บทที่ 23
สกิลใหม่: การดูดซับมรณะ!
ผ่านไปนานถึงครึ่งนาทีเสียงแจ้งเตือนของระบบที่ซูมู่ไป๋รอคอยมาเนิ่นนานจึงดังขึ้นอีกครั้ง
[ขอแสดงความยินดีที่คุณเป็ผู้เล่นคนแรกในเขตดาวเคราะห์สีน้ำเงินที่ผ่านดันเจี้ยนระดับความยากหายนะได้ด้วยตัวคนเดียว, รางวัล ตำราสกิลระดับ Sประจำอาชีพ ×1, อุปกรณ์ระดับมหากาพย์ประจำอาชีพ×1]
[คำแนะนำ:กำลังจะทำการประกาศทั่วทั้งเขตดาวสีน้ำเงิน]
!!!
ซูมู่ไป๋ตกตะลึง!
ความอลังการของรางวัลนั้นเกินกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก
แต่เมื่อคิดดูอีกทีการได้รับรางวัลเช่นนี้ก็สมควรแล้ว
หากไม่ใช่เพราะได้สิทธิ์สังหารครั้งแรกมาหลายครั้ง จนสะสมอายุขัยสำหรับสกิล [พลิกผัน]ได้ครบ ต่อให้เป็เขาก็คงไม่สามารถเอาชนะเรกิที่กลายร่างเป็าาโครงกระดูกได้
ในฐานะผู้เล่นคนแรกของเขตดาวเคราะห์สีน้ำเงินทั้งหมดที่ผ่านด่านระดับหายนะได้ด้วยตัวคนเดียวรางวัลเช่นนี้ถือว่าคู่ควรอย่างยิ่ง!
ด้วยหัวใจที่เต้นระรัวซูมู่ไป๋เปิดกระเป๋าเป้ขึ้นมาตรวจสอบรางวัลที่ได้รับ
[การดูดซับมรณะ]:(S) ระดับ1 (0/5), สกิลใช้งาน
ผลของสกิล:
1.ดูดซับ: ดูดซับไอความตายจากศพและเก็บสะสมไว้, สามารถดูดซับจากเป้าหมายได้สูงสุดครั้งละ 5 ศพ,คูลดาวน์ 30 วินาที, ไม่มีการใช้ทรัพยากร,ระยะร่ายสูงสุด 50 เมตร
ค่าไอความตาย:0/80 (เลเวล ×10)
2.กลับคืน: ฟื้นฟูค่าพลังชีวิตหรือค่ามานาของตนเองในทันทีหรือใช้เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับอสูรรับใช้, คูลดาวน์ 30 วินาที, ใช้ไอความตาย1-80 แต้ม
ไอความตาย1 แต้ม ฟื้นฟูพลังชีวิต 100 แต้ม หรือมานา 100 แต้ม
ไอความตาย2 แต้ม เสริมค่าสเตตัสหลักของเป้าหมาย 1% เป็เวลา 60 วินาที
เงื่อนไขการเรียนรู้:จอมบงการความตาย
ซูมู่ไป๋เคยเห็นข้อมูลยาที่ถูกโพสต์ในช่องแชตแล้ว
ในปัจจุบันยาที่สามารถซื้อได้ในหมู่บ้านมือใหม่ อย่างมากที่สุดหนึ่งขวดก็ฟื้นฟูมานาได้เพียง500 แต้มเท่านั้น แถมยังมีคูลดาวน์การใช้งานถึง 60 วินาที
สำหรับเขาแล้วมันไม่ต่างอะไรกับน้ำน้อยนิดที่หวังจะดับไฟกองมหึมา
ตอนนี้เมื่อมีสกิลนี้แล้วซูมู่ไป๋ก็ไม่ต้องกังวลเื่การใช้มานาอีกต่อไป
ยิ่งไปกว่านั้นของสิ่งนี้ยังสามารถใช้เพื่อเพิ่มค่าสเตตัสหลักของอสูรรับใช้ได้อีกด้วย
นี่มันคือสกิลเทพอย่างไม่ต้องสงสัย!
ซูมู่ไป๋ไม่พูดพร่ำทำเพลงเลือกตำราสกิลโดยตรงแล้วใช้พร์ [พลิกผัน] ทันที
“เลื่อนขั้นหนึ่งระดับ”
สกิลระดับS ด้วยฐานะทางการเงินและอายุขัยของซูมู่ไป๋ในตอนนี้ทำได้เพียงเลือกที่จะใช้งานฟรีเท่านั้น
[คำแนะนำ:ยืนยันที่จะเลื่อนขั้นตำราสกิล “การดูดซับมรณะ”หนึ่งระดับโดยไม่ใช้ทรัพยากรหรือไม่]
[ยืนยัน]
[ยกเลิก]
“ยืนยัน”
[คุณได้รับตำราสกิลระดับSS “การดูดซับมรณะ”]
หลังจากเลื่อนขั้นชื่อของสกิลไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ แต่ความรุนแรงกลับเพิ่มขึ้นเป็เท่าตัว
ไม่สิควรจะบอกว่าสี่เท่า!
