ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 68 ไร้ยางอาย

            “เจ้านี่หนา!” พระสนมเต๋อเฟยเคาะหน้าผากของหลินเมิ้งหยาเบาๆ ด้วยความรักใคร่แม้แต่น้ำเสียงก็เปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู

            ในสายตาขอนาง หลินเมิ้งหยาเป็นคนฉลาดเฉลียวแต่ถึงกระนั้นก็ทำเพียงเพราะความสนุกสนาน หาได้ทำร้ายใครไม่

            ยิ่งไปกว่านั้น ซ่างกวนฉิงยังเห็นดีเห็นงามไปกับพี่สาวของนางพวกนางสร้างความคับแค้นใจให้กับพระสนมเต๋อเฟยเสมอมาการลงมือของหลินเมิ้งหยาในคราวนี้จึงเผยให้เห็นว่านางมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับแม่เลี้ยง

            “จริงสิเพคะหมู่เฟย หม่อมฉันอยากให้พระองค์พิจารณาเรื่องโทษทัณฑ์ของน้องหรูฉินใหม่เพคะถึงอย่างไรน้องก็ยังเป็นเด็กจึงไม่รู้ความทำเพียงว่ากล่าวตักเตือนก็น่าจะเพียงพอแล้วหากท่านอาคนโตทราบข่าวว่าเราทำกับนางเช่นนี้จะไม่เป็นการดีนะเพคะ”

            หลินเมิ้งหยาส่งเสียงนุ่มนวลแผ่วเบาขอร้องพระสนมเต๋อเฟยคำพูดของนางล้วนมีเหตุมีผลทั้งสิ้น

            ขณะนี้พระสนมเต๋อเฟยรู้สึกว่าหลินเมิ้งหยาเป็นเด็กที่รู้ความมากเหลือเกิน

            “ข้าจะลองพิจารณาเรื่องนี้ดู เด็กดี เจ้าไม่เจ็บแค้นหรูฉินอย่างนั้นหรือหากในอนาคตหรูฉินรังแกเจ้า เจ้ารีบมาบอกข้า ข้าจะออกหน้าแทนเจ้าเอง”

            หลินเมิ้งหยาพยักหน้าก่อนจะพูดคุยกับพระสนมเต๋อเฟยเพื่อทำให้นางอารมณ์ดีเล็กน้อยแล้วกลับไปยังตำหนักหลิวซิน

            สามวันต่อมา ซ่างกวนฉิงและหลินเมิ้งหวู่แอบอยู่ในสวนของตนเองเพื่อพูดคุยความลับ

            ตอนแรกคิดอยากไปถวายคำนับพระสนมเต๋อเฟยทว่าน้าจิ่นเยว่กลับห้ามไว้มิให้เข้าเฝ้า

            อ้างว่าพระสนมเต๋อเฟยไม่สบาย ไม่ต้องการให้เข้าพบ

            วันสบายๆ เช่นนี้หาได้ยากยิ่ง หลินเมิ้งหยาสบายเสียจนเบื่อดังนั้นนางจึงเข้าไปยืนข้างสระน้ำแล้วให้อาหารปลาคาร์ป

            “หลายวันมานี้ฮูหยินหลินได้พบกับคุณหนูเจียงแล้วหรือ?”

            สาวใช้ทั้งสาม ป๋ายจีนั่งทอผ้า ป๋ายจื่อกัดกินขนมที่โรงครัวทำมาให้ส่วนป๋ายซ่าวที่มักจะสดใสร่าเริงอยู่เสมอกลายเป็นผู้ติดตามข่าวและนำมาเล่าให้ฟัง

            “แม้คุณหนูเจียงจะถูกปล่อยตัวออกมาแล้วแต่นางกลับไม่เข้าไปแม้แต่ตำหนักหยาเสวียนฮูหยินหลินส่งของขวัญไปให้กับคุณหนูเจียงดังนั้นทั้งสองฝั่งจึงสงบลงจนน่าประหลาดเจ้าค่ะ”

            ป๋ายซ่าวนวดขาเรียวเล็กของหลินเมิ้งหยาเบาๆหลังจากผ่านเหตุการณ์เอะอะโวยวายหน้าประตู ตอนนี้ทุกคนในจวนต่างรู้จักนางหมดแล้ว

            ตอนนี้นางกลายเป็นคนมีชื่อเสียงของจวนอวี้ มีคนมาทำความรู้จักกับนางมากขึ้นดังนั้นเรื่องเล็กเรื่องน้อยในจวนจึงเข้าหูนางอย่างรวดเร็ว

            “รวมหัวกันอย่างนั้นหรือ คุณหนูเจียงเองก็นิสัยใช่ย่อยหากพวกนางร่วมมือกันโจมตีข้าจะไม่ง่ายกว่าหรือ?”

