ค่ำคืนนี้พายุฝนด้านนอกซัดสาดรุนแรงจนไฟในคอนโดหรู่ดับลงชั่วขณะ
เหลือเพียงแสงสว่างสลัวจากเทียนหอมกลิ่นวานิลลาที่เอื้อจุดทิ้งไว้ตรงมุมห้องนั่งเล่นกลิ่นหอมละมุนผสมผสานกับเสียงสายฝนสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและอบอวลไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ชวนให้ใจสั่น
อคินทร์ นั่งอยู่บนโซฟาผ้ากำมะหยี่ตัวหนาส่วนเอื้อนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นพรมตรงหน้าเขา
ร่างบางกำลังใช้ผ้าขนหนูผืนนุ่มค่อยๆ บรรจงซับหยดน้ำฝนออกจากกลุ่มผมนุ่มของประธานหนุ่มอย่างเบามือที่สุด
เพราะอคินทร์เพิ่งวิ่งฝ่าฝนลงไปรับเธอที่ป้ายรถเมล์หลังจากเคลียร์งานเสร็จ
ค่ำคืนนี้อคินทร์ เขาไม่ได้พ่นคำร้ายๆไม่ได้ตั้งแง่รังเกียจ
แววตาคู่คมที่ทอดมองลงมาที่ดวงหน้าหวานในความมืดสลัวนั้นมันช่างนุ่มนวล ลึกซึ้ง และเต็มไปด้วยกระแสความทะนุถนอมจนเอื้อรู้สึกได้
"คุณอคินไม่หนาวใช่มั้ยครับ? เอื้อต้มน้ำขิงอุ่นๆไว้ให้ในครัวนะ..." เอื้อช้อนตาขึ้นถามเสียงหวานกระซิบแ่เบาท่ามกลางความเงียบ
อคินทร์ไม่ตอบเขาทำเพียงแค่ยื่นมือหนาออกไป คว้าข้อมือบางของเอื้อให้หยุดนิ่ง
ก่อนจะออกแรงดึงเบาๆบังคับให้ร่างบอบบางลุกขึ้นมานั่งข้างกันบนโซฟา
สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่สวยนิ้วโป้งสากลูบไล้ไปตามปรางแก้มใสอย่างอ่อนโยนราวกับว่าผู้ชายปากร้ายใจดำคนนั้นได้มลายหายไป เหลือเพียง พี่อคินแสนดีในอดีตของเธอเท่านั้น
ััที่อ่อนโยนแววตาที่เชื่อมปรารถนา และการกระทำที่คอยตามรับตามส่งตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา...ทุกอย่างมันหล่อหลอมรวมกันจนทำให้หัวใจที่ไม่รักดีของเอื้อเกิดความหวังครั้งใหญ่ความอบอุ่นที่ได้รับทำให้เธอลืมความเ็ปในวันวานจนสิ้นเชิง
( คุณอคินแอบมาเฝ้าเอื้อทุกคืน...คุณอคินเอายามาให้... คุณอคินอ่อนโยนกับเอื้อขนาดนี้ ลึกๆ แล้วคุณอคินก็มีใจให้เอื้อเหมือนกันใช่มั้ยครับ? )
เอื้อสูดลมหายใจเข้าลึกรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิต
มือบางที่สั่นเทาเอื้อมไปกุมมือหนาของอคินทร์เอาไว้แน่นแววตาคู่สวยเป็ประกายระยิบระยับไปด้วยความรักทั้งหมดที่เธอมี
"คุณอคินครับ...เอื้อมีเื่อยากจะถาม"
"ว่าไง?" อคินทร์ขยับยิ้มบางน้ำเสียงทุ้มต่ำฟังดูนุ่มนวลจนเอื้อใจชื้น
"คือ...ที่ผ่านมา ทั้งหมดที่คุณอคินทำเพื่อเอื้อ ทั้งมาคอยรับคอยส่งแอบมาเฝ้าเอื้อที่ทำงาน... เอื้อขอมโนเข้าข้างตัวเองได้มั้ยครับว่าคุณอคินเองก็รู้สึกพิเศษกับเอื้อเหมือนกัน" เอื้อกลืนน้ำลายลงคอใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อชวนมองทว่าประโยคต่อมาคือการข้ามเส้นกรงขังที่เธอตั้งใจเด็ดเดี่ยว "ถ้าอย่างนั้น...เราสองคนมาลองคบกันเป็แฟนแบบจริงจังดูได้มั้ยครับ? เลิกเป็คู่นอนลับๆแล้วเริ่มใหม่ในฐานะคนรัก... เอื้ออยากยืนเคียงข้างคุณอคินจริงๆ นะครับ"
สิ้นประโยคอันแสนซื่อ...บรรยากาศชวนฝันรอบกายพลันหยุดชะงักลงในพริบตา!
