ฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 35 มีดเชือดหมูที่คมกริบที่สุด

            ขนมแป้งทอดสอดใส้และแป้งกรอบม้วนของหวาชิงเสวี่ยประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่

            ด้วยชื่อเสียงของข้าวโพดคั่วทำให้บรรดาลูกค้าประจำต่างให้ความสนใจขนมชนิดใหม่สดจากเตาของนางมาก ถึงแม้ราคาจะแพงกว่าข้าวโพดคั่วเล็กน้อยแต่ในช่วงเทศกาล ผู้คนก็ไม่ได้ใส่ใจกับเงินทองเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ พอตั้งแผงขายก็หมดเกลี้ยงทันที

            พ่อค้าแม่ค้าแผงลอยข้างเคียงต่างแนะนำหวาชิงเสวี่ยว่าในเมื่อขายดีเช่นนี้ พรุ่งนี้ก็น่าจะทำมาขายเพิ่มอีก

            หวาชิงเสวี่ยเพียงแค่ยิ้มน้อยๆแต่ไม่ได้คิดจะทำเพิ่ม

            ปริมาณในตอนนี้ นางได้คำนวณมาแล้วอยู่ในขอบเขตที่นางรับมือได้

            ถึงแม้ว่านางจะต้องการเงินแต่ก็ไม่อยากให้ตนเองเหนื่อยเกินไป ตอนนี้ต้องตื่นแต่เช้าตรู่ทำขนมทุกวันก็เหนื่อยมากพอแล้วหากเพิ่มปริมาณอีก คงจะหนักเกินไปจริงๆ

            หากร่างกายทรุดโทรมลงไปกลับจะได้ไม่คุ้มเสีย

            ใกล้เวลาเก็บร้าน เหออู่ก็มาชายร่างสูงใหญ่ยืนอยู่หน้าแผงขายน้ำชาอย่างประหม่า พูดอย่างซื่อๆ ว่า “แม่ข้าบอกว่ากลัวตระกูลหลี่จะมาหาเรื่องเจ้าจึงให้ข้ามาช่วยรับมือ”

            หวาชิงเสวี่ยเข้าใจในทันทีจึงพยักหน้า“อ้อ...ขอบคุณพี่เหอนะเจ้าคะ”

            เมื่อได้ยินนางเรียกเขาว่าพี่เหออีกครั้งใบหน้าของเหออู่ก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง

            เขาหยิบเก้าอี้และโต๊ะขึ้นมาช่วยหวาชิงเสวี่ยเก็บข้าวของต่างๆ ขึ้นไปวางบนรถเข็น ไม่ทันที่หวาชิงเสวี่ยจะพูดอะไรเขาก็ลากรถเข็นออกไปแล้ว

            เสียงหัวเราะหยอกล้อดังมาจากแผงขายของข้างเคียงเหออู่จึงรีบเร่งฝีเท้าขึ้น รถเข็นสั่นไหวอย่างรุนแรง ถังไม้และเก้าอี้ไม้ที่อยู่บนรถก็โยกไปมาหวาชิงเสวี่ยไม่กล้าพูดอะไร รีบตามไปประคองของที่อยู่บนรถเข็นเอาไว้อย่างเงียบๆ

            ทั้งสองเดินกลับบ้านคนหนึ่งนำหน้าคนหนึ่งเดินตามหลังเช่นนี้ ท่าทางคล้ายสามีภรรยากลับบ้านพร้อมกัน ทำให้หวาชิงเสวี่ยรู้สึกกระอักกระอ่วนยิ่งนัก...

            หวาชิงเสวี่ยเดินไปพลางคิดไปว่าบ้านหลังนี้คงเช่าต่อไม่ได้แล้ว ถึงแม้ป้าเหอจะดีกับนางมาก...แต่ถ้าอยู่ต่อไป คงจะถูกมองว่าเป็นลูกสะใภ้ของตระกูลเหอจริงๆแบบนี้มันน่าอึดอัดเกินไป

            ความรู้สึกเช่นนี้ช่างไม่ดีเอาเสียเลย

            รอหลังปีใหม่แล้วกัน...