            หลินเมิ้งหยามพลิกตัว มองดูปลาในน้ำที่กำลังแก่งแย่งอาหารกันใบหน้านวลเรียวเล็กรูปไข่หยักยิ้มเล็กน้อยราวกับว่านางมิได้ใส่ใจเรื่องเหล่านั้นเลยสักนิด

            หญิงสาวทั้งสี่มิได้สังเกตเห็นเลยว่ากำลังมีสายตาซุกซนคู่หนึ่งพุ่งไปยังหลินเมิ้งหยา

            คนผู้สวมใส่ชุดสีม่วงอ่อนปักลายต้นไผ่สีเขียวมรกตชายเสื้อทั้งสองข้างล้วนปักด้ายขาวเป็นลวดลายสวยงาม

            ร่างสูงบางปรากฏขึ้น ใบหน้าคล้ายกับหลงเทียนอวี้แต่กลับเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนและสง่างามไร้ซึ่งความเย็นชาปรากฏให้เห็น

            “พี่สาม พระชายาของท่านช่างมีเอกลักษณ์แตกต่างเสียจริง”

            องค์ชายหกหลงชิงหานมีความสัมพันธ์อันดีกับหลงเทียนอวี้ เหตุเพราะแม่ของเขาตายไปตอนคลอดลูกดังนั้นพระสนมเต๋อเฟยจึงเป็นผู้เลี้ยงดูเสมอมา

            เขามีอุปนิสัยซุกซนขี้เล่นมาตั้งแต่เด็กโดยเฉพาะเมื่อเขาอยู่นอกเหนือจากการช่วงชิงบัลลังก์แล้ว เขาจึงมักจะออกไปกินไปดื่มกับเหล่ามิตรสหาย

            “นางเป็นพี่สะใภ้สามของเจ้า อย่าได้คิดไม่ซื่อ”

            หลงเทียนอวี้ที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเก้าอี้เอ่ยขัดความคิดของหลงชิงหาน

            เขาที่เป็นองค์ชายหกมีความสามารถรอบด้านอีกทั้งใบหน้ายังหล่อเหลาเกินพรรณนา สาวสวยมากมายต่างพากันหมายปองแต่เขากลับไม่หยุดที่จะหาดอกไม้งามดอกใหม่มาดอมดมเสมอ

            แต่เพราะหลินเมิ้งหยาเปรียบเสมือนกุหลาบอาบยาพิษเกรงว่าหากหลงชิงหานนำนางมาไว้ใกล้ตัว รังแต่จะเป็นพิษต่อร่างกายเสียมากกว่า

            “พี่สะใภ้สาม?” หลงชิงหานกระตุกยิ้มนึกสนุกกดพัดที่ถืออยู่ในมือทับลงบนหนังสือที่หลงเทียนอวี้กำลังถือสีหน้าพลันแสดงให้เห็นถึงอาการหวาดผวา

            “จริงหรือ? พี่สามนางเป็นหมากตัวหนึ่งของฮองเฮานะ หรือว่า...นางทำให้พี่หวั่นไหวกระนั้นหรือ?”

