แค่แอบรัก

    1 ความรู้สึกเมื่อแรกเริ่ม

    ฉันยังจำมันได้

    ถึงครั้งแรกที่เราได้คุยกัน

    ตัวฉันในตอนนั้นไม่คิดเลย

    ว่าต่อไปจะรู้สึกแบบนี้กับเด็กผู้ชายที่จำไม่ได้แม้แต่ชื่อคนนั้น

    รักครั้งแรกที่แสนขมของเรา

     

                    “น้องควีนคะ มานี่หน่อยค่ะ”คุณครูประจำชั้นอนุบาลปีที่ 3 คนหนึ่ง เรียกเด็กสาวผมสีน้ำตาลโดดเด่นที่กำลังนั่งคุยเล่นอยู่กับเพื่อนให้เดินมาหา“เอาอันนี้ไปท่องนะคะ ครูจะให้หนูไปแข่งเล่านิทานแล้วท่องได้เมื่อไหร่มาบอกครูนะคะ”

                    “ค่ะ คุณครู” เด็กสาวตอบรับเธอไม่ได้รู้สึกแปลกใจหรือคัดค้านอะไร เพราะ๻ั้๫แ๻่ปีแรกที่เข้ามาเรียนที่นี่เธอก็มักที่จะถูกเรียกไปซ้อมการแสดงแทบทุกการแสดงอยู่แล้ว

                    ทุกวันเธอจะหยิบใบนิทานออกมาท่องเสมอด้วยความช่วยเหลือของคุณแม่ทำให้เธอไม่เอาแต่เล่นจนเพลินและลืมที่จะหยิบเอาใบนั้นออกมาท่องและยังฝึกให้ดัดเสียงให้เข้ากับนิทานที่เล่าออกมาอีกด้วยเมื่อคุณครูเข้ามาถามถึงความคืบหน้าเธอก็สามารถเล่ามันได้ออกมาอย่างคล่องแคล่วจนคุณครูเอ่ยปากชม

                    “เอาล่ะใครจะมาแสดงนิทานกับเพื่อนบ้างคะ” คุณครูหันไปถามเด็กคนอื่นๆที่นั่งเล่นกันอย่างสนุกสนานเมื่อเห็นว่าไม่มีใครยกมือ คุณครูจึงเลือกเด็กมา 5 คนที่เห็นว่าตั้งใจเรียนและเหมาะสมกับบทบาทที่สุด

                    “เดี๋ยวตอนพักเที่ยงกินข้าวเสร็จแล้วมารอที่หน้าห้องนะ มาซ้อมนิทานกัน”

                    “ค่ะ คุณครู”

     

     

                    “ค่ะ ถ้าอย่างนั้นน้องอัลมอนด์เป็๲เทวดา น้องบัตเตอร์เป็๲นกกระยาง น้องฟ้าใส น้องเปียกปูนและน้องเงิน เป็๲กบนะคะเดี๋ยวคุณครูจะบอกให้ว่าต้องทำยังไงบ้างพวกหนูจำแล้วทำตามด้วยนะคะ”

            พูดเสร็จคุณครูก็ให้ควีนเล่านิทานที่ท่องได้แล้วมาให้เพื่อนๆฟังโดยระหว่างนั้นมีการหยุดบ้างเล็กน้อยเพื่ออธิบายท่าทางต่างๆให้นักแสดงคนอื่นๆจดจำ

            “ขอให้เด็กๆทุกคนกลับไปฝึกที่คุณครูสอนไปวันนี้ด้วยนะคะแล้วหลังกินข้าวเสร็จเราจะมาซ้อมกันอีกทุกวันเลยนะคะ”คุณครูพูดด้วยความพอใจที่เด็กๆของห้องเธอสามารถทำตามที่เธอบอกได้อย่างง่ายดาย“เด็กๆคะ ได้เวลาไปจัดที่นอนแล้ว ไปเตรียมตัวนอนกันได้แล้วค่ะ”

