“20 หยก” คนของสำนักซ่อนจันทร์เสนอราคาทันทีคนอื่นๆ ก็เสนอราคาแข่ง “30 หยก”
“40 หยก”
“50 หยก”เมื่อราคามาถึง 50 หยกก็ไม่มีใครเสนอราคาอีกทำให้สตรีจากสำนักซ่อนจันทร์ประมูลได้ไป
สตรีผู้ถือถาดโอสถก็เดินลงจากเวทีสตรีจากสำนักซ่อนจันทร์คนหนึ่งก็ไปจ่ายค่าโอสถแล้วรับโอสถมา
สตรีถือถาดขึ้นไปบนเวทีบุรุษชุดดำก็เอ่ยว่า “นี่คือโอสถ........”
การประมูลดำเนินไปเรื่อยๆ มีโอสถบางเม็ดที่ถูกแย่งชิงกันอย่างดุเดือดจนกระทั่งถึงโอสถพิษศิลา สตรีผู้ถือถาดเดินขึ้นไปบนเวที บนถาดมีขวด 2 ขวดผู้คนมองอย่างสงสัยใคร่รู้ บุรุษชุดดำเทโอสถออกจากขวดทั้งสองใบ ลงบนจาน 2 ใบแล้วเอ่ยว่า “นี่คือโอสถพิษศิลาและโอสถแก้พิษศิลา”
“หือ? โอสถพิษศิลา?ข้าไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย” ผู้คนพูดพลางส่ายๆ หน้าตาก็มองโอสถอยากอย่างรู้อยากเห็น บุรุษชุดดำจึงบรรยายสรรพคุณว่า“โอสถพิษศิลานี้ทำให้ร่างกายของคนที่สูดดมเข้าไปกลายเป็อัมพาตหากไม่ได้รับโอสถแก้พิษชนิดนี้โดยเฉพาะก็จะตกตายไป โอสถพิษศิลานี้ 1เม็ดสามารถทำให้คนกลายเป็อัมพาตอย่างน้อย 50 คน วิธีการใช้คือบดให้เป็ผงแล้วโปรยไปในอากาศให้คนสูดดมเข้าไปเพียงเท่านี้คนก็จะกลายเป็อัมพาตไปอย่างช้าๆ”
“โอ”
“หือ?”
ผู้คนส่งเสียงฮือฮามองโอสถพิษศิลาอย่างตื่นเต้น บางคนก็ยังสงสัยในสรรพคุณของโอสถ บุรุษชุดดำพูดต่อ“ส่วนนี่คือโอสถแก้พิษศิลา มีอยู่ทั้งหมด 49 เม็ด โอสถสองชนิดนี้ประมูลคู่กัน”
“จะรู้ได้อย่างไรว่าโอสถนี้เป็อย่างที่ท่านพูดจริงๆ?”มีคนสงสัยเอ่ยปากถาม บุรุษชุดดำมองคนพูดแล้วผายมือเชิญ“เช่นนั้นเชิญท่านมาลองโอสถพิษศิลาด้วยตัวเองเถิด”
“หึ!” บุรุษชุดเทาที่เอ่ยปากถามแค่นเสียงคำหนึ่งแล้วแหวกผู้คนเดินขึ้นไปบนเวทีพลัน! มีคนหนึ่งพูดขึ้นมา “จะแน่ใจได้อย่างไรว่าคนๆ นั้นไม่ใช่หน้าม้าของตลาด?”