มือหนาของอคินทร์ที่เคยลูบแก้มเธออย่างอ่อนโยนแข็งค้าง
แววตาที่เคยนุ่มนวลแปรเปลี่ยนเป็ความตื่นตระหนกเลิ่กลั่ก และตบะแตกทันทีเมื่อคำว่า ‘คบเป็แฟน’ และ ‘คนรัก’ มันวิ่งเข้ามาทุบกำแพงทิฐิและอีโก้อันสูงส่งของเขาจนพังทลาย
ภาพคำเตือนของคุณแม่
ภาพสายตาของสังคมที่มองประธานบริหารระดับประเทศคว้าเด็กกำพร้ามาเป็เมียมันแล่นเข้ามาหัว
ความกลัวในส่วนลึกบวกกับศักดิ์ศรีที่ค้ำคอทำให้อคินทร์ ฟิวส์ขาด’ทันทีเขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอ่อนแอและถูกเด็กคนนี้ต้อนจนมุม
พลั่ก!!!
อคินทร์สะบัดมือเอื้อออกอย่างแรงราวกับต้องของร้อน
ก่อนจะผลักร่างบอบบางจนกระเด็นไปชนกับที่เท้าแขนโซฟา
ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงชี้หน้าเอื้อด้วยมือที่สั่นเทาั์ตาคมวาวโรจน์ไปด้วยเพลิงโทสะและทิฐิร้ายที่กลับมาสวมหน้ากากหน้าซาตานอีกครั้ง
"เธอพูดบ้าอะไรออกมาฮะเอื้อ" อคินทร์ตวาดลั่นเสียงดังสนั่นห้องแข่งกับเสียงฟ้าร้องด้านนอก "คบเป็แฟนงั้นเหรอ? คนรักงั้นเหรอ? นี่เธอสำคัญตัวผิดไปไกลขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่"
เอื้อตัวสั่นเทิ้มความสุขเมื่อครู่ดับวับกลายเป็ความเย็นวาบไปทั้งสรรพางค์กายเธอมองร่างสูงทั้งน้ำตา
"คุณอคิน...เอื้อแค่คิดว่าคุณอคินมีใจ..."
"ฉันไม่ได้มีใจ ที่ฉันทำไปทั้งหมดก็แค่ความสงสาร ความสมเพช " อคินทร์ตะคอกกลับอย่างลืมตัวพ่นคำใจร้ายเพื่อปกป้องอีโก้ของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง "อย่าลามปามให้มันมากนักเอื้อสถานะของเธอคือคู่นอนในเงามืด เป็ได้แค่นั้น จำใส่หัวไว้เลยนะ...ไม่มีวันที่คนอย่างฉันจะรักคนแบบเธอ "
ตึง!
