“ เ้า!! ดี เป็เ้าที่รนหาที่เอง!!...ออกมาแล้วรุมโจมตีมันเลย!! ”
เมื่อได้ยินคำพูดของหวังเฟยหลงนางก็ยิ่งโกรธมากขึ้นไปอีก ไม่คิดเลยว่าจะมีคนพูดกับนางเช่นนี้ นางเรียกพักพวกของนางออกมา พวกเขาล้อมหวังเฟยหลงไว้ ถึงคราวนี้จะแข็งแกร่งกว่า แต่มันก็แค่นิดหน่อยเท่านั้น หวังเฟยหลงไม่เข้าใจเลยว่าตัวอย่างเมื่อกี้ไม่เห็นกันหรืออย่างไร
“ เฮ้อ!! ให้มันได้อย่างนี้สิ ”
สิ้นสุดเสียงถอนหายใจหวังเฟยหลงไม่รอช้า เร่งโคจรปราณและจัดการพวกเขาโดยที่ยังไม่ทันตั้งตัว ผู้คนที่มองดูจากรอบนอกต่างก็รู้สึกเหมือนภาพหนังที่เล่นซ้ำ และแล้วมันก็ดำเนินมาจบแบบเดิม หญิงสาวที่เข้าหาหวังเฟยหลงเมื่อสักครู่รู้สึกไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เพียงไม่นานหวังเฟยหลงสามารถจัดการคนเกือบสิบคนได้แม้จะถูกรุมโจมตีก็ตาม
เมื่อค่อยๆเดินเข้าไปหาหญิงสาวด้วยสายตาและท่าทีเ็า นางก็ค่อยๆก้าวถอยหลังด้วยความกลัว หวังเฟยหลงเดินเข้าไปกระซิบข้างหูนางด้วยน้ำเสียงเ็า
“ อย่าเข้ามาน่ะ!! เ้ากล้าทำร้ายสตรีเช่นนั่นหรือ!? ”
“ สตรีที่เป็ดั่งงูพิษข้าไม่คิดที่จะเก็บไว้หรอก!! อย่าให้มีครั้งนี้สองนะ!! ” ( ครั้งที่สามนี้ไม่ควรละ!! )
หลังจากนั้นข่าวเื่ที่หวังเฟยหลงสามารถเอาชนะคนที่อยู่ระดับรวบรวมระยะปลายทั้งกลุ่มได้ด้วยตัวคนเดียวก็กระจายออกไป หวังเฟยหลงค่อยๆเดินตามหาอีกครั้งง ครั้งนี้เขาไม่ได้ถูกขัดขวางอีกเลย และแล้วหวังเฟยหลงก็เจอกับพี่น้องตระกูลฉู่ในที่สุด แน่นอนว่าข่าวก็มาถึงหูของพี่น้องตระกูลฉู่ด้วยเช่นกัน
“ หวังเฟยหลง ไม่น่าเชื่อเลยว่าเ้าจะแข็งแกร่งมากขนาดนี้!! ”
“ เื่นี้ไม่มีอะไรให้พูดถึงหรอก!! …จริงสิ หลังจากนี้พวกเ้ามาฝึกฝนกับข้าสิ!! ”
หวังเฟยหลงมองไปรอบๆเมื่อไม่มีใครอยู่ใกล้ๆเขาก็บอกกับทั้งสองคนเื่ที่จะมอบโอสถเสริมพลังที่ได้รับจากสถาบันให้ทั้งสองคน ให้ทั้งคู่ไปแบ่งกัน เพราะโอสถเสริมปราณของเขามีมากมายเพียงพอให้เขาฝึกอย่างแน่นอน หวังเฟยหลงยังได้ชวนให้ทั้งสองคนมาฝึกที่ลานเดียวกัน อยู่ตระกูลเขายังมีตงหยางกับเซียงหลานคอยอยู่เป็เพื่อน เขานับพี่น้องตระกูลฉู่เป็คนน่าคบหา ดังนั้นจะถือว่าเป็เพื่อนก็ได้เช่นกัน