            หวั่นไหว?สมองของหลงเทียนอวี้ปฏิเสธความคิดนี้แทบจะในทันที

            สีหน้าเย็นชา สายตาข่มขวัญจับจ้องไปทางหลงชิงหาน

            “ข้าไม่มีวันรู้สึกหวั่นไหวกับสตรีทุกคนนาง...ตอนนี้เป็นหมากตัวหนึ่งของข้า”

            ถูกต้อง เขายอมปล่อยให้หลินเมิ้งหยาปรับเปลี่ยนจวนอวี้ตามความต้องการของนางยินยอมให้นางใช้อำนาจของตนเองตามอำเภอใจ เขามักจะตอบรับคำขอทุกอย่างของนางทั้งหมดนั้นเพียงเพื่อเขาจะได้ใช้ประโยชน์จากนาง นางจะได้มาเป็นผู้ช่วยเขาเท่านั้น

            เขาไม่เคยนึกสนใจผู้หญิง เมื่อก่อนเป็นเช่นไรตอนนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้น

            “นางเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่งดงามมีเสน่ห์มากเท่านั้นนางต้องจัดการงานบ้านงานเรือนและต่อสู้กับปัญหาภายในแต่ถึงกระนั้นนางกลับสง่างามเหลือเกิน ถ้าหากพี่สามไม่ชอบเช่นนั้นยกให้ข้าได้หรือไม่?”

            หลงชิงหานที่เดาไว้อยู่แล้วว่าจะได้รับคำตอบเช่นนี้ จับจ้องมองทางเรือนร่างของหลินเมิ้งหยาตาไม่กะพริบ

            ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด รอยยิ้มของหญิงสาวผู้นั้นสว่างไสวดึงดูดสายตาของเขาเหมือนแม่เหล็ก

            “ข้าว่าเจ้าอย่าเข้าไปข้องเกี่ยวกับนางเลย มิเช่นนั้นข้าเองก็ไม่อาจช่วยเจ้าได้”

            น้ำเสียงเย็นชา หัวใจพลันรู้สึกไม่สบอารมณ์

            แม้หลงชิงหานจะเป็นน้องชายที่เขารักและเอ็นดูเป็นอย่างมากแต่ถึงขั้นบังอาจเอ่ยขอพระชายาของเขาต่อหน้าเช่นนี้เขาเองอดที่จะรู้สึกขุ่นเคืองขึ้นมาไม่ได้

            “พี่สาม ข้าเพียงแต่ล้อท่านเล่นเท่านั้น...ทำไมไท่จื่อจึงมาที่นี่เล่า?”

            กระซิบเสียงเบา จู่ๆ ร่องรอยของความเย็นชาพลันปะปนอยู่ในน้ำเสียง

            แม้หลงชิงหานจะเป็นองค์ชายเช่นเดียวกันแต่เพราะเขาถูกพระสนมเต๋อเฟยเลี้ยงดูมาจนโตดังนั้นเขาจึงถูกไท่จื่อกลั่นแกล้งอยู่ลับๆ เสมอ

            ต้าจิ้นมีองค์ชายทั้งหมดสิบเอ็ดพระองค์แต่คนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้มีเพียงห้าพระองค์เท่านั้น

            แม้สาเหตุการตายที่ทุกคนได้รับรู้จะเกิดจากอุบัติเหตุแต่ลับหลังไม่ว่าใครต่างก็รู้ดีว่าเพราะอะไร

            “เขาทำอะไร?”

            วางหนังสือในมือลง หลงเทียนอวี้เองก็เดินไปหยุดยืนข้างหน้าต่างชำเลืองมอง ก่อนจะได้เห็นชายใบหน้าหล่อเหลาสวมใส่ชุดสีเหลืองทองศีรษะประดับมงกุฎทองเดินตรงไปยังศาลาเล็กในสวนดอกไม้ของจวนอวี้

            “ไท่จื่อเสด็จ...”

            เสียงร้องของขันทีดังขึ้นจนดึงดูดความสนใจจากหลินเมิ้งหยาที่กำลังดูปลาอยู่ในสระน้ำกลับมาหันหน้าก่อนจะได้เห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของไท่จื่อ

            นางหลุบตาต่ำ กักเก็บความรู้สึกรังเกียจในหัวใจ ป๋ายซ่าวเข้ามาพยุงจากนั้นนางถวายคำนับตามธรรมเนียมของพระราชวัง

            “ถวายคำนับไท่จื่อ”

            น้ำเสียงแผ่วเบาอ่อนโยนประหนึ่งสายน้ำที่สาดซัดเข้ามาในหัวใจของไท่จื่อ

            หลังจากได้เห็นนางเพียงครั้งเดียวเมื่องานเลี้ยงฉลองวันเกิดของพระสนมเต๋อเฟยทุกค่ำคืนเขามักจะเฝ้าฝันหานางเสมอ