คำตอกย้ำสุดท้าย... "ไม่มีวันที่คนอย่างฉันจะรักคนแบบเธอ" มันสะท้อนก้องอยู่ในหัวของเอื้อประหนึ่งค้อนเหล็กหนาหนักทุบเข้ากลางหัวใจจนแตกละเอียดเป็ผุยผงไม่มีชิ้นดีเหลือหลออีกต่อไป
ร่างบางนั่งนิ่งสนิทประหนึ่งไร้ิญญาหยาดน้ำตาเม็ดโตไหลร่วงเผาะอาบแก้มใสอย่างไร้เสียงสะอื้นความเ็ปลึกซึ้งจนเกินจะเอ่ยคำใดๆ ออกมา
หน้ากากความหวังที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาถูกกระชากออกอย่างทารุณที่สุด
เธอเข้าใจแล้ว...เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่า ต่อให้เธอจะรักเขามากขนาดไหน
ต่อให้เขาจะแสดงท่าทีอ่อนโยนเพียงใดแต่ในความเป็จริง ชนชั้น ฐานะ และอีโก้ของผู้ชายตรงหน้ามันคือเหวขนาดั์ที่เธอไม่มีวันเอื้อมไปถึง
และเขา...ก็ไม่มีวันยอมลดตัวลงมาหาคนชั้นต่ำอย่างเธอ
อคินทร์ที่ยืนตวาดอยู่ชะงักไปทันทีเมื่อเห็นรีแอคชั่นของเอื้อ...
ความเงียบสนิทและแววตาที่ค่อยๆมืดดับลงของร่างบางทำให้เขาใจหายวับ
ความรู้สึกผิดและอยากก้มลงไปกอดขอโทษแล่นริ้วเข้ามาในอก
แต่ความปากแข็งและทิฐิร้ายกลับบีบคอเขาไว้จนพูดอะไรไม่ออกได้แต่ยืนกอดอกแน่นเพื่อเก็บอาการสั่น
"เอื้อ...คือฉัน..." อคินทร์อึกอักเสียงทุ้มสั่นเครือ
"เอื้อเข้าใจแล้วครับคุณอคิน..." เอื้อพูดขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบเบาหวิว และนิ่งสนิทจนน่ากลัว
ร่างบางค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นยืนช้าๆยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาออกจากแก้มอย่างลวกๆ แววตาที่เคยมองอคินทร์ด้วยความรักหมดหัวใจ
บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็ความสว่างเปล่านิ่งงัน และปิดตายลงอย่างสมบูรณ์แบบ
"เอื้อขอโทษที่ลามปามขอกราบเรียนคุณอคินว่าต่อไปนี้...เอื้อจะไม่ขอร้องเรียกร้องอะไรที่มันเกินตัวอีกแล้วครับ และสถานะคู่นอนในเงามืด...เอื้อจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด จนกว่าจะถึงวันที่เอื้อ ‘หมดหน้าที่’ ครับ"
เอื้อโค้งกายให้อคินทร์อย่างนอบน้อมและเหินห่างชวนใจหายก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าห้องนอนรูหนูของตัวเองเงียบๆ ล็อกประตูดัง คลิก
ทิ้งให้อคินทร์ยืนนิ่งเดชตระหง่านอยู่กลางห้องโถงที่มืดมิด
มือหนายกขึ้นกุมอกซ้ายของตัวเอง...หัวใจมันเจ็บจี๊ดจนแทบหายใจไม่ออก
ความรู้สึกเหมือนกำลังจะสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตไปทำให้เขากลัวจนตัวสั่น
ประธานหนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาทุบกำปั้นลงบนตักตัวเองด้วยความสมเพชและหงุดหงิดในความปากดีของตัวเอง
ปากบอกไม่รัก...แต่ในใจของอคินทร์ตอนนี้ กลับร่ำร้องเ็ปจนแทบจะลงไปดิ้นตายคากองทิฐิของตัวเอง
โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าประโยคใจร้ายในค่ำคืนนี้... คือฟางเส้นสุดท้ายของเอื้อ
หลังจากค่ำคืนที่คำพูดใจร้ายกรีดลึกจนถึงก้นบึ้งของหัวใจ
เอื้อ ไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายอีกต่อไปหยาดน้ำตาหยดสุดท้ายได้แห้งเหือดไปพร้อมกับความหวังที่จะได้รับความรักจากอคินทร์
ความเ็ปที่เกินขีดจำกัดได้แปรเปลี่ยนความรักอันบ้าคลั่งให้กลายเป็ความเฉยชาที่น่ากลัว
เอื้อตระหนักได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้วว่าที่นี่ไม่ใช่บ้าน และอคินทร์ไม่ใช่พี่ชายแสนดีคนเดิมอีกต่อไป
ร่างบางเริ่มวางแผนชีวิตใหม่เงียบๆในห้องนอนรูหนูของตัวเอง เอื้อดึงกล่องเหล็กคุกกี้เก่าๆ ออกมาจากใต้เตียง
ข้างในมีสมุดบัญชีธนาคารเล่มเล็กและเงินสดจำนวนหนึ่งที่เธอแอบเก็บหอมรอมริบอย่างบ้าคลั่งตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา
จากเดิมที่เคยซื้อวัตถุดิบดีๆมาทำอาหารรออคินทร์ บัดนี้เอื้อประหยัดทุกบาททุกสตางค์
เธอทานเพียงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชามละไม่กี่บาทยอมเดินเท้าไปทำงานที่คลับแทนการขึ้นรถเมล์เพื่อประหยัดเงินสิบบาทยอมอดมื้อกินมื้อเพื่อให้ตัวเลขในบัญชีเพิ่มขึ้นเร็วที่สุด
ทุกบาทที่เพิ่มขึ้น...คือระยะห่างที่จะพาเธอออกไปจากกรงขังแห่งนี้
.
ความเปลี่ยนแปลงของเอื้อไม่ได้รอดพ้นสายตาของ อคินทร์ไปได้ แต่มันกลับเป็ความเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ประธานหนุ่มรู้สึกอึดอัดจนแทบจะบ้าตาย
ปกติแล้วทุกครั้งที่เขาเดินเข้าห้องมา เอื้อจะรีบวิ่งมาต้อนรับ ส่งรอยยิ้มตาหยีและทอดมองเขาด้วยสายตาเทิดทูนบูชา ราวกับเขาเป็โลกทั้งใบของเธอ
สายตาคู่ที่เคยทำให้อคินทร์รู้สึกเหนือกว่าและใช้มันสะใจเพื่อหล่อเลี้ยงอีโก้อันสูงส่งของตัวเอง
แต่วันนี้...สายตาคู่นั้นมันหายไปแล้ว
เมื่ออคินทร์เปิดประตูคอนโดเข้ามาในเวลาดึกสงัด
เขาพบเอื้อนั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงมุมห้องนั่งเล่น