“ท่านจะขึ้นมาลองเองข้าก็ไม่ขัดข้อง”บุรุษชุดดำผายมือเชิญ ทำให้บุรุษชุดสีเปลือกไข่แหวกผู้คนแล้วเดินขึ้นไปบนเวทีบุรุษชุดดำมองคน 2 คนนั้นแล้วใช้มีดขูดเม็ดโอสถพิษศิลาออกมาเล็กน้อย จากนั้นก็นำผงโอสถไปให้บุรุษทั้งสองสูดดมทั้งสองคนสูดดมโอสถพิษศิลาเข้าไปอย่างไม่เชื่อสรรพคุณนักผู้คนก็มองบุรุษสองคนนั้นเป็ตาเดียว
หยางซีหยุนซึ่งอยู่ในกลุ่มคนของสำนักหมื่นดาราั้แ่ได้ยินชื่อโอสถเขาก็แน่ใจว่าเป็โอสถของเ้าศิษย์ชั่วของเขาอย่างแน่นอนเขาซึ่งเคยถูกพิษของมันมาแล้วรู้ซึ้งดียิ่งนักจนในใจเกิดความโมโหขึ้นมาอีกครั้งเขาขบกรามกรอดๆ มือกำแน่นขึ้นมา
“หึ!” บุรุษผู้ลองโอสถทั้งสองคนแค่นเสียงคนละคำอย่างดูแคลน“ข้าว่าโอสถนี้หลอกลวงกระมัง ข้ายังไม่เห็นจะเป็อะไรเลย”
บุรุษชุดเทาก้าวขาจะเดินลงจากเวทีพลัน! สีหน้าเขาก็เปลี่ยนไปเมื่อเขายกเท้าไม่ขึ้นเขาก้มลงมองเท้าตัวเองที่เหมือนความรู้สึกที่เท้าหายไปราวกับมันว่างเปล่าเขาจับขาตัวเองยกขึ้นแล้ววางไปเบื้องหน้า เขายกเท้าวางได้ก็จริงแต่เท้าไร้ความรู้สึก ทำให้เขาเบิกตาโต “เท้าข้า!”
“หึ! เ้าเล่นปาหี่ได้สมจริงดีนี่” บุรุษชุดสีเปลือกไข่แค่นเสียงดูแคลน เขายืดหลังตรงก้าวขาไปข้างหน้าเขาหน้าเปลี่ยนสีไปทันควัน
เขารู้สึกว่าเขายกขาขึ้นแต่เท้าเขากลับไม่ขยับแม้แต่น้อยมันเหมือนกลายเป็หินไปแล้วอย่างไรอย่างนั้น มันไร้ความรู้สึกโดยสิ้นเชิง!
บุรุษชุดดำคนของตลาดก็ปล่อยให้ผู้คนได้เห็นฤทธิ์ของโอสถผ่านผู้อยากลองทดสอบโอสถพิษศิลาในเมื่อมีคนไม่เชื่อถือเช่นนั้นก็ปล่อยให้ลองเสียให้พอใจ!หึๆๆๆ...
ศิษย์ของอาจารย์จงฮ่วนชมดูอยู่ด้านล่างพวกเขาก็สงสัยฤทธิ์เดชของโอสถพิษศิลานี้เช่นกัน พวกเขาจึงชวนกันเดินขึ้นไปบนเวที “ข้าอยากทดสอบโอสถนี้”
“เชิญ” บุรุษชุดดำผายมือเขาจัดแจงขูดโอสถพิษศิลาออกมาเป็ผงเล็กน้อยแล้วยื่นให้ศิษย์สำนักหมื่นดาราเ่าั้ศิษย์ของอาจารย์จงฮ่วนรับไปพิจารณาส่วนผสมสมุนไพรในเม็ดโอสถ พวกเขาเขี่ยๆเศษผงเ่าั้แล้วก็ยังดูไม่ออกว่าโอสถนี้ใช้สมุนไพรอะไรบ้าง ทำให้พวกเขามีสีหน้าตื่นตะลึงกันถ้วนหน้า! มีโอสถที่พวกเขามองส่วนผสมไม่ออกด้วยรึ!
คนหนึ่งก้มลงไปสูดดมเขาไม่ได้กลิ่นสมุนไพรเลยแม้แต่นิดเดียว นี่เป็โอสถไร้กลิ่น!
เขาจ้องมองเศษผงเ่าั้ที่ลดลงไปจนหายไปหมดเขาไม่เห็นมันสลายเป็ควันแต่อย่างใด โอสถนี้ช่างพิสดารยิ่งนัก!