หลังจากเขาพูดคุยนัดหมายว่าหลังจากนี้จะฝึกลานไหน ต้องบอกว่าโชคดีที่ทุกลานฝึกเหมือนกันหมด นั่นคือภายในลานฝึกจะมีพลังปราณหนาแน่นกว่าข้างนอกอย่างชัดเจน ทำให้รวบรวมปราณได้ไวกว่า เนื่องจากมีลานฝึกมากพอให้ใช้และทุกลานฝึกก็เหมือนกันดังนั้นจึงไม่มีการแย่งชิงลานฝึกกัน ดังนั้นจึงเห็นเหล่าศิษย์ออกมานั่งโคจรปราณเพื่อรวบรวมปราณเข้าร่างกายที่ลานฝึกเป็ส่วนใหญ่
นอกจากลานฝึกแล้วยังมีห้องฝึกฝน ตามชื่อมันเป็ห้องที่เอาไว้สำหรับฝึกฝนวรยุทธ์ ทักษะต่างๆ ซึ่งหวังเฟยหลงกำลังเดินทางไปยังที่ห้องฝึกฝน เมื่อวานเขาได้ฟังมาคร่าวๆ เขาอยากรู้ว่ามันจะมีอะไรที่ต่างจากการฝึกฝนข้างนอก ทำไมถึงต้องมีห้องฝึกไว้แยกต่างหาก ที่สำคัญคือการจำกัดการใช้งาน เช่นหวังเฟยหลงที่อยู่อันดับ 11 จะามารถใช้ห้องฝึกฝนได้วันละหนึ่งชั่วยาม เวลาที่สามารถเข้าใช้ได้จะลดหลั่นลงมาเรื่อยๆ ส่วนคนที่ติดอันดับ 1-10 จะสามารถใช้ห้องได้ถึงสองชั่วยาม
……….
ขณะเดียวกันภายในห้องพักห้องหนึ่ง หญิงสาวที่หาเื่หวังเฟยหลงกำลังกัดฟันแน่น นางกำหมัดแล้วทุบไปที่โต๊ะอย่างรุ่นแรง เมื่อนางนึกไปถึงเื่ที่เกิดขึ้นนางก็ยิ่งอับอายและโกรธแค้นมากขึ้นเท่านั้น นี้เป็ครั้งแรกที่มีคนบอกว่านางไม่สวย
“ ได้ ได้!! ข้าจะทำให้เ้าเสียใจที่บังอาจมาทำให้ข้าต้องอับอาย!! ”
ภายในห้องโถงผู้นำ นอกจากลู่หยางแล้วยังมีชายวัยกลางคนที่ใส่ชุดของผู้าุโฝ่ายในอีกคนหนึ่ง พวกเขาทั้งสองกำลังคุยกันเื่ที่ลู่หยางตัดสินใจรับลูกศิษย์ อย่างกระทันหันเช่นนี้
“ ข้าคิดว่าท่านจะไม่รับใครเป็ศิษย์อีกแล้วซะอีก!! ”
“ เ้าก็เห็นนิ ว่าเขามีพร์มากขนาดไหน อีกไม่กี่ปีเขาจะเป็ตัวแทนพวกเราสร้างชื่อให้กับพวกเรา!! ”
“ เขามีพร์มาก!!...แต่ท่านไม่กลัวว่าเขาจะเหมือนกับศิษย์คนเก่าของท่านหรือ?? ”
“ เ้าไปสืบประวัติของเขามาแล้วสินะ!? ”
“ ข้าไปสืบมาแล้ว ถึงมันจะมีเื่น่าสงสัยก็เถอะ แต่เขาเพิ่งจะฝึกฝนได้ไม่ถึงปีเอง!! ”
“ ใช่แล้ว มีพร์มากเป็พิเศษ มากขนาดที่ข้ายังหาใครมาเทียบไม่ได้เลย ”
“ อ่า…เื่นี้ท่านก็รู้อยู่แล้วสินะ!! เข้าใจแล้ว ตามแต่ท่านเถอะ จริงสิ ก่อนมาข้าได้ข่าวของเขาที่เขาสร้างเื่ั้แ่เข้ามาสถาบันได้วันเดียว ”
ผู้าุโเล่าเื่ที่หวังเฟยหลงจัดการกลุ่มคนสองกลุ่มใหญ่ด้วยตัวคนเดียวและยังมอบโอสถที่ได้รับจากสถาบันและที่ได้รับจากลู่หยาง ทำให้ลู่หยางประหลาดใจอย่างมาก หากเป็โอสถที่ได้รับจากสถาบันนั้นก็ไม่แปลกใจเพราะอย่างไรลู่หยางก็มองโอสถคุณภาพดีให้กับหวังเฟยหลงได้ใช้ทุกวันอยู่แล้ว แต่ถึงขั้นมอบให้เพื่อนของตัวเอง มันทำให้เขารู้สึกประหลาดใจอย่างมาก แต่เขาก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
