เห็นมือเล็กๆของฉินไห่หยางที่ไม่รู้จะวางไว้ตรงไหนต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เข้าใจทันทีว่าเด็กชายจอมขี้อายคนนี้ต้องการจะสื่ออะไร
เมื่อกี้เขาเรียกเธอว่า 'แม่' นี่นา
"บ่ายนี้แม่จะทำอะไรพิเศษๆ ให้กินนะ"ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดพร้อมรอยยิ้มมีเลศนัย "รับรองว่าทุกคนจะมีความสุขกับอาหารในบ่ายนี้แน่นอน"
"เจ้าเด็กขี้อาย จำที่แม่พูดด้วยนะ"ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดพลางตบไหล่ฉินไห่หยางเบาๆแล้วหมุนตัวเดินเข้าครัวไป
ฉินไห่หยางถอนหายใจอย่างโล่งอกยังดีที่เมื่อกี้ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ได้บังคับให้เขาเรียกเธอว่าแม่อีกครั้ง
เขาเกาหัวตัวเอง จริงๆแล้วการพูดคำนั้นออกมา ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรขนาดนั้นนี่นา
"ฮ่าๆ"
พอได้ยินเสียงหัวเราะฉินไห่เยว่และเฉินเฉินเดินออกมา
ฉินไห่เยว่เอามือกุมท้องน้อย"หนูกับพี่เฉินเฉินได้ยินหมดแล้วนะ พี่เรียกแม่แล้ว"
"แม่มีอะไรไม่ดีเหรอแม่ทำอาหารอร่อยๆ ให้กิน แถมยังปกป้องพวกเราด้วย" ฉินไห่เยว่ยิ้มหวาน"พ่อบอกว่า บางอย่างที่คนเราทำผิดไปแล้ว ก็ให้อภัยกันได้"
พอได้ยินฉินไห่เยว่พูดจาฉะฉานแบบนี้เฉินเฉินก็ยกนิ้วโป้งให้ทันที
แล้วก็ปรบมือ "ไห่เยว่เก่งมาก!"
ฉินไห่หยางกลอกตาทั้งที่เฉินเฉินรู้ดีว่าต้องประจบสอพลอเอาใจน้องสาว
เมื่อกี้แอบฟังกับฉินไห่เยว่สินะพวกคนไม่ดี!
"ไม่ได้เรียกสักหน่อย" ฉินไห่หยางเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง แล้วเงยหน้ามองฟ้า "ฉันก็แค่ถามว่าบ่ายนี้จะมีอะไรอร่อยๆ ให้กินหรือเปล่าก็เท่านั้น"
"นายยังไงก็ยังมีแม่อยู่แต่แม่ของฉัน..." เฉินเฉินฟังประโยคนั้นแล้วสีหน้าหม่นลงทรุดตัวลงนั่งกับพื้น แล้วเอามือกอดเข่า
ตั้งแต่จำความได้แม่ของเขาเอาแต่เล่นไพ่นกกระจอก ตอนเด็กๆ ก็มักจะพาเขาไปด้วยเขาเกลียดบรรยากาศที่วุ่นวายแบบนั้น
ต่อมาก็มีเรื่องราวมากมายพ่อกับแม่ของเขาทะเลาะกันไม่เว้นแต่ละวัน
เขาเลยถูกทิ้งให้อยู่กับคุณย่า
ถึงชีวิตจะดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมากแต่เวลาที่ฝนตกหนัก เขาก็ยังอยากได้อ้อมกอดของแม่
"พวกนายมีแม่แต่กลับไม่ใส่ใจ"เฉินเฉินสูดน้ำมูก "ถ้าแม่ของฉันเป็นเหมือนน้าต่งฉันคงรักแม่มากที่สุดในโลก"
พอได้ยินเฉินเฉินเล่าเรื่องในวัยเด็กของตัวเองฉินไห่เยว่และฉินไห่หยางก็สบตากัน
ทั้งสองโผเข้ากอดเขาแน่น"ต่อไปนี้พวกเราจะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของนายเอง!"
ทั้งสองคนยังตบอกอย่างมั่นใจทำเอาเฉินเฉินที่ร้องไห้อยู่ เผลอยิ้มออกมา
ระหว่างที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวกำลังทำอาหารฉินไห่หยางก็เข้าไปในห้อง ส่วนฉินซู่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง
พอเห็นเขาเข้ามา ฉินซู่ก็ไม่ได้วางหนังสือลงแค่เหลือบสายตามามอง "วันนี้ทำได้ดีมากอย่างที่แม่ลูกพูด ถ้าไม่ใช่ความผิดของตัวเอง ก็ไม่มีความจำเป็นต้องยอมให้ใครหรือต้องอดทน"
"พ่อรู้ได้ยังไง?" ฉินไห่หยางเม้มปาก "เธอ..."
