องค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 113 นกกระจอกใฝ่สูง

            "ข้าไม่จำเป็นต้องหลอกลวงเขาเจ้าค่ะ"พอได้ยินอูซื่อพูดเช่นนั้น อันซิ่วเอ๋อร์ก็รู้สึกสะเทือนใจขึ้นมานางส่ายหน้าเบาๆ กล่าวว่า "ท่านคงไม่ทราบว่าตอนที่ข้ารู้จักเขานั้น เขาอยู่ในสภาพไหน"

            "ตอนนั้นเขาถูกคนทั้งหมู่บ้านรังเกียจ ทุกคนกลัวเขา เรียกเขาว่าจางตาบอด" อันซิ่วเอ๋อร์เล่าถึงอดีต ก็นึกสงสารเขาจับใจนางยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่คลอหน่วย "ตอนนั้นข้าเองก็กลัวเขาเหมือนกันตอนแรกที่ยอมแต่งกับเขาก็เพราะเงินจริงๆ แต่พออยู่ด้วยกันถึงได้รู้ว่า จริงๆแล้วเขาเป็นคนดีมากคนหนึ่ง"

            พอได้ฟังอันซิ่วเอ๋อร์เล่าถึงความลำบากของจางเจิ้นอันในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอูซื่อถึงกับตะลึงไปชั่วขณะ นางไม่เคยคิดตามหาเขาหลังจากที่เขาหนีไปเพราะคิดว่าเขาคงทนใช้ชีวิตลำบากยากแค้นข้างนอกไม่ได้นานสุดท้ายก็ต้องซมซานกลับมาหาตระกูลจางเอง ไม่คิดว่าเขาจะหัวแข็งถึงเพียงนี้หายไปแล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย

            แม้จะต้องตกระกำลำบากอยู่ข้างนอกนานหลายปีเขาก็ไม่เคยส่งข่าวหรือขอความช่วยเหลือจากตระกูลแม้แต่น้อยทำราวกับว่าคนชื่อจางเจิ้นอันได้ตายไปจากตระกูลจางแล้วจริงๆจนกระทั่งนางต้องส่งคนไปตามนั่นแหละ เขาถึงยอมกลับมา

            "ลูกข้าแน่นอนว่าต้องเป็นคนดีอยู่แล้ว!" นางกลั้นความรู้สึกสะเทือนใจไว้เชิดคางขึ้น กลับมาวางท่าสูงศักดิ์ตามเดิม

            "แต่ถึงเขาจะดีอย่างไรเขาก็ไม่ใช่ของเจ้า" อูซื่อมองอันซิ่วเอ๋อร์ด้วยแววตาเหมือนเทพธิดามองลงมาจากสรวงสวรรค์แฝงความสมเพชเวทนา "เหมือนคนเก็บของที่ตัวเองไม่คู่ควรมาได้ถึงเวลาแล้ว ก็ควรจะคืนมันกลับไป"

            "ต่อให้เจ้าจะปากคอเราะรายพูดจาฉลาดหลักแหลมแค่ไหน มันก็ไร้ประโยชน์ ช่องว่างระหว่างชนชั้นไม่ใช่สิ่งที่ลมปากของเจ้าจะถมให้เต็มได้ เห็นแก่ที่เจ้าคอยดูแลลูกข้ามาพักหนึ่งข้าจะยอมพูดกับเจ้าดีๆ อีกสักหน่อย"

            อูซื่อเปลี่ยนท่าทีไปโดยสิ้นเชิงไม่เกรี้ยวกราดเหมือนก่อนหน้า ท่าทางนางเหมือนกุมชัยชนะไว้ในมือแล้วทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุม ท่าทีเช่นนี้ต่างหากที่สมกับฐานะฮูหยินใหญ่ตระกูลจาง

