เวลาย่ำรุ่งที่ชั้นล่างด้านในสุดของคฤหาสน์ตระกูล คันธทรัพย์ ร่างกายของเด็กชายอายุเพียง 9 ขวบที่บอบช้ำจากการทุบตีถูกโยนทิ้งไว้ในห้องเก็บของที่เต็มไปด้วยหยากไย่และรังของแมงมุม ร่างเล็กนั้นสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว มือช้ำทั้งสองข้างยกขึ้นพนมเหนือหัวทั้งตนเองต่อผู้ใหญ่ตรงหน้าอย่างจำนน
“…ม..แม่รอง ฮึก แม่รองชาขอโทษ ชากลัวแล้ว"
ริมฝีปากเปื้อนลิปสติกสีอ่อนเหยียดยิ้มราวกับเด็กชายตรงหน้านั้นตลกนัก ทั้งมือเรียวสวยยังเอื้อมไปหยิบผ้าเช็ดมือจากสาวใช้คนสนิทมาเช็ดทั้งมือทั้งแขนและชุดของตนราวกับรังเกียจนักที่ได้ัักับเด็กชายแสนสกปรกตรงหน้า ทั้งด้านข้างยังมีลูกชายของตนที่อายุเพียง 7 ขวบกำเสื้อของมารดาไว้แน่น
“หากคราวหน้าแกกล้าแย่งของจากมือลูกชายฉันอีก มันจะไม่จบแค่นี้แน่”
ทันทีที่กล่าวจบ ร่างเพรียวของหญิงสาวก็จูงมือลูกชายตัวเล็กของตนให้เดินกลับไปพร้อมกับตนเอง ทั้งยังสั่งให้สาวใช้คนนั้นปิดประตูห้องเก็บของขังร่างของลูกชายสามีไว้ในนั้นจนกว่าจะมีคนมาเปิดใช้ห้องเก็บของแห่งนี้เอง มือเล็กทุบประตูด้วยความหวาดกลัว ทั้งยังร้องขอความช่วยเหลือไม่ขาดปากจนเสียงแทบหายไปจนสิ้น ในห้องเก็บของนี้น่ากลัวเหลือเกิน ทั้งมืด ทั้งอับ ทั้งยังมีรังแมงมุมที่น่ากลัว สำหรับเด็กอายุเพียง 9 ขวบ สถานการณ์นี้มันเลวร้ายเกินไป
สองวันถัดมาร่างของเด็กชายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีหลังจากมีคนพบร่างซูบโทรมในห้องเก็บของแสนสกปรกแห่งนั้น ร่างของเด็กชายนอนแน่นิ่งราวกับไร้จิติญญาถูกส่งถึงมือหมอได้ทันเวลา หากช้ากว่านี้อีกวันอาจสายเกินไปก็เป็ได้..
กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนจมูกปลุกให้ชาหอมลืมตาตื่นขึ้น ดวงตากลมโตหรี่ตาเพื่อปรับสภาพก่อนจะค่อยๆ กวาดสายตามองรอบๆ ห้องขาวสะอาดแห่งนี้ แต่กลับไม่พบใครแม้แต่คนเดียว ริมฝีปากแห้งผากเม้มเข้าหากันแน่น ดวงตาเริ่มขึ้นสีแดงก่อนที่น้ำตาจะไหลในเวลาต่อมา เด็กน้อยร้องไห้เงียบ ๆ บนเตียงใหญ่คนเดียว ยังไม่ตายสินะ นึกว่าจะตายแล้วเสียอีก มือเล็กๆ ถูกยกขึ้นมาเช็ดน้ำตาของตนให้หายไปด้วยความเคยชินเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของใครสักคนที่เดินใกล้เข้ามา ถ้าเป็แม่รองเข้ามาเห็นก็กลัวจะโดนลงโทษให้เข้าไปอยู่ในห้องน่ากลัวนั่นอีก ไม่เอาแล้ว เด็กน้อยก้มหน้าจนคางแทบชิดกับอกเพราะได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงเดินเข้ามาใกล้มากขึ้นจนกระทั่งหยุดที่ปลายเตียง
“ทำไมถึงชอบก่อเื่นักชาหอม ฉันไม่อยู่แค่สัปดาห์เดียวก็ต้องมีเื่ให้ได้ใช่ไหม"
เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นที่ข้างเตียงทำให้ชาหอมเงยหน้าขึ้นมองเ้าของเสียงด้วยแววตาเว้าวอน
“คุณพ่อ.."
เสียงแหบแห้งจนแทบจะไม่ได้ยินเอ่ยเรียกบิดาของตนด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน แต่ผู้เป็บิดากลับยกนาฬิกาขึ้นมาดูก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“อย่าได้สร้างปัญหาอีก ฉันเหนื่อยที่จะต้องมานั่งฟังเื่แย่ๆ ของเธอเต็มทีแล้ว"
กล่าวจบ ชาญชาตรี ก็เดินออกจากห้องของลูกชายคนโตทันทีพร้อมกับภรรยาของตน ทิ้งให้ชาหอมมองแผ่นหลังกว้างของผู้เป็พ่อด้วยความเศร้าเสียใจ
คุณพ่อยังไม่ฟังชาพูดเลยสักคำ คุณแม่อยู่ไหน ชาคิดถึงคุณแม่ ทำไมคุณแม่ทิ้งชาไปแบบนี้...
#ซ่อนกลิ่นรัญจวน