“ ฮ่าๆ!! จะบอกว่าของที่ข้าให้มันคุณภาพสู้ที่เขามีไม่ได้งั้นหรือ? ”
“ เขาเกิดที่ตระกูลหวัง แม้จะสนิทกับสมาคมการค้าทมิฬยังไงก็ไม่มีทางที่เขาจะหาโอสถเสริมปราณคุณภาพสูงเหมือนของท่านได้เลย เื่นี้มันดูน่าสงสัยอย่างมาก…ที่สำคัญที่สุดคือวรยุทธ์ที่เขาใช้ ทักษะดาบของเขามีระดับที่สูงมากอย่างน้อยมันก็ต้องไม่ต่ำกว่าระดับมหากาพย์เลย ซึ่งเทียบได้กับวรยุทธ์ของท่าน แล้วก็เื่แหวนที่นิ้วของเขา มันจะต้องเป็แหวนมิติแน่นอน ข้าไม่คิดว่าเื้ัของเขาต้องไม่ธรรมดาแน่นอน ”
“ คนเราย่อมมีความลับของตน ปล่อยไปเถอะ ถึงเวลาเดี๋ยวพวกเราก็ได้รู้เอง แต่ที่นี้ๆ เขาไม่เป็ภัยกับพวกเรา เขาจะเป็ฝ่ายที่ช่วยเราเสียด้วยซ้ำ!! ”
“ ถ้าหากเขาเป็ศิษย์ชั้นในได้เมื่อไหร่ ข้าเกรงว่า… ”
“ เพราะงั้นเ้าก็ควรจะช่วยเหลือเขาเมื่อจำเป็ ข้าฝากด้วยละ ชิงเหมา!! ”
……….
กลับมาที่หวังเฟยหลง เขามาถึงห้องฝึกฝนในที่สุด ต้องบอกว่ามันเหมือนกับบตึกๆหนึ่งที่ถูกสร้างจากเหล็กเกือบทั้งหมด มันมี 4 ชั้น โดยแต่ละชั้นจะมี 10 ห้อง ทั้งหมด 40 ห้อง แต่ละห้องเหมือนกันทั้งหมด หวังเฟยหลงเดินเข้าไปข้างในตึก เมื่อเข้ามาเขามองไปทางซ้ายและทางขวา เขาก็พบไฟสีแดงที่หน้าประตูทุกห้อง หมายความว่าชั้นที่หนึ่งไม่มีห้องว่างเลย หวังเฟยหลงเดินขึ้นไปเรื่อยๆ
จนในที่สุดก็พบห้องว่างที่ชั้น 4 หวังเฟยหลงเดินเข้าไปภายในห้อง มันเป็ห้องที่มีหินเรืองแสงทำให้ห้องสว่างแม้จะปิดประตูก็ตาม หวังเฟยหลงเดินเข้าไปเขาก็ไม่ได้รู้สึกถึงความต่างอะไร เขาเดินไปที่ด้านข้างประตูที่อยู่ด้านในจะมีที่ใส่ป้ายอันดับ หวังเฟยหลงวางป้ายของเขาลงไป
ทันทีที่วางแผ่นป้าย ประที่เหล็กขนาดใหญ่ก็ค่อยๆเลื่อนเข้าหากันจนปิดได้สนิท นี้คือเหตุผลที่ไม่ต้องมีคนเฝ้ามันก็ยังทำงานได้เอง ทันใดนั้นเองหวังเฟยหลงก็รู้สึกสดชื่นราวกับกำลังสูดอากาศบริสุทธิ์ ช่วยให้สมองผ่อนคลายและที่สำคัญมันช่วยให้มีสมาธิจนสามารถจดจ่ออยู่กับการฝึกฝนวรยุทธ์ได้มากขึ้น
‘ อ่า!! เข้าใจแล้ว มันเป็แบบนี้เองสินะ นี่สินะที่ทำไมพวกลูกหลานตระกูลใหญ่ถึงอยากเข้าสถาบันทั้งๆที่สามารถใช้ทรัพยากรจากตระกูลได้ เพราะพวกเขา้าทรัพยากรพวกนี้ของสถาบันนี่เอง!! ’