เขาไม่รู้สึกแสบร้อนจมูกแม้แต่น้อยอาการต่างๆ ในร่างกายของเขาปกติมาก
“ศิษย์พี่ขอรับเป็อย่างไรขอรับ?” ศิษย์น้องคนหนึ่งถาม ศิษย์พี่ที่สูดดมโอสถเข้าไปตอบ “ไร้กลิ่นไร้ควัน ข้าไม่รู้สึกอะไรเลย ทุกอย่างปกติดี”
“หรือว่าจะสูดน้อยเกินไป?”ศิษย์น้องเดา บุรุษชุดดำรีบบอก “รอสักครู่เถิด”
ปริมาณผงโอสถที่เขาขูดออกมาเมื่อครู่นี้เป็ปริมาณที่เพียงพอสำหรับ1 คนพอดี ใช้การคำนวณจากน้ำหนักของโอสถแล้วหารด้วย 49 ก็จะกลายเป็น้ำหนัก 49 ส่วนเพราะก่อนหน้านี้ท่านซีห้าวได้ทดสอบโอสถนี้ไปแล้ว น้ำหนักจึงหายไป 1 ส่วน จาก 50ก็เหลือ 49 อย่างไรล่ะ ตอนนี้ถูกคน 3 คนทดสอบไป ทำให้ปริมาณโอสถเหลืออยู่ 46 ส่วนจาก50 ส่วน
“ขาข้า!” บุรุษชุดเทาพูดขึ้นมา สีหน้าเขาตื่นตะลึงยิ่งนักเขารู้สึกว่าความรู้สึกที่ขาค่อยๆ หายไปเหมือนไร้ขาลามขึ้นมาเรื่อยๆ จากปลายเท้า เขามองโอสถแก้พิษที่อยู่ในจานแล้วมองคนของตลาดอย่างน้อยๆ คนของตลาดไม่น่าจะปล่อยให้เขาเป็อะไรไปกระมังบุรุษชุดดำเห็นสายตาของบุรุษชุดเทามองโอสถแก้พิษศิลาแล้วมองที่เขา เขาจึงพูดว่า “ท่านจะได้รับโอสถแก้พิษศิลา1 เม็ด แต่ราคาที่ท่านต้องจ่ายจะเท่ากับราคาที่ปิดประมูลโอสถแก้พิษศิลา อ่อโอสถพิษศิลานี้แม้แต่โอสถแก้พิษระดับ 5 ก็ยังไม่สามารถแก้พิษได้เลยต้องใช้โอสถแก้พิษศิลาโดยเฉพาะจึงจะสามารถแก้พิษศิลาได้”
“อะไรนะ!” ศิษย์ของอาจารย์จงฮ่วนอุทานออกมา “แม้แต่โอสถแก้พิษระดับ 5ก็ยังแก้พิษไม่ได้รึ!?”
“ใช่แล้ว”บุรุษชุดดำพยักหน้ารับ หยางซีหยุนที่ยืนชมดูอยู่อยากจะบอกยิ่งนักว่าขนาดโอสถแก้พิษระดับ9 ของเขายังแก้พิษชนิดนี้ไม่ได้เลย! แต่เขาก็พูดไม่ออกจริงๆหากคนอื่นรู้ว่าเขาถูกพิษศิลาแล้วใช้โอสถแก้พิษของตัวเองแล้วยังแก้พิษไม่ได้ก็เป็การเสียหน้าอย่างรุนแรงน่ะซิตีให้ตายเขาก็ไม่พูดออกไปเด็ดขาด เื่ขายหน้าเช่นนี้จะพูดออกไปได้อย่างไรพูดไม่ได้! พูดไม่ได้จริงๆ!
ศิษย์ของอาจารย์จงฮ่วนจึงเอาโอสถแก้พิษระดับ9 ที่อาจารย์มอบให้ออกมาถือไว้อย่างเย่อหยิ่ง “ข้าไม่เชื่อหรอกว่าโอสถแก้พิษระดับ9 ของอาจารย์ข้าจะแก้พิษนี้ไม่ได้”
เขาถือเอาไว้ยังไม่กินเข้าไปเพราะอยากรู้ว่าพิษศิลานี้จะออกฤทธิ์อย่างไรบ้างในเมื่อลองพิษแล้วก็ต้องลองให้ถึงที่สุดซิ!
