เสิ่นเทาคือคนหนุ่มหน้าตาดีในตระกูลเสิ่นปีนี้เขาอายุสิบเก้าปี อยู่ในขั้นกึ่งก้าวแม่ทัพ เรียกได้ว่าเป็อัจฉริยะในอันดับต้นๆของเมืองอวี่ฮว่าเช่นเดียวกัน
เขามีร่างกายกำยำให้ความรู้สึกถึงพละกำลังที่แข็งแกร่ง
เมื่อเห็นเสิ่นเทาขึ้นไปบนลานประลองคนตระกูลเสิ่นไม่มีใครรู้สึกประหลาดใจ
เสิ่นเทาเคยบอกไว้แล้วว่า้าท้าสู้กับเสิ่นเสวียนในพิธีแต่งตั้งผู้นำอีกทั้งเขาไม่เชื่อว่าเด็กน้อยที่มิอาจฝึกฝนได้คนหนึ่งจะกลายเป็อัจฉริยะขึ้นมาได้!หากเป็อย่างนั้นจริงจะต้องมีอัจฉริยะไปอีกทำไมกัน
ทวีปหลิงโซ่วมีมาตรฐานของอัจฉริยะที่เรียบง่ายมากอายุเก้าขวบถึงขั้นนักรบ อายุสิบห้าปีถึงขั้นปรมาจารย์ ยิ่งทำสำเร็จได้เร็วเท่าไรในอนาคตจะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น
ทว่าตอนที่เสิ่นเสวียนอายุเก้าขวบเขาไม่ได้มีพลังยุทธ์ใดๆ เลย เมื่อถึงอายุสิบห้าปียังถูกเก็บซ่อนไว้ในลานเล็กหลังเขาอีกต่างหาก!
“นายน้อย ข้าขอท้าสู้กับเ้าต้องล่วงเกินเ้าแล้ว”
เสิ่นเทาปรายตามองเสิ่นเสวียนพลางกล่าวและไม่สนใจว่านี่คือการรังแกคนอ่อนแอกว่า จากนั้นเขากำหมัดแน่นกระโจนเข้าใส่เสิ่นเสวียนทันที
เสิ่นเสวียนเห็นเสิ่นเทากระโจนเข้ามาทว่าเขากลับยืนนิ่งอยู่กับที่ รอให้พลังโจมตีของเสิ่นเทาพุ่งเข้ามาอย่างสงบ
ทุกคนในที่นี้ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแม้องครักษ์ทั้งสองคนของเสิ่นเหวินเทาจะแข็งแกร่งมาก แต่หากกล่าวถึงพลังแล้วพวกเขากลับเทียบเสิ่นเทาไม่ได้เลยส่วนพลังของเสิ่นเทานั้นเป็ที่ประจักษ์แจ้งต่อทุกคน ในหมู่คนรุ่นเยาว์ตระกูลเสิ่นเขามีชื่อเสียงอยู่ในอันดับต้นๆ มีโอกาสทะลวงไปถึงขั้นบรรพบุรุษได้ในอนาคต
ทว่าเหตุการณ์ต่อจากนั้นกลับทำให้คนที่เตรียมพร้อมจะดูเื่สนุกๆ ต้องอ้าปากค้างสีหน้าแข็งทื่อนั่งนิ่งกันอยู่ตรงนั้น
เสิ่นเทาแสดงพลังหมัดโจมตีออกไปตอนที่เข้าใกล้ร่างของเสิ่นเสวียนในระยะไม่ถึงสองฉื่อเสิ่นเสวียนพลันกระทืบเท้าถีบตนเองให้ทะยานขึ้นไปกลางอากาศ จากนั้นซัดพลังหมัดโจมตีใส่กลางหลังของเสิ่นเทา
ยังไม่ทันได้เห็นเสิ่นเทาใช้พลังกลับโดนพลังโจมตีที่แข็งแกร่งซัดกระเด็นออกไปจากลานประลองร่วงหล่นกระแทกพื้นอย่างรุนแรง
ตัดสินแพ้ชนะได้ในกระบวนท่าเดียว!
