เมื่อได้ฟังคำพูดของอวิ๋นเฟยเฟิ่งร่างสูงก็เพียงแค่ไหวไหล่และเดินเข้าไปโอบไหล่มนก่อนจะพาเดินไปนั่งลงเก้าอี้ใต้ต้นไม้หน้าจวน
"ในเมื่อเ้ากำลังจะเข้าสำนักยุทธ์แต่ยังไม่มีอาวุธข้างกาย ข้าซึ่งเป็คนดีมากและเป็ห่วงว่าเ้าจะถูกรังแกจึงจะพาเ้าไปตามหาอาวุธของเ้าเอง"ร่างสูงกล่าวด้วยท่าทีชายหนุ่มเ้าสำราญทั้งยังกล่าวชื่นชมตัวเองอย่างหน้าไม่อาย
"อาวุธคู่กาย? แล้วข้าจะไปหาซื้อได้ที่ไหน"นั้นสินางยังไม่มีอาวุธคู่กายใดๆหากได้อาวุธจิติญญาก็คงดีแต่ว่าในดินแดนมนุษย์ไหนเลยจะมีได้
"ใครบอกว่าเ้าต้องไปหาซื้อ ของดีย่อมต้องเสี่ยงอันตรายจึงจะเรียกว่าของดียิ่งได้มายากก็ยิ่งมีค่ามาก"เอ่ยพร้อมกับเชยคางมนขึ้นมาสบตาแฝงด้วยบางอย่าง
"แล้วต้องไปหาที่ใด"อวิ๋นเฟยเฟิ่งมองใบหน้าที่สวมหน้ากากอย่างเหม่อลอยหัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างอธิบายไม่ถูก กลิ่นหอมชื่นใจของกายสูงทำให้นางเผลอสูดดมอย่างไม่ได้ตั้งใจ
"สุสานกระบี่มารบรรพชน"ร่างสูงโน้มตัวลงไปเอ่ยเสียงเบาข้างใบหูขาว เป่าลมหายใจเข้าใส่อย่างหยอกล้อ
อวิ๋นเฟยเฟิ่งรู้สึกสยิวทั้งใจ ยอมรับเลยว่าเขาเป็บุคคลที่มีเสน่ห์ล้นเหลือจริงๆ ไม่มีครั้งไหนเลยที่เขาจะไม่หว่านเสน่ห์ใส่นาง
"สุสานกระบี่มารบรรพชน! เ้าจะให้ข้าไปตายหรืออย่างไร!"อวิ๋นเฟยเฟิ่งหลุดออกจากภาพลวงตาที่เขาสร้างขึ้นก่อนจะต้องใเมื่อได้ยินว่าสุสานกระบี่มารบรรพชน
สุสานกระบี่มารบรรพชนคือสถานที่ใดใครบ้างไม่รู้ใช่สถานที่ที่นางควรไปงั้นหรือ ไม่มีใครกล้าเข้าไปแม้แต่ปีศาจที่ว่าชอบความดำมืดยังไม่กล้าเข้าไป ว่ากันว่าสุสานกระบี่มารบรรพชนเป็แหล่งเก็บรวบรวมศาสตราวุธมากมายในดินแดนมารั้แ่ามาแล้วเกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่ในแดนมารมีหลายเผ่าพันธุ์ต้องสูญสิ้นในที่แห่งนั้น เกิดเป็เขตแดนที่มืดมนที่เต็มไปด้วยพลังิญญาร้าย เมื่อเ้าของตายไปศาสตราวุธเ่าั้ก็ถูกทิ้งระเนระนาดตามป่าเกิดเป็อาวุธที่มีจิติญญา
เป็สถานที่ที่มืดมนเป็ที่สุดมีพลังอำนาจลึกลับที่ไม่อาจคาดเดาได้จะมีสักกี่สิบคนที่กล้าเข้าไป ยิ่งกว่านั้นผู้คนที่เข้าไปก็มีน้อยที่จะรอดออกมาและยังอาจถูกพลังความมืดกลืนกินจนไม่เหลือแม้แต่จิติญญา ในสุสานกระบี่มารบรรพชนเป็สถานที่อันน่าสะพรึงกลัว รังสีแห่งความตายฆ่าฟันอบอวลไปทั่ว สุสานในโลกนี้มีเป็ร้อยเป็พันแต่ที่ขึ้นชื่อเื่น่ากลัวที่สุดอันตรายที่สุดเห็นจะเป็สุสานกระบี่มารบรรพชน
