ตอนที่16 ชื่อตอนไม่บอกเดี๋ยวสปอยล์“เออออออ”สวัสดีครับผมชื่อเซียล์ อินากามิ และ ณ ขณะนี้ผมกำลังอยู่ในพิธีการปลุกจิตวิญญาณ ตอนนี้ ผมรู้สึกได้ถึงสายตาอำมหิตจำนวนมหาศาลมาที่ผมถ้าสายตาสามารถฆ่าคนได้ผมคิดว่าตอนนี้ผมคงตายไปเป็นร้อยครั้งแล้ว“นี้ๆ เซียล์คุง เป็นยังไงบ้างหรอคะ ไม่ได้เจอกันตั้ง 2 ปีว่างๆเที่ยวที่เมืองน้ำพุร้อนได้นะคะ” เธอพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม“อะ เออ ยินดีครับ” ผมตอบ“นี้พวกนายรู้จักกันอยู่แล้วหรอ” เบลลีน่าถามด้วยความแปลกใจ“เบลจังนี้เพื่อนสมัยเด็กของฉันหนะ ที่เคยเล่าให้ฟังไง” แมรี่พูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“เหหหหหห ใช่แค่เพื่อนสมัยเด็กแน่หรอหลังจากเขากลับไปเห็นพ่อนนายบอกว่านายร้องไห้น้ำตาแตกเป็นวันเลยหนิ” เบลลีน่าจ้องตาและยิ้มอย่างมีเลิศนัย“มะ มะ มะ มะ ไม่ใช่นะ ไม่ใช้ซักหน่อย ไม่ใช่น้าาาา” แมรี่พูดตะกุกตะกั๊กและหน้าอมสีชมพูเล็กน้อย“เอ.......ทำไมกลายเป็นว่าผมมาอยู่ในสถานการณ์แปลกๆแบบนี้ได้เนี่ย”เซียล์คิดในใจ (Tl. นายนี่ไม่รู้สึกตัวเลยหราไม่มีประสบการณ์ด้านผู้หญิงจริงๆ)“ว่าแต่เบลลีน่า เธอรู้จักกับคนๆนี้ได้ยังไงหรอทั้งๆที่ปกติเธอหนะไม่ชอบคุยกับคนอื่นเลยหนิ” แมรี่ถาม“ อ๋อพึ่งเจอวันนี้ นี่แหละพอดีไปชนเขาจนล้มเองหนะ ฮ่าๆ” เบลลีน่าตอบ“ แค่นั้นจริงหราาา”“ก็แต่เขาดูซื่อๆไม่เหมือนคนมีอะไรแอบแฝงแค่นั้นเองก็เลยคุยด้วยหนะ”เบลลีน่าตอบ “จะว่าไปแล้วมีอะไรหรอคะ”“ปล่าวครับพอดีผมเบื่อๆ เลยจะหาคนคุยเล่นด้วยหนะครับ” ผมตอบแบบค้างๆคู“ นี้ๆ จะว่าไปไหนๆก็เจอกันแล้วเรามาทำความรู้จักกันอีกรอบดีกว่า” แมรี่พูดเบลีน่าจ้องแมรี่แล้วพูดว่า “อืมงั้นเรามาคุยกันหน่อยดีกว่า”จากนั้นทั้งสามคนก็นั่งคุยเรื่องทั่วไปจิบเครื่องดื่มไปแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามพิธีปลุกจิตวิญญาณยังคงดำเนินต่อไป“หมายเลขที่ 176 เรียวชิ โอวาริ จากตระกูลไวส์เคานท์ โอวาริ“ถึงตาลูกแล้วนะรีบไปรีบกลับหละ” เรียวมะพูด“โชคดีนะไอหลานชาย” มอนดะพูด“อืมไปได้ละ” ซิกบอก“โชคดีนะเรียวชิ” มอนเด่พูด“เอ-------จะว่าไปซิกลูกนายหายไปไหนหนะ” มอนดะทัก“หืมมมมมมม” หลังจากนั้นทุกคนก็เริ่มสังเกต“ลูกของข้าหายไปไหนนิ” ซิกซ์สงสัย“ฮ่าๆๆ ซิกซ์ก่อนหน้านี้ที่ฉันไปเยี่ยมแกจำได้ว่าลูกหายไปป่ามางานนี้ลูกก็ยังหายอีกหรอนี้ ฮ่าๆๆๆ”“เดี๋ยวๆพวกเราอยู่ที่นี้กันตลอดนะจะหายไปไหนได้ ใจเย็นๆกันก่อน” เรียวมะกล่าวจากนั้นพวกเขาก็เริ่มมองไปรอบงานระหว่างคนอื่นกำลังมองหาเซียล์ก็มีเสียงโห่ร้องดังขึ้นทุกคนจึงกลับมามองที่เวทีตอนนี้ที่ลูกแก้วจิตวิญญาณกำลังแสดงภาพง้าวด้ามสีดำประดับด้วยทองเล็กน้อยที่ด้ามเป็นลวดลายสวยงามที่ใบง้าวสีแดงสดปล่อยออร่าที่แดงโลหิตออกมาตลอดเวลา“ชื่อ เรียวชิ โอวาริจิตวิญญาณที่ครอบครอง “ง้าวปีศาจกระหายเลือดแห่งจุดจบ”ประเภท พิเศษ วิญญาณอาวุธ กายภาพ/ธาตุ/เอนชานท์ความแข็งแกร่ง โบราณความสามารถในการเจริญเติบโต เจริญเติบโตตามคุณภาพและจำนวนเลือดที่ดูดซับ (เติบโต ค่อนข้างต่ำ)คุณสมบัติ- เพิ่มพลังโจมตีและความเร็วเมื่อใช้ง้าวหรือวิชาง้าว 2 เท่า- ทุกครั้งที่ง้าวสำผัสกับเลือดขณะใช้จิตวิญญาณจะทำการดูดเลือดมาเปลี่ยนเป็นพลังวิญญาณธาตุเลือดสามารถนำมาเจริญเติบโตให้กับจิตวิญญาณหรือจะเลือกนำมาฟื้นฟูบาดแผลของตัวเองก็ได้- สามารถควบคุมเลือดรอบๆง้าวได้ไม่เกิน 5 เซนติเมตร- คุณสมบัติพิเศษ กระหายเลือด (Blood lust)ทำให้พลังโจมตีและความเร็วเพิ่มขึ้นอีก2เท่า เพิ่มขอบเขตในการควบคุมเลือดอีก 30 เซนติเมตรรอบๆง้าว เมื่อง้าวดูดเลือดจะฟื้นฟูให้เจ้าของอัตโนมัติและประสิทธิภาพในการฟื้นฟูจะเพิ่มเป็น 2 เท่า (คุณสมบัติพิเศษนี้จะคงอยู่ได้นานเท่าไหร่จะเป็นไปตามความแข็งแกร่งของเจ้าของ)พรจากสวรรค์สัญชาตญาณของเลือด- สามารถได้กลิ่นเลือดไกลขึ้นและรับรู้สภาพของคู่ต่อสู้จากพลังชีวิตที่อยู่ภายในเลือด- เมื่อตัวเองถูกโจมตีถึงตายจะมีโอกาสหลบได้ 50 เปอร์เซ็นต์โดยอัตโนมัติ“โหหหหหหหห”“สุดยอด นี้มันโกงเกินไปแล้ว”“ใช้ตราบใดที่เขาได้ดูดเลือดของสัตว์อสูรระดับสูงเขาก็สามารถพัฒนาได้แน่นอนมันขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น”“เรียวมะ ลูกนายดีสุดยอดจริงๆ อนาคตจะต้องเป็นขุนพลที่เก่งกาจในอนาคตแน่นอน”“ยุคทองของประเทศปีกสีชาดมาถึงแล้ว”“ดูท่าปีนี้จิตวิญญาณระดับสูงจะมีเยอะกว่าทุกปีเลยนะเนี่ย”“โห เรียวชิได้จิตวิญญาณที่สุดยอดไปเลย” เซียล์พูด“นั้นเพื่อนของคุณหรอคะ จิตวิญญาณของเขาไม่ธรรมดาเลย” แมรี่พูดส่วนเบลลีน่าแค่จ้องมองมาที่เซียล์แวบเดียวแล้วกลับไปมองเวทีเหมือนเดิม..........................................................................................................จากนั้นก็มีการเรียกเด็กๆไปปลุกจิตวิญญาณเพิ่มอีกคนตอนนี้คาดว่ารวมๆน่าจะเกิน 150 แล้ว“หมายเลขที่ 205 เบลลีน่า ไฮด์ เวอร์มิลเลี่ยน องค์หญิงลำดับที่1แห่งประเทศปีกสีชาด”จากนั้นเบลลีน่าก็เดินขึ้นไปบนเวที“อะ อะ เอ๋ เธอเจ้าหญิงเหรอ” เซียล์ถามแมรี่“ใช่สิ..