เมื่อชายหนุ่มมาถึงหอกระบี่ดาวตก เฟยเทียนได้ให้ศิษยืรับใช้จัดที่พักให้ลูกชายและภรรยาของเขาในทันที เฟยหรงในเวลานี้หลังจากได้ฟังเรื่องราวต่างๆในทวีปศักดิ์สิทธิ์เขารู้สึกกระตือรือร้นเป็นพิเศษเนื่องด้วยเหตุผลที่ว่าสถานที่แห่งนี้เขายังคงอ่อนแอเกินไป อ่อนแอเสียจนยังไม่มีค่าพอให้พูดกล่าวใดๆในเวลาเช่นนี้ดังนั้นเขาจึงต้องเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเองโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ดังนั้นเมื่อมาถึงแล้วเฟยหรงจึงได้ขอเลือดจากจักรพรรดิมังกรทองหลงเสี่ยวหยาไปเกือบยี่สิบหยดและปิดด่านฝึกตนในทันที เพื่อเพิ่มพลังกายศักดิ์สิทธิ์ของเขาให้ถึงขีดสุด
"แม่ห้า แม่หก เหตุใดท่านพ่อจึงรีบปานนั้นเล่าเจ้าคะ ยังไม่ทันได้กินอะไรก็ปิดด่านเสียแล้ว"ปิงลี่อินกล่าวอย่างน่ารัก หมิงเย่และฮั่วหลิงหลิงหัวเราะออกมายกใหญ่ก่อนจะกล่าวว่า "เด็กดี พ่อของเจ้าต้องเพิ่มพลังไปช่วยท่านย่าของเจ้าและปกป้องเจ้ายังไงละ เขาเป็นหัวหน้าครอบครัวดังนั้นภาระจึงมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นเพื่อไม่ให้พ่อของเจ้าต้องรับภาระมากเกินไปพอกินข้าวเสร็จแม่ห้ากับแม่หกจะพาเจ้าไปฝึกฝนดีหรือไม่เพื่อที่ต่อไปจะแบ่งเบาภาระเขาได้"
"ข้าฝึกได้หรือเจ้าคะ ข้าอยากฝึกมานานแล้ว"ปิงลี่อินกล่าวอย่างตื่นเต้น นางเกิดที่นิกายหิมะสวรรค์ดังนั้นจึงได้เห็นเหล่าศิษย์ของนิกายฝึกตนจนเหาะเหินเดินอากาศได้ ดังนั้นจึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่นางอยากจะฝึกตนบ้าง
ฮั่วหลิงหลิงและหมิงเย่ยกยิ้มจับมือหญิงสาวและเดินเข้าถ้ำบำเพ็ญไปแน่นอนหลังจากกินอาหารมื้อนี้แล้วพวกนางจะสั่งสอนถึงพื้นฐานต่างๆให้กับเด็กหญิงตัวน้อยได้เรียนรู้อย่างละเอียดแน่นอนทีเดียว
ตัดกลับมาทางฝั่งของเฟยหรงเมื่อได้รับเลือดของจักรพรรดิมังกรมาถึงยี่สิบหยดตัวเขาก็ยกยิ้มอย่างพึงพอใจ แต่เดิมการเปิดกายมังกรทองจะต้องใช้เลือดอสูรประเภทงูระดับห้าขึ้นไปแต่ในเวลานี้เขาได้สายเลือดที่สูงส่งของมังกรมาแทนนั่นจะทำให้กายมังกรทองอของเขาแข็งแกร่งมากกว่าใช้เลือดอสูรงูเป็นร้อยเท่าเลยทีเดียว หากใช้ดีๆไม่แน่เฟยหรงอาจจะไปถึงขั้นกายมังกรสวรรค์ก็เป็นได้
"โชคดีจริงๆที่ท่านหลงเสี่ยวหยาให้เลือดมามากมายขนาดนี้ ข้าจะใช้มันให้คุ้มค่าที่สุด"เฟยหรงกล่าวจบ ชายหนุ่มก็รีบผสานกายศักดิ์สิทธิ์กับเลือดของจักรพรรดิมังกรห้าหยดในทันที ในช่วงระยะเวลานี้กายมังกรเงินของชายหนุ่มเริ่มมีแสงกระพริบสีเงินทองอย่างต่อเนื่องและถี่ขึ้นเรื่อยๆ
