บทที่ 31
เหตุการณ์ลอบสังหารแม่ทัพหวง
เืสีแดงสด ร่างของมือสังหารหลายสิบคนนอนตายเกลื่อนกลาดอยู่ตามพื้น ซูฉีอยู่ในอ้อมแขนของแม่ทัพหวง นางกวาดสายตามองรอบๆ ก่อนหน้านี้ััได้เพียงอย่างเดียวคือร่างกายถูกเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา
รู้สึกตัวอีกทีปรากฏว่าพวกมือสังหารพวกนี้โดนสังหารตายหมดแล้ว ด้วยจำนวนที่แตกต่างกันแต่มือสังหารพวกนี้กลับโดนสังหารตาย โดยพวกมันมีจำนวนที่มากกว่าถึงหนึ่งเท่าตัว
กลิ่นเืปกคลุมรอบๆ หวงเจียวลู่ขายอ้อมแขนที่โอบรัดร่างซูฉีเอาไว้ออก กระบี่ที่ถืออยู่ภายในมือถูกเก็บเข้าไปภายในฝักกระบี่
หวงเจียวลู่นั่งลงตรงเก้าอี้ด้วยท่าทางผ่อนคลาย หายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะยกสุราขึ้นมาดื่ม
คนผู้นี้ไม่รู้ร้อนรู้หนาวเพิ่งผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาแต่แสดงท่าทางราวกับว่าไม่มีอะไร
ซูฉีเห็นแม่ทัพใหญ่ผู้นี้ที่ร่างกายเปื้อนเืกำลังนั่งดื่มสุราอย่างใจเย็น นางโวยวายขึ้นทันควัน “ ท่านยังนั่งดื่มสุราได้อีกอย่างนั้นหรือเ้าคะ? ”
“ มันมีมือสังหารที่เข้ามาสังหารท่าน? ”
นางไม่เข้าใจเลยแม่ทัพใหญ่ผู้นี้เหตุใดจึงเฉยราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ ใจเย็นก่อนพวกมันโดนสังหารตายไปหมดแล้ว ข้าเหนื่อยกับการตวัดกระบี่เมื่อครู่ขอดื่มสุราสักหน่อยจะเป็อะไรไป ”
หวงเจียวลู่ผ่านการฆ่าฟฟันมาั้แ่ตนเองยังเด็ก าที่ผ่านมาก็นับครั้งไม่ถ้วน เหตุการณ์ลอบสังหารนี่ไม่ใช่ครั้งนี้เป็ครั้ง
ก่อนหน้านี้ตอนที่ตนถูกส่งมาภายในสถานที่แห่งนี้ ขุนนางภายในราชสำนักบางคนอยากจะสังหารเขา เลยส่งมือสังหารมาแล้วไม่รู้กี่ครั้ง
เพราะแบบนั้นในยามนี้แม้ว่าจะมีมือสังหารมาลอบสังหาร หวงเจียวลูกก็แสดงท่าทางเรียบเฉยและไม่รู้ร้อนรู้หนาว
เพราะว่าเขาเคยผ่านเหตุการณ์พวกนี้มาจนชินชาแล้ว หวงเจียวลู่นั่งดื่มสุราจอกนั้นจนหมดวางถ้วยสุราลง ก่อนที่จะค่อยๆลุกขึ้นหันไปมองผู้ติดตามของตน “ สือหยาง ”
“ ขอรับท่านแม่ทัพ!!!”