เออ อย่าบอกนะว่านายไม่รู้เนี่ย”“ก็ใช่นะเซ่ ฉันไม่เคยเจอเจ้าหญิงตัวจริงซักครั้งเลยหนิ”“นี้นายไปอยู่โลกไหนมาเนี่ยฉันเนี่ยไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ไม่หน้าหละถึงคุยเป็นกันเองขนาดนั้น”“................” เซียล์กำลังสตั้นในขณะที่เบลลีน่าได้เดินไป 2 ก้าวผมก็ได้รู้สึกตัวและเรียก“บะ- เบลลีน่า”เธอหันกลับมาแล้ว“โชคดีนะ” ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะพูดอะไร ผมเพียงพูดได้แค่ประโยคสั้นๆแต่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอบอุ่นเธอหันกลับไปและเดินหน้าต่อไปพร้อมรอยยิ้มเล็กๆเพียงเเว็บเดียวและพึมพัมในปากเบาแบบไม่มีใครได้ยิน “คุณนี้พูดไม่เก่งจริงๆเลยนะคะแต่ก็ขอบคุณมากค่ะ” และเบลลีน่าก็หุบยิ้มเล็กๆของเธอแล้วเดินหน้าต่อไปขณะที่เบลลีน่ากำลังเดินไปบนเวทีก็มีเสียงพูดออกมามากมาย“องค์หญิง ท่านช่างงดงามที่สุด”“ได้โปรดรับผมไว้พิจารณาด้วยเถอะครับ”“ผมชื่อ เอนดรู ยินดีที่ได้รู้จักครับ”“นี้องค์หญิงอยากทำความรู้จักกับนายตั้งแต่เมื่อไหร่”“องค์หญิงผมรักคุณ”“เฮ่อออออ เข้าใจละว่าทำไมปกติถึงเงียบๆถ้าเป็นเราโดนแบบนี้เครียดจะตายชัก” เซียล์คิดในใจแน่นอนว่าทุกจังหวะที่เบลลีน่าทำตั้งแต่ลุกจากที่นังยันเดินขึ้นไปบนเวทีนั้นเป็นที่จับตามองของทั้ง ขุนนางผู้ใหญ่ ทายาทขุนนางหนุ่มสาว และ เหล่าอัศวินมากมาย แน่นอนว่ารวมถึง..........อตีดราชา กราเซฟ ไฮด์ เวอร์มิลเลี่ยน ที่ตอนนี้กำลังมีเส้นเลือดปุดๆ อยู่ที่หัวเล็กน้อย................................................................................................................กลับมาในจังหวะที่“หมายเลขที่ 205 เบลลีน่า ไฮด์ เวอร์มิลเลี่ยน องค์หญิงลำดับที่1แห่งประเทศปีกสีชาด”“โว้วในที่สุดก็สุ่มเจอลูกเจ้าแลมพาร์ดซะทียังนิ่งเหมือนเดิมเลยนะเป็นองค์หญิงนี้มันเหนื่อยจริงๆ” มอนดะพูด“พ่อครับๆ แลมพาร์ดนี้หมายถึงราชาแลมพาร์ดหรอครับ” มอนเด่ถาม“ใช่ๆ แน่นอนว่าเจ้านั้นงานยุ่งจนพวกเราไม่ค่อยได้เจอกันหนะ” มอนดะตอบแล้วเขาก็หันไปเห็นเซียล์ในจังหวะที่นั่งข้างที่เบลลีน่าและแมรี่และคุยกันอย่างสนิทสนม“...มอนดะสตั้นไป3วิ...” แล้วเขาก็สะกิดซิกซ์“เฮ้ย ซิกซ์ ซิกซ์ นั้นลูกนายไม่ใช่หรอ” มอนดะพูดและชี้นิ้วไปที่เซียล์กำลังสนุกเลยใช่ไหมครับขอตัดพาร์ทแต่เพียงเท่านี้ครับไม่ไหวล่ะครับแฮะๆตอนนี้ทำลายสถิติยาวที่สุดตั้งแต่แต่งมาแล้วครับตอนที่16 องค์หญิงเบลีน่า
ตอนที่17 หมายเลขที่ 26 เซียล์ อินากามิ “เฮ้ย ซิกซ์ ซิกซ์ นั้นลูกนายไม่ใช่หรอ” มอนดะพูดและชี้นิ้วไปที่เซียล์“มอนดะนายเจอลูกฉันแล้วหรอ” ซิกซ์หันไปทางที่มอนดะชี้ไปแล้วก็......สตั้นเช่นเคย “ลูกข้าไปสนิทกับพวกเขาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” แน่นอนว่าถ้าซิกซ์เห็นพ่อของแมรี่และปู่ของเบลลีน่าก็เห็นเหมือนกันแล้ว มาซีเอล มารีน ก็หันหน้ามามองซิกซ์ด้วยสายตาหรี่เล็กน้อยแต่เขาก็ดูประหลาดใจเหมือนเขาก็ไม่รู้เช่นกันส่วนอดีตราชา กราเซฟ ไฮด์ เวอร์มิลเลี่ยน ก็เห็นเช่นกันแต่ไม่ได้แสดงสีหน้าหรือท่าทางอะไรเพียงแค่ใช้หางตามองเป็นระยะๆแน่นอนว่าขุนนางที่หูไวตาไวก็สังเกตเห็นเช่นกันแต่เนื่องจากอดีตองค์ราชาเลือกที่จะไม่พูดอะไรพวกเขาจึงเลือกที่จะไม่พูดอะไรเช่นกัน“ ซิกซ์ลูกนายนี้.......