ดังนั้นผู้คนส่วนมากจึงเลือกที่จะตามหาศาสตราวุธจิติญญาจากสถานที่อื่นแทน ขนาดผู้บำเพ็ญตนที่มีพลังิญญาระดับเทวะยังไม่อยากย่างกรายเข้าไปแม้ครึ่งก้าวแล้วนับอะไรกับอวิ๋นเฟยเฟิ่งที่มีพลังิญญาระดับราชันย์ขั้นสูง
"มีข้าอยู่เ้าจะกลัวไปไย เ้า...เชื่อในตัวข้าหรือไม่"ถามพลางมองเข้าไปในดวงตากลมโตคู่งามอย่างค้นหา
"ข้า..."อวิ๋นเฟยเฟิ่งถึงกับพูดไม่ออกใจหนึ่งก็อยากได้อาวุธจิติญญาสักชิ้นมาไว้แต่ว่าหนทางช่างอันตรายมากนัก ถึงจะรู้จักกันได้เดือนกว่าแต่นางก็รู้สึกวางใจและเชื่อในตัวเขา เพียงแต่นางกลัวว่าจะเป็ภาระให้เขามากกว่า
"ข้าเชื่อในตัวเ้าแต่ว่ามันอันตรายเกินไปข้าไม่อยากเป็ภาระของเ้า เราเปลี่ยนเป็สุสานเทพศาสตราวุธดีหรือไม่"อวิ๋นเฟยเฟิ่งเอ่ยพร้อมกับจับแขนร่างสูงอย่าอ้อนๆพูดเสียงอ่อย
สุสานเทพศาสตราวุธเป็อีกหนึ่งสถานที่ที่มีอาวุธจิติญญามากมายเฉกเช่นเดียวกันกับสุสานกระบี่มารบรรพชนเป็สถานที่อันตรายไม่แพ้กันเพียงแต่ว่าจะมีผู้ดูแลสุสาน ในทุกๆห้าปีจะเปิดให้ผู้คนเข้าไปแสวงโชคด้านใน ถึงสุสานเทพศาสตราวุธจะอันตรายไม่น้อยไปกว่าสุสานกระบี่มารบรรพชนแต่อย่างน้อยบรรยากาศก็ไม่ได้น่ากลัวและมืดมนเท่าสุสานกระบี่มารบรรพชน
ถ้าให้เลือกระหว่างสองอย่างนี้อวิ๋นเฟยเฟิ่งขอเลือกสุสานเทพศาสตราวุธดีกว่าอย่างน้อยก็ยังมีทางรอดจากสิบส่วนถึงหกถึงเจ็ดส่วน แน่นอนว่าสถานที่เช่นนั้นย่อมมีสัตว์ิญญาระดับสูงและสัตว์เทพระดับสูงมากมายอาศัยอยู่เช่นกัน
"ไม่! ข้าเป็คนดินแดนมารจะไปอยากได้ของดินแดนเทพทำไม"ปฏิเสธเสียงแข็งย่างไม่ต้องเสียเวลาคิด
"แต่ข้าเป็คนดินแดนเทพ แล้วตกลงข้าหรือเ้าที่จะไปเอาอาวุธจิติญญากันแน่"ตกลงเขาจะให้นางไปหาอาวุธคู่กายหรือเขาจะไปกันแน่
"อนาคตก็ไม่ใช่แล้ว"คนตัวสูงเอ่ยเสียงเบาแต่คนข้างกายก็ไม่ได้ยิน
"ก็ได้ข้าจะไปสุสานกระบี่มารบรรพชน แต่ว่าข้ามีข้อต่อรองเ้าต้องถอดหน้ากากออกให้ข้าดูและบอกชื่อเ้ากับข้า ตกลงไหม" อวิ๋นเฟยเฟิ่งตัดสินใจและต่อรอง
"ได้ แต่ต้องรอให้เ้าได้อาวุธจิติญญามาก่อน"ร่างสูงช่างใจชั่วครู่หนึ่งจึงรับปากเพราะถึงอย่างไรเขาก็ไม่คิดจะปิดบังนางอีกต่อไปแล้ว
"แต่ว่าการคัดเลือกศิษย์ของสำนักยุทธ์ใกล้เข้ามาแล้วมันจะทันหรือ อีกทั้งข้าไม่มีป้ายผ่านแดน"เพราะหากต้องเดินทางไปดินแดนมารต่อให้ผู้มีพลังิญญาระดับราชันย์แบบนางเดินอย่างน้อยก็ตั้งเกือบเดือนเกรงว่าคงจะไม่ทัน และที่สำคัญนางไม่มีป้ายผ่านแดน
"ข้าคือป้ายผ่านแดนของเ้า อีกทั้งเดินทางเพียงไม่กี่อึดใจก็ถึงแล้วอีกอย่างเราไม่ได้ไปเป็เดือนเสียหน่อยห้าหกวันก็กลับมาแล้ว"ร่างสูงเอ่ยอย่างภูมิใจกับคำว่าป้ายผ่านทางของเ้าและยิ้มอย่างมีเสน่ห์ให้คนตัวเล็ก