“ พวกมันคงจะไม่ได้มีแค่นี้อย่างแน่นอน คงจะต้องมีพวกผู้สังเกตการณ์ที่มองดูการลอบสังหารในครั้งนี้อยู่ ”
“ เพราะแบบนั้นออกไปตามหาพวกมันซะ ”
สือหยางในฐานะคนสนิทหันไปมองพวกผู้ติดตามที่อยู่ด้านหลังเป็กองกำลังทหารอีกส่วนหนึ่ง “ พวกเ้ารักษาความปลอดภัยท่านแม่ทัพข้าจะสั่งการให้ปิดเมืองและก็กระจายกำลังค้นหา ”
“ เข้าใจแล้วขอรับ ”
ขุนพลสือมุ่งตรงออกไปด้านนอก กระจายกำลังสั่งการออกไปอย่างรวดเร็ว ทหารภายในกองทัพบางส่วนที่พักผ่อนอยู่ถูกเรียกตัวกลับมาทำงานในชั่วพริบตา
ในตอนนี้ประตูเมืองแห่งนี้ถูกปิดตาย กองกำลังทหารเกราะดำกระจายกำลังค้นหาคนที่ยังเหลือรอดอยู่ภายในบริเวณ
กองทัพเกราะดำแม้ว่าในตอนนี้จะเป็่เวลาพักผ่อน แต่กฎระเบียบภายในกองทัพเมื่อแม่ทัพโดนลอบสังหาร พวกมันย่อมรีบกลับมาละก็ออกค้นหาอย่างรวดเร็ว
ประตูเมืองทั้งสี่ด้านถูกปิดตายพวกกองทัพเกราะดำกระจายกำลังค้นหาอย่างต่อเนื่อง ศพของมือสังหารภายในโรงสุราโดนตรวจสอบ
หวงเจียวลู่ยืนพิงหน้าต่างของโรงสุรา ใช่แววตามองดูศพพวกมือสังหารพวกนั้นที่ทหารกำลังก้มตรวจสอบ
ซูฉีอยู่ภายในเหตุการณ์ลอบสังหารนางจึงไม่สามารถออกจากสถานที่แห่งนี้ได้ ยืนอยู่ข้างแม่ทัพใหญ่โรคจิตผู้นี้แสดงแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล
“ ข้าออกไปข้างนอกไปได้อย่างงั้นหรือเ้าคะ? ” นางถามกับแม่ทัพหนุ่ม
ถึงอย่างไรนางก็ไม่น่าจะเป็คนที่ลอบสังหาร เหตุใดต้องกักตัวนางเอาไว้ภายในสถานที่แห่งนี้ด้วย คนภายในโรงสุราตอนนี้ก็โดนกักตัวเอาไว้ไม่ให้ใครออกไปด้านนอก
เพราะว่าอาจมีคนใดคนหนึ่งที่เป็แขกภายในร้านเป็คนคิดลอบสังหารก็ได้ กลายเป็ว่าโรงสุรายามราตรีที่คึกครื้น ยามนี้กลับตกอยู่ในความวุ่นวาย
หวงเจียวลู่แสดงรอยยิ้ม “ ผู้ใดจะรู้เ้าอาจจะเป็คนที่คิดลอบสังหารข้าก็ได้ ”
คนผู้นี้กล่าวเย้าหยอกใช้แววตามองมาที่ซูฉี ซูฉีเบะปาก “ ลอบสังหารอย่างงั้นหรือเ้าคะ ข้าเป็เพียงแค่คนงานเล็กๆภายในโรงสุราแห่งนี้ หาญกล้าพอขณะจะสังหารแม่ทัพของกองทัพเกราะดำงั้นรึ? ”
นี่คือความจริง ความจริงที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ อันที่จริงแล้วคนที่คิดลอบสังหารแม่ทัพของกองทัพเกราะดำได้เหมือนกันว่าพวกมันโง่เขาหรือไม่
เพราะว่าถ้าเกิดว่าโดนจับได้ สิ่งเดียวที่จะได้รับก็คือความตายอย่างไม่ต้องสงสัย หวงเจียวลู่ไม่เคยปล่อยให้มือสังหารที่ลอบสังหารตนเองรอดไป
ภายในเื่ราวในนิยายเคยระบุเอาไว้ว่า มีครั้งหนึ่งมีขุนนางผู้หนึ่งภายในราชสำนักคิดจะส่งมือสังหารมาลอบสังหาร
แต่ว่าพวกมันโดนจับได้ หวงเจียวลู่รู้ความจริงเกี่ยวกับเื่นี้เคลื่อนทัพไปหน้าเมืองหลวง เพื่อที่ว่าจะตามหาคนที่รับผิดชอบเกี่ยวกับ
ตอนนั้นเมืองหลวงภายในราชสำนักหายใจไม่ทั่วท้องไปหลายสิบวัน เพราะว่ากองทัพขนาดใหญ่กดดันอยู่ด้านหน้า
สุดท้ายแล้วพวกมันต้องยอมมอบขุนนางที่ลอบสังหารผู้นั้นให้กับแม่ทัพหวง และหลังจากที่ขุนนางผู้นั้นโดนส่งตัวให้กองทัพเกราะดำ
สิ่งที่หวงเจียวลู่บอกให้ทหารภายใต้บัญชาของตน ทำการสังหารขุนนางผู้นั้นด้านหน้าเมืองหลวงและนำเอาหัวมันไปเสียบประจาน
หลังจากนั้นผู้คนภายในเมืองหลวงต่างพากันกล่าวถึงความเหี้ยมโหดของคนผูู้นี้ และหลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นก็แทบจะไม่มีผู้ใดคิดจะส่งมือสังหารมาลอบสังหารหวงเจียวลู่อีกเลย
