เดิมทีการออกมาหาประสบการณ์ของตัวเอกจะต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าจะเดินทางกลับวังและดำเนินเนื้อเื่อันเข้มข้นต่อ แต่ ณ เวลานี้ไม่รู้เพราะเหตุใดสิงเทียนจึงดูเร่งรีบและร้อนรนที่จะจากที่นี่ไปเร็วนัก ความสัมพันธ์กับนางเอกยังไปไม่ถึงไหนด้วยซ้ำ ปมเื่ปรุงยาของบิดานางก็ยังไม่ถูกคลี่คลาย งานนี้เขาจึงต้องรีบคิดหาวิธีรั้งตัวอีกฝ่ายให้อยู่นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
เขาหันมองแม่นางข้างกายก็เห็นว่านางยังคงจ้องตนเองกินข้าวจึงว่า “ซ่งหลิน คือว่าข้ามีเื่จะรบกวนเ้าหน่อยน่ะ เกี่ยวกับการจ้างให้ทำเม็ดยา”
นางดูตื่นเต้นรีบร้อนถาม “ได้สิ เ้า้าเม็ดยาไปใช้ในเื่ใดล่ะ”
ซิ่วอิงลอบมองผู้เป็นายที่ยังคงกินข้าวโดยไม่สนใจใคร “คือว่า ข้าอยากได้เม็ดยาเพียงหนึ่ง แต่สรรพคุณคือรักษาร่างกายให้ห่างจากโรคภัยน่ะ”
“เ้าหมายถึงโอสถขจัดภัยรึ”
“ใช่ ๆ นั่นแหละโอสถขจัดภัย ใช่เลย! แต่ส่วนผสมทั้งหมดข้าจะเป็คนจัดแจงให้อีกที”
“ได้แน่นอน แต่ว่าเม็ดยาที่เ้า้าราคามันค่อนข้างสูงนะ เ้าจ่ายไหวหรือ”
ซิ่วอิงยิ้มแหย ๆ ตอบว่า “แน่นอนว่าไม่ไหวอยู่แล้ว แต่ข้ามีข้อเสนอนะ นั่นคือข้าจะช่วยเ้าคิดค้นสูตรยาต่อจากบิดาเอง แต่อาจจะใช้เวลานานหน่อยสักสองสามปี”
พรืดด!
สิงเทียนถึงกับลืมมารยาทบนโต๊ะอาหาร เมื่อได้ยินระยะเวลาอันยาวนานที่คนรับใช้เอ่ยออกมา เขาเพียงแวะมาเที่ยวเล่นและอยากรีบเดินทางไปที่อื่นก็เท่านั้น แต่คนรับใช้กระจอกกลับหัวใสและใช้เล่ห์เหลี่ยมรั้งตัวให้อยู่ต่อ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลประการใดเช่นกัน
“สามปีเชียวรึ!” เขาถลึงตามองอีกฝ่ายอย่างเกรี้ยวโกรธ
“เอ่อ ราวๆ นั้นขอรับ ความจริงอาจจะไม่ถึงก็ได้”
“มิใช่เื่จำเป็”
“คุณชาย!”
ซิ่วอิงแทบอยากเดินไปทุบหลังของคนตรงนั้นนัก คำพูดที่สักแต่เอ่ยออกมาตามใจโดยไม่ใช้หัวคิดนี่มันจะเกินไปหน่อยแล้ว ทั้งที่ไม่ใช่ตำหนักของตนเองแท้ ๆ แต่กลับพูดจาเอาแต่ใจและหัวรั้นจนน่าอับอายแทน
เขาหันไปมองแขกที่นั่งอึ้งด้านข้างก็หมดคำจะกล่าว อยากขอโทษแทนก็มิกล้าเอ่ยปากออกไป ด้วยกลัวคุณชายตนจะเสียภาพลักษณ์ยิ่งกว่าเก่า
ซ่งหลินคล้ายชั่งใจบางอย่าง นางหันมากล่าว “คุณชายของเ้าคงมีธุระด่วนต้องรีบไป เช่นนั้นเื่คิดค้นสูตรยาก็ช่างมันเถอะ”
เขากำหมัดตนเองแน่นและรู้สึกสงสารนางยิ่งนักที่ถูกพระเอกปากเสียพูดใส่แบบนั้น จึงคิดหาทางแก้เผ็ดอีกครา “อ๋อ คุณชายข้าเขาอยากออกมาเที่ยวเล่นเฉย ๆ น่ะ แต่ข้ามีความจำเป็ต้องใช้โอสถขจัดภัย เช่นนั้นก็ให้เขาเดินทางไปคนเดียว..”