“ขาข้า!” บุรุษชุดสีเปลือกไข่อุทานออกมา เขารู้สึกเหมือน 2ขาของตัวเองไม่มีอยู่อย่างไรอย่างนั้น เขาพยายามจะยกขาตัวเองขึ้นแต่กลับยกไม่ได้เลยมันเหมือนกลายเป็ท่อนไม้หรือไม่ก็หินไปแล้ว ช่างสมกับชื่อพิษศิลาจริงๆเขามองโอสถพิษศิลาอย่างมาดหมาย!
เขาจะต้องประมูลมันมาให้ได้!
“หากพิษนี้ลามไปถึงอกจะทำให้หายใจไม่ออกแล้วก็ตายไปในที่สุด” บุรุษชุดดำพูดขึ้นมานี่เป็คำพูดที่เขาฟังมาจากท่านซีห้าวซึ่งได้ทดสอบพิษศิลาก่อนหน้านี้ผู้คนฟังแล้วอุทานตาโต “โอ!”
“อา...!”
“หือ?”
ศิษย์ของอาจารย์จงฮ่วนฟังแล้วดวงตาเป็ประกายเช่นนั้นเขาก็จะรอให้พิษศิลานี้ออกฤทธิ์จนเกือบถึงอกแล้วค่อยกินโอสถของอาจารย์เข้าไป!
ผู้คนเบื้องล่างชมดูอย่างอยากรู้อยากเห็นโอสถนี้เป็โอสถที่เพิ่งจะมี น่าจะมีใครสักคนเพิ่งหลอมได้กระมังพวกเขารอดูผลของโอสถอย่างใจจดใจจ่อ หากว่าแม้แต่โอสถแก้พิษระดับ 9 ยังแก้โอสถชนิดนี้ไม่ได้เช่นนั้นโอสถนี้ก็ร้ายกาจยิ่งนัก!
“มะ...มัน...ลาม...มะ...มา...ถึง...อะ...อก...”บุรุษชุดเทาพูดตะกุกตะกักอย่างหายใจไม่ออก สีหน้าเขาเริ่มเปลี่ยนไป เขาไม่ได้แกล้งทำเลยสักนิดเขาเริ่มหายใจไม่ออกจริงๆ บุรุษชุดดำรีบเอาโอสถแก้พิษศิลาใส่ปากบุรุษชุดเทาทันทีบุรุษชุดเทากลืนลงไป สักพัก เขารู้สึกถึงกระแสธารอุ่นที่ค่อยๆ แผ่ไปทั่วร่างมันค่อยๆ ขับไล่อาการไร้ความรู้สึกเมื่อครู่ออกไปทีละน้อยทำให้เขากลับมาหายใจได้อีกครั้ง ความรู้สึกเหมือนยืนอยู่ปากประตูผีเมื่อครู่ทำให้เขามองโอสถพิษศิลาตาวาววับนี่มันโอสถพิษชั้นเลิศจริงๆ ฆ่าคนได้อย่างไร้ร่องรอย เยี่ยมๆๆ!!!
“หึ!” บุรุษชุดสีเปลือกไข่แค่นเสียงเยาะคำหนึ่งเขาคิดว่าชายชุดสีเทานั่นจะต้องเป็หน้าม้าของตลาดแน่นอน เขามีโอสถแก้พิษระดับ 6อยู่ เขาไม่เชื่อหรอกว่าโอสถแก้พิษระดับ 6 ของเขาจะแก้พิษนี้ไม่ได้!
