อน บางต้นมีโพรงเรืองแสง หรือมีผลึกใสๆ งอกออกมาตามกิ่งก้าน พื้นป่าปกคลุมด้วยมอสส์หนานุ่มราวพรม เห็ดราหลากสีสันและรูปทรงประหลาดเรืองแสงอ่อนๆ อยู่ตามขอนไม้ มีลำธารใสแจ๋วไหลคดเคี้ยว มองเห็นฝูงปลาตัวเล็กๆ ที่มีเกล็ดเป็ประกายสีรุ้งว่ายวนอยู่ภายใน
"นี่มัน..." วีอันอันอุทานเบาๆ นางเอื้อมมือไปััเห็ดเรืองแสงรูปพัดอันหนึ่งเบาๆ ปลายนิ้วรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าสถิตเล็กๆ แล่นผ่าน "เหมือนไม่ใช่โลกมนุษย์เลย"
"พลังงานที่นี่น่าทึ่งมาก" เจยจื่อหลงกล่าว ดวงตาจับจ้องไปรอบๆ อย่างวิเคราะห์ เขาััได้ถึงสายใยพลังงานที่เชื่อมโยงทุกสิ่งทุกอย่างในป่านี้เข้าไว้ด้วยกัน ราวกับว่าทั้งป่าคือสิ่งมีชีวิตหนึ่งเดียว "ทุกอย่างสมดุล และเปี่ยมด้วยพลังชีวิตดั้งเดิม"
พวกเขาเริ่มออกเดินสำรวจไปตามทางเดินเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะปรากฏขึ้นมาเองท่ามกลางพงหญ้า ราวกับป่ากำลังเชื้อเชิญหรือชี้นำพวกเขาไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง พวกเขารู้สึกเหมือนกำลังถูกจับตามองอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่ด้วยสายตาที่มุ่งร้าย แต่เป็ความรู้สึกเหมือนมีจิตสำนึกอันยิ่งใหญ่และเก่าแก่กำลังสังเกตการณ์พวกเขาอยู่
ระหว่างทาง พวกเขาพบกับสิ่งมีชีวิตน่าอัศจรรย์มากมาย กวางสีขาวปลอดตัวหนึ่งที่มีเขาเรืองแสงสีทอง ยืนสงบนิ่งมองพวกเขาจากชายป่า ก่อนจะค่อยๆ เดินหายไปในพุ่มไม้อย่างเงียบเชียบ นกฮูกตัวใหญ่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ ดวงตาของมันกลมโตและลุ่มลึกราวกับดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน มันกระพริบตาช้าๆ หนึ่งครั้งเมื่อพวกเขาเดินผ่าน เหมือนเป็การทักทาย พวกเขาเห็นกลุ่มภูติน้ำตัวจิ๋วกำลังเล่นน้ำอยู่ในลำธาร พวกมันหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นเด็กทั้งสอง แต่ก็ไม่ได้เข้ามาวุ่นวายเหมือนภูติพฤกษาที่เจอมาก่อนหน้านี้
"ที่นี่ไม่มีสัตว์ร้ายเลยหรือไงนะ" วีอันอันพึมพำ หลังจากเดินมาได้พักใหญ่โดยไม่เจออันตรายใดๆ นอกจากความงามและความประหลาดตา
"บางที... สัตว์ในป่านี้อาจไม่จำเป็ต้องต่อสู้แย่งชิงกันเหมือนโลกภายนอก" เจยจื่อหลงสันนิษฐาน "พลังงานที่สมบูรณ์อาจทำให้ทุกชีวิตดำรงอยู่ได้อย่างสงบสุข"
พวกเขาเดินต่อไปเรื่อยๆ ความรู้สึกอิ่มเอมจากพลังงานรอบตัวทำให้ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางลดน้อยลง แต่พวกเขาก็รู้ดีว่าไม่ได้มาที่นี่เพื่อชมความงาม พวกเขาต้องตามหาเทพเ้าแห่งพงไพร
"แล้วเราจะหาท่านเทพนั่นเจอได้ยังไงล่ะ?" วีอันอันถามขึ้น "ป่านี้กว้างใหญ่จะตายไป" นางลองหันไปถามกวางเรืองแสงที่เพิ่งเดินผ่านไป "นี่คุณกวาง รู้ไหมว่าเ้าป่าอยู่ที่ไหน?" กวางตัวนั้นเพียงแค่กระพริบตาปริบๆ แล้วก็เดินจากไป
เจยจื่อหลงหลับตาลงอีกครั้ง พยายามใช้ััแห่ง 'ชี่' และธาตุที่เรียนรู้มา เพ่งสมาธิไปยังกระแสพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในป่า "ข้ารู้สึกถึง... จุดรวมพลังที่เข้มข้นที่สุด อยู่ลึกเข้าไปทางนั้น" เขาชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง "มันเหมือนเป็หัวใจของป่าแห่งนี้"
