สามวันต่อมา หลินเฟิงยังคงฝึกสมาธิอยู่แต่ในห้องหยวนชี่ในอากาศเริ่มก่อตัวหนาขึ้นและทันใดนั้นเองก็เกิดไอหมอกสีขาวขึ้นมาล้อมรอบตัวหลินเฟิง
จิติญญาแห่งความมืดดูดซับแก่นแท้ของหยวนชี่ฟ้าดิน เพื่อผสานเข้ากับร่างของมันถ้าหากสามารถมองเห็นจิติญญาแห่งนักรบของตัวเองได้ หลินเฟิงก็คงจะพบว่าลักษณะของจิติญญาแห่งความมืดดูคล้ายกับมนุษย์มาก
ตอนนี้เอง แสงสว่างจากหยวนชี่ฟ้าดินที่หนาแน่นเริ่มกระจายตัวออกอย่างช้าๆ เนื่องจากไม่สามารถซึมเข้าไปในร่างของหลินเฟิงได้และไม่นานหลินเฟิงก็ลืมตาขึ้น สายตาของเขาทอประกายระยิบระยับทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายที่แข็งแกร่งออกมา
“ใช้เม็ดยากุยหยวนไปสามเม็ด ในที่สุดก็บรรลุขอบเขตนักรบลมปราณขั้นที่ 8 สักที”หลินเฟิงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม ทีแรกระดับการบ่มเพาะของเขาอยู่ในระดับกลางของเขตนักรบลมปราณขั้นที่7 ดังนั้นจึงมีระยะห่างจากเขตนักรบลมปราณขั้นที่ 8 เป็อย่างมากแต่ด้วยเม็ดยากุยหยวนทั้ง 3 เม็ด ทำให้หลินเฟิงสามารถยกระดับขึ้นมาได้
“ถ้าตอนนี้ข้าต้องเผชิญหน้ากับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่ 9ก็น่าจะสามารถรับมือได้บ้าง” ตอนที่ระดับการบ่มเพาะของเขายังอยู่ในระดับของเขตนักรบลมปราณขั้นที่7 เมื่อใช้คลื่น์เก้ากระแทก พลังของหมัดจะอยู่ที่ 8,500จิน และถ้าใช้อัสนีกัมปนาทพลังโจมตีจะพุ่งทะยานถึง 9,000 จินแต่ก็มีหลายๆ คนที่ฝึกเคล็ดวิชาเดียวกันกับเขาดังนั้นถ้าต้องต่อสู้กับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่ 9 จริงๆ ก็คงถูกกดดันด้วยระดับการบ่มเพาะที่แตกต่างกัน แต่อย่างน้อยเขาก็มีความมั่นใจในการต่อสู้มากขึ้น
หลินเฟิงสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ก่อนจะเดินออกจากห้อง
แสงอาทิตย์ในยามเช้าของฤดูใบไม้ร่วงที่สาดส่องลงมายังร่างกายเขาทำให้เขารู้สึกอบอุ่นขึ้นมา
“ไอ้ขยะ ในที่สุดก็โผล่หัวออกมาสักทีนะ”
น้ำเสียงยียวนที่ดังขึ้นมา ทำลายจิตใจอันเบิกบานของหลินเฟิงจนหมดสิ้น
“หลินเหิง” เมื่อหลินเฟิงหันไปมอง ก็พบร่างของหลินเหิงกำลังยืนกอดอกอยู่ห่างออกไปประมาณสิบเมตรด้วยท่าทางเกียจคร้าน
ที่นิกายหยุนไห่มีกฎห้ามศิษย์ในนิกายส่งเสียงดังรบกวนหรือต่อสู้กันบริเวณห้องพักเพราะมีศิษย์จำนวนมากกำลังบ่มเพาะพลังของตัวเองอยู่ ซึ่งอาจไปขัดจังหวะการบ่มเพาะและทำให้หยวนชี่ตีกลับจนเกิดอันตรายขึ้นมาซึ่งกฎข้อนี้เข้มงวดมาก ทำให้หลินเหิงไม่กล้าก่อเื่ ดังนั้นเขาจึงรอหลิงเฟิงอยู่ข้างนอกมาสองวันแล้ว
