วันถ่ายจริงโฆษณาชุดกีฬาก็มาถึงนางแบบที่ถ่ายคู่กับหลิงอี้เป็ดาราหน้าใหม่พึงเข้าวงการมาไม่ถึงปี ประสบการณ์ในการทำงานยังน้อยมากหลิงอี้เป็คนใจเย็นเวลาทำงาน เขาจึงไม่ได้แสดงอาการไม่พอใจที่ต้องรอให้คู่ของเขาโพสต์ท่าให้ถูกต้องและดูดีต่อหน้ากล้องจินเยว่ดูจะประหม่ากับการถ่ายแบบครั้งนี้ หลิงอี้ขอให้พักการถ่ายแบบลงเขาขอเวลาพูดคุยทำความรู้จักกับจินเยว่สักครู่ หลิงอี้บอกกับจินเยว่ว่า “ไม่ต้องคิดว่ามาทำงาน ให้คิดว่าเรามาโพสต์ท่าถ่ายรูปเล่นกัน”
จินเยว่บอกว่าที่วันนี้เธอรู้สึกประหม่าเพราะเธอรู้ว่าหลิงอี้เป็ดาราดังเธอกังวลมาก ว่าจะทำออกมาได้ไม่ดี “ตอนนี้ให้คุณมองผมเป็เพื่อนคนหนึ่งไม่มีดาราโด่งดังอะไรที่นี่ทั้งนั้น ตอนถ่ายผมจะขออนุญาตโดนตัวคุณนิดหน่อยเพื่อให้ท่าการโพสต์ของเราสองคนดูเป็ธรรมชาติมากขึ้นไม่ทราบว่าคุณจินเยว่จะตกลงไหมครับ” ตกลงค่ะพอได้คุยกับคุณหลิงอี้ช่วยลดความตื่นเต้นของฉันลงได้เยอะเลยค่ะ เมื่อทั้งคู่กลับมาถ่ายแบบอีกครั้งทุกอย่างดูลื่นไหลอย่างไม่น่าเชื่อ หลิงอี้จับท่าทางการยืนการวางมือของจินเยว่ได้อย่างลงตัว ทำให้การถ่ายแบบครั้งนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
หนิงเหอไม่ได้เข้าไปดูการถ่ายทำเพราะหลิงอี้บอกว่าในนั้นคนเยอะแล้วคุณไม่ต้องเข้าไป ให้ฉันนั่งรอในห้องแต่งตัวหลิงอี้ถ่ายแบบเสร็จก็เดินกลับเข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้า ทีมงานเดินเข้ามามีจินเยว่เดินตามหลังมาด้วยคุณจินเยว่ขอตามบอกว่าอยากจะมาขอบคุณ คุณหลิงอี้ที่ช่วยแนะนำเธอในวันนี้
จินเยว่ขอเรียกว่าพี่หลิงอี้ได้ไหมคะ“ ได้สิครับ ยินดีที่ได้ร่วมงานกับคุณจินเยว่หวังว่าในอนาคตเราจะมีโอกาสได้ร่วมงานกันอีกนะครับ” ทีแรกจินเยว่คิดว่าพี่หลิงอี้เป็ดาราดังคงจะถือเนื้อถือตัวไม่คิดเลยว่าพี่หลิงอี้จะใจดีกับจินเยว่ขนาดนี้ “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ เราทำงานร่วมกันช่วยเหลือกันถือว่าเป็เื่เล็กน้อย”
