ตอนที่ 15 วิหารเทวา
สถานการณ์ในขณะนี้ล้วนสร้างความตกตะลึงลานแก่ทุกผู้คน เผ่าปีศาจ เผ่าเอลฟ์หรือกระทั่งเผ่าพันธุ์ที่มาสอดแนมา ตัวตนที่ตายไปนั้นต่างมีสถานะไม่ธรรมดา ขุนพลปีศาจและหััวหน้าเอลฟ์ระดับสูง!! สถานะระดับนี้สามารถสร้างแรงกดดันแก่ดินแดนหรือราชอาณาจักรอื่นๆได้เลย ทว่า… ต่อหน้าผู้ชราเฒ่า สายตานั้นจับจ้องมองมาประหนึ่งหนอนแมลง
ขุนพลปีศาจและหัวหน้าเอลฟ์ระดับสูงที่เดินทางไปที่ใดจำต้องมีผู้คนแสดงความเคารพ แต่ต่อหน้าผู้ชราเฒ่า มันไม่มีคุณสมบัติมากพอจะมาเป็แม้กระทั่งคนถือรองเท้าด้วยซ้ำ…
“มันคือชะตากรรมของพวกโง่เขลา” ดรากอสกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ อากัปกิริยาของเฒ่าชรายังคงนิ่งสงบเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง ความเด็ดเดี่ยวไร้ปราณีนั้นเป็ของจริง ตาเฒ่าัสามารถลงมือสังหารสิ่งมีชีวิตอื่นได้อย่างไม่ลังเล ต่อให้นั่นจะเป็เหตุผลที่เล็กน้อยอย่างการขัดคำสั่งของไวท์ก็ตาม มันอาจดูเล็กน้อยสำหรับพวกท่าน แต่สำหรับคนที่ต้องขึ้นเป็ผู้นำ นั่นเป็สิ่งที่จำเป็ ถ้าควบคุมลูกน้องไม่ได้ย่อมไม่มีคุณสมบัติของการเป็ผู้นำ
ขุนพลปีศาจที่หนึ่งและขุนพลปีศาจที่สามล้วนร่างสั่นสะท้านด้วยความหวาดสะพรึงกลัว
“พวกเ้ามาทำอะไรที่นี่” น้ำเสียงของไวท์แปรเปลี่ยนเป็แหบพร่า ในสายตาของปีศาจและเอลฟ์ ไวท์ในตอนนี้ไม่ต่างไปจากเทพปีศาจ มันเป็ผู้กุมชะตาชีวิตของทุกคนไว้
“พะ…พวกข้าแค่กำลังจะเดินทางกลับไปยังนครหลวงปีศาจ” ขุนพลปีศาจที่หนึ่งกล่าวอย่างตะกุกตะกัก เขาพยายามทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ชีวิตน้อยๆนี้ดับดิ้นไป
“ด้วยกองทัพหนึ่งแสนน่ะหรือ?” ไวท์ย่อมไม่เชื่อคำกล่าวนี้ จนกระทั่ง สายตาของเขาเผชิญพบกับรถม้าสีขาวบริสุทธิ์คันหนึ่ง “ปกป้องรถม้านั่น?”
“ขะ…ขอรับ ท่านจอมมารรับสั่งไว้”
“ข้างในรถม้ามีอะไร”
“ข้าไม่ทราบเื่นี้เช่นกัน…”
ต่อมความอยากรู้อยากเห็นของไวท์คล้ายถูกกระตุ้นขึ้นมา เขาเดินตรงไปทางรถม้าสีขาวอย่างช้าๆ ท่ามกลางฝูงปีศาจที่นิ่งค้างราวกับก้อนหิน บรรยากาศรอบกายของไวท์แทบทำให้พวกมันสิ้นสติได้เลย และเมื่อพวกมันพยายามส่องค่าสเตตัสของไวท์ มันปรากฏเพียงหนึ่งข้อความประหลาด
<การมองค่าสเตตัสถูกขัดขวาง:ล้มเหลว>
<การมองค่าสเตตัสถูกขัดขวาง:ล้มเหลว>
<การมองค่าสเตตัสถูกขัดขวาง:ล้มเหลว>
ไม่ว่าจะปีศาจระดับสูงหรือเอลฟ์ระดับสูง พวกมันต่างอยู่รับใช้นายของตนเองที่ทรงอิทธิพลต่อโลกอัคทราลาเซีย พวกมันล้วนเคยเห็นเื่ราวน่าอัศจรรย์มากมาย แต่นี่คือครั้งแรกในชีวิต พวกมันเพิ่งเคยเจอสถานการณ์ที่มิอาจมองค่าสเตตัสของสิ่งมีชีวิตอื่นได้… นี่ล้วนเป็สิ่งที่ผิดปกติ…
ไวท์สืบเท้าพักหนึ่งจนมาหยุดลงที่หน้าประตูรถม้า ฝ่ามือซีดขาวดุจกระดาษเอื้อมออกไปพลันเคลื่อนบานประตูรถม้าออก ข้างในรถม้าประหนึ่งมีสมบัติซ่อนอยู่ มันปรากฏหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งนิ่งราวกับรูปปั้น นางดูมีอายุราวยี่สิบสองยี่สิบสามปี ทั่วทั้งร่างนั้นขาวโพลนสนิทราวกับสตรีหิมะ ผิวพรรณที่ขาวเนียนละเอียด ขนตางอนงามสีเงินกระเพื่อมไหวเบาบาง ใบหน้าที่สะสวยประหนึ่งผลงานชิ้นเอกของ์
สัดส่วนของนางล้วนตรงกับมนุษย์ทุกประการ ั์ตาสีแดงเข้มดุจโลหิตจับจ้องมาทางเขา ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์นั้นกลับสร้างแรงกดดันประหลาด “ปีศาจแพ้เหรอ?”