หลินเฟิงหมุนตัวกลับมา สบตากับหลินเหิงที่จ้องมองเขาอยู่ในดวงตาของหลินเหิงเต็มไปด้วยจิตสังหาร สืบเนื่องมาจากว่าเมื่อสามวันก่อนเขาได้รับจดหมายที่ส่งมาจากครอบครัวของตนในจดหมายบิดาได้กล่าวว่า ไอ้ขยะหลินเฟิงทำร้ายหลินหยุน น้องชายของเขาและยังดูิ่บิดาและน้องชายของเขาต่อหน้าสาธารณชนอีกด้วยทำให้หลินเหิงอยากจะมาจัดการกับหลินเฟิงให้สิ้นซาก
“ได้ยินมาว่าหลังจากที่เกือบตายเมื่อคราวก่อนการบ่มเพาะของเ้าก็เพิ่มขึ้นมาไม่น้อยเลยนี่ เ้ากล้าตามข้าไปที่หุบเขาเมฆพายุหรือไม่?” หลินเหิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
ในใจของหลินเฟิงแสยะยิ้มอย่างเ็าขึ้นมาครั้งที่แล้วหลินเหิงหลอกหลินเฟิงไปที่หุบเขาเมฆพายุ ซึ่งทันทีที่เขาเข้าไป ก็ถูกหลินเหิงทำร้ายจนเกือบตายแต่ทว่าก็ไม่สามารถสังหารเขาได้ เพราะนิกายมีกฎห้ามสังหารศิษย์ในนิกายเดียวกันนอกลานประลองเป็ตาย
ความจริงแล้วการที่หลินเหิงทำร้ายหลินเฟิงจนเกือบตายก็ถือว่าเป็การทำลายกฎของนิกายแล้วแต่ทว่าระหว่างไอ้ขยะหลินเฟิงที่อยู่เพียงขอบเขตนักรบลมปราณขั้นที่ 5กับหลินเหิงที่อยู่ขอบเขตนักรบลมปราณขั้นที่ 8 ใครสำคัญกว่ากันล่ะ? ผู้แข็งแกร่งย่อมได้รับความเคารพ นี่คือพื้นฐานของโลกนี้และยังเป็กฎที่ซ่อนเร้นของโลกนี้อีกด้วย
“ถึงเวลาแก้แค้นแล้วสินะ” หลินเฟิงเผยรอยยิ้มที่มุมปากออกมาหลินเฟิงคนก่อนเกือบถูกหลินเหิงฆ่าตายและนั่นยังเป็จุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาเข้ามาสิงร่างนี้ได้ และวันนี้เขาจะช่วยหลินเฟิงคนก่อนล้างอายเอง
คิดได้ดังนั้น หลินเฟิงก็ก้าวเท้าเดินนำอีกฝ่ายทันที
“ไอ้ขยะ หรือว่าเ้าไม่กล้า?” หลินเหิงเห็นหลินเฟิงไม่สนใจตัวเองก็พูดเหยียดหยามขึ้นมา
“เ้าบอกให้ไปที่หุบเขาเมฆพายุไม่ใช่หรือไง?” หลินเฟิงกล่าวอย่างเฉยเมยทำให้หลินเหิงยืนโง่งมอยู่ตรงนั้น แต่ไม่ช้ารอยยิ้มอำมหิตก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของหลินเหิงขยะอย่างไรก็เป็ขยะอยู่วันยังค่ำ ครั้งก่อนโดนทุบตีจนเกือบตายก็ยังไม่เข็ดครั้งนี้ยังมาโง่ซ้ำรอยเดิมอีก คราวนี้แหละหลินเหิงจะไม่ปล่อยให้หลินเฟิงมีโอกาสรอดกลับไปแน่ถ้าหุบเขาเมฆพายุไม่อนุญาตให้ฆ่าก็รอหลินเฟิงที่าเ็สาหัสถูกเตะออกจากนิกายหยุนไห่แล้วค่อยตามไปฆ่าทิ้งทีหลังก็ได้
เส้นทางไปยังหุบเขาเมฆพายุค่อนข้างลาดชันมากและจะมีสายโซ่เชื่อมหุบเขาจาก้าลงสู่ด้านล่าง แต่ถ้าผู้ฝึกยุทธ์คนไหนชำนาญเคล็ดวิชาตัวเบาก็สามารถะโลงไปที่ด้านล่างของหุบเขาโดยตรงก็ได้