ฉินซู่มองลูกชายของตัวเองแล้วพูดถึงสิ่งที่ตัวเองคิด
ฉินไห่หยางก้มหน้าลง เขาเข้าใจทุกอย่างแล้ว
"ออกไปเล่นกับพวกเขาสิถ้าช่วยอะไรได้ก็ช่วยๆ กันไป ช่วงนี้เธอเองก็ลำบากมาก" ทุกวันออกไปแต่เช้ากลับมาก็เย็นค่ำฉินซู่มองเธอที่ผ่ายผอมลงทุกวัน ก็รู้สึกไม่ค่อยดี
ฉินไห่หยางอยากจะออกไปช่วยแต่พอไปถึงหน้าประตูห้องครัว ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ทำอาหารหอมๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว
"มาสิ แม่เตรียมแป้งผักทอด [1]ไว้ให้แล้ว แถมยังต้มโจ๊กด้วย มากินข้าวกันได้แล้ว" ต่งเสี่ยวเสี่ยวเรียกพลางยกอาหารที่ทำเสร็จแล้วไปให้ฉินซู่ก่อน
เมื่อเห็นแป้งผักทอด ฉินซู่ก็ชะงักไปต่งเสี่ยวเสี่ยวยิ้มหวานแล้วยื่นให้ "ลองชิมดูสิแป้งผักทอดที่ฉันทำรับรองว่าอร่อยแน่นอน"
ฉินซู่ยื่นมือออกไปโดยไม่ลังเล
ปลายนิ้วของทั้งคู่สัมผัสกันเบาๆความรู้สึกแปลกประหลาดและชวนให้ใจเต้นแล่นขึ้นมาในทันทีทั้งคู่เผลอเงยหน้าขึ้นมามองหน้ากัน
ทั้งที่เป็นแค่การกระทำเล็กๆ น้อยๆแต่ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับรู้สึกว่าหัวใจของเธอเต้นเร็วมาก
นี่มันสถานการณ์อะไรกันเนี่ย?
เมื่อมองจากมุมนี้แสงสว่างจากภายนอกส่องลงมาบนใบหน้าของฉินซู่พอดี ทำให้เขาดูหล่อมากขึ้นไปอีก
ติดก็แต่หนวดเคราตรงริมฝีปาก...
"เอ่อ" เธอรู้สึกประหม่าเล็กน้อยแถมยังรู้สึกคอแห้งอีก ต่งเสี่ยวเสี่ยวเบนสายตาไปทางอื่นเพื่อเปลี่ยนบทสนทนา"ฉันจำได้ว่ามีดโกนหนวดของนายเหมือนฉันจะทำหายไปแล้วอีกสองวันฉันจะซื้อให้ใหม่นะ"
พูดจบ เธอก็รู้สึกเขินขึ้นมาเดินวนไปวนมาอยู่ในห้อง
"เอ่อ ฉัน..." ต่งเสี่ยวเสี่ยวเดินวนไปวนมาอย่างประหม่า ไม่รู้ว่าควรจะออกไปดีหรือต้องทำอะไรดี
"ไปกินข้าวเถอะ" พอได้ยินฉินซู่พูด ต่งเสี่ยวเสี่ยวถึงได้สติ รีบตบหน้าผากตัวเองเบาๆแล้วเปิดประตูเดินไปที่ห้องครัว
พอไปถึงหน้าประตูห้องครัวเธอก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าถ้วยโจ๊กของฉินซู่ยังไม่ได้เปิดเลยนี่นา
เธอทำได้แค่ให้ฉินไห่หยางไปช่วย
พอฉินไห่หยางไปแล้วฉินไห่เยว่ก็ตามเข้าไปด้วย
ระหว่างที่พี่ชายเข้าไปช่วยเธอก็ยื่นหน้าเล็กๆ เข้าไปตรงประตู "พ่อเมื่อกี้พ่อไม่ได้จูบแม่เหรอคะ?"
ฉินซู่กำลังชิมแป้งผักทอด
พอได้ยินฉินไห่เยว่พูดแบบนั้น เขาก็ชะงักไปแป้งผักทอดที่เพิ่งกัดไปยังไม่ได้กลืนลงไป จู่ๆ ก็สำลักจนไอไม่หยุด
ฉินไห่หยางรีบรินน้ำส่งให้เขาทันที
"หนูพูดอะไรผิดเหรอ?" ฉินไห่เยว่ลูบใบหน้าเล็กๆ ของตัวเองเบาๆ "แต่หน้าแม่แดงมากเลยนะ"
หน้าแดงงั้นเหรอ...