สุดยอดจริงเชื้อแรงโคตร ฮ่าๆๆๆ” มอนดะพูด“ตรงไหนเนี่ย หน้าดูอินโนเซ้นขนาดนั้นหนะนะ” ซิกซ์พูดด้วยน้ำเสียงดัดๆ“แบ่งเบาภาระนายได้เลยนะเนี่ย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาหาคู่หมั้นให้ คนนึงลูกมาร์ควิสอีกคนเป็นองค์หญิงเลยนะ ถ้าแลมพาร์ดรู้เขาจะทำหน้ายังไงนะ ฮ่าๆๆๆๆ”“พ่อนายเถอะ” ซิกซ์สบถเรียวมะยังคงเงียบขรึมต่อไปแต่ยิ้มออกมาเหมือนกำลังจะกลั้นขำไม่อยู่...........................................................................................................ณ เวทีพิธีปลุกจิตวิญญาณเบลลีน่าได้เดินมาถึงหน้าลูกแก้วแล้วและวางมือลงบนลูกแก้ว“ปิ้ง”“ชื่อ เบลลีน่า ไฮด์ เวอร์มิลเลี่ยนจิตวิญญาณที่ครอบครอง “ หงส์สีชาด ”(Tl. สีชาดคือสีแดงนะครับเผื่อใครไม่รู้)ประเภท พิเศษ วิญญาณมีสติปัญญา ธาตุ/รักษา/เอนชานท์ความแข็งแกร่ง ราชันความสามารถในการเจริญเติบโต ปานกลางคุณสมบัติ- สามารถใช้เพลิงวิหคเริงระบำซึ่งเป็นเพลิงระดับ6ได้- มีความสามารถเอนชานท์คุณสมบัติไฟระดับสูงและสร้างยาต้านไฟ(เพิ่มประสิทธิภาพ 75 เปอร์เซ็นต์)- คุณสมบัติพิเศษซัมมอน วิหคเพลิง (summon flamingbird)สามารถเรียกวิหคเพลิงออกมาช่วยต่อสู้โดยจะมีพลังเป็น 2 เท่าของเจ้าของและสามารถเรียกมากินพลังวิญญาณธาตุเพลิง(ระดับของเพลิงต้องไม่ต่ำกว่าระดับเพลิงของตนเอง1ระดับหรือมากกว่าปัจจุบัน สามารถกินระดับ5หรือต่ำกว่า)พรจากสวรรค์- แม่มดแห่งเปลวเพลิง (flame witch) เพิ่มการควบคุมเปลวเพลิง 5 เท่าและ สามารถร่าย “ระเบิดเปลวเพลิง” ได้- ระเบิดเปลวเพลิง เพิ่มความเสียหายเพลิง 2 เท่าและเป็นความเสียหายวงกว้าง“โวววววววววววววววววววว”“สุดยอดดดดดดดดดดด”“มายก๊อดดดดด จิตวิญญาณราชันอีกดวง”“เพลิงระดับ 6 วุ้ยยยยยยยย”“ ไอ หยะขนาดเพลิงสีม่วงระดับ 5 ก็โกงเกินแล้วนี้ระดับสูงกว่าอีกหรอเนี่ย”“จิตวิญญาณดวงนี้ช่างแข็งแกร่ง”“แต่มันพัฒนาได้ยากอยู่นะ จะไปหาเพลิงระดับ 5 จากไหน”“ถึงยังไม่พัฒนาก็เป็นจิตวิญญาณราชันอยู่ดีนั้นแหละ”ตอนนี้อาจจะไม่มีใครสังเกตเห็นเพราะความวุ่นวายจากจิตวิญญาณราชันดวงที่สองแต่ กราเซฟ ไฮด์ เวอร์มิลเลี่ยน กำลังยิ้มแป้นอยู่.......................................................................................................