เมื่อพิษลามขึ้นมาถึง่ท้องส่วนบนเขาก็เอาโอสถแก้พิษระดับ6 ออกมา “ข้าไม่เชื่อหรอกว่าโอสถแก้พิษระดับ 6 ของข้าจะแก้พิษนี้ไม่ได้”
เขาพูดแล้วก็กินโอสถแก้พิษระดับ6 เข้าไป ผู้คนที่อยู่ติดเวทีล้วนมองเห็นลายโอสถ 6 วง พวกเขาอุทานออกมา “เป็โอสถระดับ6 จริงๆ”
โอสถระดับ 6ไม่ใช่ของที่มีขายดาษดื่น ราคาของมันแพงยิ่งนัก สามารถซื้อถ้ำเซียนระดับต่ำได้เลย บุรุษชุดสีเปลือกไข่กินโอสถเข้าไปแล้วเขารอดูผลของโอสถแก้พิษระดับ 6 แต่มันก็ไม่เกิดผลอะไรเลยเหมือนขว้างหินลงน้ำสร้างแรงกระเพื่อมนิดหน่อยแล้วก็เงียบหายไปความรู้สึกที่ไร้ความรู้สึกยังคงลามขึ้นมาเรื่อยๆ ทำให้เขาหน้าเปลี่ยนสีแล้ว “เป็ไปได้อย่างไร?นี่เป็โอสถแก้พิษระดับ 6 ของท่านอาจารย์หยางเชียวนะ!”
โอสถเม็ดนี้เขาได้มาจากการไปร่วมงานประมูลโอสถของสำนักหมื่นดาราเมื่อเดือนที่แล้วราคาที่จ่ายไปไม่น้อยเลยจริงๆ พิษของโอสถพิษศิลายังคงลามขึ้นมาเรื่อยๆจนกระทั่งถึงอก่ล่าง เขาหน้าเปลี่ยนสีอีกครั้ง “เร็วๆ เอาโอสถแก้พิษให้ข้า!”
เขารู้สึกว่าความตายใกล้เข้ามาเรื่อยๆดังนั้นเขาจึงร้องบอกอย่างไม่อายเลยเขากลัวว่าหากพิษลามถึงอก่บนเขาจะต้องตายแน่นอน บุรุษชุดดำหยิบโอสถแก้พิษศิลายื่นให้บุรุษชุดสีเปลือกไข่บุรุษชุดสีเปลือกไข่รีบคว้าโอสถแก้พิษศิลากลืนลงไปทันที สักพักเขาก็รู้สึกถึงกระแสธารอุ่นแผ่กระจายออกไปขับไล่อาการไร้ความรู้สึกให้หายไปทีละนิด...ทีละนิด เขามองโอสถพิษศิลาอย่างอยากได้ขึ้นมาทันที
ศิษย์ของอาจารย์จงฮ่วนปล่อยให้พิษลามขึ้นมาเรื่อยๆจนกระทั่งมาถึงอก่ล่างเขาจึงกินโอสถแก้พิษของอาจารย์ลงไป สีหน้าเขาเย่อหยิ่งยิ่งนักสักพัก เขารู้สึกว่าพิษยังคงลามขึ้นมาไม่มีท่าทีว่าจะชะลอลง หรือหยุดชะงักสีหน้าเขาพลันเปลี่ยนไป “เป็ไปไม่ได้! นี่เป็โอสถแก้พิษระดับ9 ของอาจารย์เชียวนะ มันจะแก้พิษโอสถระดับ 1 ไม่ได้ได้อย่างไร! ข้าไม่เชื่อ! ข้าไม่เชื่อหรอก!”
ผู้คนมองดูอย่างอยากรู้อยากเห็นพวกเขาเห็นลายโอสถเม็ดนั้นเป็โอสถระดับ 9 จริงๆทำให้พวกเขารอดูอย่างใจจดใจจ่อเลยทีเดียว
หากว่าแม้แต่โอสถระดับ9 ยังต้านพิษโอสถระดับ 1 ไม่ได้ นี่มันก็ร้ายกาจเกินไปแล้ว!