            หลังปีใหม่ค่อยหาเงินเก็บเงินอีกสักสองสามเดือนพอสถานะทางการเงินไม่ขัดสนแล้ว น่าจะเช่าบ้านที่มีบริเวณเป็นของตนเองได้แล้ว

            เมื่อใกล้ถึงบ้าน เห็นป้าเหอยืนอยู่ที่หน้าประตูเรือนโบกมือเรียกพวกเขา ในมืออีกข้างหนึ่งก็ถือไก่ตัวหนึ่งไว้

            “เจ้าอู่! ช่วยแม่เชือดไก่หน่อยวันนี้แม่จะทำไก่ผัดซีอิ๊วที่ลูกชอบ...อ้อ แล้วก็ช่วยสับกระดูกหมูในครัวด้วยนะ จะได้เอาไว้เคี่ยวน้ำแกง”

            เหออู่ลากรถเข็นเข้ามาในบ้านเขาไม่ได้พักแม้แต่อึดใจเดียว เมื่อรับไก่จากมือแม่แล้วก็ไปลับดาบทันที

            ป้าเหอช่วยหวาชิงเสวี่ยขนของลงจากรถเข็นแล้วโบกมือไล่นาง “ไปพักเถอะ ดื่มน้ำร้อนให้ร่างกายอบอุ่นหน่อย อากาศหนาวขนาดนี้...อีกเดี๋ยวค่อยออกมาทานข้าวลองชิมฝีมือของป้าดู”

            หวาชิงเสวี่ยยิ้มอย่างเขินอายเพราะทุกครั้งที่นางกลับบ้านมาก็ค่ำมืด จึงมักจะได้ฝากท้องไว้กับอาหารบ้านป้าเหออยู่เสมอ

            จริงๆ แล้วนางรู้ว่าไม่ควรทำเช่นนี้แต่ทุกครั้งก็มักไม่อาจปฏิเสธความใจดีของผู้อื่นได้...

            ทานข้าวบ้านผู้อื่นเปล่าๆเช่นนี้บ่อยครั้งก็ไม่ดี หวาชิงเสวี่ยจึงอยากช่วยทำงานบ้าง นางเอ่ย “ให้ข้าช่วยพี่เหอสับกระดูกหมูก็แล้วกันนะเจ้าคะ”

            ถึงแม้ว่านางจะเชือดไก่ไม่เป็นแต่สับกระดูกหมูนางยังพอทำได้

            “เจ้าตัวเล็กบอบบางเช่นนี้จะไปทำงานใช้แรงแบบนั้นได้อย่างไร งานหนักพวกนี้ให้เจ้าอู่ทำไปก็พอแล้ว!” ป้าเหอปฏิเสธทันทีแล้วหันหลังกลับไปทำอาหารในครัว

            ท่าทางการทำอาหารของป้าเหอดูคล้ายคนครัวระดับสูงทำให้หวาชิงเสวี่ยคิดถึงท่านป้าเหยียนที่รู้จักกันที่เมืองเหรินชิว ที่สามารถยกกระทะเหล็กใบใหญ่ด้วยมือเดียวขึ้นมาพลิกกลับอาหารได้สิบกว่าครั้งทั้งยังใช้อีกมือผัดได้ตลอดเวลา

            ให้นางยกกระทะที่หนักขนาดนั้นด้วยมือข้างเดียวคงไม่ไหวยิ่งไม่ต้องพูดถึงการยกกระทะขึ้นมาแล้วออกแรกพลิกกลับด้านอาหารเลย

            หวาชิงเสวี่ยไม่มีอะไรทำจึงไปต้มน้ำร้อนในหม้ออีกหนึ่งใบ รอเหออู่เชือดไก่เสร็จแล้วค่อยช่วยกันดึงขนไก่

            เพิ่งตั้งหม้อน้ำเสร็จก็ได้ยินเสียง ‘ปั้ง ปั้ง’ ดังมาจากลาน

            หวาชิงเสวี่ยตกใจ รีบวิ่งออกไปที่ลานเรือนเห็นเหออู่ที่เชือดไก่เสร็จแล้ว ตอนนี้กำลังใช้ดาบสับกระดูกหมูอย่างสะเปะสะปะอยู่!

