หานเซียวเปลี่ยนไปใส่ชุดเครื่องแบบหน่วยรักษาความปลอดภัยแล้วเดินออกจากห้องแล็บของหลินเว่ยเสียน
ในฐานทัพมีคนรู้ข่าวว่าเขาถูกหลินเว่ยเสียนพาตัวไปไม่น้อย ตอนนี้ขืนโผล่หน้าไปในฐานะเดิมมีหวังซวยแน่ มีแค่สี่คนที่มีภาพจำเกี่ยวกับเขาชัดเจน—เฮล่า, หมายเลขหนึ่ง, หลินเว่ยเสียน และ บาโลตตา
สองคนแรกไม่อยู่ที่ฐาน หลินเว่ยเสียนก็เพิ่งโดนเขาเก็บไปเมื่อกี้ ขอแค่ไม่ไปพบเจอกับบาโลตตาก็ปลอดภัยชั่วคราวแล้ว
ประตูห้องแล็บใต้ดินเป็ประตูอัลลอยด์พิเศษหนาตั้งแปดสิบเิเ ต่อให้ขนะเิมาทั้งคลังแสงก็อย่าหวังจะะเิเปิดมันได้ วิธีเดียวที่จะผ่านไปได้คือต้องใช้ระบบคีย์การ์ดอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีแค่คีย์การ์ดของสามคนเท่านั้นที่มีสิทธิ์เปิดประตูและหลินเว่ยเสียนคือหนึ่งในนั้น
คีย์การ์ดสีขาวเกลี้ยงเกลานอนนิ่งอยู่ในกระเป๋าเสื้อของหานเซียว
แต่ปัญหาคือ... ข้างประตูมีหน่วยรักษาความปลอดภัยเฝ้าอยู่แถมชั้นใต้ดินชั้นที่หนึ่งยังเป็หอพักของพวกหน่วยรักษาความปลอดภัยอีกต่างหาก ทุกคนที่นี่รู้จักหน้าเ้าของบัตรสีขาวทั้งสามคนดี ไม่มีทางตบตาได้แน่
ข้างตัวหน่วยรักษาความปลอดภัยมีสวิตช์ปิดประตูฉุกเฉิน แค่สับคัตเอาต์ลง ระบบประตูก็จะถูกปิดด้วยมือ ประตูใหญ่จะล็อกตายทันที ถ้าหานเซียวถือบัตรขาวเดินอาดๆไปเปิดประตู เขาจะหมดทางหนีและตกอยู่ในวงล้อมภายในสิบวินาที ถึงตอนนั้นก็กลายเป็เป้านิ่งให้อีกฝ่ายยิงเล่น ะุนัดเดียวก็ลดเืเขาได้หลายสิบหน่วย ถ้าโดนระดมยิงพร้อมกัน หากว่าเขาโชคดีหน่อยก็น่าจะยืนหยัดเท่ๆได้สัก... 0.8 วินาที
อืม... ตายอย่างสมเกียรติ วิธีตายที่ไม่เลว เก็บไว้เป็ตัวเลือกสำรองละกัน
แผนของหานเซียวคือตัดการสื่อสารเพื่อซื้อเวลา่สุญญากาศให้ตัวเองสักสองสามชั่วโมง นี่คือวิธีที่ปลอดภัยที่สุด ความจริงแผนแรกสุดคือทำลายแหล่งจ่ายพลังงานแต่ระบบประตูใช้ไฟฟ้า หากตัดไฟประตูก็จะไม่ทำงานไปด้วย
เครื่องส่งสัญญาณสื่อสารซ่อนอยู่ในกำแพงชั้นใต้ดินชั้นที่สาม ต้องใช้แขนกลเจาะกำแพงเข้าไป
ห้องดัดแปลงจักรกลอยู่ที่ชั้นใต้ดินชั้นที่สอง หานเซียวต้องกลับไปเอาอุปกรณ์ก่อน
แต่ก็นะ... แผนการมักตามความเปลี่ยนแปลงไม่ทันเสมอ
เหลืออีกแค่ห้าสิบเมตรจะถึงห้องดัดแปลงจักรกล จู่ๆมือใหญ่ข้างหนึ่งก็ยื่นออกมาจากด้านข้างและกดเข้าที่หน้าอกของหานเซียว นี่ทำให้สายตาของเขาแข็งกร้าวขึ้นทันที
คนที่มาขวางเขาดันเป็บาโลตตา!
ซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ ฐานทัพตั้งกว้าง ทำไมต้องมาจบเจอกับไอ้ชาติชั่วที่ไม่อยากเจอที่สุดตอนนี้ด้วยกัน? ไปฟ้องศาลที่ไหนได้บ้างเนี่ย หรือไอ้เมอร์ฟี่นั่นจะเป็ร่างอวตารของโชคชะตาจริงๆหรอ?!
“แกอยู่หน่วยไหน ทำไมฉันไม่เคยเห็นหน้า?” บาโลตตาถามด้วยความสงสัย
หานเซียวซ่อนหน้าพร้อมกดหมวกแก๊ปให้ต่ำลง “ผมเพิ่งมาใหม่ครับ สังกัดหน่วย B”
บาโลตตาทำหน้าไม่เชื่อ “มีเด็กใหม่มาตอนไหน ทำไมฉันไม่รู้กัน? เหมือนเคยได้ยินเสียงแกที่ไหน... เงยหน้าขึ้นมา ให้ฉันเห็นหน้าแกชัดๆ”
หานเซียวชำเลืองมองทางหางตาและเห็นมือบาโลตตาคลำไปที่ปืนพกข้างเอวเพื่อเตรียมพร้อมยิงได้ทุกเมื่อ หน่วยรักษาความปลอดภัยอีกสามคนข้างๆก็เริ่มรู้สึกผิดปกติจึงขยับเข้ามาใกล้
ทำไงดี? ถ้าความแตก บาโลตตาต้องส่งคนไปหาหลินเว่ยเสียนแน่ๆ เมื่อพบศพหมอนั่นก็จะถูกจับได้โดยทันทีทันที รู้งี้หั่นศพแยกชิ้นส่วนก่อนออกมาดีกว่าไหม?
ไม่ๆๆ เพื่อความเจริญอาหารในอีกหลายวันข้างหน้าก็อย่าทำแบบนั้นดีกว่า...
หรือจะยอมตายที่นี่? อย่าเพิ่งคิดสั้นสิ ทำอะไรต้องมีความมั่นใจหน่อย ถ้าคิดว่าทำแล้วแพ้แน่ๆก็อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้สิเฮ้ย
“วุ่นวายชะมัด... ความจริงฉันไม่อยากใช้แผน B เลยนะ” หานเซียวพึมพำ
“แกบ่นอะไร?” บาโลตตาได้ยินไม่ถนัด
ทันใดนั้นหานเซียวก็เงยหน้าขึ้นแสยะยิ้มอันตรายออกมา
“ฉันอยากบอกแกมานานแล้ว ไอ้ไข่ลาอย่างแกน่ะควรไปหาหมอโรคจิตซะ!”
“หมายเลขศูนย์?!”
หานเซียวชิงลงมืออาศัยจังหวะชั่วพริบตาที่อีกฝ่ายกำลังตกตะลึง มีดพกพุ่งเข้าแทงหน้าอกบาโลตตาอย่างรวดเร็ว ดวงตาของบาโลตตาหดเกร็งพร้อมรีบเอนตัวหลบถึงได้ทำให้คมมีดเฉือนเข้าที่คางจนกลายเป็เปิดแผลยาวที่มีเืสาดกระจาย
“ยิงมัน!”
หน่วยรักษาความปลอดภัยสามคนรีบชักปืนแต่เมื่อกี้พวกเขาขยับเข้ามาใกล้เกินไป ห่างจากหานเซียวไม่ถึงสามเมตร ระยะนี้ไม่เหมาะกับการใช้ปืนต่อสู้ หานเซียวก้าวพรวดเดียวถึงตัว หมัดที่อัดแน่นด้วยแรงส่งพุ่งเข้ากระแทกแก้มหน่วยรักษาความปลอดภัยคนหน้าสุดเต็มแรง หากว่ามีภาพสโลว์โมชันก็คงเห็นหนังหน้าบริเวณที่โดนหมัดกระเพื่อมเป็ระลอกคลื่น
-48!