            เมื่อรู้สึกว่าตนเป็นต่อนางก็นั่งลงบนเก้าอี้อย่างสง่างาม กลับมาเป็นฮูหยินสูงศักดิ์ตามเดิม แล้วกล่าวว่า"เมื่อก่อนลูกชายข้าเชื่อฟังข้าทุกอย่างข้ายอมรับว่าข้าเคยทำผิดต่อเขา ทำให้เขาโกรธเคือง แต่คนเราใครบ้างไม่เคยทำผิดพลาด?ข้าเชื่อว่าแค่ข้าเอ่ยปากขอโทษเขาดีๆ เขาก็ต้องให้อภัยข้าถึงตอนนั้นเราแม่ลูกก็กลับมารักใคร่กลมเกลียวกันเหมือนเดิม แล้วเจ้าล่ะ จะเป็นอะไร?"

            "ใช่ขอรับขนาดสาวใช้ในบ้านเรายังดูดีกว่า รู้จักกาลเทศะมากกว่านางเสียอีก" จางเจิ้นผิงรีบกล่าวเสริม

            "นกกระจอก ต่อให้เกาะกิ่งสูงแค่ไหนก็ไม่มีวันกลายเป็นหงส์!" คำพูดของอูซื่อเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจอันซิ่วเอ๋อร์พวกเขาดูถูกเหยียดหยามนางอย่างไม่ไว้หน้า แม้จะเตรียมใจมาบ้างแล้ว แต่ในตอนนี้ร่างกายของนางก็ยังสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ เมื่ออูซื่อแผ่อำนาจบารมีกดดันความหวาดหวั่นที่ซ่อนไว้ก็เผยออกมา

            แม้นางจะพยายามบอกตัวเองว่าไม่เป็นไรพวกเขาจงใจพูดแบบนี้ก็เพื่อให้นางเจียมตัวและจากไปเท่านั้นแต่หัวใจนางก็ยังสั่นสะท้าน นางยอมรับว่า... สิ่งที่พวกเขาพูดก็ถูก

            นางไม่คู่ควรกับเขาจริงๆต่อให้นางจะพยายามพูดจาฉลาดหลักแหลมแค่ไหน แต่ช่องว่างระหว่างชนชั้นก็ยังคงเป็นเหวลึกที่ขวางกั้นอยู่ตรงหน้านางเสมอ

            นางไม่เคยอยากแต่งเข้าตระกูลสูงศักดิ์นางแค่อยากแต่งงานกับคนธรรมดา ใช้ชีวิตเรียบง่าย เช้าออกไปทำงาน เย็นกลับมาพักผ่อนไม่รู้ว่าทำไมแค่ไม่กี่วัน ทุกอย่างถึงเปลี่ยนไปนางกลายเป็นนกกระจอกที่ใฝ่สูงอยากเป็นหงส์ไปเสียแล้ว

            ที่อูซื่อพูดก็ถูกก่อนหน้านี้แม่ลูกคู่นี้อาจจะบาดหมางกัน แต่สายใยเลือดย่อมตัดไม่ขาดแค่อูซื่อยอมลดทิฐิขอโทษเขาดีๆ ไม่ช้าก็เร็วพวกเขาก็ต้องกลับมาเป็นแม่ลูกที่รักใคร่กันเหมือนเดิม

            แล้วนางล่ะ? อันซิ่วเอ๋อร์นั่งนิ่งรู้สึกราวกับร่างกายครึ่งซีกชาไปหมด

            "เจ้าลองคิดดูให้ดีอย่าหาว่าข้าไม่ให้โอกาสเจ้า" เดิมอันซิ่วเอ๋อร์คิดว่าอูซื่อคงจะไล่นางไปแล้วใครจะรู้ว่านางกลับเปลี่ยนน้ำเสียง ทำทีเหมือนเมตตา "ถ้าเจ้าอยากจะเป็นฮูหยินใหญ่ของตระกูลจางเราก็ได้ แต่เจ้าต้องเรียนรู้กฎระเบียบของบ้านเรา ทำหน้าที่ของเจ้าให้ดีข้าให้เวลาเจ้าได้ แต่ถึงตอนนั้นถ้าเจ้าทำไม่ได้ ก็อย่ามาโทษพวกเราก็แล้วกัน"