ตัดกลับมาที่กลุ่มซิกซ์ มอนดะ เรียวมะ และ ลูกๆ“โห ซิกซ์ลูกนายนี่มองคนขาดจริงอยู่ใกล้ใครโหดๆทั้งนั้น”มอนดะยังคงแซวไม่เลิก“เฮ้ยๆ ไอมอนด์เลิกแซวซิกซ์ได้แล้วน่าเห็นละปวดจิตแทน” เรียวมะพูดกราเซฟ ไฮด์ เวอร์มิลเลี่ยน ก็จ้องมองมาที่กลุ่มพวกเขาเช่นกัน“อุ้ย ฝ่าบาทไม่อะไรครับ ไม่มีอะไร” มอนดะยิ้มเจื่อนๆ..............................................................................................................- มุมมองของเซียล์ -ตอนนี้ผมเห็น เบลลีน่า ได้เดินลงมาจากเวทีแล้ว“ยินดีด้วยนะ เบลจัง” แมรี่พูด“ยินดีด้วยน่ะครับ” ผมพูด“ขอบใจนะ” เธอตอบ“ว่าแต่พวกเธอนี้สุดยอดจริงๆเลยนะ ได้จิตวิญญาณราชันทั้งคู่เลย” ผมยิ้มเจื่อนๆ“โถ่ เซียล์คุงไม่ต้องกังวลขนาดนั้นก็ได้น่าถึงเธอจะไม่มีจิตวิญญาณเลยเราก็ยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมนั้นแหละ” แมรี่ตอบพร้อมกระพริบตาสองทีแล้วยิ้มให้“ขอบคุณนะครับ” เป็นอีกครั้งที่ผมรู้สึกอบอุ่นการหาคนที่เป็นห่วงเราจริงๆนั้นยากโดยแท้โดยเฉพาะคนที่ไม่ค่อยทีเพื่อนแบบผม“จะว่าไปเบลลีน่าเงียบๆมาตั้งนานแล้วนะ” ผมคิดในใจแล้วคิดต่อ“เอางี้แล้วกัน” ผมเลยพูดว่า “นี้ๆไหนๆพวกเธอก็ได้จิตวิญญาณราชันทั้งคู่แล้วไปหาอะไรอร่อยๆในงานกินกันดีกว่า”จากนั้นผมก็จับมือทั้งคู่ มือซ้ายจับเบลลีน่า มือขวาจับแมรี่ แล้วก็จูงไปที่ซุ้มอาหารจากฉากนี้ผมรู้สึกถึงจิตสังหารปริศนาจำนวนมหาศาลอีกแล้วสิครับหลังจากกินอาหาร แล้วพวกเราก็กลับมาพูดอย่างสนุกสนานเหมือนเดิม โดยผมพยายามเล่าเรื่องราวไม่ว่าจะเป็นนิทานหรือนิยายในชาติก่อนมาเล่า แล้วก็พยายามทำให้ดูเป็นกันเองมากขึ้น บวกกับการกินของอร่อยๆไปด้วยทำให้อารมดีขึ้นพอรวมกับเรื่องที่ผมเล่าแล้ว ตอนนี้บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยความสนุกสนานแม้แต่เบลลีน่าผู้เย็นชาก็เกิดรอยยิ้มเล็กน้อยแต่แววตานั้นเต็มไปด้วยความสุขและสนุกสนาน โดยลืมเหล่าสายตาแปลกๆที่จ้องมองมาณ ตอนนี้แม้แต่อดีตราชา กราเซฟ ไฮด์ เวอร์มิลเลี่ยนก็รู้สึกประหลาดใจ เพราะเขาไม่ค่อยได้เห็นหลานสาวของเธอเป็นแบบนี้“ฟูหวาาาา เซียล์คุงนี้มีเรื่องเล่าเยอะยังเลยนะคะ แถมยังตลกด้วย”“นั้นสิ นายไปเอามาจากไหนเยอะแยะ” ในที่สุดเบลลีน่าก็พูดเพราะด้วยความสงสัย“อ๋อ พอดีอยู่ที่บ้านผมว่างๆก็เลยคิดเองหนะครับ ว่างๆไม่มีอะไรทำแต่งวันละนิดวันละหน่อย ไปๆมาๆมันก็อย่างที่เห็นนี้แหละครับ” ผมยิ้มเจื่อนๆ“ก็แหมใครจะไปตอบว่าจำมาจากชาติที่แล้วเล่า” ผมคิดเบลลีน่าก็ยังจ้องด้วยความสงสัยแต่ไม่ได้ถามอะไรต่อหลังจากนั้นพวกเราก็นั่งกินไปคุยไปแล้วก็ดูทายาทขุนนางคนอื่นๆปลุกจิตวิญญาณไป จนผมลืมไปว่า “แอบหนีพ่อมานานแล้ว” ผมก็ยังคงไม่รู้ตัวและนั่งกับเบลลีน่าและแมรี่อย่างมีความสุขต่อไปตอนนี้จากจำนวนที่เรียกทั้งหมดผมคาดว่าน่าจะเรียกไปมากกว่า 180 