ด้วยความแข็งแกร่งของหลินเฟิงในตอนนี้ จะใช้เคล็ดวิชาตัวเบาะโลงไปโดยตรงก็ได้แต่เขากลับไม่ทำและอาศัยสายโซ่ไต่ลงไปในหุบเขาเมฆพายุ หลินเฟิงกลัวว่าหากตัวเองแสดงวิชาตัวเบาระดับสูงออกไปจะทำให้หลินเหิงใกลัวแล้วหนีไป นั่นคงไม่ดีแน่
“ขยะก็เป็ขยะอยู่วันยังค่ำ ถึงกับต้องใช้ตัวช่วยเพื่อที่จะเข้าไปในหุบเขา” หลินเหิงยิ้มอย่างเย้ยหยัน เขามองตำแหน่งที่หลินเฟิงะโลงกับพื้นก่อนจะทะยานร่างลงไปอย่างรวดเร็ว ราวกับนกั์กำลังสยายปีกบิน เขาะโลงมาจากความสูง100 เมตรโดยตรงเพื่อแสดงท่าร่างที่พลิ้วไหวออกมาไม่ช้าร่างของเขาก็ร่วงลงสู่พื้นอย่างนิ่มนวล เท้าของเขาจมลงไปกับพื้นราวๆ หนึ่งฉื่อ
“เป็วิชาตัวเบาที่ยอดเยี่ยมมาก เขาเป็ใครกัน?” ทุกคนที่อยู่ในหุบเขาหันมามองหลินเหิงที่เพิ่งะโลงมาจาก้าด้วยน้ำเสียงชื่นชม
“ข้ารู้จักเขา เขาคือหลินเหิง ทักษะการบ่มเพาะของเขาอยู่ที่ขอบเขตนักรบลมปราณขั้นที่8 และฝีมือร้ายกาจมาก” มีบางคนตอบ
การมองเห็นและประสาทััของผู้ฝึกยุทธ์นั้นดีมากดังนั้นพวกเขาจึงมองเห็นเงาคนที่อยู่สูงนับร้อยๆ เมตรได้แม้ว่ามันจะดูเลือนรางบ้างก็ตาม
หลินเฟิงและหลินเหิงตกลงมาที่เนินทรายแห่งหนึ่งในหุบเขา พื้นที่รอบๆ ล้วนแห้งแล้งและไร้ซึ่งหญ้าหรือพืชใดๆ
ศิษย์นิกายหยุนไห่ที่อยู่แถวนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะหยุดดูทั้งสองคน การเผชิญหน้าระหว่างหลินเฟิงและหลินเหิงดูน่าสนใจจริงๆ
“ฮ่าฮ่า คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าขยะอย่างเ้ายังจะกล้ากลับมาเหยียบที่นี่อีกครั้งก่อนเ้าอาจจะรอดไปได้ แต่วันนี้ข้าจะทำให้เ้าต้องตายอย่างแน่นอน” หลินเหิงกล่าวขณะที่หัวเราะออกมาอย่างหยิ่งผยอง ทันทีที่หลินเฟิงเข้ามาในหุบเขาเมฆพายุก็นับได้ว่าชะตาชีวิตของมันขึ้นอยู่กับเขา หลินเหิงผู้นี้แล้วและที่เป็เช่นนี้ก็เพราะว่า เขาแข็งแกร่งกว่าหลินเฟิง
“เ้าก็ลองดูสิ” หลินเฟิงกล่าวอย่างดูิ่หลิงเหิงดูถูกเขามาหลายครั้งแล้ว และวันนี้เขาจะคิดบัญชีแค้นกับมัน
“ขยะอย่างเ้าถึงกับพูดจาแบบนี้เลยหรือ?! น้องชายของข้าหลินหยุน อาจจะพ่ายแพ้ให้แก่เ้า แต่วันนี้ข้าจะทำให้เ้าได้รู้ว่า ผู้ฝึกยุทธ์ระดับขอบเขตนักรบลมปราณขั้นที่8 มันน่าเกรงขามแค่ไหน หลินเฟิง เ้าก็เป็ได้แค่เศษขยะเท่านั้น”
หลินเหิงกล่าวขณะที่ก้าวเท้าไปด้านหน้า และปล่อยหมัดธรรมดาไปหาหลินเฟิงเพียงหมัดเดียวก็เพียงพอที่จะจบการต่อสู้นี้
หลินเฟิงเพียงแค่ยกฝ่ามือขึ้นมาก็สามารถหยุดหมัดของหลินเหิงได้แล้ว
เมื่อเห็นฉากนี้ หลินเหิงก็อดไม่ได้ที่จะแสยะยิ้มขึ้นมาไอ้ขยะหลินเฟิงคิดจะใช้มือข้างเดียวเพื่อหยุดหมัดของข้าอย่างนั้นหรือ เหอะมันจะเป็ไปได้อย่างไร?