            “พี่เหอ ท่านอย่าเพิ่ง...”

            สายไปเสียแล้ว

            เหออู่หยุดมือ ยกดาบยาวขึ้นมาพบว่าบิ่นไปเสียแล้ว ดูน่าเกลียดเหมือนฟันหัก ส่วนอื่นๆ ของใบมีดที่สับลงไปก็บิดเบี้ยวเสียหาย

            หวาชิงเสวี่ยเพิ่งจะเห็นว่าสิ่งที่เหออู่ใช้คือดาบประจำกายตอนอยู่ในค่ายทหาร

            เหออู่มองดาบที่บิ่นในมือขมวดคิ้ว

            “อา...ดาบนี่ใช้การไม่ได้แล้วจะเป็นเรื่องใหญ่หรือไม่ จะโดนลงโทษตามกฎทหารหรือไม่เจ้าคะ?”หวาชิงเสวี่ยถามเขาด้วยความเป็นห่วง

            เหออู่ดูเขินอายเล็กน้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าหวาชิงเสวี่ยเขายิ้มกว้างจนเห็นฟัน “ไม่เป็นไรหรอก ดาบในค่ายทหารเสียหายเป็นประจำ ข้าชินแล้ว กลับไปค่อยเอาไปซ่อมประเดี๋ยวก็กลับมาใช้ได้เหมือนเดิม”

            หวาชิงเสวี่ยมองกระดูกหมูที่ยังคงตั้งนิ่งอย่างแข็งแกร่งอยู่บนเขียงรู้สึกหดหู่เล็กน้อย กล่าวเบาๆ “ข้าให้ช่างเหล็กหลิวตีมีดชุดใหม่มา มีมีดสำหรับสับกระดูกโดยเฉพาะ...ข้าจะไปหยิบมาให้ท่านใช้”

            เหออู่พยักหน้า

            หวาชิงเสวี่ยกลับมาพร้อมกับมีดเล่มใหม่ในมือ

            เหออู่มองมีดเล่มนี้รู้สึกถึงแสงที่สะท้อนผ่านคมของมัน เป็นประกายเจิดจ้า เมื่อลองจับดูก็รู้สึกว่าจับถนัดมือมาก

            “มีดทำครัวเล่มนี้ตีได้ดีจริงๆ”เหออู่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชม

            หวาชิงเสวี่ยเม้มริมฝีปากยิ้มบางๆ“ไม่ใช่มีดทำครัว แต่เป็นมีดสับกระดูกโดยเฉพาะ มีดเล่มเดิมใช้ไม่ค่อยถนัด...ข้าเพิ่งสั่งตีชุดใหม่มามีมีดสำหรับหั่น มีดสับกระดูก มีดเลาะกระดูก มีดปอกเปลือก และมีดหั่นผัก...”

            ถึงแม้ว่าฝีมือการทำอาหารของนางจะธรรมดาแต่เรื่องการเลือกใช้เครื่องมือนั้นนางเชี่ยวชาญมาก

            หวาชิงเสวี่ยคิดเสมอว่าไม่ว่าจะทำอะไร การเตรียมอุปกรณ์เครื่องมือให้พร้อม จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของงาน ทำให้สบายกายขณะเดียวกันก็สบายใจ

            อย่างเช่น นางรู้สึกว่าตั้งแต่มีมีดชุดนี้ฝีมือทำอาหารของนางก็พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับตอนที่อยู่เมืองเหรินชิว

            “แม่นางหวาช่างละเอียดอ่อนนักแม้แต่มีดทำครัวก็ยังแยกประเภทได้ละเอียดเช่นนี้”

            เหออู่หัวเราะหึหึ แล้วเริ่มลงมือสับกระดูกต่อ

            ฉับ!

