หยินชิงพุ่งฝ่ามือเข้ามาด้วยความรวดเร็ว แต่ซูิยังเร็วกว่า ชายหนุ่มดีดตัวหนีไปที่มุมห้อง
“รวดเร็วยิ่ง ข้าขอเพิ่มความเร็ว”
หยินชิงกล่าวพลางพุ่งฝ่ามือไปอีกรอบ ซูิยังคงหลบหลีกได้ ฝ่ามือนางปะทะกำแพงศิลา ก่อนพุ่งตามเงาซูิไป เวลาผ่านไปชั่วครู่ แม้การโจมตียังคงไร้ผล แต่นางเริ่มจับทางได้ ทำให้ซูิถูกไล่ต้อน “ท่านโจมตีกลับบ้างสิ! ฝ่ามือต่อไปท่านหลบไม่พ้นแล้วนะ!” นางพุ่งตรงเข้ามาอย่างเคย เพียงหยุดก่อนถึงตัวซูิ ชายหนุ่มที่เห็นนางพุ่งมาก็ะโหนีขึ้นกลางอากาศ พอเห็นนางหยุดพลันรู้ตัวว่าพลาดแล้ว หยินชิงพุ่งตัวขึ้นเหนือมัน ฟาดฝ่ามือเข้ากลางอก แม้พลังไม่รุนแรงพอที่จะทำร้ายผู้คน แต่ก็ผลักตัวซูิกระเด็นลงมากระแทกกับพื้นโครมใหญ่ มันยังไม่ทันได้ร้องโอดโอย ฝ่ามือนางก็มาจ่อที่คอหอยมัน ”ท่าน ไม่มีประสบการณ์ต่อสู้! ที่ท่านว่าท่านเรียนวิชาวันเดียวเป็ความจริง“ หยินชิงดึงมือซูิขึ้นมา แววตานางกลายเป็ซุกซนดั่งเจอของเล่นวิเศษชิ้นใหม่
“คราแรกที่ข้าพุ่งฝ่ามือโดยมิให้ตั้งตัว ไม่น่าเชื่อว่าท่านยังหลบได้ วิชาตัวเบานับว่ารวดเร็วเจนน่าขนลุก แต่หลังจากนั้น ท่านเพียงใช้วิชาตัวเอาอันล้ำค่านั้นอย่างสิ้นเปลือง วิ่งไร้ทิศทาง ไร้ท่าทีสวนกลับ ท่านทำเพียงแต่โดดหนีข้าให้ไกลที่สุด ดั่งก้อนหินที่ถูกขว้าง ไร้ชีวิตจิตใจ” ซูิที่รับฟังได้แต่ยืนก้มหน้าเกาหัวด้วยความอับอาย ”ทีนี้ท่านลองโจมตีข้ากลับบ้าง ส่วนข้าจะคอยหลบหลีก” หยินชิงกล่าวเสียงแข็ง “ขะ..ข้าจะล่วงเกินท่านได้อย่างไร” เสียงอ่อยของชายหนุ่มขาดความมุ่งมั่น หยินชิงเอื้อมมือไปบิดหูมันหนึ่งที
”โอ้ย!“
“ไม่ต้องโอ้ย! หากเราจะเดินทางกัน ท่านอ่อนแอเช่นนี้ จะรอดจากเหล่าคนไล่ล่าได้อย่างไร!?” คำพูดของนางไม่เกินจริง หลังจากนี้ไม่ทราบมียอดฝีมือมากมายเพียงใดรอมันอยู่
“แม่นางได้โปรดชี้แนะ” น้ำเสียงซูิกลับมาแข็งกร้าว แววตาอ่อนน้อมกลายเป็เด็ดเดี่ยว มันเกร็งพลังลมปราณวายุขึ้นที่ฝ่ามือ พลั่ก! บาทานางแตะเข้าที่ฝ่ามือมัน “ใครใช้ให้ท่านยืนใช้พลังเช่นนี้ กว่าท่านจะใช้ออกศัตรูคงไม่รอ!“ หยินชิงม้วนกลับไปตั้งหลักใหม่ เพียงแต่ซูิยังเกร็งลมปราณยกฝ่ามือยืนทื่อดั่งคนไม่รู้ความ หยินชิงเลิกคิ้วสูง ท่าทางโง่งมของชายหนุ่มทำให้นางเริ่มฉุนเฉียว “ครานี้ ขอสั่งสอนให้มันจำสักครา~” ร่างของนางพุ่งออกดุจลูกเกาทัณฑ์ พอถึงตัว ซูิที่ยืนทื่อ ลมปราณมันพลันคลายออก แขนขวาที่ใช้ท่าฝ่ามือวายุกลับเบี่ยงหลบนางเล็กน้อยปล่อยให้นางพุ่งผ่าน ก่อนใช้มือขวาคว้าคอเสื้อด้านหลังนางไว้ ร่างของหยินชิงถูกกระชากให้หยุด อึก! ลมปราณของซูิถูกก่อตัวขึ้นอีกครั้งที่มือซ้าย “รับมือ!” มือหยาบพุ่งเข้าหานาง หยินชิงรู้สึกถึงอันตราย จำต้องสลัดเสื้อด้านนอกออก จึงดีดตัวหลบพ้นมาได้ “ร้ายกาจ!” นางอุทานในใจ ถือว่าบุรุษผู้นี้เรียนรู้ได้ไว