คนแล้วเรียกได้ว่าตอนนี้มาถึงช่วงสุดท้ายของพิธีปลุกจิตวิญญาณประจำปีนี้แล้วจากนั้นศาสตราจารย์ เอ็ดเวิร์ด ก็พูดว่า“หมายเลขที่ 26 เซี่ยล์ อินากามิ”“ครับ” ผมตอบด้วยเสียงที่ไม่ดังไม่เบา“โชคดีนะเซียล์คุง” แมรี่พูด“อะ อื่ม โชคดีหละ” เบลลีน่าพูดอย่างตะกุกตะกักเหมือนเธอจะยังไม่ชินหนะนะ“อึ่ม ของคุณนะครับ” ผมยิ้มให้และตอบกับ “นี้มันสวรรค์ชัดการได้รับคำอวยพรจากสองเทพธิดาแบบนี้” ผมคิดในใจแล้วผมก็เดินขึ้นเวทีไป“เฮ้ยไอนั้นมันใครวะ ถึงไปใกล้กับท่านเบลลีน่าได้หนะ”“ใช่ๆ แม้แต่ท่านแมรี่ยังยิ้มให้ด้วย ไปตายซะไป”“ทำไมเราถึงไม่คุ้นหน้าเลยนะ เหมือนจะไม่ได้ไปเข้าเรียนโรงเรียนฝึกหัดด้วย”“ไปสืบมาซิว่ามันเป็นใคร”“ทำไมผมถึงรับรู้ถึงสายตาอำมหิตอีกแล้วเนี่ย” แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากความอิจฉานั้นเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์”แล้วในตอนนี้ผมก็ได้มายืนอยู่ตรงหน้าลูกแก้วจิตวิญญาณแล้วผมได้เอามือไปวางไว้ที่ลูกแก้วติดตามตอนต่อไป ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
ตอนที่18 ชื่อตอนอยู่ล่างสุดแนะนำว่าอย่าพึ่งลงไปดูเดี๋ยวตอนนี้จะไม่สนุกตอนที่18 ชื่อตอนอยู่ล่างสุดแนะนำว่าอย่าพึ่งลงไปดูเดี๋ยวตอนนี้จะไม่สนุกแล้วผมก็วางมือลงบนลูกแก้วจิตวิญญาณ.........วูบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ“เอ๋? นี้ผมอยู่ไหนเนี่ย”เมื่อผมรู้สึกตัวตอนนี้ผมก็มาอยู่ที่ไหนแล้วก็ไม่รู้รอบๆตัวไม่ว่าจะซ้ายขวาบนล่าง ก็เป็นสีขาวโพลนไปหมด“ท้องฟ้า?”โฮกกกกกกกกกกก!ตอนนี้มีเสียงคำรามอันหน้าเกรงขามกึกก้องดังทั่วท้องนภา จากนั้นมีมังกรสีแดงสดมีสองเขาสี่ขาและมีปีกขนาดขนาดใหญ่ตาข้างซ้ายสีฟ้าที่เต็มไปด้วยความเย็นชาและตาสีม่วงข้างขวาที่ส่งประกายไฟฟ้ากระพริบๆออกมาและเต็มไปด้วยความหยิ่งทรนงบินแหวกหมู่เมฆและมาอยู่ตรงหน้าของผมเมื่อมองดูใกล้จะสังเกตเห็นว่า เกล็ดสีแดงที่ปกคลุมร่างของมันนั้นเป็นสีขาวเงินแวววาวและสะท้อนแสงเหมือนมิธริลและเต็มไปด้วยรูนที่มีการไหลของพลังวิญญาณและเรืองแสงสีแดงปกคลุมคล้ายๆเกราะป้องกันเพิ่มมาอีกชั้นกรงเล็บสีขาวและเขาของมันเป็นสีขาวแวววาวของแพลตตินั่มและมีลวดลายสีม่วงอันสวยงามแทรกอยู่ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นรูนสายเล็กสีม่วงที่เหมือนตัวเก็บประจุไฟฟ้าไหลไปรอบๆปลายหางรูปหอกนั้นเรืองแสงสีส้มแกมแดงประหนึ่งโลหะที่กำลังโดนความร้อนลมหายใจเล็กๆของมันมีทั้งความร้อน ความเย็น และ ประกายสายฟ้าออกมาจากจมูกจากนั้นมังกรตัวนี้ได้กลายเป็นลูกแก้วลูกเล็กๆขนาดเพียงประมาณข้อนิ้วโป้งแล้วหายเข้าไปในหน้าผากของเซียล์และข้อมูลต่างๆก็ค่อยๆเข้ามาในหัวของเขาอย่างช้าๆ...............................................................................................................