ทุกคนในห้องค่อยๆบอกความสามารถของตนเองมาให้คนอื่นได้ฟัง เพื่อจะได้แบ่งหน้าที่ในการทำภารกิจได้ถูก
ความจริงแล้วการอมพะนำความสามารถของพวกเขาในตอนนี้ก็นับว่าเกินความจำเป็นไปไม่น้อยกะอีแค่เลเวลไม่ถึง 40 จะมีทักษะอะไรพิสดารนัก? อย่างมากก็ไม่พ้นพวกทักษะเวทมนตร์พื้นฐานเท่านั้นทักษะระดับสูงที่พิสดารมากไปกว่านี้ผู้เล่นต้องออกผจญภัยเอาเองหลังจากเลเวลสูงกว่านี้เอาเอง
หลังจากฟังจบวิฬาร์ก็หรี่ดวงตาสีน้ำตาลลงอย่างครุ่นคิด เพราะในปาร์ตี้ของเขาทั้งสิบคนนั้นมีสายต่อสู้ระยะประชิดสูงถึงห้าคนอย่างสายพันธุเวทและยุทธเวท สายยุทธเวทธนูหนึ่ง มรณเวทจอมดารา และธาตุเวทอีกอย่าง
นับว่าขาดสมดุลอย่างมาก
ปาร์ตี้แบบนี้เหมาะกับการลุยในสถานการณ์ประเภทระยะประชิดประมาณว่าเจอหน้ากันก็ซัดเลย ไม่เหมาะกับภูมิประเทศพวกที่โล่งที่อาจจะถูกลอบโจมตีจากระยะไกลได้ง่ายนับว่าเป็นทั้งข้อดีและข้อเสียไปในตัว
ยังดีที่ตอนแรกเขาบอกไปว่าตัวเองใช้ธาตุแสงได้ทำให้ปาร์ตี้นี้มีหน่วยสนับสนุนมาคนนึง ไม่งั้นการจัดขบวนรบจะยุ่งเหยิงมาก
หลังจากคุยกันเสร็จวิฬาร์ก็กระตุ้นให้ทุกคนช่วยกันออกความเห็นในด้านต่างๆเพื่อไม่ให้ดูเหมือนว่าเขาพยายามตั้งตัวเป็นหัวหน้ากลุ่ม
ทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีจนได้ข้อสรุปมาว่าถ้าเกิดสนามถัดไปอยู่ในที่โล่งก็ให้จัดรูปแบบการต่อสู้เป็นแบบกระดองเต่าเพื่อปกป้องนักเวทอย่างวิฬาร์ที่สามารถฟื้นพลังเอาไว้ภายใน เอาสายยุทธเวทออกไปชนด้านนอก
ส่วนถ้าเกิดสถานที่ถัดไปค่อนข้างคับแคบหรือรกๆอย่างป่าเต็งรังของสนามก่อน ก็ให้แบ่งกลุ่มสายระยะประชิดเอาไว้ข้างหน้ารวมลาวเดอร์เป็นสี่คนประกบนักธนูอย่างซานเชสและผู้เล่นดาราเวทอีกคนเอาไว้ตรงกลางตามมาด้วยวิฬาร์และหลิวอี้ที่มีทักษะสายมรณะ ปิดท้ายด้วยราชีฟที่เล่นธาตุเวทกับผู้เล่นอีกคนหนึ่งที่มีทักษะระยะประชิดเพื่อความปลอดภัย
ทั้งหมดตกลงกันไว้ว่าจะฝากไอเทมแผนที่เอาไว้กับตัววิฬาร์เพราะว่าเขาน่าจะเป็นคนที่ปลอดภัยที่สุดในทีม และถ้าเกิดเหตุอะไรที่ไม่คาดฝันก็ให้ราชีฟที่มีเลเวลสูงที่สุดในกลุ่ม รีบหาทางพาวิฬาร์หนีไป เพื่อจะได้ไม่โดนดรอปแผนที่จากนั้นค่อยหาทางกลับมารับพวกตนที่คืนชีพขึ้นมาหลังจากเวลาผ่านไป 10 นาที
หลังจากนั้นทุกคนก็พักผ่อนพลางนั่งคุยกันเล็กน้อยพลางหยิบเอาอาหารที่มีในห้องพักขึ้นมากินเพื่อคลายความกดดัน แต่ไม่นานซานเชสที่น่าจะเด็กที่สุดในกลุ่มก็เป็นคนเปิดประเด็นพูดคุยขึ้นมา
“พี่ๆคิดว่าเราจะทำภารกิจสำเร็จมั้ยครับ?”