ความเจ็บปวดเริ่มถาโถมเข้ามาไม่ขาดสาย ราวกับมันหลอมละลายร่างกายเก่าทั้งหมดของชายหนุ่ม เฟยหรงกัดฟันทนไม่ส่งเสียงแม้แต่น้อยใบหน้ามีเหงื่อไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง ร่างกายมีของเหลวสีแดงดำไหลออกมานั่นคือเลือดเสียและของเสียในไขกระดูกทั้งหมดของเขา
การผสานกายศักดิ์สิทธิ์ผ่านไปเพียงสามวันในที่สุดก็สัมฤทธิ์ผล เกล็ดสีทองอร่ามดุจเกล็ดของหลงเสี่ยวหยาปรากฏขึ้นตามร่างกายและกลายเป็นดังเกาะของมังกงสีทองดูน่าหลงไหล เฟยหรงลืมตาขึ้นมามองมือทั้งสองข้างที่ประดุจสวมชุดเกาะมังกรทองอย่างพึงพอใจพร้อมทั้งยกยิ้มออกมา
"เกาะมังกรทองคงกระพัน!! ด้วยเกาะนี้แม้แต่ระดับเทวะยังอยากจะทำลาย แต่ดูเหมือนมันจะยังไม่พอ!!"เฟยหรงหยิบขวดหยกบรรจุเลือดสีทองออกมาอีกครั้ง และชักนำพวกมันทั้งสิบห้าหยดเข้าร่างกายในทันที หากใครได้เห็นการชักนำเลือดที่บ้าบิ่นเช่นนี้เกรงว่าคงต้องคิดว่าเขารนหาที่ตายเป็นแน่
เนื่องด้วยเลือดสัตว์เทพนั้นไม่ธรรมดายิ่งเป็นเลือดของมังกรที่เป็นจ้าวแห่งความแข็งแกร่งแล้วนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง มันมีทั้งพิษฤทธิ์กัดกล่อนทั้งยังมีพลังอำนาจมหาศาล ดังนั้นต่อให้คนมีกายศักดิ์สิทธิ์ยังประสานได้แค่ห้าหยดเท่านั้นและต้องรอเวลาพักร่างกายอีกสามเดือนกว่าจะผสานได้อีกรอบไม่เช่นนั้นร่างกายอาจจะระเบิดเพราะพลังงานที่มีมากเกินไป
นั่นคือข้อเท็จจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่อนิจจาสิ่งนั้นไม่ได้เกิดขึ้นกับเฟยหรง เหตุผลง่ายๆคือกายเทพมังกรอมตะของเขาไม่ได้อยู่ในระดับศักดิ์สิทธิ์แต่เป็นระดับพระเจ้า ทั้งยังมีเส้นลมปราณเทพมังกรบรรพกาลที่เก่าแก่เมื่อสองอย่างมารวมกันมันเหมือนกับการประทานพรของเทพเจ้ามังกรโดยตรง ต่อหน้าพรแห่งเทพเจ้ามังกรนั้นสายเลือดจักรพรรดิมังกรไม่มีอะไรให้พูดถึงนอกจากเป็นกุญแจให้ชายหนุ่มได้เข้าถึงพลังอันไร้ขีดจำกัดเร็วขึ้นก้เท่านั้น
เฟยหรงเมื่อผสานเลืิอดกับร่างกายอีกครั้ง ชั้นปราณมังกรสีทองหน้าแน่นเริ่มก่อตัวรอบๆชายหนุ่มจนในที่สุดมันก็ปกคลุมเฟยหรงไปทั้งหมดและกลายเป็นไข่สีทองที่มีลวดลายวิจิตรงดงาม ใช่! ตอนนี้เฟยหรงเหมือนดังอยู่ในกระบวณการเกิดใหม่อย่างไรอย่างนั้นเกิดใหม่มาในฐานะของผู้สืบทอดกายศักดิ์สิทธิ์ระดับพระเจ้าอย่างกายเทพมังกรอมตะนั่นเอง