เสิ่นล่างพยักหน้าอย่างพึงพอใจแค่นี้ก็บอกอะไรได้หลายๆ อย่างแล้ว
เสิ่นเหวินเทามองสิ่งที่เกิดขึ้นบนลานประลองแววตาฉายแสงสว่างวาบขึ้นมา เขากำลังคาดเดาว่าพลังของเสิ่นเสวียนอยู่ในขั้นไหนอีกฝ่ายเอาความกล้ามาจากไหนถึงได้ท้าทายตนเองในวันนั้นหรือว่าอีกฝ่ายมีพลังที่จะสู้กับเขาได้แล้วจริงๆ!
เสิ่นเทาลุกขึ้นจากพื้นด้วยสีหน้าสับสน เกิดอะไรขึ้น กระทั่งถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเขากระเด็นหล่นจากลานประลองมาได้อย่างไร พลังหมัดของเขาแข็งแกร่งมากแม้แต่ขั้นแม่ทัพยังไม่กล้าเข้าปะทะโดยตรง ทว่าอีกฝ่ายกลับโจมตีเขากลับมาได้!
ความจริงแล้วเื่นี้เรียกได้ว่าธรรมดาสำหรับเสิ่นเสวียนมากการบำเพ็ญเพียรคือการฝึกฝนทั่วทั้งร่างกาย ทำให้พลังภายในร่างพุ่งสูงถึงขีดสุดไม่ว่าจะเป็ความเร็ว ท่าร่าง และพลัง ที่มีการพัฒนาขึ้นอย่างรอบด้านหรือกระทั่งรวดเร็วยิ่งกว่าเดิมด้วย
ส่วนคนในโลกนี้เพิกเฉยต่อความรวดเร็วให้ความสำคัญกับพลังเพียงอย่างเดียว แม้พลังจะแข็งแกร่งแต่ก็โจมตีใครไม่ได้นับว่าไร้ความสามารถอยู่ดี
“ยังมีอีกหรือไม่ ขึ้นมาได้เลย!”
เสิ่นเสวียนยืนอยู่บนลานประลองกล่าวกับตระกูลเสิ่นทุกคนเสียงเรียบ
เมื่อได้ยินดังนั้น พลันเกิดความโกลาหลขึ้นในทันที!แต่ส่วนใหญ่จะเป็การส่งเสียงให้กับเสิ่นเสวียน
ผู้นำตระกูลควรที่จะมีอำนาจและสง่างามเช่นนี้
ขณะนั้นเองเสิ่นเหวินเทาขยิบตาให้คนสองคนที่อยู่ด้านล่างลานประลอง ต่อมาสองคนนั้นก็ะโขึ้นไปหยุดนิ่งอยู่บนลานประลอง
“เสิ่นหลง”
“เสิ่นหู่”
“โปรดชี้แนะด้วย”
ทั้งสองคนมีอายุประมาณยี่สิบปีพวกเขาขึ้นมาบนลานประลอง ประสานมือคารวะเสิ่นเสวียน
“พวกเขาสองคนขึ้นไปแล้ว!”
“ยากเกินไปหรือเปล่า! พวกเขามีเคล็ดวิชาผสมผสานด้วยนะ!”