“สำเร็จอยู่แล้วผมเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีตั้งแต่เริ่มเข้าเกมมาเลยยังไงการทดสอบครั้งนี้ก็ต้องผ่านแน่นอน” ราชีฟตบหน้าอกแสดงความมั่นใจก่อนจะบอกว่าตนเข้ามาเล่นเกมนี้เพราะถูกเพื่อนป้ายยามา และกลุ่มเพื่อนของเขาก็เป็นหนึ่งในสมาชิกกิลด์อนันตนาคราชด้วยเช่นกันทำให้เขาหมายมั่นปั้นมือเป็นอย่างยิ่งที่จะเข้ากิลด์นี้ให้ได้เพื่อจะได้เข้าไปร่วมทำภารกิจและผจญภัยกับเพื่อนของเขาที่ตอนนี้ รอฟังผลอยู่ด้านนอกสนามประลอง
“หรอครับผมเองก็อยากเข้ากิลด์นี้ให้ได้ ผมอยากเข้าไปอยู่ในสังกัดของพี่กิระเพราะได้ยินมาว่าพี่เขาเป็นนักธนูอันดับต้นๆ ของเกมวันหนึ่งผมอยากจะเก่งให้ได้แบบพี่เขา” ซานเชสเอ่ยถึงกิระอย่างยกย่องเพราะถือว่าเขาเป็นไอดอลของตัวเอง จากนั้นก็เริ่มพูดอย่างน้ำไหลไฟดับ โม้ให้ทุกคนในห้องฟังถึงวีรกรรมร้อยแปดของกิระอย่างเมามันโดยมีวิฬาร์ที่นั่งกัดฟันฟังอยู่ข้างๆ เพราะเขาไม่อยากจะเปิดปากบอกเรื่องตัวตนที่แท้จริงของมันในอดีตทำลายความฝันและโลกใบน้อยๆ ของเด็กไม่เดียงสาคนหนึ่ง
“ส่วนพี่น่ะชอบคุณไซออนเป็นที่สุดเลย ยิ่งตอนนั้นที่ได้เห็นเธอร่ายมหาเวทมหรรณพสมุทรคลั่งครั้งนั้นที่ระบบเก็บภาพมาให้ดูนะโคตรจะเท่!” หลิวอี้ที่ได้ฟังซานเชสโม้ถึงความสุดยอดของกิระก็อดไม่ได้ที่จะพูดถึงไอดอลในใจของเธอขึ้นมาบ้าง
พูดถึงความเท่ของไซออน?วิฬาร์ก็อยากจะหาเทปบันทึกภาพตอนที่ไซออนสวาปามกุ้งมังกรไปสามโลให้เธอดูซะเหลือเกิน
“ถ้าพูดถึงความเท่ก็ต้องเป็นพาราฟินสิ เขาน่ะนะทั้งเก่ง ทั้งมีความสุขุม รอบคอบ”คราวนี้ราชีฟเข้ามาผสมโรงด้วยอย่างไม่ยอมน้อยหน้า
พาราฟินเป็นคนรอบคอบ?