ในขณะที่เฟยหรงกำลังอยู่ในกระบวนการเกิดใหม่อยู่นั้นในเวลาเดียวกันที่ตระกูลเฟิงก็เกิดปรากฏการณ์แปลกประหลาดเช่นเดียวกันนั่นคือนิมิตสวรรค์ของวิหคมังกรที่เกิดขึ้นมาอีกครั้งสาเหตุนั่นแน่นอนว่ามาจากเฟิงหยุนเยว่ที่ได้รับโลหิตจักรพรรดิมังกรไม่หนึ่งหยดพร้อมด้วยเลือดของราชินีวิหคเพลิงนั่นเอง ปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเป็นเวลาสามวันสามคืนด้วยกันขุมกำลังของทวีประดับสูงนั้นเมื่อทราบข่าวก็พากันมามองดูปรากฏการณ์นี้กันอย่างคับคั่ง เพื่อเป็นบุญตาสักครั้งในชีวิต
ในคฤหาสน์ใหญ่เฟิงหลินเทียนได้เฝ้ามองหลานสาวที่กำลังนั่งสมาธิบนอากาศด้วยความห่วงใยและป้องกันความผิดพลาดบริเวณโดยรอบหากสังเกตุดีๆจะมีชายวัยกลางคนสิบคนกำลังเฝ้ามองดูสถานการณือยู่เช่นกัน พวกเขานั้นคือบรรพบุรุษของตระกูลเฟิงนั่นเอง
"พรสวรรค์ฟ้าประทานยินดีกับเจ้าด้วยที่ได้หลานที่สาวที่มากด้วยพรสวรรค์เช่นนี้ ในอนาคตไม่แน่ว่าขุมกำลังของพวกเราจะต้องก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับขุมกำลังศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอน"เหล่าบรรพบุรุษกล่าวขึ้นน้ำเสียงเต็มไปด้วยความยินดี พวกเขาอยู่มานับล้านปีแล้วแต่ตบะยังคงอยู่เพียงจักรพรรดิเทวะเพียงเท่านั้น พวกเขาคำนวนไว้ว่าหากจะเข้าสู่มหาเทวะได้เห็นทีจะต้องใช้เวลาอีกล้านปีด้วยกันถึงจะนำพาขุมกำลังตระกูลเฟิงไปถึงระดับศักดิ์สิทธิ์ได้ แต่เมื่อเด็กหญิงตัวน้อยคนนี้กำเนิดขึ้นมาพร้อมพรสวรรค์ที่เย้ยสวรรค์พวกเขาต่างพากันตั้งความหวังกับเด็กหญิงตัวน้อยคนนี้ไว้มากเลยทีเดียวและหวังว่านางจะนำพาขุมกำลังของพวกเขาไปสู่ระดับศักดิ์สิทธิืในเวลาอันสั้นนี้
"พวกท่านกล่าวเกินไปแล้ว ถึงอย่างไรนางก็ยังเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่งและยังต้องเติบโตอีกมากกว่าจะถึงจุดนั้น ดังนั้นข้าจึงหวังว่าพวกท่านจะไม่กดดันนางจนเกินไป"เฟิงหลินเทียนกล่าวขึ้น สายตาที่อ่อนโยนจับจ้องไปที่เด็กสาวที่ตอนนี้กำลังดูดซับลมปราณเพลิงสีแดงฉานเข้าสู่ร่างกายพร้อมกับระดับที่ทะยานเข้าสู่ระดับผสานแก่นแท้ขั้นที่ห้า ใช่!! ผสานเเก่นแท้ขั้นห้าในอายุเพียงสี่ขาวอย่างห้าขวบเท่านั้น หากขุมกำลังอื่นมาเห็นเข้าเกรงว่าคงจะกระอักเลือดตายเป็นแน่แท้