            "หรือเจ้าจะยอมลดตัวเป็นอนุภรรยาอยู่ในตระกูลจางเราไปจนแก่ หรือจะจากไปเสียแต่โดยดี ยังพอรักษาหน้าไว้ได้ข้าจะให้เงินเจ้าไปก้อนหนึ่ง พอให้เจ้าอยู่อย่างสุขสบายไปทั้งชาติ" อูซื่อจ้องหน้าอันซิ่วเอ๋อร์นิ่ง รอคำตอบ

            หัวใจอันซิ่วเอ๋อร์สับสนวุ่นวายไปหมดนางไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับกฎระเบียบของตระกูลใหญ่ อูซื่อบอกให้เรียน นางก็เรียนได้แต่นางรู้ว่าอูซื่อไม่มีทางใจดีขนาดนั้น มันต้องมีเรื่องยากลำบากกว่านี้รออยู่แน่ๆแต่... นางก็ไม่อยากยอมแพ้ง่ายๆ นางอยากจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น

            เมื่อตัดสินใจได้ นางก็ลุกขึ้นยืนสบตาอูซื่อตรงๆ แล้วกล่าว "ข้ายินดีจะลองดูเจ้าค่ะ"

            "ดี! เจ้าพูดเองนะ" ใบหน้าอูซื่อปรากฏรอยยิ้ม มุมปากยกสูงราวกับผู้ชนะ

            อันซิ่วเอ๋อร์รู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงหายไปหลายส่วนแต่ถึงกระนั้นนางก็ยังคงยืนตัวตรง

            จนกระทั่งอูซื่อและคนอื่นๆ จากไปหมดแล้วนางถึงเพิ่งจะตระหนักว่าตัวเองตอบตกลงอะไรไป

            ก่อนหน้านี้นางคิดว่าจะแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ถ่วงเวลาไปเรื่อยๆ ไม่ใช่รึ?แล้วทำไมจู่ๆ ถึงไปตอบรับคำท้าของอูซื่อเข้าได้?

            ในใจพลันร้อนรน นางโดนอูซื่อหลอกเข้าให้แล้ว

            แต่บางที อาจเป็นเพราะนางไม่ยอมแพ้กระมังนางไม่เชื่อว่าเรื่องที่คนอื่นทำได้ แล้วนางจะเรียนรู้ไม่ได้!

            ชาติกำเนิดเป็นสิ่งที่เลือกไม่ได้นางเกิดมาต่ำต้อย แต่ตอนนี้เมื่อมีโอกาสยื่นมาตรงหน้านางก็ควรจะคว้ามันไว้ให้ดีที่สุด

            ยิ่งกว่านั้น ที่อูซื่อพูดก็ถูกถ้าต่อไปจางเจิ้นอันคืนดีกับมารดาแล้วจริงๆแม้เขาจะไม่ได้เชื่อฟังอูซื่อไปเสียทุกอย่างแต่อย่างน้อยคำพูดของมารดาก็ย่อมมีน้ำหนักในใจเขาถึงตอนนั้นถ้าเขาต้องคอยปกป้องนาง จนต้องขัดแย้งกับมารดาอยู่เสมอครั้งสองครั้งก็คงพอทน แต่ถ้าเป็นแบบนั้นบ่อยๆ เข้าเล่า?ใครจะรู้ว่าความสัมพันธ์ที่ยังบอบบางของพวกเขาจะไม่จืดจางลงไปเพราะความเหนื่อยหน่ายและความไม่เข้าใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนสุดท้ายต้องจบลง?