หนิงเหอนั่งมองทั้ง2คนคุยกันพลางคิดในใจว่า ไปหว่านเสน่ห์อีกท่าไหนกันนะสาวถึงตามเข้ามาจนถึงห้องแต่งตัว “หนิงเหอบอกจี้เฉินให้เอารถมารอได้ผมจะกลับแล้ว” ค่ะ...คุณหลิงอี้ “ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ ขอบคุณทุกๆ คนสำหรับวันนี้” จะกลับแล้วเหรอคะพี่หลิงอี้ เสร็จจากงานนี้แล้วมีธุระที่อื่นไหมคะถ้าไม่มีจินเยว่อยากจะเลี้ยงขอบคุณ “ขอโทษครับวันนี้ผมมีนัด...ขอตัวก่อนนะครับ” หลิงอี้เริ่มรู้สึกว่าจินเยว่พยายามเข้าหาตีสนิทกับเขาเกินเพื่อนร่วมงานจึงรีบปฏิเสธและเดินออกจากห้องไป หนิงเหอกำลังเก็บข้าวของจินเยว่เดินตรงเข้ามาหาหนิงเหอ คุณหนิงเหอเป็ผู้จัดการส่วนตัวของพี่หลิงอี้ใช่ไหมคะ(ใช่ค่ะ ฉันเป็ผู้จัดการส่วนตัวคุณหลิงอี้ คุณจินเยว่มีอะไรหรือเปล่าคะพอดีฉันกำลังรีบ)
จินเยว่อยากจะขอวีแชทส่วนตัวพี่หลิงอี้ได้ไหมคะ (เออ...ฉันไม่สามารถให้วีแชทส่วนตัวคุณหลิงอี้กับใครได้หากคุณจินเยว่อยากได้คงต้องขอจากคุณหลิงอี้เอง ฉันขอตัวก่อนนะคะ...ต้องรีบตามคุณหลิงอี้ให้ทัน)หนิงเหอพอจะดูออกว่าจินเยว่้าสานสัมพันธ์ต่อกับหลิงอี้หลังจากจบงาน แต่ดูจากท่าทางหลิงอี้เมื่อครู่เขาไม่ได้อยากสานสัมพันธ์ต่อกับจินเยว่แม้แต่น้อยหนิงเหอพอจะเข้าใจจินเยว่ ผู้ชายมาทำตัวสนิทสนมหว่านเสน่ห์แพรวพราวใส่แบบนั้นก็ต้องคิดเข้าข้างตัวเองเป็ธรรมดาว่าผู้ชายมีใจให้
หนิงเหอทำงานกับหลิงฟานมานานพอจะวิเคราะห์ได้ว่าหลิงอี้ไม่ใช่คนที่จะสนใจเื่รักๆ ใคร่ๆ สิ่งที่เขา้าคือความสำเร็จในอาชีพนักแสดงเขาไม่มีทางคบกับผู้หญิงคนไหนเพื่อทำลายอนาคตตัวเองอย่างเด็ดขาด
“มั่วทำอะไรอยู่ ผมยืนรอคุณอยู่ตั้งนานสองนาน” เก็บของอยู่ค่ะ หนิงเหอไม่อยากให้ลูกผู้หญิงด้วยกันอย่างจินเยว่ต้องอับอายไปมากกว่านี้จึงเลือกที่จะไม่เล่าเื่ที่จินเยว่ขอวีแชทให้หลิงอี้รู้ “ถามก็ไม่ตอบ!...คุณรีบขึ้นรถได้แล้วผมมีธุระต้องไปที่อื่นต่อ”(คุณจะไปที่ไหนต่อหรือคะ วันนี้ฉันดูตารางงานคุณไม่มีนัดที่ไหนแล้วนี่ค่ะ)
เมื่อขึ้นมานั่งในรถเรียบร้อยหลิงอี้ไม่ตอบหนิงเหอแต่ชะโงกไปเปิดกระจกกันห้องคนขับกับผู้โดยสาร บอกกับจี้เฉินว่า “จี้เฉินนายขับรถไปส่งหนิงเหอที่คอนโดฯ ก่อน ส่วนนายไปกับฉัน” (พี่หลิงอี้จะไปที่ไหนเหรอครับ) “พี่นัดปารตี้กับพวกเพื่อนๆ เอาไว้ ที่คลับโรงแรมของเพื่อน” นึกครึ้มอะไรขึ้นมาครับเนี่ย...ผมไม่เคยเห็นพี่ชอบออกไปปารตี้กินดื่มในที่แบบนั้นมาก่อน“ไม่มีอะไร...ฉันแค่อยากไปพักสมองทำเื่ที่ไม่เคยทำบ้างก็เท่านั้น” (คุณหลิงอี้ ไปเที่ยวสถานที่แบบนั้นจะดูไม่ค่อยดีนะคะหากมีภาพหลุดออกไปจะเสียภาพลักษณ์ของคุณได้)