วิฬาร์หันไปมองราชีฟด้วยสายตาไม่เชื่อว่าจะมีคนพูดคำนี้ออกมาให้วิฬาร์ได้ฟังมาก่อนในชีวิตไอ้ที่บอกว่าพาราฟินมันเท่ เขายังพอยอมรับได้เพราะหมอนี่มักจะชอบปั้นหน้าหล่อเวลาออกหน้ากล้องหรือมีคนเห็นอยู่ตลอดเวลาแต่ถ้าพูดถึงความรอบคอบแล้วละก็ ไอ้หมอนี่สะเพร่ายิ่งกว่าใครในแปดเศียรซะอีก
มีอย่างที่ไหนกันที่ทั้งแปดคนรวมกลุ่มกันไปล่าบอสเลเวล 195 พร้อมกับแผนการที่เขาและฮาลอสวางไว้อย่างดิบดีทั้งกับดัก ทั้งวงเวท บอกให้ล่อมันมาเข้าตามตำแหน่งนี้และพวกเขาจะเปิดการทำงานของวงเวท จากนั้นค่อยรุมสังหารมันอย่างง่ายดายตามลำดับหนึ่งสองสามสี่
แต่พอไอ้หมอนี่ไปถึงตำแหน่งที่บอสอยู่ปุ๊บก็เปิดบอสปั๊บ ทว่าไอ้ส่วนนี้เขายังพอให้อภัยได้เพราะยังไงตำแหน่งของมันก็คือตัวทำดาเมจเวทมนตร์เพื่อก่อกวนหลอกล่อในแนวหน้าอยู่แล้วแต่ไอ้ที่น่ากระทืบก็คือ พอมันโจมตีบอสตัวนั้นไปได้ไม่กี่ท่าบอสรูปร่างมนุษย์ตัวนั้นก็คำรามก้องแล้วสบถคำด่าพ่อล่อแม่ออกมาชุดหนึ่งทำให้พาราฟินที่ได้ยินก็ทึกทักไปเองว่าโดนบอสดูถูกจากนั้นก็ใส่บอสไม่ยั้งจนลืมเพื่อนลืมพ้อง ลืมแผนการทั้งหมดที่วางไว้ซะดิบดีจนทำให้พวกเขาต้องด้นสด จับบอสกดกันตรงนั้นจนหน้าบากปากบวมไปตามๆ กัน
พอทุกคนในกลุ่มได้ยินคนเปิดประเด็นถึงไอดอลในดวงใจอย่างเหล่าเศียรที่นับได้ว่าเป็นหนึ่งในเป้าหมายและเป็นที่ยำเกรงของสมาชิกกิลด์อนันตนาคราชทุกคนก็ทำให้กำแพงความเฉยชาละลายหายไปแทบจะในทันที แต่ละคนต่างกระโดดเข้ามาเล่าถึงวีรกรรมที่จริงบ้างเท็จบ้างของแต่ละเศียรอย่างเป็นกันเองท่ามกลางความรู้สึกคันปากยิบๆ ของวิฬาร์ จนเพิ่มความสนิทสนมขึ้นมาไม่น้อย
จากนั้นเมื่อถึงเวลาเริ่มการทดสอบทั้งหมดก็ถูกวาร์ปออกไปพร้อมๆ กัน
………………..