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เมื่อครบหนึ่งชั่วยามประตูจะเปิดออกโดยทันที และเมื่อประตูถูกเปิดออกผลของมันจะหายไป ต่อให้อยู่ที่นี้ฝึกฝนไปก็ท่านั้น ดังนั้นผู้คนจึงไปบ่มเพาะปราณต่อที่ลานฝึกเสียมากกว่า
‘ สมแล้วจริงๆ EXP ความชำนาญของสกิลเพิ่มขึ้นไวกว่าตอนที่ฝึกข้างนอกเสียอีก ’
“ เอาละ ฝึกอย่างอื่นต่อดีกว่า…การทดสอบครั้งหน้าอย่างน้อยก็ต้องได้ได้อัน 1-10 ”
การเป็ศิษย์นอกนั้น ไม่ค่อยมีอะไรให้ทำนอกจากการฝึกฝน ดังนั้นเวลาทั้งหมดจะถูกใช้ไปกับการฝึกฝนจนบางคนเริ่มเบื่อขึ้นมา บางคนก็ใช้เวลาไปกับการจับกลุ่มคุยกัน บางคนก็เกี้ยวพาราสีสตรี บางคนก็หาคู่แล้วทำเื่สนุกๆกัน เพื่อคลายความเครียดให้ตัวเอง ไม่เหมือนศิษย์ในที่สามารถเข้าออกจากสถาบันได้ถึงจะมีข้อจำกัดก็ตาม
วันต่อไป หวังเฟยหลงกำลังนั่งฝึกฝนอยู่ที่ลานฝึกโดยด้านข้างก็จะมีพี่น้องตระกูลฉู่ด้วย เมื่อฝึกฝนเสร็จพวกเขาก็นั่งคุยกันเื่ที่เกิดขึ้นภายใน รวมถึงเื่ที่หวังเฟยหลงสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ที่อยู่ในสิบอันดับแรกด้วย
“ หวังเฟยหลง!! ข้าได้ข่าวว่า เื่ที่เ้าทำให้แม่นางคนนั้นอับอายน่ะ นางเป็คนสนิทของอู๋เถา ผู้ที่อยู่อันดับ 7!! ”
“ งั้นหรอ คนชื่ออู๋เถา นั้นจะมาหาเื่ข้าสินะ!? ”
“ ใช่!! ข้าได้ข่าวว่านางไปฟ้องอู๋เถา ”
“ ปล่อยให้มาเถอะ ข้าก็อยากรู้ว่าสิบอันดับแรกจะแข็งแกร่งขนาดไหน ”
“เ้าไม่ควรประมาทนะ ความต่างของอันดับ 10 กับ 11 คนก่อนค่อนข้างมาก!! ”
หวังเฟยหลงพยักหน้าเข้าใจ เขาเข้าใจความเป็ห่วงของฉู่หัวป้าดี ตามจริงเขาก็รู้สึกอยากต่อสู้เช่นกัน เพราะการสู้กับคนด้วยกันมันจะมีความต่างกับการต่อสู้กับสัตว์อสูรอยู่มาก ที่สำคัญคือหวังเฟยหลงมั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเองมากกว่า
พักใหญ่ๆผ่านไป ก็ได้มีชายหนุ่มเดินนำหญิงสาวคนหนึ่งมาหยุดอยู่หน้าหวังเฟยหลง มองไปที่ชายหุ่มร่างใหญ่นั้น เขามีร่างกายที่กำยำอย่างมาก แถมยังตัวสูงกว่าหวังเฟยหลงเสียอีก ส่วนหญิงสาวที่อยู่ข้างหลังก็คือหญิงสาวที่หวังเฟยหลงปฏิเสธไป นางไม่ได้สนใจหวังเฟยหลง นางสนใจสิ่งของของหวังเฟยหลงเสียมากกว่า นั่นจึงเป็เหตุผลที่ทำให้เขาปฏิเสธและทำให้นางอับอาย
หวังเฟยหลงลุกขึ้นและยื่นสังเกตอู๋เถา ต้องบอกว่าเขามีความแข็งแกร่งกว่าคนที่เคยสู้ด้วยจริงๆ แม้จะอยู่ระดับรวบรวมระยะปลายเช่นเดียวคนอื่นๆก็เถอะ แต่ถึงแม้จะแข็งแกร่งอย่างไรก็สู้หวังเฟยหลงไม่ได้อยู่ดี เพราะชายคนนี้มีความคล่องตัวที่ต่ำมาก ขณะที่เขากำลังสังเกต