แต่ในครั้งนี้มือสังหารพวกนี้พวกมันตั้งใจจะมาลอบสังหาร นางก็ไม่เข้าใจเช่นเดียวกันว่าคนพวกนั้นหาญกล้าเพียงใด
ยืนรออยู่สักพัก ทหารที่ทำการตรวจสอบศพพวกมือสังหารได้มารายงาน “ ท่านแม่ทัพ ตรวจสอบศพพวกมันแล้วขอรับ ”
“ ในตอนนี้บนร่างกายของพวกมันไม่มีสัญลักษณ์อะไรที่บ่งบอกได้เลยแม้แต่น้อย ”
“ พวกมันดูเหมือนว่าจะเป็คนที่ไร้ชื่อ พวกเราไม่มีสัญลักษณ์อะไรที่บ่งบอกได้และก็ไม่มีสิ่งใดที่สามารถบอกตัวตนของพวกมันได้เช่นเดียวกัน”
“ อาวุธที่พวกมันใช้ก็เป็อาวุธธรรมดาธรรมดาไม่มีสัญลักษณ์อะไร ”
ทหารผู้นี้ทำการตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว สรุปได้ความว่ามือสังหารพวกนี้ไม่รู้ว่าพวกมันนั้นเดินทางมาจากที่ไหน
ถ้ากล่าวว่าเป็มือสังหารแน่นอนว่าพวกมันย่อมไม่เปิดเผย มันคงจะไม่มีพวกสิ่งที่เรียกว่าสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงคือมาที่ไปอย่างแน่นอน
ซูฉีคิดในใจ ‘ ขึ้นชื่อว่ามือสังหารคงจะมีพวกเบาะแสหรอก คนพวกนี้คงจะไม่มีอะไรที่บ่งบอกและสาวไปถึงตัวคนบงการได้อย่างแน่นอน ’
นางรู้ดี ภายในนิยายหรือว่าภายในหนังภาพยนตร์มันก็มีปรากฏให้เห็นอยู่ ขึ้นชื่อว่ามือสังหารต้องลึกลับพวกมันคงจะไม่มีเบาะแสที่สามารถสืบทอดไปถึงผู้เป็นายได้อย่างแน่นอน
เพราะแบบนั้นการจะตามหาความจริงจากคนพวกนี้ที่ตายไปแล้วเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้เลย
“ นี่… เ้าคิดว่าอย่างไร? ” อยู่หวงเจียวลู่ก็หันมาถามซูฉี
ซูฉีสะดุ้งเฮือกหันไปมองแม่ทับหนุ่ม “ ว่าอย่างไรนะเ้าคะ? ”
“ ข้าถามว่าเ้าคิดว่าอย่างไรเกี่ยวกับเื่นี้ ”
“ คิดว่าอย่างไร? ไม่ทราบว่าท่านแม่ทัพหมายถึงอะไร? ”
หวงเจียวลู่ยื่นหน้าเข้ามา “ ก็คนพวกนี้อย่างไรเล่าเ้าคิดว่าพวกมันเป็ใครและผู้ใดคิดจะสังหารข้า? ”
ซูฉีได้แต่แสยะยิ้มแสดงใบหน้าไม่รู้ไม่ชี้ “ ข้าจะรู้ได้อย่างไรเ้าคะว่าท่านมีความแค้นกับผู้ใด แล้วคนพวกนี้้าอะไรจากท่าน ”
ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ในใจของซูฉีก็รู้ดีอยู่แล้ว ว่าตัวละครนี้เป็ตัวละครที่มีผู้คนเครียดแค้น โดยเฉพาะพวกขุนนางภายในราชสำนัก
ขุนนางภายในราชสำนักไม่ชื่นชอบแม่ทัพหนุ่มผู้นี้สักเท่าไหร่ เพราะเขามีอำนาจภายในมือที่ราวกับสั่งฟ้าสั่งดินได้
กองทัพเกราะดำอันเกรียงไกร ความแข็งแกร่งนั้นสามารถกดดันให้ขุนนางภายในราชสำนักต้องยอมทำตาม
อย่างเนื้อเื่ภายในนิยายก็ปรากฏให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง แม้ว่ากองทัพก็ดำจะไม่ใช่ตัวเลือกหลักของนิยาย แต่ว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาก็ไม่มีผู้ใดฆ่าตกร
เพราะแบบนั้นนางจึงคาดการณ์ว่าพวกมือสังหารพวกนี้คงจะเป็พวกราชสำนักที่ส่งมา และนางก็รู้ด้วยว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรก
หวงเจียวลู่ถอยใบหน้าของตนออกไป “ เ้าไปได้แล้วข้ามีเื่ที่ต้องจัดการต่อ… ”
“ พวกเ้าจัดการข้าวของที่เสียหายเก็บศพพวกมือสังหารพวกนี้กลับไปด้วย ส่วนคนภายในโรงสุราปล่อยพวกเขาไปให้พวกเขานั่งดื่มสุรากันต่อไม่ต้องสืบสวนอะไรแล้ว ” แม่ทัพหนุ่มผู้นี้อยู่อยู่ก็พูดจาแปลกพิกล
ตนเองเพิ่งโดนลอบสังหารมา ตอนนี้กับปลดล็อกพื้นที่ที่อาจมีผู้ที่ลอบสังหารอยู่ภายในบริเวณนี้
จบบท