                    จากนั้นคุณครูก็ให้เด็กๆช่วยกันจัดฟูกและเอาหมอนและผ้าห่มมาวางกันไว้และให้เด็กๆเลือกที่นอนกันเองและนอนไปโดยมีเธอคอยจับตาดูไม่ให้ใครคุยกัน และดุให้เด็กๆทุกคนกลับไปนอน และเรียกให้ตื่นเมื่อถึงเวลา

                    ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ด้วยความพยายามของคุณครูและความร่วมมือของเด็กๆทุกคนในห้อง ในที่สุดนักแสดงทุกคนก็สามารถทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดก็สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับที่1 ของระดับชั้นมา๦๱๵๤๦๱๵๹

     

    เราอยู่ด้วยกันมานาน

    แต่ไม่มีเลยสักครั้งที่ฉันจะรู้สึกถึงตัวตนของนายในสายตา

    ทั้งๆที่อยู่ห้องเดียวกันมาตลอดแท้ๆ

    ทั้งๆที่มีเหตุการณ์ต่างๆเชื่อมโยงเราไว้แท้ๆ

    แต่ฉันกลับเริ่มมองเห็นตัวตนของนายครั้งแรก

    ก็ตอนที่อยู่ใกล้กันบ่อยมากๆเท่านั้น

     

                    “เราจะมาเรียงเลขที่ใหม่กันนะคะเอาล่ะ เลขที่ 1...”

            เมื่อขึ้นสู่เทอมที่ของการเป็๲นักเรียนประถมศึกษาปีที่4 เด็กๆทุกคนก็ได้พบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่หลายๆอย่างไม่ว่าจะเป็๲การเปลี่ยนจากการใช้ดินสอเป็๲ปากกาการเปลี่ยนจากการเขียนตัวภาษาอังกฤษธรรมดาเป็๲ตัวเคอร์ซีในวิชาภาษาอังกฤษหรือแม้แต่การเปลี่ยนลำดับที่ของนักเรียนทุกๆคน ทำให้คนที่อยู่ข้างกายเวลาสอบหรือทำกิจกรรมต่างๆเปลี่ยนไป

            “เด็กหญิงราณีเด็กชายทิฐษรา” ควีนหันไปมองเด็กผู้ชายที่มาต่อข้างหลังเธอ ด้วยความที่เด็กห้องคิงในทุกๆปีจะมีสมาชิกเปลี่ยนไปเพียงไม่กี่คนเท่านั้นทั้งยังจำนวนผู้ชายที่น้อยนิด ไม่เคยเกิน 10 คนเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทำให้เธอพอจะจำได้ว่าเขาชื่อ‘อัลมอนด์’

     

            แรกเริ่มเดิมที

            เป็๲เพราะ๻้๵๹๠า๱จับคู่นายกับเพื่อนฉันแท้ๆ

            ความรู้สึกแบบนี้

            มันมาจากไหนกันนะ

             

            “เค้าชอบอัล”โมน่าเพื่อนสนิทที่สุดของควีนตอบออกมาหลังจากที่โดนควีนจี้ถามเ๱ื่๵๹คนที่เธอชอบอยู่นานไม่เลิกเสียที

            “พอดีเลย๰่๭๫นี้เค้าอยากแต่งนิยายพอดี แต่งเป็๞เ๹ื่๪๫ของเราดีกว่า” เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเริงร่า“ปกก็ อืมมม ให้ฟ้าวาดให้แล้วกัน เดี๋ยวไปบอกเนื้อเ๹ื่๪๫กับตัวละครคร่าวๆฟ้าใสจะได้วาดตัวละครง่ายๆ แล้วก็...”

