ณ ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังใจกลางเมืองเปิดประตูรับเวงในเสื้อกล้ามเข้ารูปสีดำกับกางเกงขายาวผ่าข้าง ทรงผมลอนคลายที่ปล่อยสยายพาดไหล่ขาวเนียน แต่งหน้าจัดจ้านในลุคสายหมอดูสายแฟ ความแซ่บส่งผลให้ใครต่อใครในร้านแอบเหลือบมองตามอย่างเลี่ยงไม่ได้
เวงยิ้มบาง ๆ เดินผ่านโต๊ะอาหารเรียบหรูที่มีผนังไม้ลวดลายญี่ปุ่นโบราณ กลิ่นหอมของข้าวญี่ปุ่นและโชยุลอยอบอวล โคมไฟทรงกลมแขวนเหนือหัวให้แสงเหลืองนวล พนักงานรีบพาเธอไปยังโต๊ะที่เพื่อน ๆ อีกสองคนนั่งรออยู่แล้ว
“มาช้าตลอดเลยนะยัยเวง!” เพื่อนสาวคนหนึ่งย่นจมูกใส่แต่ก็ยิ้มรับ
“ลูกดวงวันนี้มันปวดหัวนิดหน่อย!” เวงตอบกวน ๆ พลางทิ้งตัวลงนั่ง
เพื่อนสองคนนั้นคือคนสนิทของเวง และเป็แก๊งหมอดูประจำกลุ่มที่ชอบสังสรรค์กันเดือนละครั้งเพื่อแลกเปลี่ยนเคสประหลาด ๆ ที่เจอมาในแต่ละวัน
ฝ้าย เป็หมอดูสายพลังงานที่ใช้ลูกดิ่งและอัญมณีในการทำนายอนาคต ผิวขาว ผมตรงยาวประบ่า ใส่แว่นกรอบทอง ชอบแต่งตัวมิดชิดกึ่งทางการ เธอเ้าระเบียบ พูดจาคม และไม่เคยพลาดข่าวซุบซิบวงในของลูกค้า
ออม เป็หมอดูสายธรรมชาติ เชื่อเื่ไพ่ต้นไม้และพลังจักรวาลจากสมุนไพร ผมยาวหยักศกสีน้ำตาลเข้ม ร่างอวบอั๋น ใบหน้ากลมยิ้มง่าย มักเป็ฝ่ายไกล่เกลี่ยเวลาฝ้ายกับเวงกัดกัน
ทั้งสองคนไม่ใช่แค่เพื่อนธรรมดา แต่ยังเป็คนกลุ่มเดียวที่รู้ว่าเวง เห็นผีได้จริง ฝ้ายไม่เชื่อมาั้แ่แรก จนกระทั่งวันหนึ่งเจอเวงพูดถึงเื่ที่เธอไม่เคยเล่าให้ใครฟัง ส่วนออมเป็คนแรกที่เคยถูกเวงทักถึงหมาที่ตายของเธอถูก ตอนนั้นเธอถึงเชื่อ
นับแต่นั้นมา เวงเลยไม่ต้องแกล้งทำตัวลึกลับใส่สองคนนี้มากนัก แม้จะโดนแซวประจำเวลาเวงคุยกับ “ใครก็ไม่รู้” และประโยคแรกของสองคนนี้ที่รู้แล้วว่าเธอเห็นผีคือ
“ถ้าเธอกำลังคุยกับใครอีกก็บอกก่อนนะ จะได้ไม่แย่งบทพูด” ฝ้ายแขวะปนแซวเวง
“บางทีผีที่เวงคุยด้วย ยังมีมารยาทกว่าคนเป็บางคนอีกเนอะ” ออมแซะอย่างขำๆ ช่วยเวงกลับ คิดถึงตอนนั้นแล้วเวงก็ได้แต่ขำ แล้วได้แต่หันไปมองหน้าเพื่อน ที่แม้แต่รู้ว่าจริงแล้วแต่พวกเธอก็ไม่ได้ทำตัวเปลี่นไปเลย
