“ไม่เห็นแปลก คุณเชื่อไหมเวลาที่ผม้าอะไรผมก็มักจะต้องได้เสมอๆ”
เขาจบคำพูดพร้อมกับหัวเราะในลำคอ
“คุณมันหลงตัวเองที่สุด”
“แต่ตอนนี้ผมว่า ผมกำลังหลงคุณน่ะ”
“บ้า คุณมีธุระอะไรก็รีบพูดมาเลยดีกว่า”
หญิงสาวหมดความอดทนที่จะข่มความรู้สึกของตัวเองแล้วตวาดแหวออกไปจนได้
“แหม คุณนี่ใจร้อนไม่ชอบพูดพร่ำทำเพลงจริงๆเลยน่ะเป็อย่างนี้หมดทุกเื่เลยหรือเปล่าเอ่ย”
เขาลากเสียงยั่วมาตามเคยอย่างสนุกสนานที่เห็นอีกฝ่ายต้องโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง
“นี่คุณ อย่ามาพูดจาอะไรลามกอย่างนั้นกับฉันน่ะ”
“เอ้า ผมพูดอะไรลามกตรงไหน ทบทวนดูดีดีสิเอ่...หรือว่าคุณกำลังคิดอะไรที่ลามกกับผมอยู่ใช่ไหมล่ะ”
เขาทำเสียงล้อเลียนหนักขึ้นเรื่อยๆ
“บ้า คุณอย่ามาใส่ความฉันอย่างนั้นน่ะ”
“ทำไมครับ คุณไม่ชอบยอมรับความจริงงั้นเหรอ”
“นี่คุณคิดว่าใครต่อใครเขาต้องมีรสนิยมต่ำทรามเหมือนคุณไปหมดอย่างนั้นหรือไง”
“จุ๊ๆๆๆ ไม่เอาน่าคุณ อย่าพูดจาไม่น่ารักเหมือนคนไม่เคยได้รับการอบรมสั่งสอนอย่างนั้นสิ”
เขากล่าวอ่อนโยนแต่ประโยคในวาจานั้นไม่ต่างอะไรกับการตบหน้าหญิงสาวเข้าฉาดใหญ่ทีเดียว
“ถ้าหากคุณยังไม่ยอมพูดธุระที่โทรมาหาฉันเดี๋ยวนี้ ฉันก็จะวางสาย”
มาลาลินกัดฟันกรอดข่มความโกรธขณะที่กล่าวออกไป
“คุณกล้าหรือมาลาลิน คุณกล้าทำให้พ่อของคุณต้องเข้าไปตายในคุก ทำให้น้องๆไม่มีที่ซุกหัวนอนและต้องหมดอนาคตไปได้เหรอ”
คราวนี้น้ำเสียงของเปลี่ยนเป็จริงจังและเย็นเฉียบขึ้นมาทันที
“คุณขู่ฉัน”
หญิงสาวกล่าวออกไปทั้งๆที่รู้สึกกลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ มันฝืดเฝื่อน ขมปร่าในลำคอจนน้ำตาแทบจะปริ่มขอบตา
“เปล่า แต่ผมว่าคุณก็รู้ดี ว่าผมสามารถทำอะไรได้แค่ไหน”
“คุณ้าอะไร”
หญิงสาวถามออกไปเมื่อรู้ว่าตัวเองไม่มีทางกล้าต่อกรกับเขาแน่ เพราะเดิมพันที่เขาเอามาวางนั้น สำคัญและใหญ่หลวงนักสำหรับเธอ
“แต่งตัวสวยๆแล้วออกมาพบผมเดี๋ยวนี้”
น้ำเสียงของเขาบ่งบอกชัดเจนว่านั้นคือคำสั่ง
“ไว้เป็พรุ่งนี้ได้ไหม วันนี้เย็นมากแล้ว กว่าจะเดินทางไป กว่าจะเดินทางกลับก็คงดึกมาก”
หญิงสาวมีข้อแม้ แต่เขาก็บอกสถานที่ที่้าจะให้เธอเดินทางไปพบก่อนจะวางสายไปทันทีอย่างไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธหรือแม้แต่ยอมรับฟังเหตุผลใดใดจากเธออีกทั้งสิ้นมาลาลินเม้มปากแน่นน้ำตาคลอออกมาด้วยความเจ็บใจที่ถูกบีบบังคับให้สิ้นหนทางอย่างนี้
แต่เพียงครู่เดียวเธอก็ต้องลุกขึ้นถอดชุดสบายๆสำหรับใส่อยู่บ้านนั้นออกแล้วไปเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อเลือกชุดที่จะใส่ออกไปหาเขาตามคำสั่ง เธอเลือกเอาชุดสีดำออกมาเพื่อไว้อาลัยให้กับความรู้สึกอันขมขื่นของตัวเอง หลังเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วหญิงสาวก็เดินไปที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งเพื่อแต่งหน้าอ่อนๆตามที่ชอบส่วนผมยาวสลวยนั้นก็แค่รวบมัดเอาไว้ด้านหลังง่ายๆจากนั้นหยิบเอากระเป๋าสะพายใบเล็กที่เข้ากับชุดมาคล้องไหล่ก่อนจะเดินออกจากห้อง
“พี่หลินจะไปไหนครับ”
หนุงซึ่งเป็น้องชายต่างมารดาวัยสิบสองขวบถามขึ้นทันทีเมื่อเห็นเธอเดินลงมาถึงห้องรับแขกชั้นล่าง
“พี่จะไปธุระข้างนอกสักครู่จ๊ะ”
หญิงสาวตอบน้องชาย
“แล้วพี่หลินจะกลับมาทันทานข้าวเย็นหรือเปล่าค่ะ”
หนิง น้องสาวที่มีวัยอ่อนกว่าหนุงอยู่สองปีถามขึ้นบ้าง