ทันทีที่ถูกเคลื่อนย้ายออกมาที่ใหม่วิฬาร์ก็รีบกวาดสายตาสำรวจพื้นที่โดยรอบทันที
หันซ้ายมองขวาก็เห็นกำแพงคอนกรีตสูงชะลูดขึ้นไปกว่าสิบเมตร กั้นขวางพื้นที่ต่างๆ อย่างมีระเบียบพร้อมกันนั้นก็แบ่งพื้นที่ตรงหน้าเป็นทางเดินที่กว้างพอให้รถเก๋งสองคันวิ่งสวนกันได้สบาย
แม้กำแพงคอนกรีตจะสูงแต่ก็ยังเผยให้เห็นท้องฟ้าสีดำมืดสนิทที่มีเพียงแสงจันทร์อ่อนจางส่องลงมาพอให้เห็นเงาได้รำไร
ที่แท้สนามทดสอบถัดไปคือเขาวงกต
แสดงว่าการให้รวบรวมแผนที่นี้ก็เพื่อช่วยให้ผู้เล่นเอาไปใช้ในการนำทางสู่ทางออกนั่นเอง
แต่ในระบบไม่ได้บอกว่าผู้เล่นต้องรวบรวมชิ้นส่วนแผนที่ให้ครบถึงจะผ่านการคัดเลือกแสดงว่าต่อให้หาแผนที่ไม่เจอ ก็อาจสามารถหาทางออกได้ด้วยตัวเองเช่นกันละมั้ง
วิฬาร์คิดได้ดังนั้นก็ไม่ได้เอ่ยบอกกลุ่มเพื่อนใหม่ตรงหน้าเพราะเกรงว่าจะทำให้เกิดการแตกกลุ่มกันขึ้น อย่าว่าแต่วิธีนั้นก็ใช่ว่าจะได้ผลดีเพราะการแยกกันไปหาทางออกนั้น นอกจากจะต้องพึ่งดวงเป็นอย่างมากแล้วอาจจะถูกกลุ่มผู้เล่นฆ่าทิ้งจนเสียเวลาไปฟรีๆ 10 นาทีอีกด้วย หรือมันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เขาเดาก็ได้
“เลือกทางไหนก็ได้เราไปกันเถอะ ยังไงมันก็เหมือนๆ กันแหละ” ราชีฟเอ่ยขึ้นทำให้ผู้เล่นชายคนหนึ่งที่ตอนนี้รับหน้าที่อยู่แนวหน้าเลือกเดินไปทางซ้ายที่เป็นทางเดินยาวทันที
ทั้งหมดแม้จะเป็นผู้เล่นใหม่ที่เลเวลต่ำแต่หลังจากแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันกว่าหนึ่งชั่วโมง ก็ไม่ได้มีใครคิดชิงดีชิงเด่นอวดเบ่งความสามารถจนออกนอกหน้า แต่ละคนต่างรู้หน้าที่ของตนทำให้เมื่อทั้งปาร์ตี้เริ่มออกเดิน ต่างคนก็ต่างประจำตำแหน่งโดยทันที ทำให้วิฬาร์ต้องแอบกดไลค์ให้ในใจอีกชุดใหญ่
ผู้เล่นสามคนในแถวหน้ารวมถึงลาวเดอร์คว้าโล่ของตัวเองขึ้นมาถือเพื่อป้องกันการโจมตีที่ไม่คาดฝันแม้ว่าโล่ของแต่ละคนจะคนละขนาด คนละรูปแบบ ดูไม่เข้ากันสักเท่าไหร่แต่โดยรวมก็นับว่าให้ความอุ่นใจแก่คนข้างหลังได้ไม่น้อย
ทางเดินด้านหน้าเป็นทางเดินตรงยาวที่มีหมอกจางๆปกคลุม ทำให้มองเห็นได้ไม่ไกลเกินสามสิบเมตร และพอจะเห็นได้รางๆว่ามีทางแยกอยู่เป็นระยะ ทั้งด้านขวาและด้านซ้าย แม้ว่าจะมีแสงจันทร์ส่องพอให้เห็นทางได้แต่ทุกคนก็แทบจะกลั้นหายใจเดินไปทีละก้าวๆ ด้วยความอึดอัด