- ณ กลางเวทีพิธีปลุกจิตวิญญาณ –ตอนนี้ทั้งห้องกำลังเงียบกริบ.........เพราะตอนนี้ลูกแก้วจิตวิญญาณนั้นเกิดอาการแปลกประหลาดโดยปกติแล้วเมื่อเด็กๆได้ปลุกจิตวิญญาณลูกแก้วจิตวิญญาณจะแสดงภาพจิตวิญญาณและซักพักหนึ่งจะปรากฏคุณสมบัติต่างๆแต่ตอนนี้ลูกแก้วจิตวิญญาณไม่ได้แสดงภาพอะไรออกมาเลย ซึ่งปกติแล้วจะหมายความว่าคนๆนั้น “ไม่มีจิตวิญญาณ” และจะหยุดการถ่ายพลังวิญญาณแต่ตอนนี้ลูกแก้วจิตวิญญาณยังคงถ่ายพลังวิญญาณไปให้เซียล์ไม่หยุดเหมือนกับพลังวิญญาณกำลังถูกดูดเข้าไปในหลุ่มไร้ก้นบึ้ง“เอ ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” ขุนนางคนหนึ่งเปิดประเด็นถาม“ตอนนี้ไม่มีใครรู้หรอก” ขุนนางคนหนึ่งตอบ“หรือว่าลูกแก้วจิตวิญญาณมันเสีย?”“จะบ้าหรอ ลูกแก้วจิตวิญญาณนี้ถูกใช้มาตั้งแต่ยุคบรรพกาลและมีความทนทานสูงมากจะมาพังเช่นนี้ได้ เยี่ยงไร”“แล้วเราควรจะเอาเขาลงมาไหม?”“แต่การทำแบบนั้นมันอันตรายนะ”“แต่นี้มันผ่านมากว่า 10 นาทีแล้วนะยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย การปลุกจิตวิญญาณปกติยังใช้เวลาไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ”“ฉันว่าเอาเขาลงมาเถอะ”“ช่วยรออีกหน่อยเถอะ” ซิกซ์พูด“อย่าพึ่งๆการถ่ายโอนยังไม่เสร็จสิ้นซะหน่อย” มอนดะพูด“นั้นสิรออีกซักหน่อยก็คงไม่เป็นไรมั้ง” เรียวมะพูดสั้นๆตอนนี้เอ็ดเวิร์ดก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าต้องทำเช่นไร จึงได้มองไปที่ กราเซฟ ไฮด์ เวอร์มิลเลี่ยน เพื่อขอคำตอบสุดท้าย“ให้อยู่ต่อไปก่อน” เขาพูดออกมาสั้นๆ“นี้ๆ เบลจังคิดว่าเซียล์คุงจะเป็นอะไรไหม” แมรี่ถามด้วยความเป็นห่วง“ฉันไม่รู้หรอก” เบลลีน่าตอบอย่างเรียบเฉย แต่สายตาแฝงไปด้วยความกังวลเล็กน้อย...จากนั้นเวลาก็ล่วงนั้นเวลาได้ล่วงเลยมาอีก 5 นาที“นี้มัน 15 นาทีแล้วฉันว่าเราควรได้เวลาเอาเขาลงมาจริงๆแล้วมั้ง?”“ใช่ๆ!”ครั้งนี้เหล่าขุนนางเริ่มเห็นด้วยมาขึ้น“อย่าพึ่งเถอะการถ่ายโอนวิญญาณยังไม่เสร็จนะถ้าเอาออกมาตอนนี้มันจะอันตรายๆเอามากๆ” ซิกซ์พูด“ใช่ๆ” มอนดะพูดเสริม“เราพวกเราว่าลูกแก้วจิตวิญญาณมันคงแค่ทำงานผิดพลาดเฉยๆมั้งบางทีเขาคงไม่มีจิตวิญญาณก็ได้ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นอะไรหรอก” เอิร์ลคนหนึ่งพูด“นี้ เอิร์ล เจเรเมีย แล้วถ้าเขามีจิตวิญญาณขึ้นมาแล้วนายจะทำยังไง” มอนดะถาม“แต่เอาจริงๆ ฉันก็ว่า ไวส์เคานท์ อินากามิ ควรทำได้ได้แล้วมั้งนายยังหนุ่มๆอยู่กับพึ่งมีลูกคนแรก เลยอาจจะยังไม่ชินแต่การที่เด็กๆปลุกจิตวิญญาณแล้วไม่มีจิตวิญญาณนั้นเป็นเรื่องปกติ” มาร์ควิสพันตัน