"ไปอย่างไรหรือ"อวิ๋นเฟยเฟิ่งมองใบหน้าที่สวมหน้ากากตาพร่ากับรอยยิ้มของคนตรงหน้า ก่อนจะรู้สึกตัวและมองเขาอย่างสงสัยจะเป็ไปได้อย่างไรที่จะเดินทางเพียงไม่กี่อึดใจ
ร่างสูงไม่ตอบแต่ยื่นมือออกไปข้างหน้าจากนั้นก็เกิดมวลพลังบิดเบือนเกิดเป็ช่องว่างพลังสีดำหมุนวนเป็วงกลมหากมองผ่านเข้าไปในข้างในก็เห็นเป็อีกสถานที่หนึ่ง
อวิ๋นเฟยเฟิ่งมองไปที่ไอพลังสีดำที่กำลังหมุนอยู่อย่างตกตะลึง จะไม่ให้นางใได้อย่างไรในเมื่อสิ่งที่เห็นอยู่ ณ ตอนนี้มันคือหลุมมิติ! เ้าหน้ากากดำสามารถเปิดหลุมมิติได้!
หลุมมิติคือสิ่งใดมันคือประตูมิติที่สามารถพาไปได้ทุกที่ตามที่เราอยากไปขอเพียงเคยไปสถานที่นั้นๆก็สามารถไปได้ทุกที่พูดให้เข้าใจง่ายๆคือเหมือนประตูมิติไปไหนก็ได้ของโดเรม่อนประมาณนั้นซึ่งการจะมีหลุมมิติได้จะต้องบรรลุเข้าใจแก่นแท้ของพลังิญญายุทธ์ซึ่งไม่ใช่เื่ที่จะทำได้โดยง่ายและจะต้องมีระดับพลังิญญายุทธ์ที่สูงจริงๆถึงจะทำได้ในโลกนี้จะมีสักกี่คนที่จะบรรลุแก่นแท้ของพลังิญญายุทธ์ได้
หลุมมิติกับการหายตัวได้นั้นคล้ายกันเพียงแต่ว่าการหายตัวจะต้องอยู่ในระดับจักรพรรดิขึ้นไปแต่ต้องอยู่ในรัศมีโดยรอบหนึ่งพันลี้ไม่สามารถไปไกลเกินกว่านี้ แต่หลุมมิตินั้นต่างออกไปคือสามารถไปได้ทุกที่โดยไม่มีขีดจำกัด จะเดินทางข้ามดินแดนเลยก็ยังได้กฎเกณฑ์เดียวคือต้องเคยไปเยือนสถานที่นั้นๆมาก่อน และนั้นหมายความว่าเขาเคยไปมาแล้ว
"ไปกันเถอะ"เอ่ยขณะเดินเข้าไปจับมืออวิ๋นเฟยเฟิ่งเตรียมจะพานางเข้าหลุมมิติ
"เดี๋ยวก่อน ข้าขอเขียนข้อความบอกสหายสักครู่เกรงว่าหายไปเฉยๆจะทำให้พวกเขาเป็ห่วง"ว่าจบอวิ๋นเฟยเฟิ่งก็เขียนจดหมายวางไว้ที่หน้าห้องของโจวจื่อซินก่อนจะเดินไปหาร่างสูง
อวิ๋นเฟยเฟิ่งเดินเข้าไปในหลุมมิติก็รู้สึกอึดอัดเล็กน้อยแต่ก็ไม่มีอะไรมากกว่านั้นเมื่อข้ามผ่านเข้ามาสิ่งที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าคือหุบเขาสูงทะมึนทะลุเมฆลูกหนึ่งภายในมีไอหมอกปกคลุม รอบข้างเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่หนาทึบคาดว่าคงมีอายุหลายหมื่นปี
หุบเขานี้เต็มไปด้วยเศษซากพลังของการฆ่าฟัน และจิตอาฆาตแค้นกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณชั้นบรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเืััได้ถึงบรรยากาศที่กดทับลงมาและยังเงียบสนิท เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง สถานที่อันกว้างใหญ่รกร้าง สมกับเป็ดินแดนมารจริงๆ