ทันทีที่เห็นเขา ร่างบางลุกขึ้นยืนช้าๆโค้งกายให้อย่างนอบน้อมตามหน้าที่แววตากลมโตคู่สวยที่เคยมองเขาด้วยกระแสความลึกซึ้ง
บัดนี้กลับราบเรียบ นิ่งสนิท และ ว่างเปล่า ราวกับมองคนแปลกหน้าไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีคำถามแสดงความห่วงใย มีเพียงประโยคราบเรียบตามมารยาท
"คุณอคินกลับมาแล้วเหรอครับ้าให้เอื้อปรนนิบัติในฐานะ คู่นอน คืนนี้เลยมั้ยครับหรือจะให้เอื้อกลับห้อง"
อคินทร์ชะงักกึกคำว่า คู่นอนที่หลุดออกมาจากปากเธอช่างฟังดูประชดประชันแต่กลับจริงจังจนเขาใจหายวับ
ความเฉยชาในดวงตาของเอื้อสะท้อนภาพเขาเป็เพียง‘เ้าหนี้’ หรือ ‘ผู้ซื้อบริการ’ เท่านั้นมันอึดอัดและหน่วงหนึบในอกจนอคินทร์ขบกรามแน่น
ด้วยความหงุดหงิดที่อธิบายไม่ได้และทิฐิที่ยังคงค้ำคอ
อคินทร์จึงเลือกที่จะก้าวสามขุมเข้าไปประชิดร่างบางคว้าข้อมือเรียวไว้แล้วบีบแน่น แกล้งพ่นคำร้ายๆออกมาเพื่อเรียกร้องสายตาคู่เดิมให้กลับมา
"ประหยัดเงินจนสมองกลับหรือไงเอื้อ? ฉันเห็นเธอเอาแต่กินบะหมี่ซองละไม่กี่บาททุกลงวันเงินที่ฉันให้ไปในฐานะคู่นอนมันไม่พอ หรือว่าอยากประชดฉันเพื่อให้ฉันสงสารฮะ "
อคินทร์ตวาดเสียงเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ หวังจะเห็นแววตาตัดพ้อหรือหยาดน้ำตาเหมือนทุกที
แต่เอื้อกลับทำเพียงแค่สบตาเขาตรงๆแววตาไร้ความรู้สึกใดๆ ร่างบางไม่ได้ดิ้นรนหนีทำเพียงแค่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเบาหวิวแต่หนักแน่น
"เอื้อไม่ได้ประชดครับคุณอคินเงินที่คุณอคินให้ เอื้อเก็บไว้เป็ค่าใช้จ่ายส่วนตัว... เอื้อแค่เจียมตัวครับคุณอคินบอกเองว่าเอื้อเป็ภาระชั้นต่ำเพราะฉะนั้นเอื้อก็ควรจะใช้ชีวิตให้สมฐานะชั้นต่ำของเอื้อไม่ควรทำตัวฟุ่มเฟือยในห้องของคุณอคิน"
"เอื้อ!" อคินทร์ฟิวส์ขาดแรงบีบที่ข้อมือเพิ่มขึ้น แต่ใจเขากลับสั่นแกว่งด้วยความกลัวลึกๆ "เธอประชดฉัน!เธอกำลังทำตัวก้าวร้าวใส่ฉันเพราะฉันไม่ยอมคบกับเธอใช่ไหมฮะ?"
"เอื้อไม่กล้าหรอกครับคุณอคิน..." เอื้อแค่นยิ้มบางชวนใจสลายเป็รอยยิ้มที่ไร้ชีวิตชีวาที่สุด "คุณอคินตอกย้ำชัดเจนแล้วว่าไม่มีวันรักคนแบบเอื้อ...เอื้อก็แค่ยอมรับความจริง และกำลังทำหน้าที่คู่นอนในเงามืดให้ดีที่สุด ไม่ลามปามไม่เรียกร้อง และไม่สร้างความรำคาญให้คุณอคินอีก...แบบนี้ยังไม่ถูกใจคุณอคินอีกเหรอครับ?"
