ดวงนารีปกป้อง ขอเป็นผู้กล้าสักครั้ง

    ผจญออร์ค ร้ายในหมู่บ้าน

    ผมออกมาเปลี่ยนบรรยากาศข้างนอก ซึ่งตอนนี้ใกล้เวลามืดค่ำแล้ว ผมเดินมาจนถึงร้านเหล้าแห่งหนึ่งในตัวหมู่บ้าน และกะว่าจะเข้าไปจิบเหล้าจนหนำใจ ทว่า.....


    " เจ๊ มาเจนเต้มาทำอะไรที่นี่!!! " ใช่แล้วครับผมมาเจอ โจทย์เก่าอย่างเจ๊มาเจนเต้ ในบาร์เหล้า แบบตะวันตก สไตล์ คาวบอย ในหมู่บ้านแห่งนี้ ดูเหมือนเธอจะมาเปิดสาขาใหม่ที่นี่
    " ว่าไงหนุ่มน้อย คืนนี้สักอึกไหม " เจ๊มาเจนเต้ นำเหล้าบรั่นดี อย่างดี รสชาตินุ่มลิ้น ออกมาให้ผมลิ้มลอง ไอ้กระผมก็กลัวว่าเมาแล้ว เจ๊แกจะเอาผมไปขึ้นเตียง จึงรีบปฏิเสธ และพยายามหนีสาวสวยอย่างเธอ แบบเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าชายหนุ่มในร้านนี้จะชอบเธอเอามากๆ แต่ไม่ตรงสเปคเจ๊ แกเลย
    " อย่าเพิ่งหนีสิจ๊ะ ลองเข้ามากินเหล้าในร้านนี้ก่อนรับรองว่าต้องติดใจ เจ๊ไม่คิดเงินหรอกนะ " เจ๊ มาเจนเต้กล่าว ก่อนที่จะคว้ามือผมดึงเข้าไปในร้าน
    ผมโดนดึงเข้ามาในร้าน โดยเจ็ มาเจนเต้ ข้างในประดับประดาไปด้วย หัวสัตว์สตาฟ และมีสาวเสิร์ฟ ที่คอยรับออเดอร์อยู่ ทำให้ผมจินตนาการไปว่า พวกเธอคงอยู่กับแฟนหนุ่มในยามค่ำคืน แล้วแฟนหนุ่มเหล่านั้นจะแกล้งพวกเธอบ้างไหมนะ
    ผมเริ่มดื่มเหล้า ตั้งแต่หกโมงเย็น ยันไปถึง ทุ่มนึง แล้วหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง แอบนึกถึงเรื่องที่แกล้ง ทีน่าไว้ ตอนก่อนหน้านี้ไม่นาน เพราะนึกสนุกแล้ว ทำให้ผมอดขำไม่ได้ ว่าแล้วก็ดื่มเหล้าย้อมใจไป
    ในระหว่างนั้นเองที่ วณิพกหนุ่มในร้าน ก็เริ่มเล่านิทานประกอบบรรยากาศการดื่มเหล้า มันเป็นเรื่องของ ชายที่ต้องการเป็นวีรบุรุษ เขามีนามว่า อูซาร์ส
     เรื่องมีอยู่ว่า อูซาร์ส เกิดมาเป็นชาวอาดาร์ส ตั้งแต่เด็กเขาหมั่นฝึกยุทธทุกวัน จนกระทั่งเมื่อเขาโตจนอายุได้ ยี่สิบปี เขาก็ขอแฟนแต่งงาน แต่แฟนของเขากล่าวว่า " ข้าต้องการสามี เป็นวีรบุรุษ " ทำให้อูซาร์ส อดแต่งงาน เขาเลยต้องไปรับราชการทหาร โดยขอคำมั่นจากแฟนของเขาว่า จะรอเขาตลอดไป จนกว่าเขาจะได้เป็นวีรบุรุษ
    ซึ่งเธอก็รับปากจะรอเขาตลอดไป จนกว่าเขาจะได้เป็น วีรบุรุษ แล้วกลับมาแต่งงานกับเธอ
    ในระหว่างที่เขาจะออกเดินทาง ได้มีนักทำนาย คนหนึ่ง นามว่า พีเกล มาทำนายดวงชะตาให้กับเขาว่า
    " ถ้าท่านรับราชการทหาร ท่านจะได้เป็นใหญ่ในวันข้างหน้าและได้เป็น วีรบุรุษสมใจหมาย โดยต้องแลกกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่า" ซึ่งอูซาร์สก็ได้มอบเงินให้กับนักทำนายผู้นี้เป็นเงิน 30 เหรียญทอง
    ทว่าผ่านมาสองปีเศษแล้วเขาก็ยังเป็นทหารต๋อกต๋อยเหมือนเดิม เป็นทหารม้า มือธนูถึงแม้ว่าเขาหมั่นฝึกยุทธทุกวันด้วยความมุ่งมั่นว่าสักวันจะกลับไปแต่งเมีย ที่รอเขาอยู่ซึ่งแฟนของเขาได้ให้คำมั่นว่าจะรอตลอดไป
    เขาเฝ้ารอการเลื่อนยศของเขาอย่างใจจดใจจ่อ แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ เขาก็ไม่ได้รับข่าวคราวการเลื่อนยศของเขามาเลย ซึ่งทำให้เขาน้อยใจอย่างมาก อีกทั้งยังไม่ได้รับจดหมายจาก แฟนของเขาอีก
    แต่แล้วเหมือนสวรรค์กลั่นแกล้ง เมื่อวันหนึ่งกองทัพอาดาร์สถูก กองทัพราโดล้อม ทหารเมืองอาร์ดาร์สถูกฆ่าตายจนเหลือแค่สามสิบกว่าคน แม่ทัพกลับสั่งให้ทุกคนฆ่าตัวตาย เพื่อไม่ให้ถูกจับเป็นเชลย ซึ่งเป็นความอัปยศ อดสู ว่าแล้วแม่ทัพก็ชิงเชือดคอตัวเองตาย เป็นคนแรก
    ทว่า......
    อูซาร์สกลับไม่ยอมฆ่าตัวตายตามแม่ทัพ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับเหล่าเพื่อนๆของเขาทำให้เหล่าเพื่อนพ้องของอูซาร์สพยายามจะฆ่าเขา
    " ข้ามาที่นี่เพื่อเป็นวีรบุรุษ ไม่ได้มาตาย " อูซาร์สกล่าว อย่างองอาจ
    เพื่อนพ้องของเขาสามสิบกว่าคน เข้ามาหมายจะฆ่าเขา ทั้ง ดาบ หอก กระบี่ ธนู เขาร่ายรำกระบี่ฆ่า เพื่อนพ้องสามสิบกว่าคนของเขา จนในที่สุดก็เหลือเขาเป็นคนสุดท้าย
    ทำให้ข่านแห่งราโด ชื่นชมเขามาก ที่เห็นเขาแสดงฝีมือกระบี่อันเฉียบขาด เขาเอากระบี่ที่เปื้อนเลือดชี้หน้าท้าข่านแห่งราโดให้ลงม้ามาสู้กันให้รู้ดำรู้แดง ตัวต่อตัว
    ข่านแห่งราโดตบมือให้เขา และลงจากหลังม้าแล้วพูดว่า
    " น้องชายเจ้าไม่อยากกลับบ้านแล้วเหรอ " 
    " ข้ายังกลับบ้านได้อีกเหรอ "
    " ได้สิ แค่มารับใช้ข้าเป็นเวลาสิบปีข้าจะปล่อยเจ้ากลับไป "
    อูซาร์ส ดีใจมาก เขาจึงก้มลงคำนับ ข่านแห่งราโด และหลังจากนั้นเขาก็รับใช้ข่านแห่งราโดมาเป็นเวลาสิบปี ตามคำสัญญาที่ข่านแห่งราโด ได้ให้ไว้กับเขา