“แล้วตกลงพวกลูกค้าที่โดนลุงผีใบ้หวยไปผิดหมดนั่น เคลียร์ยังไง?” ฝ้ายพูดพลางรินน้ำชาให้ตัวเอง
“ก็ให้ดูดวงฟรีคนละข้อไง จะให้ทำไงล่ะ ขืนด่ากลับมีหวังโดนไลฟ์แฉ!” เวงยักไหล่ “บางทีเราก็เหมือนเป็นักบำบัดนะ ไม่ใช่หมอดูอย่างเดียว”ออมหัวเราะเบา ๆ
“แต่พูดก็พูดเถอะ วันนี้แต่งเต็มมาก มีเดทเหรอ?” ฝ้ายหรี่ตามองเวง
“ไม่ใช่คิวทอง แต่เป็คืนของคนสวย” เวงยักคิ้วสองทีอย่างมั่นใจ
“ยะ!! รีบสั่งได้ละ พวกฉันสั่งมาสามสี่อย่าง อยากจะกินไรก็สั่งเพิ่มเลย” ออมพูดพร้อมยื่นเมนูให้เวง
ยังไม่ทันได้เปิดเมนู เสียงถอนหายใจดังมาจากโต๊ะข้าง ๆ ดึงความสนใจของเธอไป
ผู้ชายคนหนึ่งนั่งนิ่งอยู่ริมหน้าต่าง โต๊ะว่างเปล่า ไม่มีอาหาร ไม่มีน้ำเปล่า
และไม่มีพนักงานคนไหนสนใจจะเดินไปหาเขาเลยแม้แต่คนเดียว
เขา... หล่อจนต้องเบิกตาโต หน้าตาคมคาย ผิวขาวซีดแต่ไม่หม่น ผมดำยุ่ง ๆ แบบหลุดออกจากโฆษณาน้ำหอม กลิ่นบางอย่างไม่ใช่กลิ่นโชยุ แต่เป็กลิ่นเย็นของิญญาที่เวงรู้จักดี
“โอ้โห... ิญญาหล่อมากกก” เวงเผลอพูดออกไป เพื่อนทั้งสองเลยหันมามองหน้าเวง
“ไหนๆ อยู่ไหน?” ฝ้ายรีบถามพลางมองไปรอบๆ ร้าน
คนหล่อนั่นก็มองสบตามาที่เวงพอดี เหมือนรู้ว่าเธอเห็น เขาขมวดคิ้ว เดินตรงเข้ามา…
“คุณเห็นผมเหรอ?” น้ำเสียงงุนงงแต่ก็ดีใจ
“ไหนๆ หล่อยังไง แบบดาราเหรอ?” ออมเขย่าตัวเวง
“อยู่ตรงหน้าเลย...” เวงตอบพร้อมลอบกลืนน้ำลาย ไม่ได้เพราะกลัว... แต่เพราะหน้าหล่อระดับพระเอกซีรีส์
“เห็นสิ ถามแปลก” เวงตอบกลับไป
เมื่อฝ้ายเห็นเวงไปตอบเลยรีบหันไปแซะกับออมว่า
“โหหห แม่มเจอผีหล่อที ไม่เห็นหัวเพื่อนเลย” ออมถึงกับขำลั่น เพราะมันก็เื่จริง ตอนนี้เวงได้แต่คุยหน้าแดงกับอากาศเป็ที่เรียบร้อยแล้ว โดยไม่สนใจตอบคำถามพวกเธอแต่อย่างใด
“ช่วยผมหน่อยได้มั้ย... ผมจำอะไรไม่ได้เลย ผมตื่นมาอยู่แบบนี้แล้วก็เดินมาเรื่อย ๆ จนถึงที่นี่”
เวงชะงักไปนิด พร้อมไล่สายตายจากหัวจรดเท้าของครึ่งผีครึ่งคนสุดหล่อ ก่อนจะถามกลับไปด้วยความสงสัย “นายเป็แค่ ‘หลุดออกจากร่าง’ ิญญายังไม่ตาย ถ้าอยากกลับเข้าร่างก็กลับไปสิ จะมาเดินเผ่นผ่านอยู่ทำไม?”