สิงเทียนที่นั่งฟังเหลืออดยกนิ้วชี้หน้าเขา “ซิ่วอิง เ้ากล้ารึ!”
เขาลุกขึ้นเก็บมือคุณชายตรงนั้นลงแล้วว่า “ข้าน้อยจำเป็ต้องอยู่เพื่อคิดค้นยาขอรับ”
สิงเทียนกอดอกพลางยิ้มเหี้ยมให้เขา “เ้าไม่มีเงิน โอสถขจัดภัยมีราคาสูง คิดจะเอาร่างกายของตนเองจ่ายแทนหรืออย่างไร”
เขาเหลือบมองสตรีด้านข้างพลางพูดหยอก “หากนางรับเป็ร่างกายข้าก็ยอมจ่ายขอรับ”
“นี่เ้า!”
สิงเทียนโมโหจนถึงขั้นทุบโต๊ะกินข้าว ซิ่วอิงทนทะเลาะกับเขาต่อหน้าสาวงามไม่ไหว จึงได้จัดการลากพาตัวออกไปยังที่อื่นแทน หลังจากสาธยายและอ้างเหตุผลดี ๆ ที่พวกเขาจะได้รับให้สิงเทียนฟังแล้ว ท่าทางอีกฝ่ายจึงได้สงบและใจเย็นลง
เขาแย้งว่าหากตนร่วมมือช่วยนางคิดค้นสูตรยาสำเร็จ ในภายภาคหน้าหากสิงเทียนเจ็บไข้ได้ป่วยก็จะมีนางคอยดูแล หรือแม้แต่การถ่ายลมปราณที่ทำอยู่ทุกวัน หากสิงเทียนไม่ชอบใจและไม่้าเจอหน้าเขา ก็ย่อมให้นางใช้โอสถต่าง ๆ มาทดแทนได้เช่นกัน
สิงเทียนยืนรับฟังแน่นิ่งและไม่ได้ขัดแย้งต่อคำร้องขอของเขา เพียงเดินกลับไปที่โต๊ะกินข้าวและกล่าวขอโทษแม่นางซ่งด้วยใจจริงก็เท่านั้น
ซิ่วอิงกระซิบบอกต่อนาง “คุณชายข้าเขาเป็โรคหลายบุคลิคน่ะ ผีเข้าผีออกได้ตลอดเวลาเ้าอย่าถือสานะ”
นางพยักหน้าเข้าใจ “อะ อืม”
หนึ่งปีต่อมา..
“คุณชายขอรับ เช้านี้ข้าจะออกไปเก็บสมุนไพรในป่ากับแม่นางซ่ง วัตถุดิบทั้งหมดใกล้จะครบแล้วขอรับ คาดว่าคงอีกไม่นาน”
สิงเทียนเอ่ยขัด “เ้าอยู่ที่นี่ข้าจะไปเอง”
“แต่ว่าข้าน้อยเป็คนรับใช้นะขอรับ จะให้คุณชายออกไปตากแดดตากลมได้อย่างไร”
สิงเทียนไม่สนใจยังคงยืนกรานต่อ “อยู่นี่และทำความสะอาดภายในห้องซะ”
“ข้าน้อยทำั้แ่เมื่อวานแล้วขอรับ หนนี้ขอข้าไปเถอะ!” เขาพูดพร้อมเอื้อมมือไปหมายจะแย่งตะกร้ามาจากอีกฝ่าย
สิงเทียนหันมาตวาด “ซิ่วอิง! เ้านี่มันน่ารำคาญจริง ๆ”
ตัวเขาที่กำลังยื้อแย่งตะกร้าไม้ไผ่กับคุณชายได้แต่ทำสายตาน่าสงสาร ั้แ่เจรจาเื่การทำเม็ดยาก็ผ่านมาเป็ปีแล้ว ทุก ๆ เดือนซ่งหลินมักจะออกไปเก็บสมุนไพรและนำมาปรุงยาชนิดต่าง ๆ
ทีแรกเขาวางแผนให้พระ-นางได้ออกไปด้วยกันและทำความสนิทสนม แต่ดูเหมือนว่าจะตัดสินใจผิดพลาดอย่างแรง เพราะสิงเทียนนอกจากจะไม่สนิทกับแม่นางผู้นั้นแล้วกลับยิ่งเอาแต่ใจหนักขึ้นเรื่อย ๆ แม้เคยแอบถามกับซ่งหลินหลายครั้งนางก็ยังตอบเขาเช่นเดิม นั่นคือสิงเทียนไม่พูดคุยด้วยและแทบไม่ช่วยเหลืออะไรสักอย่าง หากนางไม่บอกว่าต้องทำสิ่งใดเขาก็จะไม่เอ่ยปากถามเช่นกัน
ซิ่วอิงวางแผนมาตั้งเนิ่นนานแต่กลับเละเทะไม่เป็ท่า หนนี้เขาจึงถอดใจและยอมแพ้ในการจับคู่ให้สิงเทียนแล้ว หากแต่ตนเองมีวัตถุประสงค์บางอย่างที่ครั้งนี้ต้องออกไปกับซ่งหลินให้ได้ จึงต้องพยายามยื้อแย่งตะกร้าให้มาเป็ของตน
“คุณชาย ท่านไปหลายครั้งแล้วให้ข้าน้อยไปบ้างเถอะ”
“เ้าแก่แล้วอย่ามายุ่ง!”