“เฮ้อ จากนี้เกรงว่านายน้อยจะแสร้งทำต่อไปไม่ได้แล้ว”
ด้านล่างลานประลอง คนตระกูลเสิ่นทั้งหลายต่างถอนหายใจไม่คาดคิดว่าทั้งสองคนจะขึ้นไปบนลานประลอง เพราะพวกเขารู้ว่าเพียงหนึ่งในสองคนนี้ก็มีพลังสู้กับเสิ่นเสวียนได้อย่างสูสีแล้วหากทั้งสองคนร่วมมือกัน เสิ่นเสวียนต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน
สองพี่น้องหลงหู่คืออัจฉริยะที่ตระกูลเสิ่นชุบเลี้ยงไว้เป็หลานชายของเสิ่นเหวินเทา พวกเขาเป็ฝาแฝดท้องเดียวกันมีพร์ที่น่าใั้แ่เกิด นอกจากนั้นยังแสดงพลังผสมผสานกันได้อีกด้วย
พลังผสมผสานคือพลังที่หาได้ยากมากในทวีปหลิงโซ่วโดยทั่วไปแล้วจะมีเพียงเผ่าุ์เท่านั้นที่มีพลังเช่นนี้ทว่าสองพี่น้องหลงหู่แห่งตระกูลเสิ่นกลับได้ จึงได้รับการเลี้ยงดูอย่างลับๆจากตระกูลเสิ่นมาตลอดั้แ่เด็กจนโต
หากบอกว่าเสิ่นล่างคือผู้แข็งแกร่งขั้นบรรพบุรุษแห่งตระกูลเสิ่นในปัจจุบันเช่นนั้นสองพี่น้องหลงหู่ก็คือผู้แข็งแกร่งขั้นบรรพบุรุษแห่งตระกูลเสิ่นในอนาคตหรือกระทั่งอาจยิ่งใหญ่ได้กว่านั้น!
ที่ตระกูลหานไม่กล้าควบรวมตระกูลเสิ่นโดยตรงเหตุผลหนึ่งเป็เพราะอำนาจของเสิ่นล่างและอีกเหตุผลหนึ่งคือสองพี่น้องหลงหู่คู่นี้
เสิ่นล่างมองเสิ่นหลงและเสิ่นหู่พร้อมกับครุ่นคิดทั้งสองคนนี้ในความทรงจำของเขาคืออัจฉริยะแห่งตระกูลเสิ่น
“ขั้นแม่ทัพระดับกลาง!”
เสิ่นเสวียนพึมพำเบาๆพลังของพวกเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าหานเฟิงเลย
“เอ๋?สองคนนี้มีพลังขั้นแม่ทัพระดับกลางแล้ว! ตาแก่นั่นกล้าปิดบังข้าอย่างนั้นหรือ”
หานเฟิงที่นั่งอยู่ตรงนั้นมองทั้งสองคนบนลานประลองด้วยจิตใจขุ่นมัวเสิ่นเหวินเทาบอกเขาว่าสองคนนั้นมีพลังแค่ขั้นแม่ทัพระดับต้นแต่สิ่งที่เห็นกลับไม่ใช่อย่างนั้นเลย
“ตระกูลเสิ่นเหมือนจะมีดีอยู่เหมือนกันเป็ไปตามเงื่อนไขเข้าร่วมของสำนักกระบี่”
เจี้ยนอู๋เฉินยิ้มมุมปากก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“คุณชายเจี้ยนสองคนนี้คือสิ่งไม่คาดคิด ข้ามั่นใจว่าจะจัดการพวกเขาได้”
เมื่อได้ยินคำของเจี้ยนอู๋เฉินหานเฟิงสีหน้าเปลี่ยนไปทันที เขาไม่อยากให้ตระกูลเสิ่นมีสำนักกระบี่เป็ที่พึ่ง
ซือหม่าหว่านเอ๋อร์นั่งอยู่เงียบๆนางไม่สนใจเื่เหล่านี้หากไม่ใช่เพราะท่านแม่ให้นางกลับมาเยี่ยมเยือนตระกูลเสิ่นบ้างนางคงไม่กลับมาที่นี่อีกชั่วชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งได้เห็นท่าทีของเสิ่นเสวียนในตอนนี้ยิ่งทำให้นางรู้สึกเสียเวลาเปล่า