วาจาเรียบง่ายถูกกล่าวออกมาจากนาง ด้วยรูปลักษณ์และเรือนร่างนี้ มันไม่เกินเลยที่จะบอกว่านางงดงามมากพอจะล้างเมืองได้ หาก่ชีวิตที่ไวท์ยังเป็มนุษย์ เขาก็อาจตกหลุมรักนางเช่นกัน แต่ทว่า นั่นไม่ใช่สำหรับในตอนนี้ ร่างกายของเอเลี่ยนทำให้ความรู้สึกของมนุษย์ผิดแปลกไป
“…แค่ผู้หญิงรึ” ไวท์สอดส่องค่าสเตตัสของนางดู ั์ตาของเขาถึงกับขยายโตกว้าง ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมต้องมีกองทัพนับแสนเป็หน่วยคุ้มกัน
Lv.4 (เซนเทรีย) (เทพั) (ัน้อย)
เื:5,000
พลังโจมตี:1,000
ค่ามานา:3,000
ค่าความว่องไว:200
ความสามารถในการฟื้นฟู:0.5หน่วย/วินาที
สกิล:(ลมหายใจั Lv.2) (เทพขัดขวางการประเมิน Lv.max) (กรงเล็บั Lv.5) (เสริมความแกร่ง Lv.2) (เสริมพลังป้องกัน Lv.2) (เสริมความว่องไว Lv.2) (เสริมค่าพลังพื้นฐาน Lv.1)
สกิลหนึ่งของนางล้วนดึงดูดให้ไวท์กดเข้ามาอ่านรายละเอียดในทันที
เทพขัดขวางการประเมิน Lv.max
มีเพียงผู้ที่มีสกิลการประเมินระดับเทพเท่านั้นที่สามารถสอดส่องค่าสเตตัสของตนได้
“เป็สตรีที่ไม่ธรรมดาเลย ธิดาั…” ไวท์ครุ่นคิดในใจ เขายังไม่คิดอยากหาเื่กับตัวตนระดับสูงบนโลกนี้ อย่างน้อยก็ขอให้เขาได้ข้อมูลเกี่ยวกับโลกอัคทราลาเซียเสียก่อน
ไวท์ไม่แม้แต่จะกล่าวตอบเซนเทรีย เขาที่กำลังจะปิดประตูรถม้าพลันได้ยินสุ้มเสียงอ่อนโยนของเซนเทรียดังขึ้นจากข้างใน “ช้าก่อนสิ! ท่านยังไม่ตอบคำถามข้าเลย!!” อย่างไรก็ตาม ไวท์ก็ปิดประตูรถม้าในทันที
เขาเดินกลับมาที่ดรากอสด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “นายเหนือหัว ท่านเจอสิ่งใดหรือ?” ผู้เฒ่าัไถ่ถาม
“เ้าไม่เห็นรึ?” นี่ไม่ใช่คำตอบที่กวนประสาทแต่อย่างใด ด้วยความที่ดรากอสแข็งแกร่งเป็อย่างมาก ประสาทการรับรู้ของเขาล้วนครอบคลุมไปทั่วบริเวณ ั้แ่ที่ปีศาจเดินทัพมา หรือการดักรอโจมตีของพวกเอลฟ์ระดับสูง ดรากอสที่อาศัยอยู่ในวิหารปฐมอสูรล้วนได้ยินความเป็ไปของสถานการณ์ทั้งหมด ถึงกระนั้น ผู้เฒ่ากลับยังตั้งคำถามเช่นนั้นออกมา
ดรากอสลองเพ่งมองไปที่รถม้าอีกครั้ง ผู้เฒ่าจำต้องส่ายศีรษะด้วยความผิดหวัง “มันมีวงเวทย์คุ้มกันหนาแน่นหลายร้อยชั้น คาดว่าทุกวงเวทย์ยังเป็วงเวทย์เทวา มีเพียงแค่ตัวตนที่อาศัยอยู่ในยุคพระเ้าเท่านั้นถึงสามารถสรรสร้างวงเวทย์แบบนี้ได้ อีกทั้ง มันเป็วงเวทย์เทวาที่ละเอียดซับซ้อนมาก ถ้าผู้สร้างวงเวทย์นี้อยู่ในยุคปฐมเทพ มันจะต้องเป็ยอดฝีมือชั้นแนวหน้าของโลกอย่างแน่นอน”
ดรากอสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจอย่างยิ่งยวด ผู้ชราเฒ่าอยู่รับใช้องค์ปฐมอสูรก่อนที่จะเข้าสู่ยุคปฐมเทพเสียอีก มีหรือที่เขาจะไม่ทราบที่มาของมัน
ไวท์ที่ได้ยินแบบนั้นก็มึนหนัก เขาไม่มีความรู้หรือข้อมูลในโลกอัคทราลาเซียเลยแม้แต่น้อย แต่จากน้ำเสียงและท่าทางของดรากอส วงเวทย์เทวาที่ว่านี่ย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนซึ่งรวมไปถึงสตรีที่อยู่ข้างในรถม้านั่นด้วย…
การสนทนาระหว่างดรากอสและเอเลี่ยนไวท์ช่างลึกซึ้งสุดหยั่งถึง ขุนพลปีศาจที่หนึ่งและขุนพลปีศาจที่สามที่ได้ยินบทสนทนาเ่าั้ ในส่วนลึกของจิตใจ มุมมองของพวกมันที่มีต่อเอเลี่ยนไวท์และผู้เฒ่าัได้ยกระดับสูงขึ้นจนมองไม่เห็นยอด สิ่งหนึ่งที่พวกมันมั่นใจสุดขีด
…นี่จะต้องเป็ตัวตนในตำนานโบราณกาลแน่ๆ! ตัวตนที่ทัดเทียมกับเทพปีศาจโกลาหล!!
“สรุปแล้ว นายเหนือหัว ท่านเจอสิ่งใดข้างในรถม้าหรือ?”
“ไว้ข้าจะบอกหลังกลับวิหาร” ไวท์เคลื่อนสายตามาทางขุนพลปีศาจที่หนึ่งและขุนพลปีศาจที่สาม การจะทำให้ตัวตนของเขายิ่งใหญ่ได้ย่อมต้องพึ่งพาตำนานเล่าขาน ยิ่งเล่าหรือโอ้อวดให้มันยิ่งใหญ่เพียงใด ความน่าสะพรึงกลัวของตำนานนั้นจะยิ่งสูงค่า!! “ทิ้งชีวิตของปีศาจครึ่งหนึ่งไว้ที่นี่่”
เมื่อขุนพลปีศาจที่หนึ่งและขุนพลปีศาจที่สามได้ยินดังนั้น บนใบหน้ากลับกลายเป็ซีดขาวราวกับกระดาษ เพียงสามลมหายใจ ไวท์ก็กล่าวต่อว่า
“ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ข้าจะไว้ชีวิตพวกเ้าทั้งหมด จงกลับไปบอกลูกหลานพวกเ้าเสีย ใครกล้ารุกรานหรือสร้างความรบกวนแก่ข้า เราาาจะนำหายนะไปสู่บ้านเมืองเ้า”
การพลิกลิ้นไปมานี้เป็การบ่งบอกถึงพลังอำนาจที่ไวท์มี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตอนแรกที่มันบอกจะฆ่า แต่สามลมหายใจถัดมากลับเปลี่ยนใจ นี่เป็หลักฐานเด่นชัดว่าสิ่งมีชีวิตตนนี้มีพลังอำนาจมากพอ ราวกับ้าสื่อเป็นัยๆว่า “ข้าสามารถฆ่าพวกเ้าเมื่อไหร่ก็ได้”
“จงบอกนามของ…วิหารเทวา…ให้ก้องโลก”