คำย้อนถามอันราบเรียบของเอื้อทำให้ขุนพลผู้ชนะในทุกสนามรบอย่างอคินทร์ถึงกับน้ำท่วมปาก
ใบหน้าหล่อเหลาชาหนึบทิฐิร้ายในใจมันบดบังจนเขาไม่กล้าเอ่ยคำว่า ‘ฉันขอโทษ’ หรือ ‘ฉันเป็ห่วง’ ออกไป
อคินทร์ทำได้เพียงสะบัดมือเธอออกอย่างแรงเพื่อกลบเกลื่อนความพ่ายแพ้และหัวใจที่กำลังร้าวราน
"เออ!รู้ตัวก็ดี จำสถานะของเธอไว้ให้มั่นก็แล้วกัน วันไหนที่ฉันเบื่อ...เธอก็แค่ไสหัวออกไป" อคินทร์ตวาดประชดคำโตก่อนจะหันหลังเดินกระแทกเท้าเข้าห้องนอนใหญ่ไปปังใหญ่
เมื่อประตูปิดลงเอื้อยกมือขึ้นกุมข้อมือที่ขึ้นรอยแดงของตัวเองแววตาที่เคยมองตามประตูบัดนี้เบนกลับมามองที่กระเป๋าผ้าใบย่อมมุมห้อง...เธอแค่นยิ้มขื่นกับคำว่า“วันไหนที่ฉันเบื่อเธอก็แค่ไสหัวออกไป”
ไม่ต้องรอให้คุณอคินเบื่อหรอกครับ...เพราะทันทีที่เอื้อเก็บเงินได้ครบ อีกไม่นาน...เอื้อจะเป็ฝ่ายไปจากชีวิตของคุณอคินเอง
ขณะเดียวกันอคินทร์ที่ทรุดตัวลงนั่งบนเตียงกว้างกลับยกมือขึ้นทุบหน้าอกข้างซ้ายของตัวเองอย่างบ้าคลั่งหัวใจมันหน่วง ขมขื่น และเ็ปจนแทบหายใจไม่ออก
สายตาที่ว่างเปล่าของเอื้อเมื่อครู่มันกำลังกรีดใจเขาให้ตายทั้งเป็แต่อีโก้อันสูงส่งก็ยังคงบีบคอหลอกตัวเองว่า...
เขาไม่ได้รักเธอเขาก็แค่หงุดหงิดที่ของเล่นชิ้นโปรดทำตัวไม่น่ารักเท่านั้นเอง โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าความปากแข็งในวันนี้ กำลังจะนำพาสึนามิลูกใหญ่มาถล่มชีวิตเขาในตอนต่อไปเมื่อครอบครัวเตรียมจัดงานดูตัวครั้งใหญ่ให้เขา
หลังจากความเฉยชาของเอื้อคืบคลานเข้ามาเกาะกินบรรยากาศในคอนโดหรู คุณหญิงรสริน ผู้เป็มารดาของอคินทร์ก็ไม่ปล่อยให้ความระแวงของตนเองต้องค้างคา
เธอสังเกตเห็นอาการกระสับกระส่ายของลูกชายแท้ๆที่ดูจะ‘ติด การกลับคอนโดมากเกินไปสายสืบรายงานว่าอคินทร์ยังไม่ยอมเขี่ยเอื้อทิ้งอย่างที่ปากพูด
ท่าทีหวงก้างและแอบไปนั่งเฝ้าที่คลับหรูทำให้คนเป็แม่ตระหนักได้ทันทีว่า...หากไม่รีบตัดไฟแต่ต้นลม ลูกชายของเธออาจจะคว้ากาฝากชั้นต่ำคนนี้ขึ้นมาเชิดชูจริงๆ
งานดูตัวครั้งใหญ่ระหว่าง ‘อคินทร์วรโชติเมธี’ และ ‘พราวฟ้า’ ลูกคุณหนูตระกูลมหาเศรษฐีระดับประเทศจึงถูกจัดขึ้นอย่างรวดเร็วภายใต้คำสั่งเด็ดขาดของตระกูล
เมื่ออคินทร์ได้รับเอกสารกำหนดการและภาพถ่ายของหญิงสาวส่งตรงมาถึงห้องทำงาน
เขากำหมัดแน่นด้วยความอึดอัดลึกๆ ในใจเขาอยากปฏิเสธแต่อารมณ์กรุ่นโกรธและทิฐิร้ายที่เห็นเอื้อยังคงทำตัวนิ่งเฉยสบตาเขาด้วยความสว่างเปล่ามาตลอดหลายวัน ทำให้อคินทร์ตัดสินใจตกลงตามน้ำ