บุรุษชุดเทาที่สูดโอสถพิษศิลาเป็คนแรกเหยียดยิ้มเยาะเขารู้ซึ้งถึงฤทธิ์ของโอสถด้วยตัวเองจึงไม่กล้าดูถูกโอสถพิษศิลาอีกเลยหากว่าเขากินโอสถแก้พิษไม่ทันคงตกตายไปแล้วแน่นอน ช่างเป็โอสถที่ร้ายกาจยิ่งข้าจะต้องประมูลมันให้ได้!
บุรุษชุดสีเปลือกไข่ก็ไม่กล้าดูแคลนโอสถพิษศิลาอีกเขามองโอสถพิษศิลาอย่างมาดหมาย ข้าจะต้องประมูลมันมาให้ได้!
“อึก!” ศิษย์ของอาจารย์จงฮ่วนเริ่มหายใจติดขัดขึ้นมาแล้วพวกศิษย์น้องที่อยู่ข้างๆ รีบถาม “ศิษย์พี่ ท่านเป็อะไร?”
“อึก! ข้า...หาย...จะ...ใจ...มะ...ไม่...อะ...ออก!”ศิษย์พี่คนนั้นพยายามบอก พวกศิษย์น้องลนลานขึ้นมาแล้ว “จะทำอย่างไรดี!?ๆ”
บุรุษชุดดำรีบหยิบโอสถแก้พิษศิลาไปยัดใส่ปากศิษย์สำนักหมื่นดาราคนนั้นทันทีเขาไม่อาจปล่อยให้คนๆ นี้เป็อะไรไปได้เด็ดขาดไม่เช่นนั้นสำนักหมื่นดาราจะต้องมาถามหาความรับผิดชอบกับพวกเขาแน่ๆ
เมื่อศิษย์พี่คนนั้นกลืนโอสถแก้พิษศิลาลงไปสักพัก เขาก็รู้สึกถึงกระแสธารอุ่นที่ขับไล่อาการไร้ความรู้สึกให้หายไปทีละนิดทำให้เขากลับมาหายใจได้คล่องขึ้น “อึก...”
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกหลายๆที ราวกับว่าหากไม่รีบสูดเข้าไปเขาจะไม่มีโอกาสสูดอีกเลยความรู้สึกที่ยืนอยู่ปากประตูผีเมื่อครู่ทำให้เขาไม่กล้าดูแคลนโอสถพิษศิลาอีกแล้วเขามีความมุ่งมั่นที่จะประมูลมันกลับไปศึกษาที่สำนักให้จงได้!
จะต้องรู้ให้ได้ว่ามันประกอบไปด้วยสมุนไพรอะไรบ้าง! หากรู้ส่วนประกอบพวกเขาก็ย่อมหลอมมันออกมาได้แน่นอน!
ผู้คนมองดูอย่างตะลึงลานบางคนเกิดความคิดอยากได้โอสถพิษศิลาขึ้นมาแล้ว!โอสถที่แม้แต่โอสถแก้พิษระดับ 9 ยังไม่อาจแก้พิษได้นี่ย่อมเป็โอสถระดับสูงกว่าระดับ 9 แน่นอน โอสถนี้ร้ายกาจยิ่งนัก!
พวกเขาไม่คิดว่าตลาดเล่นปาหี่อะไรอีกอย่างน้อยๆ ศิษย์ของสำนักหมื่นดาราก็ล้วนเป็คนที่เย่อหยิ่งมาก พวกเขาไม่มีทางร่วมมือกับตลาดหลอกลวงผู้คนแน่นอนโอสถพิษศิลานี้จะต้องร้ายกาจอย่างแน่แท้!
บุรุษชุดดำจับจังหวะได้ถูกจุดยิ่งเขารีบพูดว่า “เอาล่ะ เริ่มประมูลโอสถพิษศิลากับโอสถแก้พิษได้”
“100 หยก”มีคนเสนอราคาทันที ทำให้มีเสียงดูแคลนขึ้นมา “หึ!โอสถร้ายกาจเช่นนี้เ้าประมูลแค่ 100 ข้าให้ 1,000”
“2,000”
“2,100”
“3,000”
ราคาประมูลดุเดือดขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งทะยานไปถึง 1 ล้าน!