"จิตสังหารแรงกล้ามาก"อวิ๋นเฟยเฟิ่งมองไปรอบกายบรรยากาศวังเวงชวนขนลุกแปลกๆ ได้แต่คิดในใจว่านี่ฉันตัดสินใจถูกแล้วใช่ไหม
"นี่เป็เพียงรอบนอกเท่านั้น จำเอาไว้นอกจากข้าใครหน้าไหนที่โผล่มาฆ่าได้เลยทันที"ร่างสูงกล่าวเตือน
"หน้ากากดำเ้าอย่าพูดให้ข้ากลัวสิ เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันไหม"อวิ๋นเฟยเฟิ่งเอ่ยเสียงเบาและขยับกายเข้าไปชิดกับร่างสูงอย่างหวาดระแวง ถึงอย่างไรนางก็เป็คนในดินแดนเทพย่อมไม่เคยอยู่ในบรรยากาศน่ากลัวเช่นนี้อีกทั้งชีวิตก่อนก็อยู่ในโลกแห่งความสีวิไลอีกทั้งยังไม่เคยฆ่าฟันกับใครมาก่อน หากจะกลัวก็ไม่ผิด
"เปลี่ยนใจตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว"ว่าจบก็จับมือร่างเล็กเดินตามเข้าไปในหุบเขาลึกเข้าไปอีก
เขารู้อยู่แล้วว่าอวิ๋นเฟยเฟิ่งไม่เหมาะกับที่นี่เลยแม้แต่น้อยแต่นางมีจิตใจที่บริสุทธิ์เกินไป หากยังเป็เช่นนี้เมื่อไปถึงแดนเทพนางจะรับมือกับคนเ่าั้ได้หรือ เขาจึงพานางมาที่นี่เพื่อฝึกจิตใจและประสบการณ์ถึงจะเป็วิธีที่โหดร้ายและอันตรายมากแต่นี่คือราคาที่ต้องจ่าย สิ่งที่ได้จากสุสานกระบี่มารบรรพชนแห่งนี้ล้วนล้ำค่า เขารับรองเลยว่าหากนางผ่านมันไปได้กลิ่นอายของนางจะแตกต่างจากตอนนี้มากโข
ที่สำคัญคือมีเขาอยู่นางจะไม่เป็อันตรายใดๆอย่างแน่นอน และอาวุธจิติญญาในที่แห่งนี้ย่อมต้องมีจิติญญาแรงกล้ากว่าอาวุธในดินแดนเทพอย่างแน่นอน
ทั้งสองเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆจนกระทั่งเกิดเสียงแปลกๆรอบตัวเป็เสียงคล้ายกับเหล่าสัตว์ิญญาส่งเสียงร้องราวกับพวกมันรับรู้ว่ามีผู้บุกรุกเข้ามาในเขตพื้นที่ของพวกมันยิ่งเดินลึกเข้าไปก็ยิ่งรู้สึกลึกลับซับซ้อน
"จิตสังหาร! ระวังด้วย"ร่างสูงหันไปเอ่ยกับร่างเล็กที่เดินจับมือเขาไม่ห่างเป็การบอกว่าให้เตรียมตัวรับมือ
ยังเอ่ยไม่ถึงสามลมหายใจก็ปรากฏแมงมุมั์ตัวใหญ่สองตัวคาดว่าคงเป็คู่ผัวเมีย ใบหน้าของมันหาใช่ใบหน้าของแมงมุมอย่างที่ควรจะเป็แต่มันกลับมีใบหน้าเหมือนกับมนุษย์ กำลังจองดวงตาสีแดงฉานไปที่คนทั้งสอง
อวิ๋นเฟยเฟิ่งใจนไม่ขยับร่างกายถึงนางจะอยู่ดินแดนเทพแต่ก็ไม่เคยไปเสี่ยงอันตรายกับเหล่าสัตว์เทพเลยสักตนอย่าว่าแต่สัตว์เทพเลยแค่สัตว์ิญญาอายุร้อยปียังไม่เคยนางยังไม่เคยฆ่าอย่างจริงจังเลยด้วยซ้ำ แค่ฝึกฝนในป่าหมอกกับสัตว์ิญญาอายุไม่ถึงกี่สิบปีเท่านั้น
แต่นี่มันคือสัตว์เทพแมงมุมหน้าคนที่ตัวใหญ่กว่าเสาไฟฟ้าในโลกก่อนและยังเป็สัตว์เทพระดับจักรพรรดิ!และยังเป็ขั้นสูงอีกด้วย! ทั้งยังมีสองตัว!