เพราะขีดจำกัดสูงสุดของค่าไอความตายเพิ่มขึ้นเป็(เลเวล ×20)และผลการตอบกลับทั้งสองอย่างก็เพิ่มขึ้นเป็สองเท่าเช่นกัน
เพียงแค่คิดตำราสกิลในมือของซูมู่ไป๋ก็กลายเป็แสงสีทองสายหนึ่ง พุ่งเข้าไปในหว่างคิ้วของเขา
[คุณได้เรียนรู้สกิลใหม่“การดูดซับมรณะ”]
หลังจากเรียนรู้สกิลซูมู่ไป๋มองไปที่ซากศพของเรกิเป็อันดับแรก และร่ายสกิลในใจทันที
[คำแนะนำ:คุณดูดซับไอความตาย 320 แต้ม จากศพของบอสระดับทองดำ “าาโครงกระดูก เรกิ”ได้สำเร็จ]
[คำแนะนำ:ค่าไอความตายที่คุณเก็บสะสมไว้ถึงขีดจำกัดแล้ว หลังจากใช้งานจะสามารถดูดซับต่อได้]
หลังจากถูกดูดซับไอความตายซากศพของเรกิก็สูญเสียความแวววาวไปอย่างเห็นได้ชัด และกลับกลายเป็สีขาวซีด
บนกระดูกถึงกับปรากฏรอยร้าวขึ้นมาเล็กน้อยราวกับว่าแค่ััเพียงครั้งเดียวก็จะแตกสลาย
“เยอะขนาดนี้เลย?”
ซูมู่ไป๋ประหลาดใจเล็กน้อยเดิมทีเขาคิดว่าบอสระดับทองดำเลเวล 10 จะให้ไอความตายได้สัก 100แต้มก็ถือว่าดีมากแล้ว
ไม่คิดเลยว่าจะให้มาจนเต็มหลอดในครั้งเดียว!
“อาจจะเป็เพราะว่าเ้าหมอนี่เดิมทีก็เป็สิ่งมีชีวิตประเภทอันเดดไอความตายเลยค่อนข้างเข้มข้น?”
ซูมู่ไป๋ลูบคางพลางคาดเดาอยู่ในใจ
หลังจากที่เชี่ยวชาญสกิลแล้วคุณสมบัติหายนะประจำอาชีพของเขาก็ส่งผลในทันทีทำให้ขีดจำกัดไอความตายเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว กลายเป็ 320 แต้ม!
แม้ว่าคำอธิบายของการตอบกลับจะไม่เปลี่ยนแปลง
แต่เมื่อใช้งานแล้ว ผลลัพธ์ก็จะเพิ่มขึ้นเป็สองเท่าเช่นกัน
นั่นหมายความว่าตอนนี้เขาใช้ไอความตายหนึ่งแต้มสามารถฟื้นฟูมานาได้ 400 แต้ม
และยังสามารถใช้เพื่อเสริมค่าสเตตัสหลักของอสูรรับใช้ตัวใดตัวหนึ่งได้2%
หากใช้ไอความตาย320 แต้มในครั้งเดียว จะสามารถเพิ่มค่าพลังของนักรบโครงกระดูกได้ถึง 640% เป็เวลา60 วินาที!
สกิลระดับSS ที่ซ้อนทับกับคุณสมบัติหายนะประจำอาชีพช่างน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้
สำหรับความโกงเกินมนุษย์ของตัวเองที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆนั้น ซูมู่ไป๋ก็เริ่มจะคุ้นชินกับมันแล้ว
เขายิ้มเล็กน้อยก่อนจะเบนสายตาไปที่รางวัลอีกชิ้นหนึ่ง
“นี่น่าจะเป็อุปกรณ์ระดับมหากาพย์ชิ้นแรกในเขตโลกเลยสินะ?”