ทั้งหมดเดินอย่างช้าๆมาจนถึงทางแยก ผู้เล่นในแนวหน้าคนหนึ่งก็ยื่นหน้าเข้าไปดูเล็กน้อยและเมื่อเห็นว่าเส้นทางปลอดภัย ก็พาทุกคนมุ่งตรงไปข้างหน้าต่อ
ทุกคนคืบหน้าอย่างเชื่องช้าด้วยใจตุ้มๆต่อมๆ
“ชู่ว”ซานเชสส่งเสียงเบาปานกระซิบ แต่ในสถานการณ์ที่ทุกคนใช้สมาธิจดจ่อกับทุกสิ่งรอบข้างมันก็ดังพอจะให้ได้ยินกันทั่ว
ทุกคนหยุดเท้าลงทันทีที่ซานเชสเตือน
“ทางซ้ายมีคน”เขาโน้มตัวไปกระซิบให้ผู้เล่นด้านหน้ารับทราบ ก่อนจะหันมาบอกพวกข้างหลังอีกรอบ
ด้วยทักษะที่ฝึกมาจากเมืองเริ่มต้นทำให้ซานเชสมีประสาทหูดีกว่าคนทั่วไปเขาจึงสามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวระยะไกลได้ดีกว่าคนอื่น
แต่นี่ก็ทำให้วิฬาร์รู้สึกแปลกใจพอควรเพราะทักษะนี้ในตอนเริ่มต้น จะทำให้มีประสาทหูดีกว่าคนทั่วไปแค่เล็กน้อยเท่านั้นผู้เล่นต้องปั่นระดับทักษะขึ้นไปไม่น้อยกว่า 20 ถึงจะพอใช้งานได้ในการต่อสู้ ไม่รู้ว่าไอ้หนูนี่ไปฝึกมาอีท่าไหนระดับทักษะถึงสูงขนาดนี้
และไม่กี่วินาทีถัดมาพวกเขาก็ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวปนพูดคุยอย่างชัดเจนดังออกมาจากช่องทางเดินด้านซ้าย
‘นี่ไม่ได้ระวังตัวเลยนี่นา’ วิฬาร์คิดในใจ
ความจริงแล้ววิธีเล่นเกมแบบนี้มีสองอย่าง
หนึ่งนั้นก็คือทำตัวเงียบเชียบค่อยๆ ก้าวเดินอย่างระมัดระวัง และจู่โจมศัตรูในวินาทีที่จวนตัวที่สุดเพื่อรับประกันชัยชนะซึ่งเหมาะกับพวกเขาที่สมาชิกในทีมส่วนใหญ่มีระดับไม่มากนัก
และอีกวิธีก็คือเปิดหน้าชนด้วยการทำเสียงเอะอะมะเทิ่ง เรียกร้องความสนใจให้ผู้เล่นเข้ามาหาจากนั้นใช้ทักษะและความสามารถที่เหนือกว่า โจมตีใส่ฝั่งตรงข้ามจนยับเยินและคว้าชัยชนะมาครอบครอง
ดูเหมือนว่าผู้เล่นกลุ่มนี้เลือกใช้วิธีแบบหลังหรือไม่ก็ไม่ได้ระวังตัวกันจริงๆ
“รอบคอบด้วย”เขากระซิบเตือนด้วยถ้อยคำที่สั้นที่สุดทำให้ผู้เล่นสามคนด้านหน้ากระชับโล่ในมือแน่นขึ้นกว่าเก่า
เสียงโหวกเหวกดังขึ้นเรื่อยๆบ่งบอกว่าศัตรูด้านหน้ากำลังใกล้เข้ามา และเมื่อฟังให้ชัดก็ได้ยินว่าทั้งหมดกำลังทะเลาะกัน
ทะเลาะกันอย่างจริงจัง
ได้ยินดังนั้นวิฬาร์ก็ยิ้มออกมาอย่างผ่อนคลาย
………………..