            ชิ้นกระดูกบนเขียงขาดออกเป็นสองท่อนทันที

            เหออู่ถึงกับชะงักไปชั่วขณะรู้สึกทึ่งกับสิ่งที่เห็น!

            แรงสะท้อนและความคมของมีดเล่มนี้ดีกว่ามีดทุกเล่มที่เขาเคยใช้มาในค่ายทหารเสียอีก!

            เหออู่อดไม่ได้ที่จะหยิบมีดขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียดอีกครั้ง

            แต่ไม่ว่าเขาจะมองอย่างไรก็เป็นเพียงมีดทำครัวธรรมดา เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้ไปได้?

            “ฝีมือของช่างตีเหล็กหลิวยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆแล้ว!” แน่นอนว่าเหออู่ผู้ไร้เดียงสาไม่ได้คิดว่าหวาชิงเสวี่ยมีความเชื่อมโยงกับเรื่องนี้เลยเขาเอ่ยชมอีกครั้ง จากนั้นก็เริ่มสับกระดูกต่อดัง ‘ปึ่กปึ่ก’

            ตอนแรกเขายังกลัวว่ามีดทำครัวเล่มใหม่จะเสียหายแต่ยิ่งใช้ก็ยิ่งรู้สึกว่ามีดเล่มนี้เข้ามือ! จนกระทั่งสับกระดูกเสร็จ เหออู่ยังรู้สึกไม่หนำใจจึงนำไก่ที่เชือดไว้ไปถอนขนแล้วล้างให้สะอาด จากนั้นสับเป็นชิ้นๆ!

            หลังจากสับไก่เสร็จแล้วเหออู่ก็ถือมีดไว้แล้วออกกระบวนท่าในลานเรือนอย่างองอาจผึ่งผาย

            ป้าเหอที่เดินออกมาเห็นลูกชายกำลังฝึกอยู่ในลานเรือน จึงบ่นพึมพำว่า “ทำบ้าอะไร ถือมีดทำครัวมาฟาดไปฟาดมาระวังจะฟันโดนราวตากผ้าในลานของข้านะ...”

            หวาชิงเสวี่ยแอบยืนหัวเราะอยู่ข้างๆในใจของนางพอเข้าใจว่าเหตุใดเหออู่ถึงเป็นเช่นนี้

            พูดถึงเรื่องนี้ก็แปลกนักถึงแม้ว่าแคว้นต้าฉีแห่งนี้จะมีส่วนคล้ายคลึงกับสมัยราชวงศ์ซ่งหลายอย่าง แต่กรรมวิธีการถลุงโลหะกลับล้าหลังมากห่างไกลจากความเจริญในสมัยราชวงศ์ซ่งยิ่งนัก

            อีกทั้งโลหะหลายชนิดที่รู้จักกันดีในยุคปัจจุบันที่นี่กลับยังไม่มีการขุดค้น ถึงขนาดที่ยังไม่เป็นที่รู้จักด้วยซ้ำ

            วันแรกที่หวาชิงเสวี่ยเริ่มลงมือทำอาหารนางก็พบว่ามีดทำครัวในห้องครัวใช้ไม่ค่อยดี แม้จะลับให้คมแค่ไหน ก็หั่นได้แต่ผักกับเนื้อเท่านั้นหากแข็งกว่านั้นสักหน่อยก็หั่นไม่ได้แล้ว หากออกแรงมากเกินไป ข้อต่อนิ้วมือก็จะแดงและเจ็บ