หมัดหนักหน่วงทำเอาอีกฝ่ายมึนตึ้บ เซถลาไปชนเพื่อนอีกสองคนล้มกลิ้งไปด้วยกัน
หานเซียวหันหลังกลับทันทีพร้อมรีบพุ่งไปทางห้องดัดแปลงจักรกลอย่างสุดความสามารถ เสียงปืนดังไล่หลังขณะที่ะุเฉี่ยวตัวไปเจาะกำแพงจนประกายไฟแลบ
บาโลตตากุมแผลที่คางซึ่งเืไหลไม่หยุดด้วยสีหน้าท่าทางที่มืดมนอำมหิตพร้อมยกปืนกระหน่ำยิงไล่หลังหานเซียวอย่างบ้าคลั่งขณะที่เริ่มวิ่งไล่ตาม
“เ้าหน้าที่ทุกคนฟังคำสั่ง เสริมกำลังไปที่ห้องดัดแปลงจักรกลชั้นสองเดี๋ยวนี้ เป้าหมายคือหมายเลขศูนย์ ตัวทดลองก่อฏแล้ว!” บาโลตตาะโใส่วิทยุสื่อสารขนาดจิ๋วที่ปกเสื้อ
หน่วยรักษาความปลอดภัยที่เดินตรวจตราอยู่แต่ละชั้นทำหน้าตื่นตระหนกและนึกว่าตัวเองหูฝาด
“หมายเลขศูนย์ก่อฏเนี่ยนะ? ไม่ผิดแน่เหรอ!”
“ตัวทดลองนั่นโดนล้างสมองไปแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“หรือว่าเป็การซ้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน?”
“ไอ้โง่! ฉันได้ยินเสียงปืนชัดขนาดนี้!”
ะุหวีดหวิวเฉี่ยวผ่านหู ความรู้สึกอันตรายทิ่มแทงแผ่นหลัง หานเซียวกลับเข้าสู่สภาวะเยือกเย็นถึงขีดสุด นี่คือสถานะพิเศษยามที่สมาธิของเขาจดจ่อ จิตใจเย็นดั่งน้ำแข็ง ใช้เหตุผลเหนืออารมณ์ ข้อมูลมหาศาลไหลมารวมกันในสมอง โลกตรงหน้ากลายเป็ตารางเส้นสายที่ไขว้กันไปมาเหมือนใยแมงมุม ทุกอย่างล้วนเชื่อมโยงถึงกัน
‘อีก 2 วินาทีถึงห้องดัดแปลงจักรกล บาโลตตาต้องใช้เวลา 3.7 วินาทีถึงจะตามทัน หน่วยรักษาความปลอดภัย สามคนนั้นจะไม่เป็ภัยคุกคามใน 4.2 วินาทีนี้ กำลังเสริมจะมาถึงใน่ 25 ถึง 35 วินาที...’
หานเซียวผ่านการต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วน ประสบการณ์รบอันโชกโชนคือรากฐานที่ทำให้เขารักษาสถานะนี้ไว้ได้
เขาวิ่งซิกแซ็กและทุ่มสมาธิทั้งหมดไปกับการหลบะุ
บาโลตตาไล่ตามไม่ลดละ เขาไม่สนสาเหตุที่หมายเลขศูนย์คลุ้มคลั่ง รู้แค่หน้าที่คือต้องจับตัวหานเซียว ถ้าจำเป็ก็อนุญาตให้วิสามัญได้ทันที ฆ่าก่อนค่อยรายงานทีหลัง
“น่าสนุก... ของเล่นชิ้นเล็กๆ คิดจะขัดขืนแล้ว” บาโลตตาเลียเืที่คาง แววตาดุร้าย “แกเลือกทางตายของแกเองนะ!”
ถึงจะโดนหานเซียวลอบโจมตีจนได้แผล แต่บาโลตตายังมั่นใจเต็มเปี่ยม เขาเป็สายลับชั้นยอดที่ทำงานมาสิบสองปี ต่อให้หมายเลขศูนย์เรียนรู้เร็วแค่ไหนก็เพิ่งฝึกมาได้แค่ครึ่งปี จะรับมือเขาได้กี่กระบวนท่าเชียว? ดูสภาพตอนนี้สิ หมายเลขศูนย์วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนแล้ว
หานเซียวพุ่งชนประตูห้องดัดแปลงจักรกลเข้าไป แล้วกระแทกประตูปิดดัง ปัง!
“เลือกหนีเข้าห้องงั้นเรอะ? นั่นมันทางตัน แกยังอ่อนหัดนัก!”
บาโลตตาแสยะยิ้มเหี้ยม พุ่งไปหน้าประตู ยกเท้าเตรียมถีบประตูให้เปิดพร้อมเปลี่ยนแม็กกาซีนใหม่อย่างรวดเร็ว กะว่าพอประตูเปิดก็จะกราดยิงเข้าไปไม่ยั้ง
แต่เหตุการณ์กลับพลิกผัน!
ตูม!
บานประตูะเิกลายเป็เศษไม้ปลิวว่อน หมัดจักรกลสีโลหะวาววับพุ่งทะลุประตูออกมา เสียงเครื่องยนต์คำรามกระหึ่ม หมัดเหล็กสีเงินกระแทกเข้ากลางอกบาโลตตาอย่างจัง
-95!