เมื่อมองดูเสื้อคลุมที่นอนนิ่งอยู่ในกระเป๋าเป้ดวงตาของซูมู่ไป๋ก็สว่างวาบ
โทนสีหลักของเสื้อคลุมเป็สีดำลุ่มลึกราวกับราตรีอันไร้ที่สิ้นสุด
บนนั้นประดับไปด้วยอักษรรูนสีเทาจางๆ
อักษรรูนเหล่านี้เปล่งแสงจางๆเชื่อมต่อกัน ราวกับประกอบกันเป็วงเวทมนตร์ลึกลับบางอย่าง
ให้ความรู้สึกที่ทั้งลึกลับและทรงพลัง
[เสื้อคลุมเสียงกระซิบของผู้วายชนม์]
เสื้อท่อนบน/ ผ้า
ระดับ:10-60 (เพิ่มขึ้นตามเลเวลของผู้เล่น, เพิ่มขึ้นหนึ่งครั้งทุกๆ 5 เลเวล, สูงสุดถึงเลเวล 60)
ไอเทมระดับมหากาพย์
ยังไม่ได้ประเมินค่า
“น่าเสียดายที่ยังต้องประเมินค่า”
ซูมู่ไป๋ถอนหายใจและละสายตากลับมา
อุปกรณ์ระดับมหากาพย์ค่าใช้จ่ายในการประเมินย่อมไม่ถูกแน่นอน
แต่เมื่อนึกถึงรวยล้นฟ้า เศรษฐีคนนั้นที่กำลังรอซื้อของจากเขาอยู่เขาก็ไม่รู้สึกเสียดายอีกต่อไป
“รอให้ประเมินค่าเสร็จก่อนแล้วค่อยใช้[พลิกผัน] เลื่อนขั้นฟรีๆ จะได้ไม่ไปเพิ่มค่าประเมินให้สูงขึ้นแบบนั้นคงขาดทุนย่อยยับ”
หลังจากเลื่อนขั้นอัญมณีเลเวล1 ทั้งห้าเม็ดและหินิญญาชีวิตขั้นต้นหกสิบก้อนแล้ว ซูมู่ไป๋จึงปิดกระเป๋าเป้แล้วเดินไปยังศพของเรกิ
เขาไม่ได้ให้โครงกระดูกจัดการแทนก็เพราะอยากจะเห็นด้วยตาตัวเอง
บอสระดับทองดำตัวแรกของเขตโลกบวกกับการพิชิตดันเจี้ยนระดับหายนะครั้งแรก จะดรอปของดีแบบไหนออกมาได้บ้าง!
...
ในขณะที่ซูมู่ไป๋กำลังเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อย่างมหาศาลผู้เล่นในเขตโลกก็ได้พบกับการประกาศทั่วทั้งเขตเป็ครั้งแรก
[ประกาศเขตดาวเคราะห์สีน้ำเงิน:ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่น “ไป๋เย่” จากจักรวรรดิัที่เป็ผู้เล่นคนแรกในเขตดาวเคราะห์สีน้ำเงินซึ่งผ่านดันเจี้ยนระดับหายนะได้ด้วยตัวคนเดียวขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน หวังว่าผู้เล่นทุกท่านจะเรียนรู้จากเขาเพื่อรับรางวัลอันมากมาย!] ×10
ประกาศถูกเล่นซ้ำวนไปถึงสิบครั้งทั้งเขตโลกเงียบงันไปชั่วขณะ ก่อนที่จะะเิความโกลาหลออกมาอย่างสมบูรณ์
“บ้าเอ๊ย!หมู่บ้านมือใหม่ของพวกเรายังไม่ได้สิทธิ์พิชิตดันเจี้ยนระดับปกติครั้งแรกเลยด้วยซ้ำแล้วเขาไปผ่านระดับหายนะได้ยังไงวะ?!”
“ระดับหายนะ? ระดับความยากสูงสุดไม่ใช่ระดับนรกหรอกเหรอ?หรือว่าเขาไปเจอดันเจี้ยนลับเลเวลต่ำๆ เข้า?”
“ต้องเป็แบบนั้นแน่ๆไม่อย่างนั้นคนจีนจะเก่งกว่าพวกเาาวอินทรีหัวขาวได้ยังไง”
“โกง!ไอ้ไป๋เย่นี่มันโกงแน่นอน!”
...
ข้างต้นคือการถกเถียงกันของผู้เล่นอินทรีหัวขาวหลังจากเข้าสู่โลกหมื่นภพจักรวรรดิที่พวกเขาสังกัดอยู่ถูกเรียกว่าจักรวรรดิวิหารศักดิ์สิทธิ์
โลกใบนี้ถูกขนานนามว่าดินแดนต้องห้ามของทวยเทพซึ่งหมายถึงสถานที่ที่พระเ้าห้ามเข้า
เกมหมื่นโลกไม่ได้มีเพียงผู้เล่นจากดาวเคราะห์สีน้ำเงินเท่านั้นจากข้อมูลที่ปรากฏขึ้นในสมองของผู้เล่นทุกคน
หมื่นเผ่าพันธุ์ในจักรวาลต่างถูกดึงเข้ามาในเกมนี้พร้อมๆ กัน
และเผ่าพันธุ์มนุษย์เมื่อเทียบกับเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งบางเผ่าแล้ว เห็นได้ชัดว่าเสียเปรียบกว่าจึงถูกนำมาไว้ในดินแดนต้องห้ามของทวยเทพ
ต้องมีพละกำลังเพิ่มขึ้นถึงระดับหนึ่งเท่านั้นจึงจะสามารถออกจากดินแดนต้องห้ามของทวยเทพและเข้าร่วมในเกมหมื่นโลกที่แท้จริงได้
ดินแดนต้องห้ามของทวยเทพถูกล้อมรอบด้วยทะเลทั้งสี่ด้านตรงกลางเป็ทวีปขนาดใหญ่ ผู้เล่นจากทุกประเทศต่างก็อยู่ในนั้นเพียงแต่สังกัดประเทศที่แตกต่างกัน
และบนทวีปแห่งนี้สองมหาอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุด ก็คือจักรวรรดิัและจักรวรรดิวิหารศักดิ์สิทธิ์