เกวลินลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้าก็เห็นคนตัวโตนอนเท้าคางมองเธออยู่
“ตื่นแล้วหรอ”
“ค่ะ ทำไมพี่ตื่นเช้าจัง”
“อยากตื่นมามองหน้าเมีย”
“คนบ้า” เธอตีแขนเขาเบาๆ แก้เขิน แต่โดนเอริคจับไว้และก้มลงจุ๊บริมฝีปากเธอเบาๆ
“อื้อ เกลยังไม่ได้แปรงฟันเลย” เธอรีบเอามือปิดปากตัวเองไว้
“ปากเมียพี่ไม่มีอะไรต้องรังเกียจ พี่ก็ยังไม่ได้แปรงฟันเหมือนกัน ไปอาบน้ำด้วยกันนะ เดินไหวมั้ยพี่อุ้ม”
“ไม่ต้องค่ะ เกลเดินเองได้”
“แน่ใจ ไม่เอาดีกว่าพี่อุ้มเองเดี๋ยวเกลเหนื่อย”
โดยที่ไม่รอฟังคำตอบจากเธอเอริครีบอุ้มเกวลินเดินตรงไปยังห้องน้ำทันที
“วันนี้อยากไปเที่ยวไหนเป็นพิเศษมั้ย” เอริคถามเธอขณะกำลังนั่งทานอาหารเช้ากันอยู่
“อยากไปล่องเรือค่ะ”
“โอเค ทานข้าวเสร็จพี่พาไป”
“ง่ายขนาดนั้นเลยหรอคะ” เกวลินพูดไปอย่างนั้นเพราะไม่คิดว่าเขาจะหาเรือมาได้ในเวลาแป๊บเดียว
“เพื่อเกลพี่ทำได้หมด”
หลังทานข้าวเสร็จเอริคพาเกวลินมายืนรอที่ท่าเรือซักพักก็มีเรือยอร์ชขนาดเล็กขับมาจอดเทียบท่า
“นายสวัสดีครับ คุณนายสวัสดีครับ มาตั้งแต่ตอนไหนทำไมไม่บอกเลยครับ” คนบนเรือวัยกลางคนทักทายเอริคและเกวลิน
“ไม่ได้วางแผนไว้เลยไม่ได้บอกก่อน เติมน้ำมันเต็มถังยัง”
“เรียบร้อยแล้วครับ พาคุณนายมาเที่ยวหรอครับ เที่ยวให้สนุกนะครับคุณนาย”
“อืม ขอบใจมาก ไปได้แล้ว” เขาขอบใจลูกน้องและจูงมือเกวลินขึ้นเรือ เกวลินทำได้เพียงส่งยิ้มให้ชายแปลกหน้าเท่านั้น
“เรือพี่หรอคะ” เกวลินถามเอริคหลังจากขึ้นเรือมาแล้ว
“ใช่”
“พี่ขับเป็นด้วยหรอคะ” เธอถามเขาด้วยความสงสัยอีกครั้ง
“แน่นอนครับคุณนาย วางใจได้”
“คุณนายอะไรกันคะ พูดไปเรื่อย”
“ไม่ได้ยินที่ลูกน้องพี่เรียกรึไง หรือจะให้เรียกคุณผู้หญิง”
“ไม่คุยด้วยแล้ว ไปเดินดูข้างในดีกว่า” เกวลินเดินเข้าไปสำรวจภายในเรือแก้เขิน ดูภายนอกเรืออาจจะลำไม่ใหญ่แต่พอเข้ามาข้างในกลับมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่นและครัวขนาดเล็กซึ่งทุกอย่างถูกออกแบบมาอย่างลงตัวและสวยงาม
“โอ้โห สวยจังเลย เห็นลำเล็กๆ ไม่คิดว่าข้างในจะกว้างขนาดนี้”
“ชอบมั้ย” เอริคเดินมาโอบกอดเธอจากด้านหลัง
“ชอบค่ะ”
“พร้อมออกเดินทางยัง”
“พร้อมแล้วค่ะ”