    บัดนี้ เขากลายเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งราโด ที่มีผลงานมาก มีทหารในมือถึงสองแสนคน วันหนึ่งข่านแห่งราโดก็ได้เอ่ย ปากยกองค์หญิงราเธียให้ ( เป็นน้องสาวของข่าน )
    " จงแต่งงานกับองค์หญิงราเธีย และเป็นว่าที่ข่านแห่งราโดคนต่อไป "
    องค์หญิง ราเธีย นางมีพระสิริโฉมที่งดงามกว่า แฟน ของอูซาร์สเสียอีก แถมยังอายุแค่ยี่สิบต้นๆเท่านั้นเอง
    ซึ่งอูซาร์ส รักองค์หญิง ราเธีย แบบน้องสาว และเรียกราเธียว่า เหมยเม่ย จึงไม่คิดจะแต่งงานด้วย
    ทว่า อูซาร์สอยากกลับบ้าน เพื่อไปแต่งงานกับแฟน ของเขาเขารับใช้ ข่านแห่งราโดมาเป็นเวลาสิบปีแล้ว ดังนั้นเขาจึงขอให้ข่านรักษาสัญญา
    ข่านแห่งราโด จึงอนุญาติให้เขากลับบ้าน แต่แอบปล่อยข่าวให้ทหารอาดาร์สได้รู้ว่า ที่แล้วๆมา ทหารราโดเอาชนะทหารอาดาร์สได้เพราะผลงานของ อูซาร์ส เพื่อให้ทหารอาดาร์ส สังหารพ่อแม่ของอูซาร์สซะ เขาจะได้กลับไปไม่ได้  เนื่องจากนึกแค้นใจที่ชาวอาดาร์สสังหารพ่อแม่ของเขา จะได้เป็นศัตรูกัน
    และแล้วความปรารถนาของข่านแห่งราโดก็เป็นจริง เมื่อ ประชาชนชาวอาดาร์สรุมประชาทัณฑ์ พ่อแม่ของ อูซาร์สจนถึงแก่ความตาย
    เมื่อ อูซาร์สได้ข่าวเขารีบกลับบ้านไป โดยการปลอมตัวเป็นพ่อค้าและพบว่าบ้านได้กลายเป็นซากปรักหักพังไปแล้ว โดยโดนประชาชนชาวอาดาร์สมาทุบเผา ทำลาย จนไม่เหลือซาก
    พ่อแม่ก็ตายจากไปแล้ว เขาเสียใจอย่างมาก แต่ก็ยังกัดฟันทน ไปหาแฟนสุดที่รักของเขา ที่ว่าจะรอเขาตลอดไป
    ปรากฏว่า แฟนของเขาแต่งงานไปแล้ว และตอนนี้เป็นแม่ลูกสอง ซึ่งเธอกำลังอุ้มท้องลูกคนที่สองอยู่
    'เธอ โกหก ' อูซาร์ส เสียใจอย่างมาก ไหนเธอบอกว่าจะรอตลอดไปไง 
    เขาร้องไห้ คร่ำครวญที่หน้าหลุมศพพ่อแม่ เขาน่าจะตายตั้งแต่สิบปีที่แล้ว ด้วยความเสียใจ เขาจึงชักกระบี่ ฆ่าตัวตาย ตัดอนาคตที่จะเป็นว่าที่ข่านแห่งราโด เขาไม่อาจทำใจแต่งงานกับ องค์หญิงราเธีย เพราะไม่มีหน้าจะกลับไป
    สุดท้ายทางราโด จึงขอศพของเขากลับมาที่ราโด แลกกับสนธิสัญญาสันติภาพกับอาดาร์ส ข่านแห่งราโดได้พูดกับ อูซาร์สเป็นครั้งสุดท้ายว่า
    " เจ้าไม่ใช่ชาวอาดาร์ส แต่เจ้าเป็นชาวราโดต่างหาก "
    ถ้าหากชะตาฟ้าไม่กลั่นแกล้งอูซาร์ส แล้วใครเล่าจะขืนลิขิตสวรรค์ได้ จบ....
