แต่อีกฝ่ายที่พูดกับเขาคือองค์ชายแปดแห่งต้าถัง ทั้งยังเป็เพียงเด็กหกขวบ เด็กไร้เดียงสา จะถือสาหาความอีกฝ่ายก็ไม่ได้ ครั้งนี้จึงเรียกได้ว่าฝางเสวียนหลิงโชคร้ายเอง
พอฝางเสวียนหลิงถูกตอกเช่นนี้ ตู้หรูฮุ่ยจึงได้โอกาสหัวเราะฝางเสวียนหลิงคืน
ต้นกำเนิดขององค์ชายแปดแห่งต้าถังผู้นี้ดูเหมือนจะไม่ใช่ธรรมดา
เพียงอ้าปาก เขาก็โจมตีตู้หรูฮุ่ยและฝางเสวียนหลิงอย่างรุนแรง แม้คำพูดของเขาจะทำให้มหาเสนาบดีทั้งสองขุ่นเคืองใจเพียงใด แต่ก็คงไม่มีผู้ใดกล้าโต้กลับ
อย่างไรก็ตาม ด้วยวิธีนี้หลี่เฉิงเฟิงจึงได้รู้แล้วว่า เขาจะต้องทำอย่างไรจึงจะได้ค่าความซุกซนมาจากระบบ
ขอเพียงเขาทำตัวดื้อด้าน ซุกซน สร้างความตกอกใให้แก่ขุนนางเหล่านี้ เขาก็จะได้ค่าความซุกซนมาสะสมไว้!
ตราบใดที่อารมณ์ของคนอื่นเปลี่ยนแปลงเพราะคำพูด หรือการกระทำของหลี่เฉิงเฟิง ระบบจะทำการรวบรวมและประเมินคะแนนเป็ค่าซุกซน เพื่อเก็บสะสมในทันที
ดังนั้นหลี่เฉิงเฟิงที่ได้ทราบวิธีหาค่าความซุกซน จึงเริ่มต้นความซนของเขาขึ้นมาอีกครั้ง!
“แล้วคนนั้น...”
“หืม!?”
ขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นฝ่ายบู๊หัวใจจะวาย เมื่อได้ยินเด็กน้อยหกขวบเปิดปากขึ้นมาอีกครั้ง
เริ่มอีกแล้วเรอะ?
คราวนี้ใครจะโดนกันนะ?
“ช่างเหอะ... ข้าี้เีพูดแล้ว!”
“ฟู้วววว... โชคดีไป องค์ชายแปดยอมหุบปากแล้ว!”
เมื่อเห็นว่าหลี่เฉิงเฟิงล้มเลิกความตั้งใจ ขุนนางทั้งหลายเหมือนได้ยกูเาออกจากอก ในที่สุดก็ยอมเงียบเสียที!
……
“ฮ่า ๆ ๆ มหาเสนาบดีทั้งสอง องค์ชายแปดมิได้ตั้งใจ ท่านทั้งสองอย่าถือสาหาความเขาเลย!
หลี่ซื่อหมินไม่มีทางตำหนิหลี่เฉิงเฟิง ดังนั้นการปลอบใจตู้หรูฮุ่ย และฝางเสวียนหลิงจึงเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุด
เสนาบดีทั้งสองได้แต่มองหน้ากัน ก่อนจะคลายความหดหู่ในจิตใจ
ตู้หรูฮุ่ยคิด: องค์ชายแปดพูดใส่ฝ่าาว่า ‘ไสหัวไป’ ฝ่าายังไม่ทรงกริ้ว เช่นนั้นเขาจะมีเหตุผลอะไรไปโกรธองค์ชายแปด?
เมื่อคิดได้เช่นนี้ อารมณ์ของตู้หรูฮุ่ยจึงได้ดีกว่าเดิม
......
ขณะเดียวกัน หลี่เฉิงเฟิงยังคงคิดถึงเื่ทำภารกิจที่ระบบมอบหมาย เขาจะทำอย่างไรจึงจะได้รับค่าความซุกซน 1000 แต้มจากระบบ!