ทันใดนั้น เมล็ดนำทางในมือของเขาก็ส่องแสงสีทองเจิดจ้าขึ้นเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนที่แสงและความอบอุ่นจะค่อยๆ จางหายไป มันได้ทำหน้าที่ของมันเสร็จสิ้นแล้ว คือการนำพวกเขามาถึงเขตแดนของป่าทิพย์ และชี้ไปยังใจกลางแห่งพลังนั้น
ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังทิศทางนั้นทันที ยิ่งเดินลึกเข้าไป บรรยากาศก็ยิ่งดูศักดิ์สิทธิ์และเก่าแก่ยิ่งขึ้น ต้นไม้มีขนาดใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ จนยอดของมันเสียดแทงขึ้นไปในม่านเมฆ แสงสว่างที่ส่องลงมาดูนุ่มนวลและอบอุ่นผิดปกติ อากาศยิ่งบริสุทธิ์และชุ่มชื่น เสียงรอบกายเงียบสงบลงจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของตนเองและเสียงเต้นของหัวใจ
ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงลานกว้างใจกลางป่า ที่นั่นมีต้นไม้ต้นหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ มันใหญ่โตมโหฬารจนไม่อาจวัดขนาดได้ ลำต้นสีน้ำตาลเข้มมีลวดลายคล้ายใบหน้าโบราณปรากฏอยู่จางๆ กิ่งก้านสาขาแผ่ไพศาลราวกับจะโอบอุ้มท้องฟ้า ใบไม้แต่ละใบมีสีเขียวมรกตและเรืองแสงอ่อนๆ รากขนาดมหึมาของมันชอนไชลงไปในพื้นดิน และบางส่วนก็โค้งงอขึ้นมาเหนือพื้น กลายเป็ซุ้มประตูธรรมชาติหลายแห่งที่นำไปสู่ความมืดใต้โคนต้น
พลังงานที่แผ่ออกมาจากต้นไม้ต้นนี้เข้มข้นและทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ มันให้ความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย แต่ขณะเดียวกันก็แฝงไว้ด้วยอำนาจอันยิ่งใหญ่และภูมิปัญญาที่สั่งสมมานานนับกัลป์
เจยจื่อหลงและวีอันอันยืนนิ่งอยู่หน้าต้นไม้ั์ รู้สึกตัวเล็กจ้อยและต่ำต้อยลงไปถนัดตา นี่คือศูนย์กลางแห่งพลัง คือหัวใจของป่าทิพย์ และไม่ต้องสงสัยเลยว่า คือที่สถิตของเทพเ้าแห่งพงไพร
"เอ่อ..." วีอันอันกลืนน้ำลาย รู้สึกเกร็งขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็ "ใหญ่... ใหญ่กว่าปราสาทของท่านพ่อข้าอีก"
เจยจื่อหลงสูดหายใจลึก รวบรวมความกล้า แล้วก้าวเท้าออกไปข้างหน้าเล็กน้อย เปล่งเสียงที่พยายามให้มั่นคงที่สุด "ข้าแต่ท่านเทพเ้าแห่งพงไพรผู้ยิ่งใหญ่ พวกข้า เจยจื่อหลง และ วีอันอัน เดินทางมาไกลเพื่อขอเข้าเฝ้า และแสวงหา..."
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ เสียงทุ้มนุ่มแต่ก้องกังวานไปทั่วทั้งป่าก็ดังขึ้น เสียงนั้นไม่ได้มาจากทิศทางใดทิศทางหนึ่ง แต่ดังขึ้นพร้อมกันจากทุกหนทุกแห่ง ราวกับว่าป่าทั้งป่ากำลังเอ่ยคำ:
"...ผู้มาเยือนตัวน้อย... จากแดน์และห้วงนรก... เหตุใดจึงนำพาความขัดแย้งและความมุ่งร้าย... เข้ามาในดินแดนอันสงบสุขแห่งนี้..."
เสียงนั้นเต็มไปด้วยพลังอำนาจโบราณ และคำถามนั้นก็แทงใจดำเด็กทั้งสองอย่างจัง... เทพเ้าแห่งพงไพรรู้ถึงกำเนิดและเจตนาของพวกเขาแล้ว!