            นอกจากนี้เขากลับมาตระกูลจางครั้งนี้ก็เพื่อทำการใหญ่ นางจะเป็นตัวถ่วงของเขาไม่ได้ในฐานะภรรยา นางควรจะยืนหยัดเคียงข้างเขา พยายามช่วยเหลือเขาให้ได้มากที่สุด

            "ฮูหยิน ท่านเป็นอะไรหรือไม่เจ้าคะ?"ป่านเซี่ยที่ยืนอยู่ด้านหลังนาง เห็นนางยืนเหม่อลอย จึงเอ่ยถามเบาๆ

            "ข้าไม่เป็นไร" อันซิ่วเอ๋อร์โบกมือ

            ป่านเซี่ยเห็นนางได้สติแล้วจึงเอ่ยถามเสียงเบา "ฮูหยินผู้เฒ่าและคนอื่นๆไปกันหมดแล้วเจ้าค่ะ ท่านจะออกไปเดินเล่นหน่อยไหมเจ้าคะ?"

            "กลับไปเรือนสดับไผ่ของเราก่อนเถอะท่านพี่บอกว่าด้านหลังมีป่าไผ่ ข้าอยากไปเดินเล่นที่นั่น" อันซิ่วเอ๋อร์กล่าว

            "เจ้าค่ะ บ่าวจะนำทางไป"ป่านเซี่ยยื่นมือมาประคองอันซิ่วเอ๋อร์เองก็ไม่อยากอยู่ที่เรือนของอูซื่อนานนัก รู้สึกอึดอัดเหลือเกิน

            อันซิ่วเอ๋อร์ยังคงเหม่อลอยนางไม่คุ้นเคยกับอะไรเลยในที่นี้ ในสถานที่แปลกใหม่แห่งนี้ นางไม่มีเพื่อนไม่มีคนรู้จัก ผู้คนที่นี่ดูไร้ชีวิตชีวา พอเห็นนางก็แค่ก้มหัวคำนับไม่มีใครทักทายอย่างเป็นกันเองเหมือนคนในหมู่บ้าน

            "ฮูหยิน ถึงแล้วเจ้าค่ะ"ป่านเซี่ยเตือนสติอยู่ด้านหลัง

            อันซิ่วเอ๋อร์พลันได้สติเมื่อวานนางยังไม่ได้ทันได้สำรวจเรือนสดับไผ่ให้ดี วันนี้พอมองดูอีกครั้งก็เห็นรายละเอียดชัดเจนขึ้น ทุกสิ่งในตระกูลจางช่างแตกต่างจากที่นางเคยพบเห็นแม้แต่ซุ้มประตูเล็กๆ ก็ยังแกะสลักลวดลายวิจิตร แม้จะบอกว่าเป็นแค่เรือนเล็กๆแต่ข้างในกลับมีทั้งลำธารเล็กๆ สะพานโค้ง ศาลาริมน้ำ ครบครันทุกอย่าง

            หลังจากเดินผ่านระเบียงทางเดินที่คดเคี้ยวไปมาในที่สุดนางก็มาถึงป่าไผ่ด้านหลังเรือนสดับไผ่ เดิมทีนางคิดว่าคงเป็นป่าไผ่คล้ายๆกับที่หลังสำนักศึกษา แต่ที่นี่กลับต่างจากที่คิดไว้โดยสิ้นเชิง จะว่าเป็นป่าไผ่แต่ก็เหมือนสวนหย่อมที่ตกแต่งอย่างสวยงามมากกว่า

            มีชุดโต๊ะเก้าอี้หินตั้งอยู่ ข้างๆมีหินประดับก้อนใหญ่หลายก้อนต้นไผ่หลายพันธุ์ทั้งสูงต่ำอ้วนผอมปลูกแซมอยู่ตามซอกหินเป็นกอๆดูราวกับได้รับการดูแลตัดแต่งมาอย่างดี ต้นไผ่ทุกต้นล้วนดูสวยงาม มีชีวิตชีวา