หนิงเหอพยายามเตือนเขาด้วยความเป็ห่วง“หนิงเหอ...ผมรู้ว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ ที่นั่นเป็ห้องส่วนตัวเข้าได้เฉพาะแขกVIP เท่านั้นอีกอย่างผมไปกับจี้เฉินไม่ได้ไปคนเดียวสักหน่อย” (อย่างนั้นคุณให้ฉันไม่ด้วยได้ไหมคะ หนิงเหอยังตื๊อไม่เลิกเพื่อเกิดอะไรขึ้นฉันอาจจะพอช่วยคุณได้) “พอที! หนิงเหอผมขอมีเวลาส่วนตัวบ้างนี้ผมไปเที่ยวกันแบบผู้ชายคุณเป็ผู้หญิงไปแล้วคุณจะช่วยอะไรได้ หรือคุณอยากไปช่วยเสิร์ฟเหล้าให้พวกเพื่อนผม”
หนิงเหอเมื่อได้ยินคำพูดแบบนั้นจึงรู้สึกโกรธ คนเขาเป็ห่วงกลัวจะเกิดเื่ไม่ดีขึ้นยังมาทำปากดี! จะให้ฉันไปเป็เด็กชงเหล้า ตามใจนายก็แล้วกันมีปัญหาขึ้นมาก็แก้เอาเองแล้วกัน
หลิงอี้ออกไปเที่ยวกลางคืนทำให้หนิงเหอรู้สึกเป็ห่วงเขามาก ถึงแม้หลิงอี้จะโตพอที่จะดูแลตัวเองได้แต่เขาก็เป็บุคคลสาธารณะเกิดมีใครได้ภาพตอนที่เขาเมาจะทำยังไง นี่มัน4ทุ่มครึ่งแล้วทำไมยังไม่กลับมาอีกนะ หนิงเหอกำลังจะหยิบมือถือโทรหาจี้เฉินมือถือก็ดังมีสายจากจี้เฉินโทรเข้ามาพอดี หนิงเหอผมส่งโลเคชั่นไปให้แล้วคุณรีบมาที่นี่
มาช่วยผมเอาพี่หลิงอี้กลับบ้านหน่อยครับพี่หลิงอี้เมามากผมพากลับคนเดียวไม่ไหว (ได้จี้เฉิน ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้! ว่าแล้วได้เื่จนได้)
หนิงเหอไปถึงสถานที่แห่งนั้นเห็นนักท่องราตรีเดินกันไปมาแน่นขนัดเสียงเพลงดังไปหมด หนิงเหอออกจากลิฟต์เดินตรงไปที่ห้องVIP ฉันไม่สนใจทักทายใครในห้องทั้งนั้น รีบดึงจี้เฉินกับหลิงอี้ออกจากห้องทันที(จี้เฉินทำไมปล่อยให้หลิงอี้ดื่มเยอะขนาดนี้) สภาพหลิงอี้คือยืนแทบไม่ตรงหนิงเหอกับจี้เฉินต้องช่วยกันประคองหลิงอี้อย่างทุลักทุเลผม...ห้ามแล้วแต่พี่หลิงอี้ไม่ฟัง หนิงเหอรู้สึกว่าจี้เฉินมีท่าทางแปลกๆ
(จี้เฉินคุณได้ดื่มกับเขาด้วยหรือเปล่า)เปล่านะครับ ผมขับรถมาจะดื่มได้ยังไง (แล้วนี่...จอดรถไว้ที่ไหนค่ะต้องรีบพาหลิงอี้ขึ้นรถก่อนที่ใครจะมาเห็นเข้า) ทางนี้ครับจี้เฉินพาเดินไปที่ประตูทางออกด้านหลังมีรถจอดอยู่เพียงไม่กี่คัน โชคดีที่รถจอดอยู่ชั้นเดียวกับห้องVIPหากต้องลงไปที่ชั้นล่างมีหวังเป็เื่แน่ๆ
