หลังจากแยกย้ายกันไปอาบนำ้ กู้จือเสวี่ยอาบด้านนอก ส่วนกู้เสียวเสี่ยวน้อยนั้นไปอาบที่เรือนเล็กๆ ของตนเอง แม้เด็กน้อยจะมีเรือนของตนเองแต่กลับไปเคยยอมไปอยู่ นางติดหลี่อวิ๋นเจียวมากจริงๆจนต้องนอนกับหลี่อวิ๋นเจียวทุกคืน จนสุดท้ายเรือนหลังนั้นต้องกลายเป็ที่เก็บของไปโดยปริยาย คาดว่าพอกู้เสียวเสี่ยวโตขึ้นคงจะย้ายไปอยู่ที่เรือนหลังนั้นเอง
หลี่อวิ๋นเจียวที่กำลังเพลิดเพลินไปกับการอาบนำ้ในอ่าง ทุกทีนางจะอาบกับกู้เสียวเสี่ยวน้อย แต่หลังๆ เด็กน้อยดื้อดึงจะอาบเอง เพราะเด็กน้อยกล่าวว่านางโตแล้ว ในตอนนี้หลี่อวิ๋นเจียวได้แต่เสียดาย การได้เล่นนำ้กับบุตรสาวก็เป็ความสุขอีกแบบ
เสียงหัวเราะดังมาจากทางห้องนอน หลี่อวิ๋นเจียวที่กำลังเคลิ้มจวนจะหลับจึงได้สะดุ้งตื่นขึ้น รีบอาบน้ำให้เสร็จแล้วรีบแต่งตัวทันที
นางใส่ชุดนอนสีขาวตามปกติแต่คราวนี้นางใส่เสื้อคลุมอีกชั้น เพราะกู้จือเสวี่ยมานอนด้วย ถ้าไม่งั้นนางจะสวมแค่เสื้อในตัวเดียว โชคดีที่อากศในยุคนี้ทั้งปลอดภัยและปลอดโปร่ง ทำให้นอนหลับสบาย อีกทั้งไม่ต้องทนกลิ่นมลพิษอีกด้วย
เมื่อหลี่อวิ๋นเจียวก้าวเข้าห้องก็พบว่าหมอนกระจุยกระจายไปทั่วสองพ่อลูกเล่นไล่จับกันในห้องหลี่อวิ๋นเจียวถึงกับกุมขมับ
กู้เสียวเสี่ยวมองท่านแม่พร้อมทำหน้าสำนึกผิด เด็กน้อยแอบหยิกหลังมือกู้จือเสวี่ยเบาๆ ให้ทำท่าตาม สองมือประกบกันและก้มหัวจนเกือบถึงพื้น ก้นเล็กๆของเด็กน้อยส่ายไปมาเพื่อทรงตัว หลี่อวิ๋นเจียวไม่พูดอะไรมากแค่เปรยตาไปที่ของที่ระเกะระกะในห้อง สองพ่อลูกรู้กันรีบตามเก็บกันทันที จนห้องกลับมาสะอาดดังเดิม
“ถือว่ารู้งานดีมาก มาได้เวลานอนแล้ว” หลี่อวิ๋นเจียวจูงมือบุตรสาวล้มตัวลงนอน ทั้งคู่นอนลงกลางเตียงไม่มีที่เหลือให้กู้จือเสวี่ยได้แทรก เด็กน้อยนอนอ้าแขนเต็มที่ ทุกที่คืออาณาเขตที่กู้เสียวเสี่ยวน้อยสามารถกลิ้งไปได้หมด
กู้จือเสวี่ยยืนงงอยู่นานจนหลี่อวิ๋นเจียวชี้ไปที่เก้าอี้ยาวที่วางอยู่ริมผนังห้องนอน
“หมอน ผ้าห่มท่านไปขอเอานะ” ก่อนที่หลี่อวิ๋นเจียวจะไม่สนใจกู้จือเสวี่ยอีกต่อไป
นางเริ่มเล่านิทานให้เสียวเสี่ยวน้อยฟังทันที เด็กน้อยติดนิทานของหลี่อวิ๋นเจียวมาก ไม่ได้ฟังจะนอนไม่หลับจนตอนหลังๆ หลี่อวิ๋นเจียวเรียกปี้ถิงและปี้ถังมาฟังเวลานางเล่านิทานด้วย เนื่องจากเด็กน้อยชอบฟังนิทานทุกวัน ฟังซ้ำๆไม่มีเบื่อจนนางยอมแพ้ต้องมีผู้ช่วย