    วณิพกหนุ่มเล่าจบ ในขณะที่เจ๊ มาเจนเต้ เอาเหล้ามาเสิร์ฟให้ผมอีกถัง ก็ได้มีผู้ชายชาวบ้าน หุ่นล่ำบึกคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในร้าน
    " แย่แล้ว ออร์คบุก "
    ผมรีบลุกขึ้นมา แล้วดื่มเหล้าเข้าไปอีก อึก นึง เพื่อเพิ่มดีกรีความกล้าหาญ เมื่อเมาได้ที่แล้วก็พร้อมทำศึก
    " จะไปแล้วเหรอ หนุ่มน้อย " เจ๊มาเจนเต้ พูดด้วยความเป็นห่วง ว่าที่สามีของเธออย่างผม
    ผมดีดเหรียญเงินให้เธอ 1เหรียญเป็นค่าเหล้า ก่อนจะเดินออกจากร้านไปด้วยความมั่นใจ
    ผมวิ่งตามเหล่าชาวบ้านไป จนถึงที่เกิดเหตุ พวกออร์ค กำลังข่มขืนผู้หญิงและฉุดคร่าหญิงสาวแถวนั้นอยู่ เหล่าชายฉกรรจ์ที่เห็นดังนั้น ก็ได้เข้าตะลุมบอนกับ พวกออร์ค เพื่อช่วยหญิงสาว แต่พวกชาวบ้านฝีมือไม่ถึง แค่ชั่วอึดใจก็ ถูกพวกออร์ค ฆ่าตายกลายเป็นศพ แม่ง เป็นตัวประกอบชัดๆ ไม่ได้ช่วยอะไรผมเลย
    และแล้ว ออร์ค สวมเกราะตัวหนึ่งก็ หันมาทางผม มันคว้าดาบและเริ่มจู่โจมผมทันทีโดยไม่ให้ตั้งตัว ด้วยความแมนของผม ผมรีบนึกถึงเวทย์มนต์ที่ อาจารย์ ซีบรา สอนในทันที มันเป็นเวทย์ไฟ ที่ต้องร่ายยาวทีเดียว แต่ก่อนที่ดาบจะถึงตัวผม ผมก็ได้ร่ายเวทย์ลูกบอลไฟออกมาได้
    " ไฟเยอร์บอล "จู่ๆ ก็ปรากฏ ลูกไฟขนาด 10เซนติเมตรลูกหนึ่งพุ่งใส่ออร์ค โชคร้ายตัวนั้น เสียงดังตูม จนร่างท่อนบนของออร์คตัวนั้น ขาดออกจากกัน และล้มลงไปตาย กลิ่นหอมของเนื้อย่างเข้าแตะจมูกผม นี่ละหนา อร่อยจริง เรื่อง ปิ้ง ย่าง
    เสียงที่ออร์ค ตัวนั้นตาย ดังมาก จนพวกออร์คตัวอื่นๆได้ยิน พวกมันรีบหยุดภารกิจที่ทำอย่างเมามันส์กับผู้หญิงในทันที และหันมาเล่นงานผม
    ผมตกใจเป็นอย่างมาก ถ้ามัวแต่ปล่อยลูกไฟได้ทีละลูกแบบนี้คงต้องตายแน่ๆ ดังนั้น ผมจึงรวบรวมจิตให้สงบ แล้วดึงพลังปราณจากในกายออกมา หลังจากท่องคาถาเสร็จ ก็ปรากฏ ลูกไฟนับสิบลูก พุ่งเข้าใส่ กลุ่มออร์ค ทั้งกลุ่ม เสียงมันดังมากจนผมต้องอุดหูเลยทีเดียว
    เมื่อผมลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ทุกอย่างก็เงียบสงบแล้ว เหล่าสาวๆที่ล้มเปลือยกายอยู่ ต่างตบมือในชัยชนะของผมที่มีเหนือพวกออร์ค แต่พวกเราดีใจได้ไม่นาน
    ตุบ ตุบ ตุบ