“เชิญ”
เสิ่นเสวียนมือหนึ่งไพล่หลัง ส่วนอีกข้างผายออกพร้อมกล่าวเชิญทั้งสองคน
สองพี่น้องเสิ่นหลงและเสิ่นหู่ปรายตามองเสิ่นเสวียนจากนั้นก็ก้าวเท้าออกไปพร้อมกัน มือกำแน่น ทว่าไม่ได้รีบร้อนโจมตีออกไปทั้งสองก้าวเดินไปอย่างช้าๆ แต่ละก้าวคล้ายจะคิดคำนวณล่วงหน้าไว้แล้ว
ทั้งสองคนเดินไปตรงหน้าเสิ่นเสวียน ปล่อยพลังหมัดออกไปพร้อมกัน
เสิ่นเสวียนสังเกตฝีเท้าของทั้งสองคนอยู่ตลอดอีกฝ่ายคล้ายจะใช้พลังหมัดโจมตี แต่ในความเป็จริงกลับรวบรวมพลังไว้ที่เท้าในแต่ละก้าวของทั้งสองคนจะมีพลังเชื่อมโยงเข้าด้วยกันและการเชื่อมโยงพลังนี้ก็ทำให้พลังของทั้งสองคนทับซ้อนกันจนอานุภาพถึงขีดสุด
เมื่อพลังหมัดของทั้งสองคนโจมตีออกมาคล้ายจะตรึงร่างของเสิ่นเสวียนเอาไว้ มิอาจหลบหลีกได้เลย ทำได้เพียงเข้าปะทะโดยตรง
“หมัดหลงหู่ พิฆาตสังหาร!”
สองพี่น้องหลงหู่ะโออกมาพร้อมกันกำปั้นพุ่งตรงเข้าใส่เสิ่นเสวียนที่ไร้ทางหนี
ใน่เวลากระชั้นชิด เสิ่นเสวียนปล่อยพลังหมัดออกไปพร้อมกันทั้งสองข้างพลังหมัดของทั้งสองฝ่ายพุ่งเข้าปะทะกัน เมื่อเห็นเสิ่นเสวียนออกหมัดไป เสิ่นเหวินเทาที่นั่งอยู่้าพลันยิ้มมุมปาก
“ข้านึกว่าเ้าจะมีความสามารถมากสักแค่ไหนที่แท้ก็ไม่เท่าไรเลย”
ผู้าุโและผู้ดูแลทั้งหลายที่นั่งอยู่้าล้วนส่ายหัวแต่ก็มิอาจกล่าวโทษเสิ่นเสวียนได้ สองคนนี้ฝึกฝนพลังกันอย่างลับๆเคล็ดวิชาไม่เปิดเผยสู่โลกภายนอก อีกทั้งเสิ่นเสวียนถูกขังอยู่ที่ลานด้านหลังมานานเขาไม่รู้ถึงพลังโจมตีเช่นนี้นับเป็เื่ปกติ
และแม้เสิ่นเสวียนจะรู้ แต่คงหลบหลีกได้ยาก!
เสิ่นล่างหรี่ตามองลานประลอง เขาคาดเดาไว้แล้วว่าเสิ่นเหวินเทาจะส่งสองคนนี้มาเสิ่นเสวียนอยากจะเป็ผู้นำตระกูล จำเป็ต้องฝ่าด่านสองคนนี้ไปให้ได้
ในขณะที่ทุกคนต่างส่ายหัวพลังหมัดของเสิ่นเสวียนเข้าปะทะกับอีกฝ่ายแล้ว
พลังที่แข็งแกร่งไหลผ่านกำปั้นเข้าสู่ร่างของเสิ่นเสวียนในพริบตาและในขณะเดียวกันนั้น สองขาของเสิ่นเสวียนพลันลอยสูงขึ้นจากพื้นเตะเข้าที่หน้าแข้ง ต่ำจากหัวเข่าของทั้งสองไปสามชุ่น[1]
ทันใดนั้น สถานการณ์บนลานประลองพลันพลิกผันไป!
.....................................................
[1] ชุ่น คือหน่วยวัดระยะ (1 ชุ่น = 3.33 เิเ)