ยามนี้เด็กน้อยก็ไม่สนใจกู้จือเสวี่ยเช่นเดียวกัน เด็กน้อยตั้งตารอคอยฟังนิทานของหลี่อวิ๋นเจียวอย่างดี ซึ่งก็คือเื่ จิ้งจอกอหังการ เป็นิยายสุดฮิตที่ถูกนำมาสร้างเป็ละครหลายครั้ง ในวันเด็กของหลี่อวิ๋นเจียวนั้นติดละครเื่นี้มาก นางจึงเชื่อว่าบุตรสาวของนางนั้นก็ต้องชอบไม่ต่างกัน
เป็เื่ราวขอบ หูเฟย ผู้เชี่ยวชาญในเพลงดาบ เพื่อมาล้างแค้นให้ผู้ที่ฆ่าพ่อแม่ของเขา
เด็กน้อยติดเื่นี้มาก แม้หลี่อวิ๋นเจียวจะเล่าไม่ตรงต้นฉบับเป๊ะๆ แต่เื่ราวสุดสนุกทำให้เด็กน้อยตาค้าง ไม่ยอมนอนจนหลี่อวิ๋นเจียวต้องบอกว่าถ้าไม่นอนพรุ่งนี้นางจะไม่เล่าต่อ นิยายชั้นเลิศถูกนำมาเล่าให้กล่าวเป็ฉบับนิทานเด็กน้อยยิ่งทำให้กู้เสียวเสี่ยวน้อยชอบมันมากกว่าเดิม นางจะพลาดได้อย่างไร
กู้จือเสวี่ยที่นอนฟังอยู่ก็รู้สึกสนุกไปด้วย เขาสงสัยเสียจริงว่าในหัวเล็กๆ ของนางบรรจุไว้ด้วยอะไรกันแน่ เหตุใดถึงได้มีอะไรแปลกใหม่มาทำให้เขาสนใจอยู่ตลอด ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่ความฉลาด และทัศนคติของหลี่อวิ๋นเจียวนั้นยอมเยี่ยมเกินไป
เวลาผ่านไปหลายชั่วยาม หลี่อวิ๋นเจียวปวดเบาจึงลุกขึ้นในกลางดึก นางย่องออกมาเพื่อไปปลดเบา หลังจากเสร็จธุระจึงค่อยๆเดินย่องเข้าห้องแต่เมื่อนางเข้าห้องมาก็ดันสบตาเข้ากับกู้จือเสวี่ย แม้จะมืดแต่นางก็ทราบได้ว่าเขาตื่นขึ้นมา
หลี่อวิ๋นเจียวกระซิบเบาๆ “ข้าทำท่านตื่นหรือ” กู้จือเสวี่ยส่ายหน้า หลี่อวิ๋นเจียวจึงเดินไปที่เตียงเตรียมจะนอนหลับ
“ที่ข้าพูดไปเป็ความจริง ความโง่ของข้านั้นทำให้ทุกอย่างพัง ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อเ้าและลูก ข้าหลงผิดไปมาก ข้าแค่เพียง้าโอกาสแก้ตัว ยิ่งเห็นเสียวเสี่ยวน้อยข้ายิ่งรู้สึกผิดและ้าชดเชยให้เ้าและลูก” กู้จือเสวี่ยกล่าวก่อนจะสบตากับหลี่อวิ๋นเจียวที่เตียง มุมของทั้งคู่อยู่ตรงข้ามกับหัวกับท้ายแต่กลับทำให้มองเห็นกันและกันชัดเจนกว่า
หลี่อวิ๋นเจียวนึกสงสัยเหตุใดเขา้าจะคืนดีกับนาง หรือเขาจะทะลุมิติมาเช่นเดียวกัน เหตุการณ์ทำไมถึงแตกต่างจากในละครขนาดนี้ แต่ขนาดนางคนธรรมดายังทะลุมิติเข้ามาได้
กู้จือเสวี่ยอาจจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้หรือเปล่า
“เหตุใดท่านถึง้าทำดีกับพวกข้าแม่ลูก หากท่าน้าทำดีจริงๆ เหตุใดต้องรอนานถึงเพียงนี้”
กู้จือเสวี่ยสบตากับหลี่อวิ๋นเจียว ใจเขาสั่นสะท้าน นางเหมือนสามารถมองทะลุจิตใจเขาได้ด้วยซ้ำ