ถอนเคราหลี่ซื่อหมินสามเส้นอย่างนั้นรึ? ภารกิจนี้ถึงจะยากไปหน่อย แต่ใช่ว่าหลี่เฉิงเฟิงจะไม่มีหนทางเสียทีเดียว
มิใช่ว่าฮ่องเต้หลี่ซื่อหมินรักและเอ็นดูองค์ชายแปดมากอย่างนั้นหรือ?
อย่างนั้นก็ดี อย่างนั้นเขาจะใช้วิธีการเรียกความสงสารจากอีกฝ่าย ถ้าทำแล้วไม่รอด เขาเตรียมตัวเผ่นได้เลย!
ไม่ว่าอย่างไร วันนี้หลี่เฉิงเฟิงจะต้องถอนเคราสามเส้นจากหลี่ซื่อหมินมาให้ได้!
ฮ่องเต้หลี่ซื่อหมินทรงเห็นบุตรชายนั่งอยู่บนบัลลังก์ัทองด้วยความงุนงง เพราะอย่างนั้นพระพักตร์ของพระองค์จึงได้เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
“เฟิงเอ๋อร์ ั้แ่วันนี้เราจะไม่ปล่อยให้เ้าต้องเร่ร่อนอยู่ข้างนอกอีก เราจะไม่ปล่อยให้เ้าถูกรังแกอีกต่อไป!”
หลี่ซื่อหมินค่อย ๆ ใช้มือหนาปาดคราบสกปรกบนใบหน้าเล็ก ๆ ของหลี่เฉิงเฟิงออกด้วยความสงสาร
หลี่เฉิงเฟิงเงยหน้าขึ้น เขามองบุรุษตรงหน้าด้วยดวงตาแห่งความสงสัย ที่เปล่งประกายราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า
“ท่าน... ท่านคือท่านพ่อของเราหรือ?”
หลี่ซื่อหมินพอพระทัยมากเมื่อได้ยินเช่นนั้น “แน่นอนเฟิงเอ๋อร์ เรา... เราคือเสด็จพ่อของเ้า! ท่านแม่ของเ้าคือเฉิงหยิงหยิง เฟิงเอ๋อร์ เ้าคือบุตรชายของเรา!”
“ท่าน... ท่านคือเสด็จพ่อของเรา?”
“ใช่แล้วเฟิงเอ๋อร์ ในที่สุดลูกก็ยอมรับพ่อแล้วใช่ไหม?”
หลี่ซื่อหมินปิติยินดีเป็ที่สุด
เขาอ้าแขนออก พยายามจะกอดหลี่เฉิงเฟิงอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน มุมปากของหลี่เฉิงเฟิงมีรอยยิ้มเ้าเล่ห์ปรากฏขึ้น
เมื่อหลี่ซื่อหมินขยับเข้าไปใกล้หลี่เฉิงเฟิง มือเล็ก ๆ ของหลี่เฉิงเฟิงคว้าหมับเข้าที่เคราของหลี่ซื่อหมินในทันที
“โอ๊ย! เฟิงเอ๋อร์ เ้า...”
เวลานี้หลี่ซื่อหมินรู้สึกราวกับศีรษะของตนเองถูกกระแทก เขาสับสนมึนงงไปหมด
ตอนแรกเขาคิดว่าหลี่เฉิงเฟิงยอมรับเขาแล้ว ไม่อยากเชื่อเลยว่า ‘เ้าเด็กเหลือขอ’ คนนี้ จะกล้าถอนเคราของเขา!?
“หา!? ฝ่าาอย่าทรงกริ้ว ฝ่าาอย่าทรงกริ้ว...”
ขุนนางและเ้าหน้าที่ต่าง ๆ ในท้องพระโรงคุกเข่าลงพร้อมกันเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น
แม้กระทั่งฉินฉงที่อยู่ข้าง ๆ หลี่ซื่อหมินยังใ เขารีบคุกเข่าอ้อนวอนให้หลี่ซื่อหมินสงบอารมณ์ของตนเอง
ขุนนางทุกคนทราบดี การดึงหนวดเคราของฮ่องเต้มีโทษหนักถึงขั้นปะา
ต่อให้อีกฝ่ายจะเป็องค์ชายแปด แต่ถ้าหลี่ซื่อหมินทรงกริ้วขึ้นมาจริง ๆ ไม่ว่าใครก็ช่วยหลี่เฉิงเฟิงไม่ได้!