    เสียงการปรากฏตัวของ โอเกอร์ดำ ได้ดึงความสนใจของผมไป มันเป็นโอเกอร์ที่ตัวใหญ่มาก ขนาด 3เมตรเห็นจะได้ ดูเหมือนมันจะเป็นหัวหน้าของพวกออร์ค
    " หนี หนีเถอะ " ชายฉกรรจ์ชาวบ้านคนหนึ่งร้องตะโกน พร้อมวิ่งหนีไป เยี่ยวราดไป ช่างน่าอัปยศจริงๆ
    ผมเองก็อยากหนีเหมือนกันแต่ขาไม่ขยับ ในขณะที่ผมกำลังจะจนแต้มก็ได้ยินเสียงอันคุ้นเคย
    " ริวจิ พวกเรามาช่วยแล้ว " เสียงของเอลซ่าดังกังวาน เธอมาพร้อมกับ นาจิมิ กับฟีน่า แต่เมื่อเห็นโอเกอร์ดำ พวกเธอก็ขาสั่นไม่หยุด
    ส่วน นาจิมิ หันซ้ายแลขวา ไม่เห็น ทีน่า มา เธอก็โกรธและกล่าวว่า
    " แล้ว ทีน่าหายไปไหน " นาจิมิอดโมโห ทีน่าไม่ได้ ที่ยังนอนอุดตุอยู่ ไม่ได้มาช่วยต่อสู้ โดยเธอยังไม่รุ้เรื่องที่ผมแกล้งทีน่าไปเมื่อตอนเย็น ไม่งั้นผมคงโดนพวกเธอลงโทษแน่ๆ
    เอลซ่า รีบดึงมือ ของ ฟีน่า กับ นาจิมิ ไว้ด้วยความเป็นห่วง และตะโกนบอกผมให้หนีไปตามอัศวินมาช่วย
    ผมนึกถึงไอ้หน้าหล่อที่ชื่อ ว่า โจน ฮาคอน แล้วอดโมโหไม่ได้ หวังพึ่งกลุ่มอัศวินรึ ฝันไปเถอะ ย้ากกกกกกกกกกกกกกกกก
    ผมรวบรวมความกล้าทั้งหมด เค้นออกมาเป็นพลังปราณเวทย์ และหันหน้าเข้าต่อสู้กับโอเกอร์ดำ ที่กำลังวิ่งเข้ามาหาผมอย่างดุร้าย
    "โอม ข้าแห่งเทพแห่งไฟ ผุ้สถิตย์อยู่เหนือท้องนภา โปรดมอบเปลวเพลิงที่จะแผดเผาสัตว์ร้ายนี้ให้มอดไหม้ไป ด้วยเถอะ เวทย์ไฟ ขั้น 10 เมเทโอสโตรม"
    ผมวัดดวงกับโอเกอร์ดำ มันเป็นไพ่ตายเพียงใบเดียวของผม ไฟขนาดใหญ่ พุ่งกระแทกตัวโอเกอร์ดำ อย่างบ้าคลั่งและ ดุร้าย แต่มันยังคงวิ่งมาหาผมไม่หยุด และกำลังจะฟาดดาบใส่ผม ห่างจากหน้าผมเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ก่อนที่มันจะชะงักไป และล้มลงต่อหน้าผม ผมแทบเยี่ยวราดออกมา แต่ความสำเร็จ คือ ความสำเร็จ
    ผมมองดูผลงานของผมที่ล้มลงห่างจากผมเพียงไม่กี่มิลลิเมตร แล้วยิ้มออกมา พวกเอลซ่ารีบวิ่งเข้ามากอด แสดงความดีใจกับผม ทั้งกลิ่นหอมและเนื้อตัวของสาวสวย โดยเฉพาะหน้าอกของเอลซ่าที่กระแทกถูกแขนผม ทำให้ผมแทบอ้วกออกมา
    "ไม่นะ ผมไม่เอาผู้หญิงงงงงงงงงงงงง" ผมวิ่งหนีพวกเธอไปรอบหมู่บ้าน ด้วยความกลัว และภาวนาอย่าให้พวกเธอจับผมได้