            หญิงสาวที่งดงามมากขนาดนี้ ไม่คู่ควรกับคนไร้ความรู้สึกเช่นนั้น

            ไท่จื่อมั่นใจว่าเขาสามารถโน้มน้าวเอาชนะใจหลินเมิ้งหยาได้

            หลงเทียนอวี้เป็นเพียงคนโง่เขลาเท่านั้นตั้งแต่เด็กจนโตเขาไร้ซึ่งความกล้าที่จะต่อกรกับเขา

            “ลุกขึ้นเถิด ด้านนอกลมแรงเดี๋ยวคุณหนูหลินจะถูกความเย็นปะทะเอาได้”

            ใบหน้าเกลี้ยงเกลา ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งอย่างเช่นวันนั้นอีกทั้งยังอบอุ่นอ่อนโยน

            หัวใจของหลินเมิ้งหยากระตุกเล็กน้อยแต่ถึงกระนั้นนางกลับขยับเท้าถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อยืนอยู่ทางด้านหลังป๋ายซ่าว

            “ไท่จื่ออุตส่าห์เสด็จมา เฉินเซี่ย1จะรีบไปทูลท่านอ๋องให้มาเข้าเฝ้า ไท่จื่อได้โปรดรอสักครู่ป๋ายจีจงไปนำชามาให้ไท่จื่อ”

            แทนตนเองด้วยคำว่าเฉินเซี่ย หลินเมิ้งหยาต้องการเตือนไท่จื่อว่าตนเองเป็นภรรยาของน้องชายอีกทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นพระชายาขององค์ชายสาม

            ไท่จื่อกลับไม่ใส่ใจ เขาก้าวฉับๆ ขึ้นมาข้างหน้าราวกับไม่สนใจชื่อเสียงของตนเองเลยแม้แต่น้อย

            “หากจะอ้างอิงจากความอาวุโส เจ้าควรเรียกข้าว่าท่านพี่ เหตุใดจึงทำตัวเหมือนคนอื่นคนไกลกันเล่า?”

            ญาติผู้พี่ตัวดี! หลินเมิ้งหยาขยับเท้าถอยหลังจนไม่มีทางให้หนีอีกแล้ว ใบหน้ายังคงก้มต่ำอีกทั้งยังไม่ยอมเอื้อนเอ่ยอันใดออกมา

            เป็นถึงองค์ชายรัชทายาท แต่กลับไม่คำนึงถึงศีลธรรมและมารยาท เขากล้าแม้กระทั่งยั่วยวนน้องสะใภ้เมื่อต้องพบกับไท่จื่อที่ไร้ยางอายเช่นนี้ หลินเมิ้งหยารู้สึกรำคาญใจเหลือทน

            “เจ้า...”

            “ไม่รู้ว่าไท่จื่อมีเหตุอันใดจึงเสด็จมาที่นี่หรือพ่ะย่ะค่ะ?”

            ขณะที่หลินเมิ้งหยากำลังครุ่นคิดหาวิธีเอาตัวรอดร่างกำยำพลันปรากฏขึ้นขวางหน้านางเอาไว้

            ผงะ เงยหน้าขึ้นมองร่างอันแสนคุ้นเคย...หลิงเทียนอวี้ เหตุใดเขาจึงปรากฏตัวได้ทันท่วงทีเช่นนี้?

            “แน่นอนว่าข้ามีเรื่องให้ต้องมาที่นี่ฮ่องเต้ซีฟานหมิงเสด็จมาเยี่ยมเยียนที่เมืองหลวงอีกครา ทว่าท่านพ่อยังประชวรหนักเพื่อมิให้เป็นการเสียมารยาท พวกเราเหล่าพี่น้องควรร่วมกันถวายการต้อนรับ”

            ไท่จื่อจ้องมองน้องชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าร่องรอยของการดูถูกเหยียดหยามพลันปรากฏขึ้นในดวงตา

            หากมิใช่เพราะเสด็จแม่เตือนว่าต้องมาหาหลงเทียนอวี้แล้วละก็เขาไม่มีวันมาเหยียบที่นี่อย่างแน่นอน

            “พวกเราควรให้การต้อนรับที่อบอุ่นแก่ฮ่องเต้หมิงเฉินตี้พร้อมน้อมรับพระบัญชาของไท่จื่อ”

            เสียงสดใสของชายหนุ่มดังขึ้น หลินเมิ้งหยาหันไปมองด้วยความสงสัยมิรู้ว่าองค์ชายรูปงามจากที่ใดเสด็จมา

            ทว่าสิ่งที่ได้เห็นคือแววตาขี้เล่นซุกซนขณะที่ต้องมองมายังใบหน้าของตนเอง

            เมื่อได้ฟังจากคำพูดของเขา หรือว่า...เขาจะเป็นน้องชายของหลงเทียนอวี้?