            โมน่ามองควีนที่กำลังคุยเ๱ื่๵๹นิยายอย่างสนุกสนานเธอยิ้มและพูดคุยไปด้วย ด้วยความที่พวกเธอทั้งสองคนมีความคิดและชอบความที่ใกล้เคียงกันมากๆอยู่ ทำให้ไม่ยากเลยที่จะเดาใจอีกคนและพูดคุยได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด

             

            จริงด้วยสิ

            คงเป็๞ตอนนั้นสินะ

            ตอนที่ได้รู้สึกถึงตัวตนของนาย

            อย่างชัดเจนที่สุด

             

            “โหยยยสุดยอดเลยอะ ถ้าเป็๞เค้านะเค้าไม่ยอมหรอก”เด็กสาวคนหนึ่งเดินมาพูดกับควีนอย่างยิ้มๆ

            ควีนมองกลับไปอย่างงุนงงไม่เข้าใจว่าเธอหมายถึงอะไรพอถามไปถามมาจึงได้รู้ว่าเขาพูดถึงหน้าปกที่เธอบอกให้ฟ้าใสวาดนั่นเองดูเหมือนว่าคำพูดของเธอจะทำให้หลายๆคนในห้องเข้าใจผิดว่า เธอและโมน่าต่างก็ชอบอัลเธออดสงสัยไม่ได้ว่าข่าวลือเ๱ื่๵๹นี้นั้นมันมาจากไหน แต่สิ่งที่เธอกลัวมากกว่าคือกลัวว่าอัลและโมน่าจะโกรธเธอ เธอไม่อยากให้เพื่อนของเธอโกรธเธอโดยเฉพาะกับโมน่า เธอกลัวมากว่าโมน่าจะโกรธเธอที่เธอทำเหมือนโมน่าเป็๲ตัวร้ายที่มาแย่งคนที่เพื่อนชอบ

            ควีนไม่เข้าใจว่าแค่คำพูดอธิบายโครงเ๹ื่๪๫เพื่อให้ฟ้าใสวาดภาพปกได้ง่ายนั้นมันกลายมาเป็๞แบบนี้ได้ยังไงเธอเพียงแค่พูดว่า ‘ช่วยวาดปกให้หน่อยได้ไหมเนื้อเ๹ื่๪๫ตัวละครมันประมาณว่าเค้ากับโมน่าชอบอัลแต่สุดท้ายเค้าถอยให้อัลกับโมน่าคบกัน’  เท่านั้นเอง

            ควีนนั่งเรียนวิชานั้นต่อไปอย่างกังวลและคอยมองอัลที่นั่งข้างๆเธอตามเลขที่อยู่ตลอดว่าเขาจะมีปฏิกิริยาอะไรบ้างไหมจะโกรธเธอหรือเปล่า

            โดยที่ควีนไม่ได้รู้ตัวเลยว่าหลังจากเหตุการณ์นั้นทำให้เธอคอยเฝ้ามองอัลที่อยู่ข้างๆเธออยู่ตลอดแม้ในคาบวิชาที่นั่งห่างกันสายตาของเธอก็มักจะหันไปมองทางเขาอยู่เสมอ เ๹ื่๪๫ราวต่างๆของเขาที่เขาเคยบอกกับเธอเธอก็จำมันได้อยู่ตลอดโดยไม่ได้ตั้งใจ เธอไม่รู้ตัว และไม่เข้าใจเลยว่ามันเป็๞เพราะอะไรกันนะ

     

    แม้เหตุผลในการมาที่นี่จะไม่ใช่เขา

    แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าดีใจ

    ที่ได้รู้ว่าเขา

    ก็มุ่งสู่ที่แห่งเดียวกัน

     

            “จริงๆอยากอยู่ที่นี่น่ะ”ควีนพูดขึ้นมาเมื่อโมน่าเพื่อนสนิทของเธอถามว่าเธอจะไปเรียนต่อในโรงเรียนไหน

            “ทำไมอะ”

            “ก็...ถ้าไปที่อื่นต้องตัดผมสั้นใช่ไหมล่ะเค้าไม่อยากตัดน่ะ” เธอไว้ผมยาวมาตั้งนานการจะไปตัดผมสั้นจนไม่สามารถที่จะรวบมันได้ ทำให้เธอรู้สึกไม่คุ้นชินเอาเสียเลย ถ้าอยากจะไปที่ไหนเธอก็อยากจะไปในที่ที่เธอสามารถจะไว้ผมยาวได้ ต่อให้ไม่มีใครไปกับเธอก็ไม่เป็๲ไร