            นั่นเป็นเพราะปริมาณคาร์บอนในมีดสูงเกินไป

            เดิมที เหล็กเป็นโลหะที่อ่อนมากไม่สามารถทำเป็นมีดหรือหล่อเป็นกระทะได้ แต่เมื่อเหล็กมีคาร์บอนในปริมาณที่เหมาะสมก็จะกลายเป็นเหล็กที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หรือที่เรียกว่าเหล็กกล้า

            ยิ่งมีปริมาณคาร์บอนสูงเหล็กก็ยิ่งแข็ง ในทางกลับกัน ยิ่งมีปริมาณคาร์บอนต่ำ เหล็กก็ยิ่งอ่อน

            แต่ไม่ได้หมายความว่าเครื่องใช้เหล็กยิ่งแข็งจะยิ่งดีหากเน้นแต่ความแข็ง ก็มีแต่จะทำให้ใบมีดบิ่น แตกหักเสียหายได้ง่าย เหมือนกับดาบประจำกายในกองทัพของเหออู่เมื่อครู่ถึงแม้จะคม แต่เมื่อเจอของแข็งก็จะเกิดความเสียหายได้โดยง่าย

            ดังนั้น สัดส่วนของคาร์บอนจึงมีความสำคัญมากซึ่งสำหรับหวาชิงเสวี่ยแล้ว นี่เป็นเรื่องที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี

            นางเรียนสาขาอาวุธพลังงานความร้อนชนิดใหม่เคยศึกษาประวัติศาสตร์อาวุธระยะประชิดโบราณอย่างละเอียดมาก่อน กระบวนการตีโลหะจึงเป็นเหมือนงานถนัดของนาง

            ในสมัยโบราณ วิธีที่ดีที่สุดคือการตีแบบพับทบโดยการนำเหล็กกล้าและเหล็กอ่อนมาตีซ้อนกันอย่างละเอียดทีละชั้น และใช้วิธีการคาร์บูไรซิง[1] มีดที่ตีขึ้นมาด้วยวิธีนี้ไม่เพียงแต่คมกริบเท่านั้น แต่ยังมีความทนทานด้วย เรียกได้ว่าเป็นมีดชั้นยอดมีดเล่มอื่นเมื่อมาปะทะกันก็ยากที่จะไม่เสียหาย!

            หวาชิงเสวี่ยเคยฝึกฝนการตีเหล็กในกิจกรรมของชั้นเรียนแต่ในตอนนั้นมีเครื่องมือที่ทันสมัยมากมายให้เลือกใช้ นางจึงทำเพียงแค่ตรวจสอบตัวเลขต่างๆให้พอเหมาะพอดีก็เพียงพอแล้ว

            การตีเหล็กในสมัยโบราณต้องใช้แรงมากดังนั้นชุดมีดทำครัวนี้จึงเป็นผลงานของช่างตีเหล็กหลิวที่ตีขึ้นมาภายใต้คำแนะนำของหวาชิงเสวี่ย

            ถึงแม้จะยังห่างไกลจากมาตรฐานในอุดมคติของหวาชิงเสวี่ยแค่ใช้สับกระดูกอะไรสักอย่างตามปกติ ย่อมไม่มีปัญหาแน่นอน

            หวาชิงเสวี่ยเห็นเหออู่กำลังฝึกมีดในลานเรือนอย่างแข็งขันคิดในใจว่าในเมื่อเขาชอบขนาดนี้ มิสู้ให้เขาไปเล่มหนึ่งเลยก็ได้ เพราะอย่างไรมีดประจำกายที่ใช้ในกองทัพของเขาก็ยังใช้ไม่ได้ชั่วคราว

            แต่ว่าการใช้มีดทำครัวฟาดไปฟาดมาแบบนั้นดูเหมือนจะไม่ค่อยคล่องตัว...