“ข้าจะหักแขนของเ้าซะ!” ทันใดนั้นก็มีแสงสว่างสีขาวพุ่งออกมาจากหมัดของหลินเหิงทำให้พละกำลังของหมัดเพิ่มมากขึ้น เขา้าบดขยี้ฝ่ามือของหลินเฟิง
“ฝันไปเถอะ” หลินเฟิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบพละกำลังที่น่าเกรงขามยิ่งกว่าทะยานออกมาจากฝ่ามือของหลินเฟิงวินาทีนั้นหลินเหิงรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังเผชิญหน้ากับคลื่นมหาสมุทรอันบ้าคลั่งไม่เพียงแต่พลังของหลินเหิงจะหายไป ในขณะเดียวกันพลังของหลินเฟิงยังแพร่กระจายมาตามกำปั้นของเขาจนลุกลามมาถึงไหล่ ทำให้มือขวาของหลินเหิงบวมเป่งขึ้นมา
“เป็ไปได้ยังไง?” หลินเหิงรู้สึกใเป็อย่างมากเขาััได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่ไหลมาตามแขนของเขาหลินเหิงถอยไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว พลังนี้ดูราวกับคลื่นทะเลที่ปั่นป่วนยิ่งนานยิ่งรุนแรง
“ตอนนี้คิดจะหนีอย่างนั้นหรือ!?” สีหน้าของหลินเฟิงดูเยือกเย็นฝ่ามือของเขากำหมัดของอีกฝ่ายแน่น ก่อนจะทะยานร่างตามอีกฝ่ายไปติดๆ จนร่างของทั้งสองคนกลายเป็เงาสีดำวูบไหวไปมาอย่างต่อเนื่อง
“กร๊อบ!” เสียงกระดูกหักดังขึ้นอย่างชัดเจนหลินเหิงรู้สึกเจ็บแขนอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ราวกับว่ากล้ามเนื้อและกระดูกของเขาใกล้จะแตกหักอยู่รอมร่อเขาอยากออกหมัดอีกครั้งแต่ก็ไม่สามารถทำได้ แม้แต่วิ่งหนีก็ไม่อาจทำได้เช่นกันเพราะว่าท่าร่างของอีกฝ่ายเหนือชั้นกว่าเขามาก ดังนั้นจึงสามารถไล่ตามเขาได้
เมื่อเห็นใบหน้าของหลินเฟิงที่ยื่นเข้ามาใกล้ พร้อมทั้งรอยยิ้มเ็าทำให้ในใจของหลินเหิงรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา หรือว่าหลินเฟิง... กำลังหยอกล้อเขาเล่น?