“บังอาจ บังอาจ!”
หลี่ซื่อหมินกำหมัดแน่นจนมือสั่น
“ฝ่าาอย่าทรงกริ้ว! ทางนั้นคือองค์ชายแปดนะพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าาลงโทษเขาไม่ได้!” ฝางเสวียนหลิงที่อยู่อีกด้านร้องห้ามหลี่ซื่อหมินไว้
หลี่ซื่อหมินง้างมือขึ้น แต่มันก็หยุดที่กลางอากาศ ดูเหมือนเขา้าจะตบหลี่เฉิงเฟิง แต่เขาก็ทำใจลงไม้ลงมือไม่ได้
สุดท้ายก็ได้แต่ะโซ้ำไปซ้ำมาว่า “บังอาจ!”
ในทางกลับกัน หลี่เฉิงเฟิงกลับสนุกสนานดี๊ด๊า
เพราะระบบของเขาส่งเสียง ‘ติ๊ง ๆ ๆ ๆ’ แจ้งเตือนขึ้นมาไม่หยุด
“ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีแก่ผู้ถือครองที่ทำภารกิจสำเร็จ : ภารกิจถอนเคราหลี่ซื่อหมินหนึ่งกำมือ ค่าความซุกซน +2000 แต้ม!”
……
“บังอาจ! กล้าดีอย่างไรมาทำเช่นนี้ รีบลงจากบัลลังก์ของเราไปเลย!?”
หลี่ซื่อหมินทอดพระเนตรเด็กน้อยหลี่เฉิงเฟิงด้วยความโกรธสุดขีด
“อยากเจอท่านแม่!”
“อะไรนะ?”
“ข้าอยากเจอท่านแม่!”
สิ้นเสียงของหลี่เฉิงเฟิง หลี่ซื่อหมินถึงกับยืนตะลึง
หลี่เฉิงเฟิงที่ถูกหลี่ซื่อหมินะโใส่ แสร้งทำเป็น้ำตาไหล เขาทำตัวน่าสงสารสุดฤทธิ์ ทำให้ขุนนางที่อยู่รอบ ๆ อดปวดใจตามไปด้วยไม่ได้
“ข้าอยากเจอท่านแม่! เสด็จพ่อใจร้าย ข้าเกลียดเสด็จพ่อ!”
“เฟิงเอ๋อร์ พ่อ...”
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ในเวลาเพียงเสี้ยววินาที พระพักตร์ของฮ่องเต้หลี่ซื่อหมินที่ลุกด้วยเพลิงโกรธ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
“เฟิงเอ๋อร์ เป็ความผิดของพ่อเอง! พ่อทำให้แม่ของเ้าหายไป! แต่เฟิงเอ๋อร์ไม่ต้องกลัว ั้แ่วันนี้พ่อจะออกไปตามหาแม่ของเ้า พ่อจะนำนางกลับมาหาพวกเรา!”
ด้วยเหตุนี้ หลี่ซื่อหมินหันไปมองฉินฉง “อี้กว๋อกง! นำทัพเกราะทมิฬสามพันนายออกไป ค้นให้ทั่วเมืองโยวโจว ตามหาเฉิงหยิงหยิงให้เจอ!”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าา!”
ฉินฉงประสานมือรับคำสั่ง ก่อนจะถอยออกจากท้องพระโรง เพื่อทำตามหน้าที่ที่ฮ่องเต้หลี่ซื่อหมินทรงมอบหมายให้
“เฟิงเอ๋อร์ เ้าพอใจสิ่งที่พ่อทำแล้วหรือไม่?”
“อื้อ! ลูกพ่อใจแล้ว ขอบพระทัยเสด็จพ่อ!”
ในที่สุดหลี่เฉิงเฟิงก็ยอมเรียกหลี่ซื่อหมินเต็มปากเต็มคำว่า ‘เสด็จพ่อ’ ได้ยินเช่นนั้นหลี่ซื่อหมินะเิหัวเราะในทันที
“ฮ่า ๆ ๆ! ดีมาก ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป หลี่เฉิงเฟิงเ้าคือทายาทแห่งเรา เ้าคือองค์ชายแปดแห่งต้าถัง!”