“1,100,000”
“1,150,000”
“2 ล้าน!”
เมื่อราคาถึง 2 ล้านเสียงก็เงียบกริบไปครู่หนึ่ง ผู้คนอึ้งไปที่ราคาโอสถนี้พุ่งสูงลิ่วยิ่งนักคนที่เสนอราคา 2 ล้านก็คือศิษย์ของสำนักหมื่นดาราที่ทดสอบโอสถคนนั้นเขาหมายมั่นที่จะนำโอสถนี้ไปมอบให้อาจารย์ให้ได้!
“มีใครจะให้สูงกว่านี้อีกไหม?”บุรุษชุดดำถามพลางกวาดตามองไปรอบๆ หยางซีหยุนเอ่ยขึ้นมาน้ำเสียงเ็า “10 ล้าน”
“หา!” ผู้คนตกตะลึงกันถ้วนหน้า ศิษย์ของอาจารย์จงฮ่วนก็ตกตะลึงเช่นกันเขาไม่ได้มีหยกมากไปกว่า 2 ล้านอีกแล้ว 2ล้านนี่ถือเป็จำนวนสูงสุดที่เขารวบรวมมาจากพวกศิษย์น้องจนเกลี้ยงถุงฟ้าดินกันแล้วอีกทั้งคนที่เสนอราคา 10 ล้านก็คืออาจารย์หยาง!ในเมื่ออาจารย์หยางอยากได้เช่นนั้นเขาก็ต้องยอมถอยอย่างสู้ไม่ได้จริงๆหยกพวกเขามีจำกัด แต่อาจารย์หยางมีไม่จำกัดในสำนักยังจะมีใครร่ำรวยกว่าอาจารย์หยางอีกก็คงเป็เ้าสำนักที่เก็บตัวมาหลายปีเท่านั้น
“มีใครจะให้สูงกว่านี้อีกไหม?”บุรุษชุดดำถามพลางกวาดตามองไปรอบๆ จนผ่านไปพักใหญ่ก็ยังไม่มีใครเสนอราคาแข่งเขาจึงผายมือไป “โอสถพิษศิลาเป็ของท่านแล้ว”
“หึ!” หยางซีหยุนแค่นเสียงเ็าคำหนึ่งแล้วเดินไปที่กระโจมเพื่อจ่ายค่าโอสถเขา้าโอสถกลับไปศึกษาว่าใช้สมุนไพรอะไรบ้าง ถึงเขาจะรู้ว่าเ้าศิษย์ชั่วเก็บสมุนไพรอะไรไปบ้างแต่เขาก็แยกไม่ออกอยู่ดีว่าโอสถเม็ดนั้นใช้สมุนไพรอะไรในการหลอมเขาจะต้องศึกษามันออกมาให้กระจ่างแจ้งเลยทีเดียว!
เฉินมู่อิ๋งก็ตกตะลึงไปเมื่อเห็นอาจารย์หยางเป็คนเสนอราคา10 ล้านออกมา อาจารย์หยางต้องรู้แน่ว่าโอสถนี้เขาเป็คนหลอม แล้วเหตุใดถึงยังประมูลอีกล่ะ?หากมาขอซื้อจากเขา เขาก็คงยอมขายให้ซักสี่ห้าหมื่นกระมัง หรืออยากอวดรวย?
เขาคิดไม่ออกจริงๆว่าอาจารย์หยางทำเช่นนี้เพื่ออะไร แต่ไม่ว่าจะทำเพื่ออะไรเขาก็ได้รับหยกไม่น้อยเลยกำไรแล้ว!