เขาอยากประชดตัวเองยอมไปตามคำสั่งแม่ และเหนือสิ่งอื่นใด...เขาอยากใช้เื่นี้กระชากหน้ากากความเฉยชาของเอื้อ
อยากเห็นเธอบ้าคลั่ง ร้องไห้ฟูมฟายและอ้อนวอนขอไม่ให้เขาไปหาคนอื่นเหมือนอย่างที่เคยเป็
ค่ำคืนนั้นอคินทร์โยนแฟ้มเอกสารหรูหราที่มีตราประทับของตระกูลลงบนโต๊ะอาหารต่อหน้าเอื้อที่กำลังยืนเช็ดแก้วน้ำอยู่เสียงแฟ้มกระทบโต๊ะดังก้องคล้ายะเิเวลา
"อาทิตย์หน้าฉันต้องไปงานทานข้าวดูตัวอย่างเป็ทางการกับพราวฟ้า" อคินทร์เอ่ยเสียงเรียบเนียนแสร้งทำเป็หยิบนิตยสารขึ้นมาเปิดดูแต่สายตาคมกลับจับจ้องทุกตารางนิ้วบนใบหน้าหวานเพื่อรอดูรีแอคชั่น "คุณแม่จัดการทุกอย่างไว้หมดแล้วและฉันก็ตกลงที่จะไป"
เอื้อชะงักมือที่กำลังเช็ดแก้วไปเสี้ยววินาที...หัวใจของเธอราวกับมีเข็มหมุดนับพันเล่มทิ่มแทงลงมาพร้อมๆ กันจนชาหนึบ
แต่าแที่ซ้ำแล้วซ้ำเล่ามันทำให้เธอกลืนความเ็ปลงคอได้อย่างรวดเร็ว
เอื้อค่อยๆวางแก้วลงช้าๆ ก่อนจะหันกลับมาสบตาอคินทร์ด้วยแววตาที่นิ่งสนิทไร้รอยร้าวรอยสั่นไหวใดๆ
"ยินดีด้วยนะครับคุณอคินคุณพราวฟ้าเธอสวยและเหมาะสมกับคุณอคินทุกประการครับตระกูลวรโชติเมธีจะได้หมดมลทินเสียที"
"เอื้อ!" อคินทร์ฟิวส์ขาดทันทีเมื่อเห็นท่าทีเยือกเย็นประหนึ่งน้ำแข็งของเธอเขาตบโต๊ะดังสนั่นลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วก้าวเข้าไปกระชากไหล่บางเข้ามาปะทะอกอย่างแรงด้วยความบ้าคลั่ง "เธอประชดฉันเหรอฮะ? ฉันกำลังจะไปดูตัวกับผู้หญิงคนอื่นนะเอื้อเธอเป็คู่นอนของฉัน แต่ทำไมทำหน้าเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย หรือว่าจริงๆแล้วเธอไม่เคยแคร์ฉันเลย"
เอื้อเงยหน้าขึ้นสบสายตาที่สั่นระริกด้วยความโกรธและปนไปด้วยความตื่นตระหนกของอคินทร์เธอยิ้มออกมาน้อยๆ... เป็รอยยิ้มที่สมเพชในความรักของตัวเองที่สุด
"แล้วเอื้อต้องรู้สึกยังไงเหรอครับคุณอคิน?" เสียงหวานเอ่ยเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบของคนกำลังจะหมดลมหายใจ "คุณอคินบอกเองไม่ใช่เหรอครับว่าไม่มีวันที่คนอย่างคุณอคินจะรักคนแบบเอื้อ...ในเมื่อวันนี้คุณอคินกำลังจะได้เจอคนที่คู่ควร เคียงข้างได้อย่างมีเกียรติเอื้อในฐานะคู่นอนในเงามืด... ก็ทำได้แค่ยินดีและเจียมตัวอยู่ในที่มืดๆเท่านั้นไม่ใช่เหรอครับ"