กร๊อบ!
เสียงกระดูกหักอันน่าสยดสยองถูกส่งตามออกมา!
บาโลตตาลอยละลิ่วเหมือนกระสอบทรายเก่าๆพร้อมกระแทกเข้ากับกำแพงโดยซี่โครงหักไปสี่ห้าซี่ ปืนพกหลุดจากมือขณะที่เขาอาเจียนออกมาเป็เืและมองหานเซียวที่รูปลักษณ์เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงด้วยความตกตะลึง
ตอนนี้แขนซ้ายของหานเซียวสวมใส่แขนกลพาวเวอร์อาร์มรุ่นเบาลักษณะเหมือนถุงมือเหล็กขนาดั์หุ้มทั้งท่อนแขน ฟันเฟืองและข้อต่อหมุนขยับส่งเสียง กริ๊กๆ นิ้วโลหะขยับไหวอย่างคล่องแคล่ว ท่อระบายที่ยื่นออกมาพ่นควันดำจากเครื่องยนต์เป็จังหวะราวกับเมฆดำทมึนที่ปกคลุมแขน
“นั่นมันตัวบ้าอะไร?!” บาโลตตาตาถลนแทบหลุดจากเบ้า
ไม่ไกลออกไปหน่วยรักษาความปลอดภัยสามคนยกปืนเล็งแต่หานเซียวเร็วกว่า มือขวายกปืนพก รุ่นวอสป์73ฉบับปรับปรุงที่ใส่แม็กกาซีนพร้อมสรรพ เหนี่ยวไกปังๆสองนัด
ค่าความว่องไวส่งผลต่อความแม่นยำ สกิลช่วยปรับแก้ความคลาดเคลื่อน ฝีมือยิงปืนของหานเซียวตอนนี้เข้าขั้นเทพ ะุเจาะเข้าเบ้าตาและลำคอของสองคนนั้นอย่างแม่นยำและเข้าจุดตายจนเกิดสถานะคริติคอลและตายคาที่ไปสองศพ
หน่วยรักษาความปลอดภัย คนที่สามยิงสวนมา ะุหวีดร้องพุ่งเข้าใส่ หานเซียวชิงยกแขนกลขึ้นมากัน
แก๊ง!
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น ะุกระดอนออกจากเกราะชั้นนอกของแขนกล
[แขนกลพาวเวอร์อาร์มรุ่นเบา (ซ้าย) ความทนทานลดลง 8 หน่วย]
หานเซียวซ้ำอีกนัดเพื่อส่งคนที่สามไปสู่ปรโลก
ก่อนตาย หน่วยรักษาความปลอดภัยคนนั้นเบิกตากว้าง ไม่อยากเชื่อเลยว่าหมายเลขศูนย์ที่เคยเงียบขรึมหัวช้าจะโเี้ได้ขนาดนี้!
ไหนบอกว่าตัวทดลองถูกล้างสมองแล้วไง?!
หลอกกันทั้งเพ!
ทางเดินเงียบสงบลง เหลือแค่หานเซียวกับบาโลตตาสองคน
“หน่วยรักษาความปลอดภัยชุดที่ใกล้ที่สุดต้องใช้เวลาประมาณสามสิบวินาทีกว่าจะมาถึง” หานเซียวขยับแขนกล พูดเสียงเรียบ “ฉันอยากจะหักคอแกด้วยมือตัวเองจริงๆเพื่อขอบคุณสำหรับรอยมีดสี่ร้อยยี่สิบแผลที่แกฝากไว้บนตัวฉันตลอดครึ่งปีมานี้”
บาโลตตาแววตาอำมหิตพลางถ่มน้ำลายปนเืออกมา เขาชักมีดพกจากรองเท้าคอมแบทและโน้มตัวเตรียมพุ่งเข้าใส่ขณะที่แสยะยิ้มเย็นะเื
“หมัดเมื่อกี้หนักดีนี่ แต่ถ้าคิดว่าจะใช้เศษเหล็กขยะพรรค์นั้นมาล้มฉันได้ แกฝันไปเถอะ!”
“ก็ทำให้ดูหน่อยสิ”
“สามสิบวินาที... พอให้ฉันฆ่าแกได้สิบรอบ!”
บาโลตตาคำรามลั่น ควงมีดพุ่งเข้ามาดุจเสือชีตาห์ หานเซียวตั้งแขนกลรับการปะทะกันอย่างรุนแรงบังเกิด!