เมื่อไรกันที่ไอ้ขยะนี่เหนือว่าข้า? หลินเหิงรู้สึกอยากจะเผ่นหนีให้เร็วที่สุด
“มันจบแล้ว” หลินเฟิงหัวเราะออกมาคลื่น์เก้ากระแทกพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว พละกำลังกว่า 9,000 จินชกเข้ามาที่ร่างของเขาทำให้หลินเหิงรู้สึกเหมือนถูกทุบด้วยค้อนหนักโดยตรงขณะเดียวกันก็ยังกระอักเืออกมาจากปาก แขนทั้งสองข้างยังรู้สึกปวดร้าวอย่างรุนแรงราวกับว่ากระดูกได้แตกออกเป็เสี่ยงๆ
“เ้าเป็บุตรของท่านอาสาม เป็ลูกพี่ลูกน้องของข้าแต่ครอบครัวของเ้าและหลินป้าเต้ากลับสมรู้ร่วมคิดทำร้ายครอบครัวข้าเพื่อแย่งชิงตำแหน่งผู้นำตระกูล โดยไม่สนใจสายสัมพันธ์ของญาติพี่น้อง เ้าดูถูกข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าและยังมาที่นี่เพื่อฆ่าข้าเป็ครั้งที่2 เ้าช่างเป็คนโเี้อำมหิต ดังนั้นอย่าได้ตำหนิที่ข้าจะโเี้กับเ้า”
หลินเฟิงมองหลินเหิงที่กองอยู่บนพื้นและกล่าวอย่างเ็า สำหรับใครก็ตามที่้าจะเอาชีวิตของหลินเฟิง มันต้องเจอวิธีตาต่อตา ฟันต่อฟัน
“อย่านะน้องเฟิง ข้าเป็ลูกพี่ลูกน้องของเ้านะ ปล่อยข้าไปเถอะ” หลินเหิงรู้สึกได้ถึงจิตสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างของหลินเฟิงเขารู้ได้ทันทีว่าสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองต่อจากนี้ต้องไม่ใช่เื่ดีแน่ๆ
“แล้วตอนที่เ้าพยายามจะเอาชีวิตข้า ทำไมเ้าไม่คิดว่าข้าก็เป็ลูกพี่ลูกน้องของเ้า”หลินเฟิงไม่พูดมาก เขาใช้คลื่น์เก้ากระแทกโจมตีทันทีหลินเหิงที่กองอยู่กับพื้นพลันกรีดร้องออกมา ใบหน้าของเขาซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด
“ข้าทำลายการบ่มเพาะของเ้าแล้ว และตอนนี้เ้าได้เป็ขยะของจริง”
หลินเฟิงโบกมือให้แล้วหันหลังเดินจากไปผู้ชมที่อยู่ห่างออกไปล้วนอยู่ในระดับขอบเขตนักรบลมปราณขั้นที่ 8 เมื่อพวกเขาเห็นความโเี้ของหลินเฟิงก็พากันถอยหนีอย่างรวดเร็ว การถูกทำลายการบ่มเพาะก็เหมือนกับกลายเป็คนพิการ เื่นี้เป็เื่ที่เ็ปมากสำหรับผู้ฝึกยุทธ์
“หลินเฟิง เ้ากล้าทำลายการบ่มเพาะของข้า เ้าจะต้องไม่ตายดีแน่ ” หลินเหิงกล่าวอย่างอาฆาตแค้น ในใจของเขารู้สึกสิ้นหวังขึ้นมาตอนนี้เขาได้กลายเป็ขยะผู้ต่ำต้อยแล้ว เขาเกลียดเกลียดพ่อของหลินเฟิงและในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาแทนที่จะอดใจรออีกแค่ไม่กี่วันแล้วค่อยลงมือ แต่สุดท้าย... ทันใดนั้นเขาก็คิดถึงลูกพี่ลูกน้องของเขาเด็กสาวที่มีนามว่า ‘หลินเชียน’นางบรรลุขอบเขตแห่งจิติญญา และจิติญญาของนางก็ได้ตื่นขึ้นแล้วที่นิกายเฮ่าเยว่ นางได้รับความสำคัญเป็อย่างมากถ้าหลินเชียนรู้ว่าหลินไห่ทำร้ายหลินป้าเต้าบิดาของนางจนาเ็ หลินเชียนจะต้องมาที่นิกายหยุนไห่เพื่อสังหารหลินเฟิงอย่างแน่นอน
น่าเสียดายที่หลินเหิงหลงคิดว่าเพียงแค่เขาคนเดียวก็สามารถสังหารหลินเฟิงได้อย่างง่ายดาย ทำให้ต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้หลินเหิงรู้สึกเกลียดหลินเฟิงจับใจ