ฉินซู่นึกถึงภาพที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องเมื่อกี้ก็หัวเราะออกมา
เธอนี่...ตลกดีเหมือนกันนะ
"แค่กๆ" ฉินซู่ไอออกมาเบาๆพยายามไม่ให้สีหน้าของตัวเองเผยความรู้สึกในใจ "ไห่เยว่ไปจำเรื่องไม่ดีพวกนี้มาจากใครหรือเปล่า?"
พอเห็นว่าพ่อทำหน้าบึ้งฉินไห่เยว่ก็ปิดประตูแล้วรีบวิ่งเข้าไปในครัว
น่ากลัวจัง อยู่กับแม่ปลอดภัยที่สุดแล้ว
ฉินไห่หยางอยู่ในนั้นรินน้ำแล้วเปิดถ้วยโจ๊กออกให้พ่อ พอทำทุกอย่างเสร็จเขาก็เข้าไปในครัว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวกับเด็กๆทั้งสองคนกำลังคุยกัน พอฉินไห่หยางเข้ามาในครัว ถึงได้เริ่มกินข้าว
วันนี้ต่งเสี่ยวเสี่ยวตั้งใจใช้เนื้อหมูติดมันทำโจ๊กเนื้อหมูใส่ไข่เยี่ยวม้าแถมยังทำแป้งผักทอด ให้ทุกคนกินคู่กับไข่ดาวคนละฟอง
เพื่อสารอาหารที่ครบถ้วนและมีประโยชน์
พวกเขากินโจ๊กจนเกลี้ยงชามฉินไห่เยว่ลูบท้องเบาๆ "อร่อยมากเลยหนูไม่อยากกินเยอะขนาดนี้ แต่ห้ามใจไม่ได้จริงๆ"
"แม่หนูอิ่มมากๆ เลยค่ะ"ฉินไห่เยว่ทำหน้ามุ่ย "ทำยังไงดีหนูไม่สบายตัวเลย"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวลังเลอยู่สักพักก่อนจะพูดว่า "เดี๋ยวแม่นวดท้องให้แล้วเดี๋ยวแม่ทำน้ำซานจาให้กินนะ จะได้ช่วยย่อย"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดพลางอุ้มฉินไห่เยว่ขึ้นมาให้พิงอยู่ในอ้อมกอดของตัวเองแล้วใช้มือทั้งสองข้างนวดวนเป็นวงกลมตามเข็มนาฬิกาเบาๆ บนหน้าท้องของเด็กน้อย
เฉินเฉินและฉินไห่หยางมองดูอยู่ข้างๆทั้งสองสบตากัน รีบลุกขึ้นไปเก็บชาม
ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ไม่ได้ว่าอะไรพอนวดท้องให้ฉินไห่เยว่เสร็จ ทั้งสองก็เก็บชามไปไว้ในอ่างล้างจานแล้ว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยกนิ้วโป้งให้เป็นการชมเชยแล้วเธอก็ไปล้างชาม
พอล้างเสร็จเด็กน้อยทั้งสามคนก็วิ่งเข้ามาจากข้างนอก บอกว่ารถม้าของหวังเต๋อจู้มาถึงแล้ว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรีบออกไปข้างนอกรถของหวังเต๋อจู้จอดอยู่หน้าประตู บนรถมีลูกหมูน้อยและลูกไก่น้อยหลายตัวดูแล้วสภาพดีมากๆ
"ขอบคุณมากนะคะ" ต่งเสี่ยวเสี่ยวยิ้มหวาน "มะรืนนี้ฉันจะไปที่หมู่บ้านของพี่ไปดูอาการแม่ของผู้หญิงคนนั้นนะคะ"
ก่อนหน้านี้เคยรับปากไว้แล้วแต่ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับลืมไปเลย
"ได้ เดี๋ยวฉันกลับไปนัดเวลาให้"หวังเต๋อจู้ช่วยยกลูกหมูกับลูกไก่น้อยทั้งหมดเข้าไปข้างใน
ตอนที่กำลังจะกลับต่งเสี่ยวเสี่ยวยังยื่นแป้งผักทอดให้กล่องหนึ่ง "เอาไปกินรองท้องระหว่างทาง วันนี้ขอบคุณมากนะคะ"
เชิงอรรถ
[1] แป้งผักทอด (野菜饼)ป็นอาหารพื้นบ้านที่นิยมในชนบทของจีนโดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ที่มีผักป่าขึ้นตามธรรมชาติชาวบ้านมักเก็บผักตามท้องนาและภูเขามาทำเป็นอาหารง่ายๆ แต่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง