[ติ๊ง! ระบบเร่งความเร็วเปิดใช้งานแล้ว!]
[เส้นทางการบำเพ็ญเพียรต้องใช้เวลาและความอดทนจึงจะเห็นผล!]
[ระบบเร่งความเร็ว เพียงใช้ทรัพย์สินเล็กน้อย ก็สามารถเร่งกระบวนการบำเพ็ญเพียรได้!]
ณ ลานประลองยุทธ์ในอำเภออันอู่ แคว้นเยี่ยน ขณะที่ฉู่ซิวกำลังนั่งขัดสมาธิฝึกวิชาใน่ค่ำ ทันใดนั้นก็มีเสียงอิเล็กทรอนิกส์ใสกระจ่างดังขึ้นในหัว
"ระบบ? สูตรโกง!"
ฉู่ซิวชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นความใก็เปลี่ยนเป็ความดีใจ และกลายเป็ความปิติยินดีอย่างบ้าคลั่ง ทะลุมิติมาต้องมีสูตรโกง นิยายออนไลน์ไม่ได้หลอกข้าจริง ๆ !
เพียงแต่ว่า... ระบบนี้มาช้าไปสองปี!
สองปี!
แววตาของฉู่ซิวฉายความขมขื่นวูบหนึ่ง สองปีที่ทะลุมิติมานี้ เขาใช้ชีวิตได้อย่างไม่ราบรื่นนัก นี่คือโลกแห่งวิถียุทธ์ในบรรยากาศยุคโบราณ ผู้ฝึกยุทธ์มีสถานะที่สูงส่ง
ผู้ที่แข็งแกร่งสามารถฝึกจนร่างกายคงกระพัน ฟันแทงไม่เข้า มีพละกำลังดุจัและคชสาร!
ผู้ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่านั้น ถึงขั้นเขย่าูเาเลื่อนดิน ใช้กระบี่ฟันแยกขุนเขาและสายน้ำ!
ราชสำนักยังได้จัดตั้งสำนักยุทธ์ขึ้นในที่ต่าง ๆ เพื่อนำทางเด็กที่มีอายุเหมาะสมทุกคนเข้าสู่วิถียุทธ์ และถ่ายทอดวิชาการต่อสู้ให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย อีกทั้ง เมื่ออายุครบสิบแปดปีก็สามารถเข้ารับการสอบเคอจวี่เพื่อสร้างชื่อเสียง และได้รับทรัพยากรในวิถียุทธ์ที่ดีขึ้น หรือแม้กระทั่งได้รับการสนับสนุนจากราชสำนัก!
เมื่อมาอยู่ในโลกเช่นนี้ ฉู่ซิวย่อมไม่ยินดีที่จะเป็เพียงคนธรรมดา แต่การฝึกยุทธ์ไม่ใช่เพียงแค่การใช้ความพยายามอย่างต่อเนื่อง แต่ยังต้องอาศัยรากฐานร่างกายและพร์ในการหยั่งรู้!
แม้ว่าฉู่ซิวจะตื่นแต่เช้าและฝึกจนดึกดื่น เช้าฝึกเส้นเอ็น เย็นฝึกปราณ ทุ่มเทสุดกำลัง ตั้งใจในทุกบทเรียน แต่เขาก็ยังไม่สามารถใช้ความขยันมาชดเชยความด้อยของพร์ได้ ไม่ว่าจะเป็รากฐานร่างกายหรือพร์ ฉู่ซิวถือเป็ผู้ที่มีคุณสมบัติระดับต่ำสุดในเส้นทางวิถียุทธ์!
พรุ่งนี้จะเป็การสอบระดับอำเภอ ซึ่งเป็การสอบขั้นแรกของการสอบถงซื่อ * [1] ตัวเขาซึ่งปีนี้อายุครบสิบแปดปีแล้ว ทราบดีว่าตนเองไม่มีทางผ่านการสอบระดับอำเภอได้อย่างแน่นอน!
ด้วยพร์ของเขา หากผ่านไปอีกห้าถึงเจ็ดปี บางทีอาจจะผ่านได้...
แต่เส้นทางเคอจวี่นั้น เพียงแค่การสอบถงซื่อก็มีการสอบถึงสามขั้น หลังจากถงซื่อแล้วยังมีสอบระดับสำนักและสอบระดับราชสำนัก!
พร์ของเขาถูกกำหนดมาให้ไร้วาสนากับวิถียุทธ์ และไม่สามารถผ่านการสอบเคอจวี่เพื่อยกระดับฐานะได้!
บางที กว่าที่ฉู่ซิวจะเดินไปถึงจุดหมายของเส้นทางเคอจวี่นี้ อาจจะเป็ตอนอายุเจ็ดสิบแปดสิบปี...
แต่สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ ร่างกายที่แข็งแรงคือพื้นฐานสำคัญ ถึงตอนแก่เฒ่าแม้จะได้เป็จิ้นซื่อ แล้วจะขึ้นสนามรบฆ่าศัตรูได้อย่างไร?
และในเส้นทางที่สิ้นหวังจนมองเห็นจุดจบนี้ ระบบกลับเปิดใช้งานได้อย่างประจวบเหมาะพอดี แม้ฉู่ซิวจะขุ่นเคืองที่ระบบมาช้า แต่ในขณะนี้เขาก็ไม่อาจซ่อนความตื่นเต้นในใจได้!
ทันใดนั้น เขาหยุดการฝึก่ค่ำที่ทำมาตลอดสองปีโดยไม่เคยขาด...
แล้วเริ่มศึกษาระบบ ระบบเร่งความเร็ว ใช้ทรัพย์สิน เร่งการบำเพ็ญเพียร เข้าใจง่ายมาก!
ฟังก์ชันของระบบยังแสดงผลผ่านแผงข้อมูลส่วนตัวที่เรียบง่าย
[แผงสถานะส่วนบุคคล]
[ชื่อ : ฉู่ซิว]
[ระดับ : กายธรรมดา สามเฉียนสาม]
[วิชา : หมัดชุบกายจักรพรรดิมนุษย์ เริ่มเข้าสู่ประตู]
[ทักษะยุทธ์ : ไม่มี]
[ขยายเพื่อดูข้อมูลไร้ประโยชน์เพิ่มเติม]
หลังคำว่า ‘หมัดชุบกายจักรพรรดิมนุษย์’ มีปุ่ม ‘เร่งความเร็ว’ อยู่
ฉู่ซิวลองกดดู...
ทันใดนั้น มีข้อความเด้งขึ้นมาตรงหน้า
[การเร่งความเร็วไปยังขั้นถัดไปต้องใช้ 20 ตำลึงเงิน ยืนยันหรือไม่?]
[ใช่/ไม่ใช่?]
20 ตำลึงเงิน หมายถึงต้องใช้เงินตราของโลกนี้ ยี่สิบตำลึงเงิน!
ในตอนนี้ เขาอยากจะกด "ใช่" ใจจะขาด...
สำหรับเขา นี่เป็เงินจำนวนน้อย แต่เหตุผลบอกเขาว่า ตอนนี้ยังไม่ได้ เพราะเขาไม่รู้ว่ากระบวนการเร่งความเร็วเป็อย่างไร และร่างกายของเขาจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรในระหว่างกระบวนการเร่งความเร็ว!
ขณะนี้ในลานประลองยุทธ์มีศิษย์หลายร้อยคนกำลังนั่งสงบนิ่งฝึกปราณ เพื่อความปลอดภัย ฉู่ซิวตัดสินใจว่ารอให้เลิกเรียนกลับบ้านก่อนค่อยลอง!
รอมาสองปีแล้ว จะรออีกนิดหน่อยไม่ได้เชียวหรือ?
แต่ว่า...
แม้เหตุผลจะเป็เช่นนั้น แต่ฉู่ซิวก็รออย่างทรมานจริง ๆ ใจของเขาจดจ่ออยู่กับระบบและเื่การเร่งความเร็วทั้งหมด ในหัวคิดแต่เื่การเปลี่ยนโชคชะตา จนไม่สามารถสงบใจเพื่อจัดระเบียบเืและลมปราณได้เลย
"แฉ่ ๆ "
เสียงฆ้องเล็ก ๆ ดังขึ้นช้า ๆ แล้วค่อย ๆ ดังขึ้น ฉู่ซิวถอนหายใจยาว ในที่สุดก็เลิกเรียนเสียที เขาเต็มไปด้วยความคาดหวัง ใจลอยกลับบ้านไปแล้ว!
"ศิษย์ทั้งหลาย ก่อนเลิกเรียน ขอให้ข้าเฉียนได้พูดจาจุกจิกอีกสักสองสามประโยค"
อาจารย์ผู้สอนของสำนักยุทธ์ ซึ่งเปลี่ยนจากการแต่งกายชุดรัดกุมตามปกติ มาเป็ชุดยาวสีเขียว ยืนเด่นอยู่บนแท่นบรรยายของลานประลองยุทธ์ ดูมีสง่าราศีราวกับปรมาจารย์
ฉู่ซิวทำหน้ามุ่ยด้วยความหดหู่จะเลิกเรียนอยู่แล้ว อาจารย์ยังจะมา "ขอพูดอีกสองสามประโยค" ที่น่ารำคาญอีก!
"พรุ่งนี้คือการสอบระดับอำเภอ!"
"พวกเ้าบางคนเพิ่งสอบครั้งแรก บางคนก็เป็ 'ขุนศึกเก่า' ที่เคยผ่านสนามสอบมาแล้ว..."
"แต่ประสบการณ์ไม่ได้ส่งผลต่อการสอบระดับอำเภอ การสอบระดับอำเภอ ยอมรับเพียงสิ่งเดียว เืและลมปราณจักรพรรดิมนุษย์!"
"หากครบหนึ่งตำลึง ก็จะสามารถผ่านการสอบระดับอำเภอได้!"
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ฉู่ซิวก็นิ่งเงียบ เืและลมปราณจักรพรรดิมนุษย์ คือพื้นฐานสำคัญของผู้ฝึกยุทธ์ เป็สัญลักษณ์ของวิถียุทธ์!
การที่ร่างกายสร้างเืจักรพรรดิมนุษย์ขึ้นมาได้ หมายถึงการก้าวเข้าสู่วิถียุทธ์ เืและลมปราณจักรพรรดิมนุษย์คำนวณเป็จินและตำลึงยิ่งหนัก ระดับก็ยิ่งสูง เืและลมปราณจักรพรรดิมนุษย์หนึ่งถึงสองตำลึง คือมาตรฐานในการผ่านการสอบระดับอำเภอ แต่เืและลมปราณจักรพรรดิมนุษย์ในร่างกายของฉู่ซิวจากการทดสอบวันนี้ มีเพียงสามเฉียนสาม
ห่างไกลกันลิบลับ!
"ความสามารถของพวกเ้า ข้าและพวกเ้าย่อมรู้ดี..."
"แต่ถึงอย่างนั้น ข้าเฉียนก็ยังหวังว่าศิษย์ทุกคนจะสามารถผ่านการสอบระดับอำเภอด้วยเืและลมปราณครบหนึ่งตำลึงในวันพรุ่งนี้ และได้เป็ถงเซิง!"
"หวังว่า เราจะไม่ต้องมาพบกันที่นี่อีก!"
"เลิกเรียน!"
หลังจากคำนับลาอาจารย์ ศิษย์ทั้งหลายก็แยกย้ายกันไป ฉู่ซิวเองก็รีบวิ่งตรงไปยังประตูของสำนักยุทธ์อย่างเร่งรีบ เตรียมตัวกลับบ้านไป
"เร่งความเร็ว" ให้เร็วที่สุด!
"รีบร้อนขนาดนี้ จะรีบไปเกิดใหม่หรืออย่างไร?"
ที่หน้าประตูสำนักยุทธ์มีคนกลุ่มหนึ่งขวางทางฉู่ซิวไว้ หัวโจกคนหนึ่งมีท่าทางโอหัง สายตาที่มองมายังฉู่ซิวเต็มไปด้วยความดูแคลน
ฉู่เฉิงเยี่ย!
คนผู้นี้คือลูกพี่ลูกน้องของฉู่ซิว ตอนที่ฉู่ซิวทะลุมิติมายังโลกนี้ เป็่ที่เ้าของร่างเดิมเพิ่งเสียบิดาและอยู่ในความโศกเศร้าอย่างยิ่ง...
บิดาของร่างเดิมเป็ผู้นำของตระกูลฉู่ซึ่งเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ ในฐานะบุตรชายสายตรงของผู้นำตระกูล ตำแหน่งผู้นำตระกูลจึงตกมาอยู่ที่ฉู่ซิวโดยธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ตระกูลฉู่มีกฎตระกูลว่า ผู้ที่ไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ห้ามปกครองตระกูล!
และเนื่องจากฉู่ซิวอายุยังไม่ครบสิบแปดปี ตามกฎตระกูลต้องรอจนอายุครบสิบแปดปีเพื่อเข้ารับการสอบถงซื่อ และเป็ผู้ฝึกยุทธ์ระดับถงเซิงเสียก่อน จึงจะสามารถบริหารตระกูลได้
ใน่ที่ยังไม่มีชื่อเสียงทางราชการ ให้อาของเขาเป็ผู้รักษาการผู้นำตระกูลแทน
ใน่แรก อาของฉู่ซิวทำงานอย่างขยันขันแข็งและปฏิบัติต่อฉู่ซิวด้วยความสุภาพ แต่เมื่อทราบว่าพร์ในวิถียุทธ์ของฉู่ซิวนั้นธรรมดา อีกฝ่ายก็ไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาอีกต่อไป
ในวันปกติ ก็วางท่าทางราวกับเป็ผู้นำตระกูลตัวจริง ไม่เพียงเพราะมั่นใจว่าฉู่ซิวไม่มีทางได้ชื่อเสียงจากการสอบ แต่ยังเป็เพราะบุตรชายของเขามีพร์ในวิถียุทธ์ที่ยอดเยี่ยม จึงมีคุณสมบัติที่จะสืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูล
ฉู่เฉิงเยี่ยที่อยู่ตรงหน้านี้ ก็คือบุตรชายของอาของฉู่ซิว!