ภายนอกคฤหาสน์ตระกูลเฟิงในเวลานี้ร่างเงาวิหคมังกรค่อยๆเลือนหายไป พร้อมกับเหล่าขุมกำลังต่างๆที่ค่อยๆเริ่มจากไปเช่นเดียวกัน เฟิงเสวียที่ในเวลานี้นั่งอยู่บริเวณศาลาด้านหน้าคฤหาสน์กำลังรินชาให้ผู้เป็นแม่ของนางสายตาคอยชำเรืองมองไปที่หน้าประตูคฤหาสน์ตลอดเวลาด้วยความเป็นห่วงลูกน้อย
"เสวียเอ๋อ อย่าได้กังวลไปเลยมีพ่อของเจ้าและบรรดาบรรพบุรุษอยู่หลานสาวตัวน้อยไม่มีทางเป็นอะไรอย่างแน่นอน"เฟิงจื่อเหม่ยกล่าวปลอบใจบุตรสาย การที่ลูกของตนเองต้องผ่านกระบวนการเช่นนี้ไม่ว่าแม่คนใดก็ต้องรู้สึกกังวลกันทั้งนั้นแต่พวกนางก็ไม่ควรกังวลจนเกินเหตุไม่เช่นนั้นในอนาคตข้างหน้าจะปล่อยให้ลูกๆของพวกนางเติบโตได้อย่างแข้งแกร่งได้อย่างไรบนโลกที่เต็มไปด้วยการฆ่าฟันเช่นนี้
"ท่านแม่ๆ"สามชั่วยามผ่านไปประตูคฤหาสน์วิหคเพลิงเปิดขึ้นอีกครั้งเด็กหญิงผมสีแดงวิ่งออกมาอย่างรวดเร็วหาผู้เป็นมารดาและกระโดนเข้ากอดอย่างร่าเริงด้านหลังเฟิงหลินเทียนเองก็ตามมาด้วย
"เป็นอย่างไรตัวแสบ เจ้าเจ็บหรือไม่"เด็กน้อยส่ายหน้าเบาๆใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มก่อนที่นางจะกล่าวตอบมารดา"ไม่เจ็บเจ้าค่ะ ตอนแรกๆอาจจะร้อนไปหน่อยแต่ลูกทนได้"
"ดีแล้วๆงั้นไปกินข้าวกันดีหรือไม่ แม่จะได้ให้เหล่าพี่สาวแม่บ้านเตรียมของที่เจ้าชอบ"เฟิงหยุนเยว่ส่ายหัวอีกครั้ง "ท่านแม่!ลูกไม่หิว อีกอย่างท่านตาบอกกับข้าว่าจะพาไปเที่ยวหลังจากที่ฝึกฝนเสร็จแล้ว ดังนั้นจึงให้ข้ามาขออนุญาติท่านก่อน"
"หืม ท่านพ่อจะไปหยุนเยว่ไปที่ไหนเจ้าคะ แถวนี้มีสถานที่ไหนที่ท่านไม่เคยพานางไปอีกหรือ"เฟิงเสวียกล่าวถามด้วยความสงสัย
"อ่อ พอดีพ่อรับปากประมุขหอกระบี่ดาวตกเอาไว้ว่าจะไปเป็นผู้อาวุโสใหญ่ให้กับพวกเขาเพื่อแลกเปลี่ยนกับโลหิตจักรพรรดิมังกรสิบหยด ดังนั้นในอนาคตข้างหน้าย่อมไปมาหาสู่กันบ่อยๆอยู่แล้ว ดังนั้นพ่อเลยอยากพาหยุนเยว่ไปเที่ยวชมเสียหน่อย อย่างน้อยก็ให้นางได้เปิดหูเปิดตาบ้าง"เฟิงหลินเทียนกล่าวตอบบุตรสาว
"เป็นเช่นนั้นเอง ถ้างั้นสองตาหลานก็ไปท่องเที่ยวกันเถอะเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้ากับท่านแม่ก็จะไปทำงานด้วยเช่นกัน"เฟิงหลินเทียนพยักหน้ารับก้มลงอุ้มหลานสาวตัวน้อยเอาไว้ก่อนจะบินออกไปอย่างรวดเร็ว ส่วนเฟิงจื่อเหม่ยและเฟิงเสวียเมื่อเห็นดังนั้นพวกนางก็พลันแยกย้ายกันไปทำงานของพวกนางในทันที และงานที่ว่านี้ไม่ใช่งานอะไรนอกจากเอกสารกองโตของหอประมูลนั่นเอง