            หวาชิงเสวี่ยหันหลังกลับเข้าไปในครัวหยิบมีดเชือดหมูปลายแหลมออกมา

            รูปร่างของมีดเชือดหมูคล้ายกับดาบประจำกายของเหออู่มากแต่สั้นกว่าหน่อย

            “พี่เหอ ใช้เล่มนี้เถอะ”

            เหออู่ได้ยินเสียงของหวาชิงเสวี่ยจึงหยุดการเคลื่อนไหว พอเห็นมีดเชือดหมูในมือนาง ใบหน้าก็เต็มไปด้วยความยินดี

            ถึงแม้จะรู้ว่าไม่ควรเอาของผู้อื่นมาเปล่าๆแต่เขาชอบมีดเล่มนี้มากจริงๆ จึงรับมีดมาถือไว้ในมือทันทีอย่างไม่ลังเล

            ด้ามมีดโค้งรับกับฝ่ามือพอดีตัวมีดมีน้ำหนักเบา ถือได้นานโดยไม่รู้สึกเมื่อยล้า ใบมีดคมกริบ และที่สันมีดมีร่องยาวอยู่ร่องหนึ่ง

            “เหตุใดช่างตีเหล็กหลิวถึงทำร่องตรงนี้?”เหออู่ถามด้วยความสงสัย

            หวาชิงเสวี่ยอธิบายว่า“นี่เรียกว่าร่องเลือด [2] สามารถเพิ่มความแข็งแรงของมีด ลดน้ำหนักของมีด และเพิ่มพื้นที่ในการรับแรงปะทะด้วย”

            เหออู่คิดว่าหวาชิงเสวี่ยจำจากช่างตีเหล็กหลิวมาพูดจึงไม่ได้คิดอะไรมาก เขาเล่นมีดเชือดหมูในมืออยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นยิ้มแล้วพูดว่า“อืม เบากว่าจริงด้วย”

            มีคำกล่าวว่าของถูกใจหาซื้อได้ยากยิ่งกว่าสิ่งใดเหออู่ได้รับมีดจากหวาชิงเสวี่ย จึงหยิบถุงเงินออกมาจากอกเสื้อ ยื่นให้หวาชิงเสวี่ย“แม่นางหวา ข้าไม่รู้จะขอบคุณเจ้าอย่างไรดี เงินเหล่านี้เจ้ารับไว้เถอะ...”

            หวาชิงเสวี่ยสะดุ้งตกใจรีบโบกมือปฏิเสธ “ข้าอาศัยอยู่ที่นี่ กินดื่มกับบ้านของท่านมาตลอดก็เกรงใจมากแล้ว มีดเล่มนี้ไม่ได้มีค่าอะไรท่านไม่ต้องใส่ใจหรอก!”

            พูดจบ นางกลัวว่าเหออู่จะยัดเงินให้นางอีกจึงรีบวิ่งเข้าไปในครัว

            เหออู่ยืนอยู่ในลานเรือนถือมีดเชือดหมูอยู่ในมือ รู้สึกหวานล้ำในหัวใจ...

            ————————————————————————————————————

            [1]วิธีการคาร์บูไรซิง(渗碳的方法)กระบวนการอบชุบเหล็กซึ่งจะทำให้ผิวแข็งขึ้น อุปกรณ์ที่ผ่านกระบวนการนี้จะมีความแข็งที่ผิวสูง ทนทานต่อการสึกกร่อนแต่ภายในยังอ่อนและเปลี่ยนรูปได้ง่าย

            [2]ร่องเลือด(血槽)หมายถึงบริเวณหลังใบมีดหรือใบดาบที่ตรงกลางนูนขึ้นมา และมีร่องยาวสองร่องขนาบข้าง เป็นเทคนิคการออกแบบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของอาวุธมีหน้าที่หลักในการลดน้ำหนักใบดาบโดยไม่ลดความแข็งแรง ช่วยเพิ่มความทนทาน ปรับสมดุลลดแรงต้าน และทำให้ใช้งานได้คล่องตัวขึ้น

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247