“ครืดดด——”
มีดพกลากผ่านเกราะเหล็กจนประกายไฟแลบเป็ทางยาว จังหวะที่สวนกัน บาโลตตาบิดเอวตวัดขาเตะกวาดไปที่ข้อพับเข่าของหานเซียวราวกับแมงป่องสะบัดหาง กะจะเตะให้ล้มจากด้านหลังแล้วปาดคอซึ่งนี่คือท่าไม้ตายสุดอันตราย
หานเซียวที่ผ่านการฝึกจากเฮล่าจึงสามารถเดาทางออกอยู่แล้ว เขาตอบสนองอย่างรวดเร็วโดยการเหวี่ยงแขนกลทุบกลับหลังกระแทกเข้าที่หน้าแข้งของบาโลตตาเต็มแรง!
กร๊อบ!
เสียงกระดูกแตกดังชัดเจน
-87!
ระดับพลังงานของแขนกลอยู่ที่ 38 บวกกับระดับพลังงานของตัวหานเซียวเองทำให้พลังเทียบเท่ากับยอดมนุษย์ระดับ E
แขนกลพาวเวอร์อาร์มรุ่นเบาทำให้พลังโจมตีของหานเซียวเพิ่มเป็สองเท่า ถึงจะไม่ได้เหนือกว่าบาโลตตาแบบขาดลอย แต่หมัดหนึ่งสร้างความเสียหายได้ราวๆ 90 หน่วย ถือว่ารุนแรงมาก เืของบาโลตตามีแค่ 300 กว่าหน่วย นี่ขนาดมีพร์ [ผ่านการฝึกฝน] ช่วยแล้วนะ เมื่อผนวกรวมกับหมัดแรกที่ต่อยทะลุประตู เืของบาโลตตาลดฮวบลงไปต่ำกว่าครึ่งซึ่งสะท้อนออกมาในความเป็จริงคือบาโลตตาเริ่มอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด
บาโลตตากัดฟันแน่นเพื่ออดทนกับความเ็ปขณะที่พุ่งเข้าโจมตี ปลายมีดแทงสวนมุมอับเล็งไปที่ดวงตาหานเซียวแต่ความเร็วตกลงไปมากถึงได้ทำให้หานเซียวใช้มือกลคว้าหมับเข้าที่หัวของบาโลตตา
“เป็ไปไม่ได้... ฉันจะแพ้ได้ไง แก...”
บาโลตตาคำรามด้วยความเจ็บแค้น พยายามจะดิ้นรนเฮือกสุดท้าย
สิ้นเสียงคำราม ภาพตรงหน้าเขาก็มืดดับลง ฝ่ามือเหล็กกดหัวเขากระแทกอัดเข้ากับกำแพงเต็มแรง พลังอันดิบเถื่อนยัดเสียงคำรามของเขากลับลงคอไป
ปัง!
เศษปูนกระเด็นว่อน เืเนื้อสาดกระจาย
ดวงตาหานเซียวเย็นเยียบขณะที่กดหัวบาโลตตาครูดไปกับกำแพงเป็ทางยาวจนลากเป็รอยเืสีแดงสดลึกซึ้ง
ใบหน้าของบาโลตตาที่ถูกจับไถไปกับกำแพงเละเทะจนจำเค้าเดิมไม่ได้
หานเซียวปล่อยมือ ร่างของบาโลตตาร่วงลงไปกองกับพื้นเหมือนโคลนเหลว ไร้ซึ่งลมหายใจ ไม่เหลือสภาพความอวดดีเมื่อครู่แม้แต่นิดเดียว
“ต้องขอโทษที่ข้าทำผิดสัญญาโดยการไม่ได้หักคอแก... เอาเป็ว่าแกลุกขึ้นมาให้ฉันฆ่าใหม่อีกรอบไหมล่ะ?” หานเซียวเลิกคิ้วขณะที่พูดออกมา
บาโลตตาไม่ตอบและไม่มีโอกาสได้ตอบอีกแล้ว
[คุณได้สังหารรองหัวหน้าห้องทดลองวัลคีรี บาโลตตา, ได้รับ 1,500 EXP]
หลินเว่ยเสียนและบาโลตตา สองคนที่เขาเกลียดที่สุดตายด้วยน้ำมือเขาหมดแล้ว
หานเซียวรู้สึกเหมือนได้กินไอศกรีมคำโตท่ามกลางฤดูร้อน มันเป็ความรู้สึกสบายตัวชะมัด...ช่างรู้สึกสะใจจริงๆ!