“นั่นเป็เพราะเราสองมาจากคนละยุคสมัยนี่นา ตอนนั้นข้ามีความเขลาอยู่มาก ทั้งยังขลาดกลัวไม่มีความกล้ามากพอที่จะต่อกรกับคนพวกนั้น โดนตระกูลสุ่ยสวมเขาให้ตั้งนานข้ากลับไม่รู้ตัวแม้แต่นิด”
คนพูดหน้าหมองลงเมื่อได้พูดถึงอดีตอันแสนเจ็บช้ำน้ำใจอีกครา ผิดกับเลี่ยงซูที่ตอนนี้ดวงตาเป็ประกายขึ้นมาวาววับหลังจากได้ยินคำว่าตระกูลสุ่ยออกมาจากปากของฮุ่ยเจียง โลกช่างกลมเสียจริง
“เดี๋ยวนะ ฉันได้ยินไม่ผิดไปใช่ไหม เมื่อกี้เธอบอกว่าตระกูลสุ่ยงั้นเหรอ”
“ใช่ คนที่วางยาฆ่าข้าในคืนแต่งงาน ก็คือตระกูลสุ่ยครอบครัวของสามีข้าเอง”
“บัดซบเอ้ย เลวยันโคตร”
เลี่ยงซูสบถไม่สมเป็หญิง พลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันดังกรอด ๆ ด้วยความคับแค้นใจ ความโกรธมากมายปะทุขึ้นมาในอกอีกระลอก
หมายความว่าการตายของเธอกับฮุ่ยเจียงนั้นล้วนมีสาเหตุมาจากความโลภและความเลวของตระกูลสุ่ยด้วยกันทั้งคู่
“มีอะไรหรือเปล่าเลี่ยงซู เ้าเล่าให้ข้าฟังบ้างได้ไหม”
เมื่อเห็นว่าเลี่ยงซูแสดงความโกรธเกรี้ยวออกมาอย่างที่ฮุ่ยเจียงไม่เคยเห็นมาก่อนดวงิญญาหญิงสาวจากยุคจีนโบราณก็พลันเอะใจขึ้นมา หัวใจดวงน้อยของเธอเต้นกระหน่ำด้วยความตื่นเต้นระคนใ
ดวงิญญาของเลี่ยงซูตัดสินใจเปิดปากเล่าเื่การตายอย่างอยุติธรรมของตัวเองให้ดวงิญญาของหยางฮุ่ยเจียงเพื่อนสาวที่มาจากคนละยุคฟังบ้าง ว่าตัวเธอนั้นต้องตายทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาก็เพราะตระกูลสุ่ยเช่นเดียวกัน
“ได้ฟังแบบนี้แล้วข้าเห็นด้วยกับเ้าเลยคนพวกนั้นเลวยันโคตรจริง ๆ ว่าแต่เ้าแน่ใจหรือไม่ว่าจะเป็ตระกูลสุ่ยเดียวกัน”
“แน่ใจสิ ในยุคฉันน่ะถือได้ว่าตระกูลสุ่ยเป็หนึ่งในตระกูลเก่าแก่ ที่ร่ำรวยมั่งคั่งมาั้แ่บรรพบุรุษ”
“ถ้าอย่างนั้นก็คงเป็พวกเดียวกันไม่ผิดตัวแน่นอน เลวจริง ๆ ที่พวกนั้นร่ำรวยได้ก็คงเป็เพราะสินเดิมของข้าแล้วก็สมบัติของตระกูลหยางด้วยเป็แน่ หึ”
ดวงิญญาของหญิงสาวทั้งสองคนนั่งเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน กร่นด่าตระกูลสุ่ย ความโกรธลอยฟุ้งทั่วบริเวณ จนใบไม้ที่ต้องลมเมื่อครู่ถึงกับนิ่งสนิทไม่ไหวติง
ความเจ็บแค้นของพวกเธอที่มีต่อตระกูลสุ่ยยิ่งแน่นเต็มอกทวีคูณ เมื่อพวกเธอรู้ความจริงที่ว่าต่างก็ต้องมาตายเพราะความโลภของคนตระกูลนี้ด้วยกันทั้งคู่
เพลานี้ท้องฟ้าในโลกหลังความตายมีดวงจันทร์ลอยเด่นเป็สง่า ท่ามกลางกลุ่มหมู่ดาวนับร้อยนับพันแข่งกันส่องแสงวิบวับ สายลมเอื่อยพัดมาเป็ระยะบ่อยครั้งกว่ายามกลางวัน
เลี่ยงซูนั่งเหม่อลอยนึกไพล่ถึงการตายของตัวเองที่ต้องตายอย่างอยุติธรรมทั้งที่ตัวเธอเองนั้นยังไม่หมดอายุขัย ดวงิญญาของหญิงสาวนั่งมองทะเลดาวพลางใช้ความคิดอยู่อย่างนั้นอยู่นาน