“ขุนนางทุกท่าน! ส่งประกาศออกไปว่าองค์ชายแปดกลับคืนสู่วังหลวงแล้ว เราจะจัดงานเฉลิมฉลองสามวันสามคืน!”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าา!”
หลี่ซื่อหมินสะบัดแขนเสื้อ ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมล้นไปด้วยอำนาจ
ขุนนางทั้งสองฝ่ายพยักหน้ารับและตอบโดยพร้อมเพรียงว่า ‘พ่ะย่ะค่ะ’
หลี่เฉิงเฟิงได้แต่มองฮ่องเต้หลี่ซื่อหมินด้วยความตะลึงงัน นี่หรือคือความยิ่งใหญ่ของฮ่องเต้ที่คนเล่าขานสืบต่อกันมา?
เขาเปี่ยมล้นไปด้วยอำนาจ อำนาจที่ไม่มีผู้ใดเทียบได้
เวลานี้หลี่เฉิงเฟิงจึงได้เข้าใจ
เขาข้ามเวลามาอยู่ในยุคราชวงศ์ถัง และยังมาเกิดเป็บุตรชายของหลี่ซื่อหมิน ดังนั้นเขาต้องนับหลี่ซื่อหมินว่าเป็ ‘เสด็จพ่อ’
ท้ายที่สุดหลี่ซื่อหมินก็เป็ผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดินราชวงศ์ถังแห่งนี้
ต่อให้เขาหลี่เฉิงเฟิงจะมีศักดิ์เป็ถึงองค์ชายแปด แต่ถึงอย่างไรก็ต้องพึ่งพาหลี่ซื่อหมิน ไม่ใช่คิดจะดื้อจะซนแบบไหนก็ทำได้ตามใจชอบ
หลี่ซื่อหมินมองหลี่เฉิงเฟิง ในที่สุดเด็กคนนี้ก็นับว่าเขาเป็เสด็จพ่อ
เพียงคิดยังมีความสุข สุขจนลืมไปเสียแล้วว่าเมื่อครู่ หลี่เฉิงเฟิงเพิ่งจะถอนเคราตนเองหายไปหนึ่งกำมือเต็ม ๆ จนมันแหว่งเป็ที่เรียบร้อย
หลี่ซื่อหมินยิ้ม “เฟิงเอ๋อร์ ั้แ่วันนี้เ้าคือองค์ชายแปดแห่งราชวงศ์ถัง! นับจากวันนี้เ้าอยากทำสิ่งใด พ่อตามใจเ้าเต็มที่!”
“พ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ ขอบพระทัยเสด็จพ่อ!”
“กระหม่อมยินดีต้อนรับการกลับมาขององค์ชายแปด....”
ขุนนางซึ่งอยู่ในท้องพระโรง กล่าวต้อนรับและคำนับหลี่เฉิงเฟิงอีกครั้ง
ความเคารพจากคนเหล่านี้พุ่งเข้าใส่เขาราวกับคลื่นอากาศ หลี่เฉิงเฟิงรู้สึกราวกับถูกมวลพลังงานอัดเข้ากลางอกเต็ม ๆ
นี่หรือ... นี่หรือคืออำนาจแห่งราชวงศ์ถัง
ดั่งคำกล่าวที่ว่า เงินทอง อำนาจ และสตรีงาม คือสามสิ่งที่ได้มายากที่สุดสำหรับวีรบุรุษ
หากมีอำนาจก็สามารถควบคุมทุกสิ่งบนโลกได้ มันจึงไม่ใช่เื่เกินจริง ที่จะเกิดเหตุพี่น้องสังหารกันเพื่อชิงบัลลังก์
แต่หลี่เฉิงเฟิงคิดว่า องค์ชายที่ไม่คิดอยากเป็ฮ่องเต้ ก็ไม่ใช่องค์ชายที่ดีเช่นเดียวกัน
เขาเหลือบมองหลี่ซื่อหมิน ก่อนจะเหลือบมองตนเองแล้วบ่นว่า “ช่างเหอะ ตอนนี้เรายังเด็กเกินไป เื่จะเป็ฮ่องเต้ไว้ค่อยว่ากันหลังจากนี้!”
……