            “ที่แท้ก็เป็นน้องหกนี่เองข้าคิดว่าเจ้ากับน้องสามมีความสัมพันธ์อันดีมาตลอด เกิดอะไรขึ้นกันเล่า? เหตุใดจึงมาหาดอกไม้งามที่จวนของน้องสามแห่งนี้?”

            ส่งเสียงยั่วยุ ความรังเกียจถูกวาดลงบนแววตาของไท่จื่อ

            ปกติน้องหกคนนี้มักจะเกกมะเหรกเกเรเป็นที่สุดแต่เสด็จพ่อกลับยังรักและเอ็นดูเขามาก

            ทั้งที่เป็นเพียงลูกที่ให้กำเนิดโดยนางในเท่านั้น เขามีดีตรงไหนกัน?

            “เฉินตี้จะกล้ามาหาสาวงามในจวนท่านพี่สามได้อย่างไร โอ้นี่คงเป็นพี่สะใภ้สามสินะ คุณหนูของเจิ้นหนานโหวถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีจริงๆข้าน้อยน้องหกขอถวายคำนับพี่สะใภ้สาม”

            หลงชิงหานถวายคำนับอย่างมีมารยาท หลินเมิ้งหยารีบถวายคำนับตอบ

            แม้จะมีลักษณะท่าทางประหนึ่งคุณชายเจ้าสำอาง แต่หลินเมิ้งหยารู้ได้เลยว่าองค์ชายพระองค์นี้มิใช่คนธรรมดาอย่างที่ได้แสดงออกมา

            “เกรงว่าท่านอ๋องและไท่จื่อน่าจะยังมีเรื่องต้องคุยกับเซี่ยเฉินขอทูลลา”

            หลินเมิ้งหยาก้มหน้าลง ก่อนจะพาสาวใช้ออกไปจากที่นี่

            สายตาสามคู่ตกลงบนเรือนร่างทางด้านหลังของนางแต่พวกเขาต่างมีความคิดไม่เหมือนกัน

            “นายหญิงเหตุใดไท่จื่อจึงปฏิบัติตนเสมือนไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนเช่นนั้นเจ้าคะท่านเป็นน้องสะใภ้ของเขามิใช่หรือ!”

            ป๋ายจีเป็นคนสงบนิ่งมากที่สุด แต่ก็เชื่อฟังเรื่องขนบธรรมเนียมประเพณีเป็นอย่างมากเช่นเดียวกัน

            ปกติแล้วท่านอ๋องและพระชายาต่างอยู่ร่วมกันด้วยความเคารพและให้เกียรติซึ่งและกันพวกเขาไม่เคยลุกร้ำความเป็นส่วนตัวของอีกฝ่ายเลย

            เขาเป็นถึงไท่จื่อ แต่กลับแสดงกิริยาวาจาต่ำทรามจนเกินจะรับได้

            “ไท่จื่อจงใจอย่างแน่นอน คาดว่าคงต้องการทำให้ท่านอ๋องลำบากใจ”

            บดบังนิ้วมือที่กำลังกำเข้าหากันแน่นแม้หลินเมิ้งหยาจะไม่เอ่ยสิ่งใดออกมาทว่าในใจกลับจดจำหนี้แค้นที่มีต่อไท่จื่อในครั้งนี้เอาไว้แล้ว

     

    ***********************

    1 เฉินเซี่ยคือคำแทนตนของหญิงสาวที่แต่งงานแล้วซึ่งมีฐานะต่ำต้อยกว่าอีกฝ่ายโดยส่วนใหญ่นางในมักจะใช้เรียกแทนตนเวลาพูดกับฮ่องเต้

    คล้ายกับเรื่องข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508