“เอ๊ะ! หา! ว่าไงนะ!”
เขากัดฟันกรอด ในแววตาไหววูบคล้ายมีไฟลูกใหญ่กำลังโหมกระพือ ผ่านมาขนาดนี้สิงเทียนกล้าด่าว่าเขาแก่เชียวรึนี่ บังอาจใช้คำพูดมาทิ่มแทงเขาให้ยอมแพ้ ฝันไปเถอะเพราะเขาจะไม่มีวันยอมแพ้แน่!
ซิ่วอิงแทบพ่นไฟออกจากปาก “เพราะข้าแก่นั่นแหละถึงมากประสบการณ์กว่าท่าน ฉะนั้นปล่อยมือ!”
ปึก!เขาหวดฝ่ามือใส่แขนเด็กหนุ่มแล้วรีบหนีบตะกร้าเข้าข้างเอว ก่อนจะจ้ำอ้าวออกจากห้องมุ่งหน้าเข้าป่าตามอีกคนไป
“ซิ่วอิง! เ้ากล้าทำกับข้าเช่นนี้รึ!”
เขาตอบเบาๆ “กล้าสิไอ้เด็กเปรต!”
หลังกลับจากเก็บสมุนไพรมาแล้ว เขาก็มีสีหน้าเบิกบานพอควร อารมณ์ดีและหัวเราะคิกคักมาตลอดทาง ไม่เว้นแม้กระทั่งตอนอาบน้ำหรือกินข้าว จนเมื่อเวลากลางคืนดำเนินมาถึง คราวนี้บรรยากาศรอบตัวพลันวังเวงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
ซิ่วอิงยืนกุมมืออยู่ปลายเตียงของผู้เป็นาย เวลานี้คือ่เสี่ยงตายของเขา เพราะเพิ่งจองหองตีแขนอีกฝ่ายไป แถมยังต้องมาถ่ายลมปราณให้อีก ตอนนี้จึงได้แต่เก็บมือเก็บเท้าสงวนท่าทีอย่างจำยอม
แต่ผ่านไปพักใหญ่ก็ยังไม่มีการเรียกให้ไปหาสักนิด เขาได้แต่คิดอยู่สองอย่าง คือหนึ่ง สิงเทียนกำลังโกรธจัดและคิดจะขย้ำคอหอยเขาให้ตายคามือ กับสอง สิงเทียนกำลังพยายามเก็บงำความโกรธที่สะสมมาั้แ่เช้าเพื่อไม่ให้พลั้งมือฆ่าคนรับใช้ทิ้ง
ไม่ว่าจะแบบไหนผลลัพธ์ของมันล้วนแต่ไม่ดีทั้งนั้น เขายืนปาดเหงื่อจนตอนนี้แขนเสื้อเริ่มอุ่นขึ้นมาแล้ว และยังคงตั้งมั่นที่จะถ่ายลมปราณให้อีกฝ่าย ทว่ารออยู่ค่อนคืนก็ยังไม่ถูกเรียกใช้จึงทนยืนต่อไปไม่ไหว
“คะ คุณชายขอรับ”
“…”
คนบนเตียงไม่ไหวติงและไร้การตอบกลับ พาลให้ผู้ที่ยืนรอฟังเหงื่อผุดพรายเต็มหน้า “เอ่อ ขะ ข้าน้อยจะถามว่าวันนี้ไม่ถ่ายลมปราณหรือขอรับ”
“ถ่าย” สิงเทียนตอบเขาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“เช่นนั้นข้าน้อยขออนุญาต”
ยืนคอยจนปวดขามานานสุดท้ายก็ได้ถ่ายเสียที เขาค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้เตียงหลังนั้นอย่างช้า ๆ เอื้อมมือเปิดมุ้งขึ้นทีละน้อยก็เห็นสิงเทียนนอนปรายตามองแน่นิ่ง เขาก้มหน้าก้มตาเดินไปนั่งข้างล่างเตียงแต่แล้วสิงเทียนกลับลุกขึ้นนั่งฉับพลัน จนคนด้านล่างสะดุ้งโหยงยกมือขึ้นป้องกันตัวตามสัญชาตญาณ
“อ๊า! ข้าน้อยขออภัย! ขออภัยขอรับ!”