ใครก็ตามอย่ามาบอกเธอว่าเวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร สำหรับตระกูลสุ่ยแล้วพวกมันไม่คู่ควรกับการได้รับการอโหสิกรรมเลยสักนิด เธออยากแก้แค้นคนพวกนี้มากถึงมากที่สุดแต่ก็นึกไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดี
ในเมื่อตอนนี้เธอเป็เพียงดวงิญญาที่กำลังรอคอยวันกลับไปเกิดอีกครั้งเท่านั้น
ดวงิญญาหญิงสาวนั่งเหม่อมองบรรยากาศรอบตัวไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งดวงตากลมโตเหลือบไปเห็นด้ายแดงที่ผูกอยู่กับข้อมือของตัวเองก็พลันมีความคิดดี ๆ ผุดขึ้นมา
ย้อนกลับไปเมื่อวันแรกหลังจากเลี่ยงซูตายเพราะถูกฆ่าปิดปาก ิญญาของหญิงสาวก็จมอยู่ในทะเลอารมณ์โกรธและความเศร้าเสียใจ เพราะทำใจไม่ได้ที่จู่ ๆ ตัวเองก็ต้องมาจบชีวิตลงอย่างกะทันหัน
ิญญาของเลี่ยงซูจิตตกมากที่ต้องตายเพราะพวกคนเลว อย่าว่าแต่ให้ปลง เธอยังแทบไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองได้ตายไปแล้วจริง ๆ
เลี่ยงซูที่กลายเป็ดวงิญญาเดินเตร็ดเตร่อยู่ในโลกหลังความตายแห่งนี้ไปทั่วด้วยอาการเหม่อลอย จนเกือบจะพลัดตกลงไปในบ่อเดรัจฉาน
แต่ว่าโชคยังพอเข้าข้างอยู่บ้าง เมื่อฮุ่ยเจียงบังเอิญเข้ามาช่วยเอาไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะร่วงลงไปเกิดเป็สัตว์เดรัจฉาน
นับั้แ่วันนั้นเลี่ยงซูเลยถือว่าฮุ่ยเจียงนั้นเป็ผู้มีพระคุณของตัวเอง และเป็เพื่อนที่ดีที่สุดของเธอในโลกหลังความตายแห่งนี้
เลี่ยงซูหลุดออกจากภวังค์เมื่อสายตาของเธอหันไปเห็นผู้คุมสูงสุดแห่งโลกหลังความตายกำลังเดินกอดไหเหล้าคู่ใจโซซัดโซเซก้าวไปด้านหน้าสามก้าวถอยหลังสองก้าวผ่านมา ไม่ไกลจากบริเวณที่เธอนั่งอยู่เท่าใดนัก
หญิงสาวหัวใจกระตุกเห็นท่าไม่ดีรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งเข้าไปหาชายชราทันที เมื่อเห็นว่าคนเมาหนักกำลังเดินตรงเข้าไปใกล้กับบ่อเดรัจฉานเข้าทุกทีจนน่าหวาดเสียว
“ท่านผู้คุม!”
“ท่านผู้คุมระวังเ้าค่ะ!”
ฮุ่ยเจียงเองที่ตั้งใจจะเดินมาหาเลี่ยงซูก็เห็นเหตุการณ์เข้าด้วยพอดี ดวงิญญาของหญิงสาวทั้งสองจึงสามารถช่วยไม่ให้ผู้คุมสูงสุดแห่งโลกหลังความตายตกบ่อเดรัจฉานไว้ได้อย่างหวุดหวิดเพียงปลายนิ้ว
“อ้ะ เอ้อ ขอบใจ ๆ ขอบใจทั้งสองคนมาก”
ผู้คุมสูงสุดถึงกับสร่างเมาทันทีเมื่อได้สติขึ้นมาแล้วเห็นว่าตรงหน้าตัวเองนั้นเป็บ่อเดรัจฉาน แถมยังอยู่ห่างตัวเองออกไปไม่ถึงสอง่แขนด้วยซ้ำ
ชายชราหน้าซีดเผือดก่อนจะเริ่มขึ้นสีเรื่อรีบเดินตรงแหน่วกลับเข้าที่ทำการตัวเองไปเพราะความอับอาย