“เสื้อข้า” หยินชิงะโทวงถาม ซูิที่ยังกำเสื้อนอกของนางไว้เงยหน้าขึ้น ภายใต้เสื้อคลุมที่หลุดลอยไป หยินชิงเหลือเพียงผ้าสีขาวนวลรัดตึงแนบชิดกับเรือนร่าง ่ไหล่ขาวเนียนโค้งมน เอวบางอ้อนแอ้นตอบรับสัดส่วนที่โค้งเว้าของสตรีวัยแรกแย้ม เนินอกกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงเดินกะฟัดกะเฟียดมาหามัน ซูิรู้สึกราวมีค้อนหนักมาทุบลงกลางอก หัวใจเต้นตูมตาม มันรีบเบือนหน้าหนีในทันที เหลือแต่มือที่กำแน่นยื่นเสื้อคืนแก่นาง หยินชิงที่เดินมาถึง นางระหว่างจะกระชากเสื้อกลับ แต่พอเห็นอาการของชายหนุ่มก็นึกขึ้นได้ว่าตนเองส่วนบนแทบเปลือยเปล่า ความร้อนวูบหนึ่งพุ่งขึ้นถึงใบหน้า จากหญิงสาวที่เคยไล่ต้อน บัดนี้กลับยืนตัวแข็ง ริมหูแดงรื่อไม่แพ้บุรุษหนุ่มเบื้องหน้า เกิดเป็ความรู้สึกยากจะบรรยายแก่คนทั้งสอง
ระหว่างที่ทั้งคู่ต่างกะอักกะอ่วน เสียงประตูหินที่ด้านนอกพลันดังขึ้น หยินชิงสะดุ้งสุดตัว หน้าที่แดงก่ำซีดลงในพริบตา “เราอยู่ที่นี่นานเกินไป!” คำพูดนางสั่นระริก ซูิยังไม่ทันถามอันใดหยินชิงก็ฉุดแขนมันแน่น “เร็ว! ช่วยกันดันประตูด้านใน!” นางไม่ทันได้สวมเสื้อคลุม เส้นผมยังคงหลุดลุ่ยไปมา ซูิไม่ถามไม่ลังเล ช่วยกันดันประตูค่อยๆปิดลง แทบจะพร้อมกัน ประตูลับที่ด้านนอกก็เปิดออก เสียงฝีเท้าของผู้ที่เข้ามานับได้สองคน
“ไป๋หลิงมันมีฝีมือสูงส่งเช่นนั้นได้อย่างไร ทำเอาปั่นป่วนกันไปหมด” เสียงชายวัยกลางคนบ่นอย่างเหนื่อยใจ
“นับว่าเกินความคาดหมายยิ่ง มันมีฝีมือสูงส่งยังพอว่า แต่ที่ฟังมา เหมือนว่ามันยังมีฝีมือเหนือกว่าไป๋อี้บิดาของมัน!” เสียงชายอีกคนตอบรับ หยินชิงที่หลบอยู่ถายในห้องลับชั้นสองถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว แผ่นหลังบางชนเข้ากับทรวงอกของซูิ ‘อุ่น และไกล้เกินไป’ กลิ่นหอมจางๆของนางลอยเข้าจมูก ลมหายใจซูิกลายเป็ร้อนผ่าว มันต้องหักใจ สตรีผู้ห้าวหาญนางนี้กลายเป็กวางน้อยที่สั่นระลิกด้วยความหวาดกลัว ซูิไม่รู้ต้องทำอย่างไร มันนำเสื้อคลุมที่อยู่ในมือ คลุมลงไปที่ตัวนางจากด้านหลัง แต่นางกลับกุมมือมันไว้ด้วยความสั่นเทา ซูิอดไม่ได้ที่จะกระซิบถาม “เ้าเหตุใดถึงหวาดกลัวเพียงนี้ มันกระซิบถามด้วยเสียงที่แหบต่ำ ”ที่เบื้องนอกคือบิดาข้า ตัวข้าลำพังผู้เดียวย่อมไม่ยากลำบาก หากแต่มีท่านด้วยเหตุการณ์จะยิ่งยุ่งยากขึ้น“ หยินชิงเม้มปากก่อนกล่าวต่อ ”ฝีมือบิดาข้า ฟาดท่านตายในฝ่ามือเดียว“ คำพูดของหยินชิงทำเอาซูหมิกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่….
ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ห้องโถงด้านนอก กางแผนที่คล้ายวิเคราะห์อะไรบางอย่าง ชายอีกคนที่มาด้วยเป็ดั่งคนสนิท มันนำเอาน้ำชามาวางลงบนโต๊ะอย่างรู้ใจ “แล้วบุตรสาวของท่าน เราต้องตามหาหรือไม่?” ชายวัยกลางคนละสายตาจากแผนที่ “นั่นไม่เร่งรีบนัก หากนับครั้งนี้ด้วย นับว่านางหนีออกจากบ้านนับเจ็ดครั้ง อย่างไรพี่ชายนางคงตามกลับมาเหมือนเช่นเคย” ก่อนที่ชายวัยกลางคนจะกลับไปจดจ่อที่แผนที่ต่อ คนสนิทพลันบอกออกมา “ครั้งนี้ ข้าว่าเราไม่ต้องไปตามหาที่ใด ดูจากจานชามที่พึ่งใช้ เกรงว่านางคงยังอยู่ที่นี่ !” สิ้นเสียง ชายลึกลับทั้งสองมองไปที่ห้องลับด้านในโดยพร้อมเพียง….