“เป็บ้าอะไร ขึ้นมานั่งข้างบน!”
“ขอรับ? ..”
เขาทำหน้าสับสนค่อย ๆ หย่อนก้นลงนั่งเพียงเสี้ยวหนึ่งของขอบเตียง ก่อนจะยื่นมือไปทาบแผงอกอีกฝ่ายอย่างระแวงพร้อมปล่อยพลังงานมหาศาลหลายสายไหลเข้าสู่หัวใจโดยตรง
สิงเทียนจ้องเขาด้วยสายตาน่ากลัวจนต้องหลับตาและเอี้ยวตัวให้ห่างออกมา จังหวะนั้นเองกลับมีบางอย่างรั้งข้อมือเขาไว้และดึงให้เข้าไปใกล้กว่าเก่า
ใบหน้าคมนั่นเอนเข้ามาใกล้และเอ่ยถาม “เ้ากลัวอะไร”
“เปล่าขอรับ ข้าน้อยแค่เกรงใจ”
“ทำร้ายข้าขนาดนั้น ยังมีสิ่งใดให้ต้องเกรงใจกันอีก”
ซิ่วอิงส่ายหัวแทนการตอบ ความเกรงใจอะไรนั่นมันไม่เคยมีมาั้แ่แรกแล้ว! ก็เพราะนายเป็คนปีนเกลียวฉันก่อนเองนะ ต่อให้มีศักดิ์เป็ถึงคุณชาย แต่มากวนส้งตีงก่อนก็ย่อมต้องถูกเอาคืน!
เขาผลักฝ่ามือแรงขึ้นอีกหน่อยจนสิงเทียนกลับไปนั่งอยู่ในตำแหน่งเดิม ผ่านไปไม่นานนักข้อมือที่ถูกจับอยู่ก็รู้สึกเจ็บขึ้นมาทีละน้อยและคล้ายกับกำลังถูกบีบแรงขึ้นเรื่อย ๆ
“พอแล้ว!” สิงเทียนพูดพร้อมสะบัดมือเขาทิ้งอย่างไม่ใยดี ก่อนจะเอนตัวลงนอนแล้วห่มผ้าห่มหันหลังให้
ซิ่วอิงบุ้ยปากและลูบข้อมือตนเองแ่เบา ทำท่าอยากจะซัดหน้าคนตรงนั้นสักที เขาลุกขึ้นเดินออกไปจากมุ้งพร้อมมุดเข้าฟูกนอนตนเอง ก่อนจะหลับตายังหวนนึกถึงตอนเก็บสมุนไพรในป่า
ที่วันนี้ขออาสาไปแทนนั่นก็เพราะตนจะสั่งให้ซ่งหลินจัดทำเม็ดยาเพิ่ม นั่นคือยาะ เขาหลอ
กนางว่ามันเป็เพียงเม็ดยาทั่วไปที่วิธีปรุงซับซ้อน ดังนั้นจึงขอร้องว่าห้ามบอกกับใครเพราะเขาไม่อยากให้มีใครได้ยินเข้าแล้วแห่แหนมาขอซื้อ ซ่งหลินนางเข้าใจและทำท่ารูดซิบปาก แน่นอนว่ายาะเขาเพียงอยากมีไว้ติดตัวเฉย ๆ หากวันหนึ่งมีเหตุจำเป็ให้ต้องใช้ก็จะได้ไม่เสียเวลาหาให้ยุ่งยาก