“บางสิ่งนั้นยากจะอธิบาย ข้าพูดไปเกรงฮูหยินจะไม่เชื่อ แต่ข้าทำได้เพียงขอบคุณฟ้าที่ทำให้ข้าได้มีโอกาสอีกครั้ง ในชาตินี้ข้าจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนว่ารังแกพวกเ้าอีกต่อไปแล้ว”
กู้จือเสวี่ยบอกความในใจของเขา ใจจริงเขาอยากพูดมากกว่านี้แต่เื่ราวนั้นมันช่างเกินความเป็จริงไปมาก เกรงว่าจะทำให้ฮูหยินโกรธข้อหาหลอกลวงเอาได้
“ท่านพูดอ้อมไปมาจนข้านึกว่าท่านย้อนเวลามาเสียอีก” หลี่อวิ๋นเจียวบ่นเบาๆ แต่หูของกู้จือเสวี่ยนั้นดีมาก เมื่อได้ยินกู้จือเสวี่ยเด้งตัวจากที่นอนทันที
“ฮูหยิน เ้าเ้า รู้ได้อย่างไร ” กู้จือเสวี่ยเผลอตัวะโเสียงดัง กู้เสียวเสี่ยวที่นอนหลับอยู่ทำท่าหงุดหงิดเอามือปิดหูทันที เด็กกำลังนอนสบายๆ จะมาเสียงดังใส่ได้อย่างไรกัน
“เสียงอาราย จานอนแล้ว” เด็กน้อยบ่นเบาๆ ทำปากขมุบขมิบก่อนจะนอนหลับต่อทันที
หลี่อวิ๋นเจียวที่นอนอยู่ก็ลุกขึ้นมาเหมือนกัน นางแค่คาดเดาเล่นๆ แต่ไม่เคยคิดว่ากู้จือเสวี่ยจะย้อนเวลามาจริงๆ
“นิ นี่ ทะท่าน บอกว่าท่านย้อนเวลามางั้นเหรอ”หลี่อวิ๋นเจียวอ้าปากค้าง ก่อนจะนึกย้อนถึงคำพูดของกู้จือเสวี่ยทั้งหมด ว่าดูเข้าเค้าไปเสียหมด ไม่ใช่แค่นางที่ทะลุมิติมาแต่ในโลกใบนี้ยังมีคนย้อนเวลามาได้ด้วย
นางดึงมือกู้จือเสวี่ยออกนอนห้องทันที “ไปคุยที่ห้องหนังสือข้าเถอะ คุยตรงนี้เสียงท่านดังเกินไป”
กู้จือเสวี่ยหุบปากตัวเองทันทีก่อนจะเดินตามฮูหยินอย่างเงียบๆ และเชื่อฟังยิ่ง
เสียงเหยียบไม้ดังขึ้นเบาๆ กู้จือเสวี่ยมองไปที่ข้อมือของเขาที่ถูกหลี่อวิ๋นเจียวลากอยู่ กู้จือเสวี่ยอมยิ้มเบาๆ ก่อนจะเหม่อมองหลี่อวิ๋นเจียวอย่างโง่งม หลี่อวิ๋นเจียวนั้นมาจากยุคปัจจุบันนางไม่สนใจอะไรแบบนั้นมากมาย กว่าจะโตขึ้นมานางก็หยิบจับมือเพื่อนผู้ชายมาไม่น้อย แค่เพื่อนเท่านั้น
ทั้งคู่เดินมาจนถึงห้องหนังสือ ระยะทางไม่ใกล้ไม่ไกล หลังจากที่หลี่อวิ๋นเจียวทะลุมิติมาอยู่ที่นี่ พอนางได้เงินจากการขายผักสดต่างๆ นางก็นำเงินส่วนหนึ่งมาขยับขยายจวนจนตอนนี้ใหญ่โตพอควร ทั้งซื้อไว้ปลูกผักขาย และซื้อไว้ปลูกเรือนเพิ่มขึ้น
หลี่อวิ๋นเจียวเดินตรงที่เก้าอี้ จัดแจงที่นั่ง “เอาล่ะ ท่านต้องพูดความจริงออกมาทั้งหมดว่ามันเกิดอะไรขึ้น เหตุใดท่านถึงย้อนอดีตมาได้” หลี่อวิ๋นเจียวเชื่อกู้จือเสวี่ยสุดหัวใจ ขนาดนางยังทะลุมิติมาได้แล้วทำไมกู้จือเสวี่ยจะย้อนมาไม่ได้
กู้จือเสวี่ยพยักหน้า เขาดีใจที่อย่างน้อยก็มีคนรับฟังและเชื่อมั่นในตัวเขา หากเขาบอกคนอื่นคงมีแต่คนคิดว่าเขาสติฟั่นเฟือนเป็แน่ กู้จือเสวี่ยจึงเริ่มเปิดปากเล่าทันที