เสียงร้องไห้ของดาริกาทำให้เขารู้สึกเ็ปอยู่ไม่น้อย เื่ราวความหลังวิ่งวนกลับมาให้ชายหนุ่มรู้สึกสับสนกับตัวเอง ครู่หนึ่งเมื่อดาริกาตั้งสติได้จึงถอนกอดออก พลางเงยหน้ามองอารัณย์ด้วยความเ็ป
“ดามาได้ยังไง” น้ำเสียงของอารัณย์ กล่าวถามอย่างราบเรียบ
“ขอโทษนะ ที่ดามารบกวนรัณย์ แต่ดาไม่มีที่พึ่งอื่นแล้ว”
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ” หลังจากนั้นดาริกา ก็ทำการบีบน้ำตาออกมาอีกมากมาย
“แม่ไปอาละวาดดาที่คอนโดฯ ด่าดาสารพัด แม่ก็ยังเป็คนอารมณ์ร้ายเหมือนเดิม แม่จะให้ดากลับไปอยู่บ้านเช่านั้น แต่ดาไม่ไป แม่ก็เลยจะมาอยู่กับดาที่คอนโดฯ แต่รัณย์คะ ดาอยู่กับแม่ไม่ได้หรอกค่ะ ดาไม่อยากมีปัญหาก็เลยยกคอนโดฯ นั้นให้แม่อยู่ไปแล้ว ดาขอมาอยู่กับรัณย์ได้ไหมคะ” อารัณย์ชะงัก มองตรงไปยังั์ตาคู่นั้น ที่เขาเคยรักดังชีวิต แต่ตอนนี้ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนมีบางอย่างขวางกั้นไว้ตลอดเวลา ก่อนหญิงสาวจะโผเข้ากอดชายหนุ่มอีกครั้งเป็การขอร้อง
“ดาขออยู่กับรัณย์แค่ไม่กี่วัน ถ้าดาหาที่อยู่ใหม่ได้แล้ว ดาก็จะไปได้ไหมคะ” ดาริกาอ้อนวอนพร้อมน้ำตา เธอรู้ว่าคนดีอย่างอารัณย์จะไม่ปฏิเสธการขอร้องในครั้งนี้อย่างแน่นอน
“ดาปล่อยรัณย์ก่อน” ชายหนุ่มดันร่างของหญิงสาวออกช้า ๆ พลางถอนหายใจ แล้วขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง พร้อมเลื่อนสายตามองหญิงสาวตรงหน้า ไม่ว่าด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม เขาไม่ควรปฏิเสธความเดือดร้อนของเธอ เพราะอย่างน้อยดาริกาก็คือแม่ของไอริณ
“คืนนี้รัณย์ให้ดาพักที่นี่ก่อน” ดาริกายิ้มกว้างด้วยความดีใจ
“พรุ่งนี้ รัณย์จะหาที่อยู่ให้ดาใหม่” ก่อนจะหุบยิ้มลงอย่างกะทันหันเพราะประโยคที่เขาพูดออกมา
“หมายความว่าไงคะ” หญิงสาวเผลอเอ่ยถามอย่างไม่พอใจ ก่อนจะได้สติแล้วเปลี่ยนคำพูด
“ขอบคุณค่ะ แค่นี้ดาก็ดีใจมากแล้ว” ก่อนชายหนุ่มจะหันเดินกลับไปยังชั้นบนของบ้าน เขาชะงัก เมื่อเห็นไอริณยืนมองตรงมายังทั้งสอง ด้วยสายตาอ่อนไหว
“ไอริณทำไมไม่นอนคะ” อารัณย์ปรับน้ำเสียง แล้วรีบเดินเข้าไปอุ้มเด็กหญิงขึ้นมาด้วยความเป็ห่วง ก่อนดาริกาจะยืนมองหน้าลูกสาวของเธอ
ทั้งสองสบสายตากันก่อนที่ดาริกาจะขยับเท้าเดินเข้ามาหา เธอเอื้อมไปจับมือน้อย ๆ ของไอริณ ก่อนที่เด็กหญิงจะชะงักดึงกลับไป แล้วหันไปโอบคออารัณย์ไม่ยอมพูดกับหญิงแปลกหน้าที่เธอไม่รู้จัก
“นี่ลูกของเราเหรอคะ” ดาริกาถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ลูกแม่” ดาริกาเผลอเอ่ยออกมา ก่อนที่อารัณย์จะเบี่ยงตัวไอริณออก
“อย่าพึ่งพูดอะไรตอนนี้ รัณย์จะเป็คนบอกความจริงกับไอริณเองส่วนคืนนี้ ดาก็พักที่ห้องรับรองไปก่อน” อารัณย์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทำให้ดาริกาชะงักถอนมือออกจากเด็กหญิงทันที
หลังจากประตูห้องปิดลง ดาริกาเดินมานั่งลงที่เตียงนอนพลางนึกตะลึงในความใหญ่โตของบ้านที่อารัณย์ หญิงสาวหันมองไปทั่วทุกมุม พลางเลื่อนมือถูไปกับเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง พร้อมปล่อยยิ้มออกมา ก่อนเดินไปยังรูปเ้าของบ้านที่ติดอยู่กับหนัง เธอยืนมองดูรูปเขาพลางเลื่อนมือไปจับ
“ดาเคยคิดผิดที่ทิ้งรัณย์กับลูกไปในวันนั้น แต่วันนี้ดากลับมาแล้วและจะเอาสามีกับลูกของดาคืน รัณย์ทำท่าห่างเหินไปเถอะ” หญิงสาวยืนยิ้มให้กับรูปถ่ายของอารัณย์ อย่างมีแผนการบางอย่าง
ชายหนุ่มอุ้มลูกสาวลับเข้ามานอนในห้อง ไอริณเป็เด็กที่ไม่ชอบนอนคนเดียว เธอมักจะขอมานอนกับอารัณย์เสมอจนกลายเป็ความเคยชิน
“นอนนะคะ” อารัณย์วางเธอลงอย่างเบามือ พลางก้มหอมแก้ม แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ผู้หญิงคนนั้นเป็ใครเหรอคะ” เด็กหญิงถามด้วยความสงสัย
“คุณพ่อจะมีภรรยาและลูกใหม่เหรอคะ” คำพูดของไอริณทำให้อารัณย์ชะงัก
“ลูกไปได้ยินคำนี้มาจากไหน” เด็กหญิงพลิกตัวหันหลังให้เขาด้วยนึกน้อยใจ เธอยังจำคำที่จีน่าและกานติมาพูดกรอกหูได้ดี และต่อไปในภายหน้า เธออาจไม่ได้รับความรักจากคุณพ่อเหมือนเคย
“ไอริณ พ่อรักหนูที่สุด ไว้พ่อจะอธิบายเื่ทั้งหมดให้ฟัง แต่วันนี้ดึกมากแล้ว นอนนะคะคนดี” เด็กหญิงยังคงนอนน้อยใจอยู่ ไม่ยอมตอบรับ ชายหนุ่มนอนนิ่ง คิดหาวิธีเบี่ยงความสนใจของเธออยู่ครู่หนึ่ง