การประมูลโอสถยังคงดำเนินการต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงโอสถเม็ดสุดท้ายแต่ก็ไม่มีโอสถชนิดไหนที่ประมูลออกไปได้สูงเท่าโอสถพิษศิลา โอสถนี้สร้างชื่อเสียงในเวลาไม่นานจริงๆแน่นอนว่าชื่อเสียงของ ‘โอหยาง’ ผู้เป็เ้าของโอสถพิษศิลาย่อมระบือไปไกลอย่างแน่นอน
หลังจากเสร็จสิ้นการประมูลผู้คนก็แยกย้ายกันไป เฉินมู่อิ๋งก็ไม่ได้รีบไปรับค่าโอสถมา เขารอให้คนอื่นๆเข้าไปรับค่าโอสถจนหมดแล้วเขาถึงเข้าไปเป็คนสุดท้ายแล้วกระมัง
ภายในกระโจม ผู้ดูแลตลาดรีบลุกขึ้นยืนต้อนรับคุณชายโอหยางทันที “เชิญๆ คุณชายโอหยางเชิญท่านนั่งก่อน”
เฉินมู่อิ๋งนั่งลงที่เก้าอี้ตัวหนึ่งผู้ดูแลตลาดก็นั่งลงใกล้ๆ แล้วถามว่า “โอสถพิษศิลานี้เป็คุณชายได้มาอย่างไรหรือ?หรือว่าท่านหลอมโอสถเอง?”
“เป็ข้าหลอมทำไมรึ?” เฉินมู่อิ๋งย้อนถาม ผู้ดูแลตลาดรีบเสนอว่า “เช่นนั้นสมุนไพรที่ใช้หลอมต่อไปคุณชายมาซื้อจากข้าได้นะข้าจะลดราคาให้ท่านเป็พิเศษเลย”
เฉินมู่อิ๋งยิ้มเย็นอยู่ใต้หน้ากากเขารู้ดีว่าผู้ดูแลตลาดย่อมอยากรู้ว่าเขาใช้สมุนไพรอะไรในการหลอมโอสถพิษศิลาบ้าง จึงได้เสนอเช่นนี้นี่เรียกว่าการขอดูตำราทางอ้อมอย่างไรล่ะ หากเขาซื้อสมุนไพรจากทางตลาดอย่างไร้เล่ห์เหลี่ยมทางตลาดก็จะทราบว่าโอสถพิษศิลาใช้สมุนไพรอะไรบ้างทันที แต่เขาเป็ใคร?เขาเป็ถึงคุณชายตระกูลเฉินเชียวนะ ลูกไม้ตื้นๆ แค่นี้ทำไมเขาจะดูไม่ออกล่ะเขาจึงตอบรับน้ำเสียงตื่นเต้นว่า “โอ้! ดีจริง ขอบคุณท่านมากว่าแต่ท่านจะลดราคาให้ข้าเท่าไหร่รึ?”
“10 ส่วนร้อย”ผู้ดูแลตลาดบอก เฉินมู่อิ๋งพูดน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย “แค่ 10 ส่วนร้อยเองรึข้ารึคิดว่าน่าจะ 30 ส่วนร้อย หากเป็เช่นนั้นข้าก็ยินดีซื้อสมุนไพรจากท่าน”
“อ่า...30 ส่วนร้อยให้ท่านไม่ได้จริงๆ เอาเช่นนี้เถอะ 15 ส่วนร้อยเถอะคุณชายมากกว่านี้ไม่ได้แล้วจริงๆ” ผู้ดูแลตลาดเสนอ เฉินมู่อิ๋งพยักหน้าตกลง “ได้ขอบคุณท่านมาก เช่นนั้นรบกวนท่านเตรียมสมุนไพรตามนี้ให้ข้าด้วย”
เขาบอกแล้วก็มองหาพู่กันกับกระดาษผู้ดูแลตลาดรีบหลิ่วตาสั่งคนข้างกายทันทีบุรุษข้างกายก็รีบก้าวไปหยิบพู่กันกับกระดาษมาวางตรงหน้าคุณชายโอหยางเฉินมู่อิ๋งหยิบพู่กันขึ้นมาจุ่มหมึกแล้วเขียนชื่อสมุนไพรที่เขา้าลงไปผู้ดูแลตลาดก็มองดูอยู่เงียบๆ
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 5 บาท 10 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