            พอนางนั่งลงบนม้านั่งหินสาวใช้ก็รีบยกถาดขนมแปดอย่างเข้ามา ในถาดมีทั้งขนมและผลไม้แห้งหลากชนิดนางหยิบผลไม้แช่อิ่มมาชิ้นหนึ่ง รสชาติหอมหวานแต่ความหวานนี้กลับไม่อาจกลบความขมขื่นในใจนางได้

            นางลุกขึ้นเดินเล่นไปตามทางเดินเล็กๆอันร่มรื่นในสวน สองข้างทางปูด้วยหินกรวดสะอาดตา ใบไผ่ที่เพิ่งร่วงลงพอมีคนเดินผ่าน ก็มีสาวใช้ที่ดูแลสวนรีบมาเก็บกวาดไปทันที

            "สวนไผ่แห่งนี้อยู่ที่นี่มานานแล้วหรือ?"อันซิ่วเอ๋อร์เอ่ยถาม

            "เรียนฮูหยินสวนนี้มีมาหลายปีแล้วเจ้าค่ะ" ป่านเซี่ยตอบตามระเบียบ

            "เจ้าไม่ต้องพูดทางการขนาดนั้นก็ได้ข้าฟังแล้วไม่ชิน" อันซิ่วเอ๋อร์ยิ้มบางๆ "คุยกันธรรมดาเถอะ เมื่อครู่ฮูหยินผู้เฒ่าก็พูดแล้ว ในสายตาพวกเขาข้าอาจไม่ได้ดีไปกว่าสาวใช่อย่างพวกเจ้า บางทีอีกไม่นานข้าก็อาจจะไม่ใช่ฮูหยินของพวกเจ้าแล้วก็ได้"

            "ฮูหยินอย่าพูดอย่างนั้นสิเจ้าคะคุณชายให้ความสำคัญกับท่านมากนะเจ้าคะ" ป่านเซี่ยรีบปลอบ

            "เขาเคยอยู่ที่เรือนสดับไผ่นี้ตลอดเลยหรือ?แล้วเจ้า... เกี่ยวข้องอะไรกับเขา?" อันซิ่วเอ๋อร์ถามต่อ

            "เจ้าค่ะคุณชายใหญ่เคยอยู่ที่เรือนสดับไผ่นี้มาตลอด พี่ชายของบ่าวเคยเป็นคนสนิทข้างกายท่านพอท่านกลับมาครั้งนี้ ก็เลยให้บ่าวมาคอยรับใช้ฮูหยินเจ้าค่ะ" ป่านเซี่ยตอบ

            อันซิ่วเอ๋อร์พอจะเข้าใจความหมายที่ป่านเซี่ยต้องการจะสื่อนางกำลังบอกว่านางเป็นคนที่จางเจิ้นอันไว้ใจได้ แม้จะไม่สามารถเชื่อใจได้เต็มร้อยแต่พอได้ยินเช่นนี้ อันซิ่วเอ๋อร์ก็รู้สึกสนิทใจกับนางมากขึ้นเล็กน้อย

            อันที่จริงต่อให้ป่านเซี่ยเป็นคนที่อูซื่อส่งมา ก็ไม่เป็นไรนักหรอก นางไม่ได้มีความลับอะไรความลับทั้งหมดของนางรวมกัน ก็ยังไม่น่าอายเท่ากับชาติกำเนิดอันต่ำต้อยของนางเลย

            หลังจากเดินเล่นจนทั่วแล้วอันซิ่วเอ๋อร์ก็กลับมานั่งที่ม้านั่งหินตัวเดิมเรือนสดับไผ่แห่งนี้ช่างสมชื่อจริงๆ พอนั่งลงก็ได้ยินเสียงลมพัดผ่านกอไผ่เสียงใบไผ่เสียดสีกัน ฟังดูเข้ากับบรรยากาศสงบยิ่งนัก

             

    คล้ายกับเรื่ององค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390