แม้แต่ชื่อเฉิงเยี่ยนี้ ก็ถูกเปลี่ยนหลังจากที่อาของเขาเผยเขี้ยวเล็บออกมา!
ฉู่ซิวจ้องมองฉู่เฉิงเยี่ยด้วยสายตาเ็าโดยไม่พูดอะไร
อีกฝ่ายอายุเท่ากับเขา และต้องเข้ารับการสอบระดับอำเภอในวันพรุ่งนี้เช่นกัน อีกทั้งเืและลมปราณจักรพรรดิมนุษย์ก็ครบหนึ่งตำลึงมานานแล้ว การผ่านการสอบระดับอำเภอจึงเป็เื่ที่แน่นอน!
ความจริงฉู่ซิวอยากจะบอกเขาว่าไสหัวไปสักคำ...
เพราะในตอนนี้ เขายังคงเป็ผู้นำตระกูลของตระกูลฉู่ตามนิตินัย แต่เขายังไม่แน่ใจว่าระบบของเขามีผลลัพธ์อย่างไรกันแน่ หากโชว์เหนือไปแล้วระบบดันใช้การไม่ได้...
เมื่อถึงวันพรุ่งนี้ที่ตำแหน่งผู้นำตระกูลเปลี่ยนมือ เขาคงต้องลำบากแน่นอน ดังนั้น เขาจึงเลือกที่จะประเมินสถานการณ์และนิ่งสงบดุจขุนเขา
"ดูสิ ผู้นำตระกูลของเรา ช่างรู้จักกาลเทศะเสียจริงนะ?!"
ฉู่เฉิงเยี่ยชี้ไปที่ฉู่ซิวแล้วหัวเราะร่ากับคนข้างหลัง พอหัวเราะเสร็จ ก็แสร้งทำเป็เสียดายพลางส่ายหน้าถอนหายใจ "เฮ้อ..."
"น่าเสียดาย ผู้นำตระกูลที่รู้ความขนาดนี้ พรุ่งนี้จะต้องสละตำแหน่งแล้ว!"
"เอ๊ะ?" คนที่อยู่ข้างหลังฉู่เฉิงเยี่ยแสร้งทำเป็ประหลาดใจ "เพราะอะไรกันหรือ?"
อีกคนก้าวขึ้นมาสองก้าว แสร้งทำเป็ไขข้อข้องใจให้ "นั่นก็เพราะว่าตระกูลฉู่กำลังจะได้ผู้นำตระกูลที่เก่งกาจและสง่างามอย่างพี่เฉิงเยี่ยมานำทางยังไงเล่า!"
ทุกคนทำท่าเข้าใจและพยักหน้าพร้อมกัน "อ้อ... ที่แท้ก็เป็เช่นนี้เอง!"
"ฮ่า ๆ ๆ !" ฉู่เฉิงเยี่ยหัวเราะลั่น "วันนี้อารมณ์ดี พวกเราไปที่หอจุ้ยชุนกันเถิด ข้าเลี้ยงเอง!"
"พี่เฉิงเยี่ยใจกว้างจริง ๆ !"
"พี่เฉิงเยี่ยใจกว้างที่สุด!"
"จะเรียกพี่เฉิงเยี่ยทำไม ต้องเรียกว่าท่านผู้นำตระกูลฉู่..."
ฉู่ซิวมองดูคนกลุ่มนั้นพูดคุยหัวเราะจากไปพร้อมกับเส้นสีดำพาดเต็มใบหน้า แสดงละครฉากนี้ เพียงเพื่อจะทำให้เขาหงุดหงิดเท่านั้นหรือ?
พวกเด็กน้อย!
เขาไม่ได้เก็บเื่นี้มาใส่ใจแม้แต่น้อย และรีบมุ่งหน้ากลับบ้านทันที เขา้าพิสูจน์ให้เห็นว่า ระบบที่มาช้านี้ จะทำให้เขากลับมาผงาดได้อย่างสง่างามหรือไม่!
ไม่นานฉู่ซิวก็กลับมาถึงเรือนหลังเล็กของตนเอง เขาสั่งให้ผู้ติดตามและสาวใช้ที่เตรียมมาคอยรับใช้ออกไป แล้วปิดประตูลงกลอน ทุกอย่างเตรียมพร้อมเรียบร้อย
"ระบบ เร่งความเร็ว!"
[1] สอบถงซื่อ คือ "การสอบคัดเลือกขั้นต้นสำหรับผู้เริ่มต้นฝึกยุทธ์" เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากราชสำนักและเปลี่ยนสถานะจากสามัญชนขึ้นเป็ "ถงเซิง" หรือนักเรียนหลวงสายยุทธ์