ฝ้ายกับออมได้ยินแบบนั้นถึงกับหูผึ่ง
“ยัยเวง มันมีิญญาแบบนั้นด้วยเหรอ” ฝ้ายตัดสินใจจับหน้าเวงหันมาถามเลย เพราะกลัวเวงจะสนใจแต่ผู้ชาย ที่เป็ครึ่งผีครึ่งคนก็ตาม
เวงเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีเพื่อนอยู่ด้วย เลยอธิบายเสริมเบา ๆ ว่า
“พวกิญญาที่ยังไม่ตาย มักจะมีสีหน้าและแววตาชัดเจน ไม่หม่นเหมือนพวกที่ร่างไปแล้ว กลิ่นตัวจะไม่แรงเท่า”
“คือแบบ... ผีที่ไม่ใช่ผีเต็มขั้นเหรอ?” ออมกระซิบตื่นเต้น เวงพยักหน้ารับ
“ใช่ ิญญาแบบนี้เรียกว่าหลุดออกมาชั่วคราว สามารถกลับเข้าร่างได้ แบบพวกโคม่า หรือเ้าชายนิทรางี้...แล้วทำไมนายไม่กลับเข้าร่างไปหละ” เวงพูดพร้อมหันไปมองผีสุดหล่อ
เขานิ่งไป ก่อนจะยิ้มเจื่อน ๆ แล้วถามเบา ๆ
“คุณจะช่วยผมได้มั้ย? ตอนนี้ผมจำอะไรไม่ได้เลย...” เวงอ้าปากค้าง ฝ้ายเห็นแบบนั้นเลยหันมากระซิบ
“เวง... เขาหล่อจนน้ำลายไหลเลยหรอวะ?” ออมถึงกับก้มหลบขำ
“ไม่ใช่ยะ!! เขาเหมือนจะความจำเสื่อม!! เลยหาร่างตัวเองไม่ได้!!” เวงหันกลับไปจิกกัดกับฝ้าย
“หล่อขนาดนั้น ก็ช่วยๆ เขาไปเถอะ ได้บุญนะ หรือเผลอๆ พอฟื้นแล้วได้ผัวด้วย อุ๊บ!!” ฝ้ายพูดยังไม่ทันจบ ออมรีบเอามือปิดปาก พร้อมกับหัวเราะลั่น อีฝ้ายนี่มันก็คิดได้เนอะ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลย! ฮ่าๆๆ
พ่อครึ่งผีครึ่งคนสุดหล่อ ไม่สนใจที่ฝ้ายหรือออมพูดทั้งนั้น ั้แ่เขาลอยไปลอยมา ก็มีแต่เวงนี้แหละที่สื่อสารกับเขาได้ เขาจะไม่ยอมปล่อยเวงไปเป็อันขาด จึงได้แต่มองพร้อมสายตาอ้อนวอนสุดหล่อเหลา
เวงถอนหายใจแรงๆ
“ก็ได้ๆ... แต่ขอเตือนก่อนนะ ว่าที่ฉันช่วยเพราะไม่ได้อยากได้นายเป็แฟน แต่ถ้าช่วยให้หาร่างเจอแล้วนายฟื้น ต้องจ่ายค่าแรงมาด้วย!!”
“ยัยเขี้ยว!!!” ฝ้ายกับออมโพล่พูดพร้อมกัน เวงถึงกับถลึงตาใส่เพื่อน
“นี่มันงานหนักนะยะ!! เขาไม่มีข้อมูลอะไรให้ฉันเลยด้วยซ้ำ!! แล้วมันก็ต้องแข่งกับเวลา เพราะถ้าิญญาหลุดออกมาเกิน 1 ปีแล้วยังไม่ได้กลับเข้าร่าง เขาก็จะตายจริงๆ!!” ทุกคนได้ยินแบบนั้นก็นิ่ง
“แค่คุณตัดสินใจช่วยผมก็ขอบคุณมากแล้วครับ...” เวงได้แต่มองหน้าผีสุดหล่อด้วยความสงสาร แววตาของเขาสั่นเล็กน้อยด้วยความกลัวและสับสน
“เออ เอาหน่าเดี๋ยวก็หาทางออกได้เอง” ออมพูดปลอบทั้งเวงทั้งผี?
ยังไม่ทันจะคุยกันต่อ พนักงานก็เดินมาเสิร์ฟอาหารให้ พร้อมมองหน้าพวกเธอแปลกๆ
“เดี๋ยวพวกเราคุยกันต่อหลังกินเสร็จเนอะ ฉันขอสั่งอาหารเพิ่มก่อน” เวงพูดส่งสัญญาณทั้งให้เพื่อนเธอและผีสุดหล่อรู้ว่า ค่อยไปเคลียร์ต่อที่บ้าน ตอนนี้มันอยู่ข้างนอกคงคุยอะไรไม่สะดวก และนั่นคือจุดเริ่มต้นของมิตรภาพสุดป่วนระหว่างหมอดูสาวแซ่บกับผีหนุ่มความจำเสื่อมที่หล่อจนคนตายยังอยากเกิดใหม่เป็เขา!