"เธอ!..." อคินทร์หน้าชาหนึบจนพูดอะไรไม่ออกคำพูดใจร้ายในวันวานย้อนกลับมาทุบหัวเขาจนมึนตึ้บ แรงบีบที่ไหล่บางสั่นเทา ลึกๆในอกของเขาตื่นตระหนกจนแทบกระอักเืเขากลัวแววตาที่ปล่อยวางของเธอในตอนนี้เหลือเกิน
อคินทร์บีบไหล่เธอแน่นขึ้นตะคอกประชดคำโตกลบเกลื่อนความพ่ายแพ้
"เออ!รู้ตัวก็ดี! จำใส่หัวไว้ด้วยว่าสถานะของเธอตรงนี้มันมีเวลาจำกัด ทันทีที่ฉันแต่งงานกับคนอื่น...หน้าที่คู่นอนไร้ค่าของเธอที่นี่ก็คือจบลง วันนั้นเธอต้องไสหัวออกไปให้พ้นหน้าฉัน "
"ครับ..." เอื้อตอบรับคำสั้นๆั์ตากลมโตนิ่งงันประหนึ่งผิวน้ำที่ตายซาก "เอื้อทราบดีครับ...ว่ามันหมดเวลาของเอื้อแล้ว"
อคินทร์สะบัดร่างบางออกห่างอย่างแรงก่อนจะเดินหนีเข้าห้องนอนใหญ่ไปพร้อมกับความหงุดหงิดระคนใจหายลึกซึ้งโดยที่เขาไม่รู้เลยว่า ประโยคใจร้ายที่เขาพ่นออกมาเพื่อประชดประชันในคืนนี้...คือคำอนุญาตอย่างเป็ทางการที่เอื้อรอคอยมาตลอด
เมื่อเสียงประตูห้องนอนใหญ่ปิดลง...ห้องกลับสู่ความเงียบสงัด เอื้อค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นพรมอย่างหมดแรงมือบางกุมหน้าอกข้างซ้ายที่มันเคยเ็ปรุนแรง แต่ในตอนนี้...มันกลับว่างเปล่าและเบาหวิวอย่างประหลาด
ความรักห้าปี...ความทรงจำแสนดีตอนอายุ 16-17ปี...บัดนี้มันได้ตายจากไปอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
เธอนึกถึงคำพูดของป้าจันทร์ขึ้นมาทันทีในหัว... “ถ้ากรุงเทพฯมันใจร้ายกับเรานัก ก็แค่เดินออกมา... บ้านป้าอยู่ที่อำเภอปัว จังหวัดน่านทีนั่นไม่มีใครรู้จักเรา ไม่มีใครมาทำร้ายเราได้”
เอื้อยกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาที่หางตาเบาๆแววตาคู่สวยแปรเปลี่ยนเป็ความมุ่งมั่นสุดท้ายร่างบางลุกขึ้นเดินกลับเข้าห้องนอนรูหนูของตัวเอง
ดึงกล่องเหล็กคุกกี้ใต้เตียงออกมาเปิดดูตัวเลขในบัญชีและเงินสดที่เธอแอบเก็บหอมรอมริบมาตลอดมันเพียงพอแล้วสำหรับค่าตั๋วเดินทางและเงินตั้งตัวก้อนแรกในต่างจังหวัด
หมดเวลาของหมาวัดกาฝากคนนี้แล้วครับคุณอคิน...
เอื้อเอ่ยกับความมืดในใจเงียบๆพลางหยิบกระเป๋าผ้าใบย่อมขึ้นมา
วางแผนเตรียมเก็บเสื้อผ้าและของใช้ที่จำเป็อย่างเงียบเชียบที่สุด
เธอจะใช้่เวลาในสัปดาห์หน้า...่เวลาที่คุณอคินต้องเดินทางไปงานเลี้ยงดูตัวครั้งใหญ่กับลูกคุณหนูผู้เหมาะสม...เป็วันเวลาในการอันตรธานหายไปจากชีวิตของเขาตลอดกาล โดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆไว้ให้เขาตามเจออีกเลยชั่วนิรันดร์