“พวกมึงนี่จะกลัวอะไรกันหนักหนาวะเดินๆ เข้าไปตรงนั้นนั่นแหละ ข้างหน้านี่ก็มืดฉิบหาย เฮ้ย! เอ็งน่ะ จุดไฟส่องทางเพิ่มหน่อย” ผู้เล่นเลเวล 40 คนหนึ่งร้องตะโกนอย่างวางท่าแม้ปากจะพูดคำหยาบมาตลอดทาง แต่สองมือกลับชี้ขึ้นๆ ลงๆสั่งการด้วยภาษามือเป็นระวิง
พวกเขารู้ตัวแล้วว่ามีผู้เล่นกลุ่มหนึ่งซุ่มอยู่ที่ด้านหน้าหมายจะดักตีพวกตนเขาจึงสั่งการผ่านคำสั่งมือที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่อยู่ในห้องพัก ตั้งขบวนเพื่อเตรียมสวนกลับอย่างรุนแรงและพร้อมกันนั้นก็มีธาตุเวทสองคนยืนอยู่ด้านหลัง ง้างมือมาแต่ไกลเตรียมยิงระเบิดเวทแสงเพื่อรบกวนการมองเห็นของกลุ่มคนข้างหน้า
หัวหน้ากลุ่มคนนั้นยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างยินดีเมื่อเห็นว่าแผนการอันเลิศหรูของตนกำลังจะสัมฤทธิผล
เขาเหลือบมองไปยังผู้เล่นสายนักมายาทางด้านข้างแล้วลอบส่งสายตาให้เตรียมพร้อม
ทีมของเขานับว่าโชคดีเป็นอย่างมากที่สุ่มจับกลุ่มมาได้ผู้เล่นที่มีทักษะตรวจจับเป้าหมายอย่างนายคนนี้ทำให้พวกเขาสามารถพบเจอกลุ่มผู้เล่นแสนโชคร้ายนี้ตั้งแต่ระยะห่างสามสิบเมตร จากนั้นเขาจึงวางแผนอันไร้ช่องโหว่ขึ้น ทำทีเป็นตะโกนด่าทอมาตลอดทางแต่แอบเตรียมพร้อมทุกอย่างไว้ดิบดี
ในหัวของเขาตอนนี้จินตนาการภาพผู้เล่นสิบคนร้องโอดโอยแล้วถูกโจมตีจนลงไปนอนบนพื้นอย่างไร้ทางสู้แม้ว่าพวกมันจะร้องขอชีวิต แต่เขาก็จะฟาดฟันมันอย่างไม่ปรานี!
เขากระชับขวานในมือขึ้นเมื่อเห็นระยะทางสามก้าวสุดท้ายก่อนถึงทางแยกสูดลมหายใจเข้าปอดห้วงเล็กๆ แล้วเกร็งกำลังตะโกนออกไปสุดเสียง!
“อ๊ากกก!”
………………..
วิฬาร์ยิ้มอย่างผ่อนคลายเมื่อสัมผัสได้ว่าผู้เล่นในกลุ่มของเขาทุกคนยังคงตั้งสมาธิอย่างมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง
ดูเหมือนว่าเขาจะเจอเพชรเม็ดงามเข้าให้แล้ว
หากเป็นผู้เล่นทั่วไปแล้วมาเจอสถานการณ์แบบนี้วิฬาร์กล้าพนันหมดตัวเลยว่า กว่า 80% จะต้องผ่อนคลายแล้วเผลอลดการป้องกันลงเพราะประมาทศัตรูแต่ทว่าลาวเดอร์ที่ถือโล่อยู่ด้านหน้ากลับยังยกโลกขึ้นสูง ปิดใบหน้าส่วนล่างไว้เผยให้เห็นเพียงดวงตาคมทั้งสองข้างที่ฉายแววคมกล้าออกมา พาลให้เพื่อนอีกสองคนที่ยืนอยู่ติดกันไม่กล้าลดความระมัดระวังลงไปด้วย
“หก…”
“ห้า…”
“สี่…”ซานเชสนับจำนวนก้าวของฝ่ายตรงข้ามด้วยน้ำเสียงอู้อี้เพราะความกดดันและเมื่อนับถึงสี่ วิฬาร์ก็ร่ายเวทมนตร์ขึ้นในใจรวดเดียวสามบท
ธาตุเวทระดับล่างกำแพงเวทมืด
ธาตุเวทระดับล่างระเบิดเวทแสง
ธาตุเวทระดับล่างศรเวทเพลิง x3
แสงวาบฉายขึ้นหลังจากกำแพงเวทธาตุมืดถูกกางออกมันกั้นขวางตรงทางแยกที่ทั้งสองกลุ่มกำลังจะมาเจอกัน และเพียงเสี้ยววินาทีถัดมาเวทธาตุแสงก็ระเบิดขึ้นอย่างเจิดจ้าสองจังหวะ เปลี่ยนโลกของฝ่ายตรงข้ามทั้งสิบให้มืดมัวจนต้องร้องโอดโอยออกมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้
“อ๊ากกก!”