(หลิงอี้! หลิงอี้! คุณช่วยมีสติก่อนได้ไหมคะใกล้ถึงคอนโดฯ แล้วพอจะเดินไหวไหม) หลิงอี้ลืมตาขึ้นมาพูดว่า “หนิงเหอคุณมารับผมกลับบ้านแล้วเหรอ” (ใช่ค่ะ ฉันมารับคุณกลับบ้านทำไมคุณถึงได้ดื่มจนสติ คุณไม่ควรดื่มจนเมามากแบบนี้) “ใครเมาผมไม่ได้เมาซะหน่อย” สภาพนี้ยังบอกไม่ได้เมาอีกหนิงเหอประคองร่างชายหนุ่มขึ้นคอนโดฯ ดีที่ตอนนี้ดึกมากแล้วจึงไม่มีใครเห็นหลิงอี้ในสภาพเมามายขนาดนี้
พอถึงห้องหนิงเหอจับหลิงอี้นั่งลงที่เก้าอี้เพื่อถอนรองเท้าจู๋ๆ หลิงอี้ก็ลุกยืนขึ้นสองมือของเขาจับที่หัวไหล่ทั้งสองข้างของหนิงเหอ และดันตัวเธอไปชิดกลับประตู(หลิงอี้! คุณจะทำอะไร!หนิงเหอพยายามตั้งสติ รู้สึกถึงแรงบีบที่หัวไหล่ของเธออย่างแรง) “คุณไม่ชอบให้ผมทำแบบนี้เหรอผู้หญิงคนไหนก็ชอบที่ผมทำแบบนี้กันทั้งนั้น”
(ผู้หญิงคนอื่นฉันไม่ทราบแต่ฉันไม่ชอบที่คุณทำแบบนี้ ปล่อยมือออกจากฉันเดี๋ยวนี้นะ!!) หลิงอี้ไม่สนใจคำพูดของหนิงเหอเขาไม่ยอมปล่อยมือ แถมยังค่อยๆ ก้มตัวลงมาทำท่าจะจูบที่ปากหนิงเหอหนิงเหอดันเขาสุดแรง จนกระเด็นไปติดกับตู้ใส่รองเท้าหนิงเหอรีบวิ่งกลับเข้าห้องนอนตัวเอง จากนั้นก็แนบหูฟังเสียงจากด้านนอกได้ยินเสียงหลิงอี้หัวเราะเสียงดัง แล้วก็เดินขึ้นบันไดไปที่ห้องของตัวเองได้สบายๆไม่มีอาการของคนที่เมาเหล้าสักนิด (หลิงอี้ไม่ได้เมา เขาแกล้งฉันแบบนี้ทำไม...ลองใจฉันอย่างนั้นหรือ...พรุ่งนี้ต้องคุยกันให้รู้เื่!!)
หลิงอี้อาบน้ำไปก็พลิ้วปากไปอย่างมีความสุข นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกนิดเดียว! เขาก็จะได้จูบหนิงเหอจริงๆ แอบเสียดาย! ที่เธอผลักเขาซะกระเด็น แล้ววิ่งเข้าห้องไปเสียก่อนชายหนุ่มแอบกลัวความคิดของตัวเองอยู่ไม่น้อย เขาอยากจูบหนิงเหอจริงๆ หรือ?? พอคิดได้แบบนั้นก็เกาหัวที่สระผมตัวเองอยู่แรงๆไม่!..เขาไม่ได้อยากจูบหนิงเหอจริงๆ ซะหน่อยเขาแค่อยากรู้ว่าถ้าเขาจูบหนิงเหอจะทำยังไง??
เขาพอใจที่แกล้งเมาหลอกหนิงเหอได้สำเร็จขำหนิงเหอที่ต่อว่าเขาโดยไม่รู้ว่าทั้งหมดเป็แผนการที่เขาสร้างขึ้นเพื่อจะลองใจหนิงเหอหากแต่ว่าตอนนี้หลิงอี้มีความรู้สึกอยู่สองด้านที่ค้านกันอยู่ ด้านหนึ่งก็ดีใจที่หนิงเหอไม่ได้คิดจะจับเขาอีกด้านหนึ่งกลับรู้สึกเ็ปในหัวใจอยู่ลึกๆ เพราะมันแปลได้ว่า“หนิงเหอไม่ได้มีใจให้เขาเลย...สักนิด”