"เฟยเฟิ่งฆ่าแล้วเอาแก่นิญญาของมันมาซะ! นี่ถือเป็การฝึกอย่างแท้จริง"ร่างสูงเอ่ยก่อนจะถอยออกไปอย่างรวดเร็วจนมองไม่ทันปล่อยให้คนตัวเล็กอยู่ในวงล้อมของแมงมุมหน้าคนเพียงลำพัง แต่เขาก็ไม่ได้ไปไหนไกลแค่ถอยออกมาสังเกตการณ์อยู่ใกล้ๆ
"เ้า! บ้าเอ๊ย!เ้าหน้ากากดำจิตใจเ้าคิดจะให้ข้าตายที่นี่เลยใช่ไหม"อวิ๋นเฟยเฟิ่งใจหายวาบเมื่อเขากล่าวจบแล้วหายไปทันที ก่อนจะตระหนักและตึงเครียดขึ้นมา ได้แต่คาดโทษเขาเอาไว้ในใจนางรู้ว่าเขาไม่ได้ทิ้งไปไหนแค่อยากให้นางได้ฝึกปรือฝีมือแต่ว่านี่มันดูจะเกินความสามารถของนางไปหน่อยไหมแมงมุมนี่มีตั้งสองตัวเชียวนะ
แมงมุมหน้าคนตัวซ้ายมือไม่รอช้ามันพ่นใยของมันเข้าใส่อวิ๋นเฟยเฟิ่งที่อยู่ด้านล่าง อวิ๋นเฟยเฟิ่งเห็นดังนั้นจึงทะยานหลบก่อนจะใช้มือซ้ายปล่อยพลังธาตุน้ำแข็งเข้าใส่ท้องแมงมุมตัวนั้น มือขวาเรียกพลังธาตุพฤกษาเป็เถาวัลย์ออกมาและพันรอบขาแมงมุมหน้าคนอีกตัวที่กำลังจะเข้ามาโจมตีทำให้มันเสียหลัก
แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรแมงมุมหน้าคนทั้งสองตัวได้ การจะเอาชนะสัตว์ิญญาหรือสัตว์เทพในสุสานกระบี่มารบรรพชนแห่งนี้ได้ไม่ใช่เื่ง่ายด้วยเพราะพวกมันมีจิติญญาที่แข็งแกร่งกว่าสัตว์ิญญาทั่วไป
อวิ๋นเฟยเฟิ่งหลบการโจมตีของแมงมุมหน้าคนจนหอบเหนื่อยโดยไม่มีโอกาสตอบโต้ได้เลยทั้งตัวเริ่มมีาแให้เห็น อวิ๋นเฟยเฟิ่งเครียดหนักและคิดหาทางออก ทุกสรรพสิ่งล้วนมีจุดอ่อนไม่ว่าจะสัตว์หรือคน
"แมงมุมหน้าคนข้าเพียงแค่เข้ามาแสวงโชคเท่านั้นไม่ได้คิดจะทำร้ายพวกเ้าเหตุใดต้องโจมตีข้า"อวิ๋นเฟยเฟิ่งเอ่ยขึ้นเมื่อหลบขาข้างหนึ่งของแมงมุมหน้าคนและใช้เถาวัลย์ดึงมัดขาของมันไว้
"เ้าต้องมาเป็อาหารให้กับลูกๆของข้า หากได้กายเ้ามาเพาะเลี้ยงลูกน้อยของข้าพวกเขาก็จะโตวันโตคืน"แมงมุมหน้าคนตัวที่ไม่ได้ถูกเถาวัลย์ของอวิ๋นเฟยเฟิ่งมัดเอ่ยและพ่นใยของมันตัดเถาวัลย์ของอวิ๋นเฟยเฟิ่งที่มัดอีกตัวจนขาดออก
ใยของมันมีความพิเศษอย่างมากคือเป็เส้นใยสีขาวจนเกือบจะโปร่งแสงมีความคมตัดได้แม้กระทั่งเหล็กกล้าและทนทานไม่ขาดง่ายแม้แต่ไฟก็ยังไม่สามารถเผาได้มีเพียงทักษะพิเศษเท่านั้นที่จะทำลายเส้นใยของมันได้ เช่นไฟของสัตว์เทพกิเลนโลหิต