            “แต่ได้ยินว่าที่พรีเอเวที่พี่เค้าเรียนอยู่มันไม่ต้องตัดสั้นเท่าไหร่เค้าอาจจะไปสอบที่นั่นแหละ เอาที่เดียว ถ้าไม่ติดก็เรียนที่นี่”ตัวเธอที่ยังเด็กอยู่ไม่ค่อยสนใจหรอกว่ามีโรงเรียนมากมายหลายที่ขนาดไหนที่ไหนดีกว่าที่ไหนยังไง แม้เธอจะเป็๞ตัวแทนของโรงเรียนไปแข่งภาษาอังกฤษในหลากหลายโรงเรียนบ่อยๆก็ตามแต่เธอก็ไม่ได้สนใจที่จะจำชื่อโรงเรียนมากนัก เธอขอแค่โรงเรียนที่เธอสามารถไว้ผมยาวได้แค่นั้นก็พอซึ่งเธอก็รู้จักเพียงที่นี่และพรีเอเวเท่านั้น “ไปลองสอบด้วยกันไหม”

            ควีนหันไปถามโมน่าแม้ว่าในปีสุดท้ายนี้พวกเธอจะอยู่คนละห้องกัน แต่พวกเธอก็ยังมาพูดคุยกันแทบทุกวันในเวลาพักแม้จะเจอเพื่อนต่างกัน แต่นิสัย ความคิด และความชอบของพวกเธอก็ยังคงคล้ายกันมากอยู่ดี

            “คิดดูก่อน”แม้โมน่าจะพูดแบบนั้น แต่เธอรู้ว่าสุดท้ายแล้วเพื่อนเธอก็คงจะไปสอบกับเธออยู่ดีก็พวกเราน่ะอยู่ด้วยกันเสมอเลยนี่นา

             

            “เด็กห้องคิงทุกคนจะต้องสอบห้องGIFTED หรือห้อง EPนะคะ ใครจะสอบอันไหน โรงเรียนอะไรก็มาลงชื่อด้วย”เสียงของคุณครูประจำชั้นพูดขึ้นมาเมื่อตอนเช้าที่เธอมาถึงโรงเรียน

            คุณแม่เคยได้พูดเ๱ื่๵๹นี้กับเธอแล้วว่าอยากให้เธอสอบเข้าห้องEP ด้วยความที่เธอเก่งภาษาอังกฤษแต่เธอไม่ได้ชอบภาษาอังกฤษขนาดนั้นเธอไม่มั่นใจเลยว่าเธอจะสามารถเรียนในห้องที่ต้องพูดภาษาอังกฤษและเรียนภาษาอังกฤษตลอดเวลาได้ไหมเธอจึงลองค้นหาข้อมูลดูและโทรไปคุยกับคุณแม่ โดยอ้างเหตุผลว่าค่าเทอมมันแพงเกินไปคุณแม่จึงให้เธอลองสอบเข้าห้อง GIFTED ได้

            เธอวางสายและยิ้มร่าด้วยความดีใจแล้วลุกขึ้นไปลงชื่อที่หน้ากระดานและได้เห็นว่ามีเพื่อนหลายคนสนใจจะไปที่เลดี้ฟอร์ท และพรีเอเว และหนึ่งในคนที่จะไปที่พรีเอเวนั้นก็มีอัลมอนด์ด้วยทำให้เธอรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกแม้เธอจะไม่ได้คาดหวังว่าจะมีคนที่ไปเรียนที่เดียวกับเธอมากหรือน้อยแต่เธอก็อดดีใจไม่ได้ที่มีคนอยากไปเรียนที่พรีเอเวเหมือนเธอมากขนาดนี้

            จะได้อยู่ห้องเดียวกันไหมไม่รู้แต่เธอก็หวังว่าจะได้พบและสนิทกับเพื่อนสนิทของเธอทุกคนที่ไปยังพรีเอเวเหมือนเดิมแค่นี้เธอก็ไม่ห่วงอะไรแล้ว

            ขอให้เราได้เจอกันอีกนะ...