“ หวังเฟยหลง เ้าทำข้าอับอาย จงนำโอสถมาชดเชยเสีย!! ”
“ ข้ายังไม่ได้ทำอันใดเ้าเลย ข้าแค่พูดความจริงว่าเ้ายังสวยสู้ว่าที่เ้าสาวข้าไม่ได้!! ”
“ เ้า!!…ศิษย์พี่อู๋เถา ช่วยสังสอนไอเด็กปากดีนั่นหน่อยสิเ้าค่ะ!! ”
“ หึ!! เพียงแค่ชนะคนอื่นได้ ไม่ได้หมายความว่าเ้าจะปากดีได้นะ ศิษย์น้อง!! ส่งมอบโอสถและกล่าวขอโทษแม่นางเสีย!! ”
“ ข้านอบน้อมต่อคนที่คู่ควรเท่านั้น ซึ่งเ้า…ก็ไม่คู่ควรได้รับมัน!! ”
“ ได้ ได้!! ข้าจะสั่งสอนเ้าเสียก่อน จะได้รู้ว่าไม่ควรปากดีใส่ศิษย์พี่เช่นนี้ ”
“ มันขึ้นอยู่กับว่าเ้ามีความสามารถหรือไม่!? ”
พูดจบ อู๋เถาก็ต่อยหมัดใส่หวังเฟยหลงอย่างรุนแรง หวังเฟยหลงรู้อยู่แล้ว เขาสามารถหลบหมัดของอีกฝ่ายได้ด้วยการเอี้ยวตัวเล็กน้อย พร้อมกับเตะเข้าไปที่หน้าท้องอย่างรุนแรง แต่อีกฝ่ายก็เหมือนจะคิดไว้แล้ว เข้าใช้มือเพียงข้างเดียวในการรับลูกเตะของหวังเฟยหลงจากนั้นก็จับข้าหวังเฟยหลงแล้วเหวี่ยงไปด้านข้างอย่างแรงทำให้หวังเฟยหลงปลิวไปไกล แต่หวังเฟยหลงสามารถพลิกตัวแล้วลงพื้นได้อย่างไม่มีปัญหา
‘ แรงเยอะจริงๆ สเตตัสจะเพิ่มขึ้นตามที่เราฝึกฝนสินะ การที่สเเตัสของข้ามันเพิ่มขึ้นเท่าๆกันก็หมายความว่ามันประเภทสมดุล!! เอาละคงต้องเอาจริงสักหน่อย ’
“ เ้าคิดว่าแรงอันน้อยนิดจะทำอะไรข้าได้หรือไง!?...ถ้าจะกล่าวขอโทษและส่งมอบโอสถมาตอนนี้ข้าจะปล่อยเ้าไปแต่โดยดี!! ”
“ ถ้าไม่สู้ก็ไสหัวกลับไปซะ!! ”
“ ข้าเมตตาแต่เ้ากำเริบเสิบสาน!! ได้ หลังจากนี้อย่าได้เสียใจที่หลังเชียว!! ”
สิ้นสุดคำพูด อู๋เถาก็พุ่งเข้าใส่หวังเฟยหลง ด้วยร่างกายของเขามันไม่ต่างอะไรกับรถถังที่กำลังเคลื่อนที่และบดขยี้ทุกอย่างที่ขวางทางของมัน หวังเฟยหลงใช้สกิล ก้าวไร้เสียงหลบอู่เถา จากนั้นก็เตะเสยหน้าไปแต่เมื่อเห็นว่าอู๋เถาเอามือขึ้นมากันเขาก็ยั้งขาเอาไว้แล้วสลับไปใช้อีกข้างเตะะโเตะกดลงไปที่ท้ายทอยจนเกิดเสียงดัง
ปัก!! ลูกเตะนี้ทำให้หน้าของอู๋เถาก้มต่ำลง เขาพยายามตั้งการ์ดขึ้นมาป้องกันหวังเฟยหลงซ้ำ แต่หวังเฟยหลงไม่ได้จะเตะหรือทำอะไร เขาะโขึ้นไปสูงและทิ้งตัวลงมาด้วยเข่าคู่เล็งไปที่กลางหลังของอู๋เถาอย่างรุนแรง กว่าอู๋เถาจะรู้ตัวมันก็สายเกินไปแล้ว ไม่สามารถป้องกัน ไม่สามารถหลบได้