เดวี่ นั้นพูดออกมาแบบเรียบๆ แต่สายตานั้นแฝงไปด้วยความสะใจเล็กน้อย“ฝ่าบาท” เอ็ดเวิร์ดพูดเพื่อขอคำตอบจากอดีตองค์ราชา กราเซฟ อีกครั้งตอนนี้กราเซฟกำลังคิดอยู่แล้วมองไปที่ซิกซ์แล้วพูดว่า“ไหนๆก็รอมานานแล้วข้าให้อีกแค่ 3 นาทีเท่านั้นไม่มากไม่น้อยไปกว่านี้”เห็นได้ชัดว่ากราเซฟยังเข้าข้างทางฝ่ายซิกซ์อยู่แต่ด้วยสถานการณ์มันคงอยู่ได้อีกไม่นาน“ขอบพระทัยฝ่าบาท” ซิกซ์พูดและรู้สึกโล่งใจแต่ยังไม่หายจากอาการตึงเครียดตอนนี้ทุกสายตายังคงจับจ้องไปยังเวทีพลางมีเสียงกระซิบกันระหว่างเหล่าขุนนางเป็นระยะๆ1นาทีผ่านไป................................. ยังไงเงียบสนิท...............2 นาทีผ่านไป.......................... ยังไงไม่มีอะไรเกินขึ้น................... 3 นาทีผ่านไป.............ยังคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น“เอาเขาลงมา”กราเซฟ ไฮด์ เวอร์มิลเลี่ยน ตรัสอย่างเรียบๆ แต่แววตาของเขาแสดงถึงความผิดหวังตอนนี้แววตาของแมรี่และเบลลีน่าก็รู้สึกเสียใจเช่นกัน“ซิกซ์นายไปต้องเศร้าใจไปนะเพื่อน” มอนดะพยายามจะปลอบซิกซ์“เฮ้ยยยยย” ซิกซ์ถอนหายใจตอนนี้เขาเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยแต่ในขณะนั้นเองเรียวมะที่กำลังหลับตา ยืนพิงกำแพงอยู่ได้ยิ้มเล็กน้อยและพูว่า “มาแล้ว”“โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”ขณะที่ทุกคนคิดว่าไม่มีอะไรแล้วได้มีเสียงคำรามดังกึงก้องทั่วห้องจัดพิธีแต่ไม่ใช่เพียงแค่นี้เท่านั้นแต่ยังดังไปทั่วทั้งพระราชวังทับทึมตอนนนี้ร่างของเซียล์ได้เปลี่ยนไปแล้วตอนนี้เขา มีเขาสีขาวและเต็มไปด้วยลวดลายสีม่วงงอกออกมา2เขาที่หัวมีชั้นเกล็ดบางๆใต้ผิวหนังบริเวณโหนกแก้มเป็นรอยชัดเจนตั้งแต่คอลงมาถูกปกคลุมไปด้วยเกร็ดมิธริลที่ห่อหุ่มด้วยแสงจากรูนสีแดงมีปีกงอกออกมาจากหลัง 1 คู่ เล็บยาวขึ้นกลายเป็นกรงเล็บสีขาวแวววาวหางก็งอกออกมาที่ปลายหางรูปหอกเรืองแสงสีส้มแกมแดงประหนึ่งโลหะที่กำลังโดนความร้อนเมื่อเซียล์หันหน้ากลับมาและมองลงไปยังเวที ตาข้างซ้ายสีฟ้าตอนนี้เต็มไปด้วยความเย็นชาและกระจ่างใสประหนึ่ง อความารีน และตาสีม่วงข้างขวาส่องประกายไฟฟ้ากระพริบๆออกมาดั่ง อเมทิสต์ สายตาของเขาในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยความน่าเกรงขามและลูกแก้วจิตวิญญาณก็แสดงชื่อของจิตวิญญาณชื่อ เซียล์ อินากามิจิตวิญญาณที่ครอบครอง “ราชันมังกรอัสนีเพลิงเหมันต์วินาศ”คุณสมบัติ........................................................ติดตามตอนต่อไป ฮ่าๆๆๆๆ(Tl. อความารีนกับอเมทิสต์เป็นชื่ออัญมณีนะครับใครนึกภาพไม่ไปหารูปเอาในเน็ตได้)