เอริคพาเกวลินขับเรือไปเที่ยวตามหมู่เกาะต่างๆ เกวลินตื่นตาตื่นใจกับหาดทรายขาวละเอียดสวยสะอาดตาและน้ำทะเลสีฟ้าใส มองไปทางไหนก็สบายตาไปหมด ทั้งคู่ล่องเรืออยู่กลางทะเลจนตกเย็นเอริคขับเรือพาเกวลินมานั่งรับลมชมพระอาทิตย์ตกดินที่หัวเรือ เกวลินนั่งมองท้องฟ้าและทะเลในช่วงเวลาพลบค่ำตอนพระอาทิตย์กำลังตกดิน ช่วงที่ท้องฟ้ากำลังเปลี่ยนเป็นสีส้มอย่างผ่อนคลายและมีความสุข ก่อนจะหันไปหาเอริคที่นั่งกอดเธออยู่
“พี่เอริคดูสิคะ สวยมาก…” เกวลินพูดไม่ทันจบประโยคแต่นิ่งกับภาพที่เห็นตรงหน้าเธอ
เอริคเปิดกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินออก ภายในกล่องมีแหวนเพชรเม็ดโต เขามองหน้าเกวลินด้วยแววตาลึกซึ้งและจริงจัง ทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบพักนึงก่อนเอริคจะเป็นฝ่ายพูดขึ้นมา
“เกลแต่งงานกับพี่นะ”
“พี่เอริค” เกวลินยังอึ้งกับสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่อยู่
“เราอยู่ด้วยกันมาจะครบครึ่งปีแล้วนะอีกแค่ไม่ถึงเดือนก็จะครบกำหนดสัญญาที่ให้ไว้กับแม่พี่แล้ว พี่ไม่อยากรอให้ถึงวันนั้น พี่อยากบอกเกลว่าพี่รักเกล และรักมากขึ้นทุกวัน พี่อาจจะไม่ใช่คนที่ดีพร้อมแต่พี่สัญญาว่าจะดูแลเกลให้ดีที่สุด เกลแต่งงานกับพี่นะ”
“พี่เอริค เกล…” เอริคไม่รอฟังคำตอบแต่ประกบริมฝีปากจูบเธออย่างอ่อนโยน
“เกลรักพี่มั้ย” เขาถามเธอหลังคลายจูบออกจากปากเธอ
“ระ..รักค่ะ” เธอตอบเขาด้วยเสียงแผ่วเบา
“เกลยินดีมาเป็นภรรยาของพี่มั้ย”
“ค่ะ” เกวลินตอบรับเขาด้วยคำสั้นๆ แต่ทำเอาคนฟังน้ำตาคลอยิ้มอย่างมีความสุข และสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายให้เธอ ก่อนจะดึงเธอเข้ามากอดไว้แน่นและบอกรักเธออยู่อย่างนั้นซ้ำไปซ้ำมา
“พี่เอริคเกลหายใจไม่ออกแล้วค่ะ”
“ขอโทษครับ ก็พี่ดีใจนี่นา รู้มั้ยว่าพี่ทั้งตื่นเต้นทั้งกลัว คิดไปต่างๆ นาๆ ว่าถ้าเกลไม่ยอมแต่งงานกับพี่จะทำยังไง คิดไปจนถึงว่าถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ พี่คงต้องบอกแม่ให้จับคลุมถุงชนแต่งไปเลย”
“คิดอะไรเรื่อยเปื่อย ใครกันน๊าบอกว่าไม่ชอบการคลุมถุงชน ใครกันน๊าบอกว่าหัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่แต่งกับยัยเด็กอ้วนขี้แย” เธอได้ทีเอาคืนเขาบ้าง
“โถ่ที่รัก พี่ขอโทษเราไม่พูดถึงเรื่องเก่าได้มั้ย สัญญาว่าจากนี้และตลอดไปพี่จะเชื่อฟังเมียทุกอย่าง ขอแค่ไม่พูดเรื่องในอดีตแล้วได้มั้ย”
“ก็ได้ค่ะ ไม่ล้อแล้วก็ได้ แต่พี่สัญญาแล้วนะว่าจะตามใจเกลทุกอย่าง”
“สัญญาครับ” เขาพูดพลางพรมจูบไปทั่วใบหน้าของเธอ
เย็นวันนั้นทั้งคู่นั่งชมพระอาทิตย์ตกดินจนเริ่มค่ำจึงขับเรือมุ่งตรงกลับบ้านพัก เมื่อกลับถึงบ้าน เกวลินก็ต้องตะลึงกับสิ่งที่เห็นอีกครั้ง เมื่อเปิดประตูเข้าบ้านมาแล้วเห็นรูปของตัวเองและรูปที่เคยถ่ายคู่กับเอริคและลูกโป่งที่เขียนข้อความ “will you marry me” ติดเต็มห้องเมื่อเธอกำลังจะหันไปถามเขาก็เห็นเอริคยืนถือช่อดอกกุหลาบสีแดงสดและคุกเข่าขอเธอแต่งงานอีกครั้ง
“แต่งงานกับพี่นะครับ”
“ค่ะ” เกวลินตอบรับพร้อมกับรับช่อดอกไม้ในมือเขามาถือไว้และจับมือเอริคลุกขึ้น ก่อนจะเขย่งเท้าขึ้นไปจูบเขาอย่างดูดดื่ม นี่เป็นครั้งแรกที่เกวลินเป็นฝ่ายเริ่มจูบก่อนถ้าไม่นับนอนเมา จึงทำให้เอริคดีใจมากที่เธอยอมรับเขาเข้าไปอยู่ในชีวิตแล้วจริงๆ
“เกล” เขาเรียกเธอเสียงแผ่วเบา
“ทำไมคะเกลจูบพี่ไม่ได้หรอ” เธอพูดพร้อมกับทำหน้าทะเล้นใส่เขา
“ได้สิ จูบได้ตลอดชีวิตเลยหรือจะทำมากกว่าจูบก็ได้ พี่เป็นของเกลแล้วเกลจะทำอะไรพี่ก็ได้ทั้งนั้น”
“แค่จูบค่ะ พี่ไปแอบถ่ายรูปเกลไว้ตั้งแต่ตอนไหนคะ จะถ่ายทั้งทีก็ไม่บอกกันก่อน ดูสิรูปหน้าเอ๋อๆ ตั้งเยอะ”
“สวยดีออกพี่ชอบ”
ค่ำคืนนั้นทั้งคู่นั่งดื่มแชมเปนและทานข้าวใต้แสงจันทร์ที่ระเบียงบ้านอย่างมีความสุข
“พรุ่งนี้พี่บอกแม่ให้เตรียมงานแต่งเลยนะ”
“ยังค่ะ ยังเหลือเวลาอีกตั้งสามอาทิตย์ สัญญาหกเดือนก็คือหกเดือน เผื่อมีคนเปลี่ยนใจ”
“ไม่ใช่พี่แน่นอน และพี่ก็ไม่ยอมให้เกลเปลี่ยนใจด้วย มานั่งตรงนี้มาให้พี่ทำโทษหน่อย โทษฐานที่พูดไม่น่าฟัง” เอริคตบไปที่ตักตัวเองเพื่อบอกให้ เกวลินมานั่งบนตักตน เกวลินนั่งนิ่งทำท่าครุ่นคิดแป๊บนึงก่อนลุกเดินไปนั่งคร่อมบนตักเขา ใช้สองแขนคล้องคอเขาไว้และส่งสายตาหวานเยิ้มให้เขา
“จะทำโทษเกลยังไงหรอคะ” เกวลินกระซิบที่ข้างหูเขาเบาๆ ก่อนจะขบเม้มติ่งหูเพิ่มความเสียวให้เอริค
“แล้วเกลอยากไถ่โทษเองมั้ย” เขาพูดพลางบีบคั้นสะโพกงอนของเธอ เกวลินไม่ตอบแต่จูบไซร้ทั่วซอกคอเขาและประกบปากจูบเขาอย่างดูดดื่ม