มนุษย์ที่ผ่านการฝึกฝน LV 1
HP 133/200
สถานะของมาคัสก็แสดงขึ้นมาบนหัวต่อสายตาของนที นทีแปลกใจเล็กน้อยที่มาคัสนั้นแตกต่างจากคนทั่วไป เขามีสถานะเป็มนุษย์ที่ผ่านการฝึกและ HP ของเขานั้นมากถึง 200 หน่วย แต่การโจมตีของนทีเพียงครั้งเดียวก็ทำให้เขาาเ็ได้มากกว่าที่เขาคาดคิดไว้
' เพราะถุงมือนี่ด้วยสินะ ' นทีมองไปยังถุงมือสีขาวพลางคิดถึงคุณสมบัติในการเพิ่มพลังโจมตีเวทย์ของเขาอีกสิบหน่วย ถึงตอนนี้จะเป็แค่่เริ่มต้น แต่นทีก็รู้สึกว่าพลังเวทย์ของเขานั้นเข้าขั้นโกงเลยทีเดียว
" นั่นมันอะไรกันวะ! แกทำแบบนั้นได้ยังไง! " มาคัสะโออกมาอย่างเสียขวัญ เมื่อศรน้ำแข็งนั้นเริ่มก่อตัวขึ้นเขาก็มัวแต่ตื่นตะลึงจนรู้ตัวอีกทีนั้น มันก็พุ่งมาปักหัวเข่าเขาแล้ว
" คนกำลังจะตายจะรู้ไปเพื่ออะไรกัน.. " นทีกล่าวเสียงเรียบ
ในตอนแรกนั้นเขา้าที่จะทรมานมาคัสโทษฐานที่ทำร้ายลอเรน่า แต่การทรมานที่เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์นั้นไม่ใช่สไตล์ของเขา หากเขา้าจะกำจัดใครล่ะก็ เขาจะจัดการให้รวดเร็วที่สุด
" ศรน้ำแข็ง ! " นทีร่ายทักษะออกมาอีกครั้ง
มาคัสรู้ดีว่าหากเขาโดนศรน้ำแข็งนั่นเข้าอีกล่ะก็ เขาไม่สามารถมีชีวิตรอดได้แน่ ด้วยร่างกายที่ฝึกฝนมาอย่างดีเขาเตรียมพร้อมที่จะหลบศรน้ำแข็งของนที หากครั้งแรกที่เขาโดนโจมตีเป็เพราะประมาทแล้วล่ะก็ ครั้งนี้เขาจะไม่พลาดซ้ำสอง ผ่านไปอึดใจเดียวศรน้ำแข็งก็พุ่งออกจากคทาเวทย์ของนที ทันใดนั้นเองมาคัสก็พยายามจะกลิ้งหลบในจังหวะเดียวกัน
" อ๊าก! " เสียงร้องโหยหวนของมาคัสดังขึ้นอีกครั้ง
มาคัสนั้นตกตะลึงเมื่อเขาไม่สามารถรอดพ้นจากศรน้ำแข็งได้อีกครั้ง เขาที่ผ่านการเทรนมานั้นสามารถะโหลบได้แม้แต่ะุ แต่ในจังหวะที่เขาจะะโนั้นการคำนวนของเขาก็ผิดพลาด ความเ็ปจากาแที่หัวเข่าและร่างกายที่เชื่องช้ากว่าปกติของเขานั้นส่งผลให้ศรน้ำแข็งอีกดอกปักไปยังน่องอีกข้างของเขา
ความกลัวเริ่มเข้ามาเกาะกินจิตใจของมาคัส เขายังไม่อยากตาย เขาเริ่มคลานหนีออกห่างจากนที แต่เหมือนโชคชะตาของเขาจะไม่เหลือทางรอดไว้ให้
" ความผิดของแกนั้นคือการทำร้ายคนที่ไม่สมควรทำ ลาก่อน " น้ำเสียงเ็าของนทีคือสิ่งสุดท้ายที่มาคัสได้ยิน จากนั้นศรน้ำแข็งก็พุ่งปักไปยังศีรษะ ร่างของมาคัสก็ล้มลงแน่นิ่งกับพื้นอย่างไม่ไหวติง
" เสร็จไปหนึ่ง..ต่อไปก็แกสินะ " นทีกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม
แดเนียลที่เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของนทีนั้นก็หวาดกลัวอย่างสุดขีด ราวกับว่านทีคือมัจจุราชที่จะมาพรากิญญาของเขา แดเนียลอยากจะลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีแต่เขาก็ไม่สามารถลุกขึ้นได้ ความหวาดกลัวนั้นส่งผลให้เขาไม่สามารถควบคุมร่างกายตัวเองได้อีกต่อไปได้แต่นั่งอยู่กับที่ด้วยความสั่นเทา
" แก..แกอย่าเข้ามานะ! ฉันคือแดเนียล พ่อของฉันคือพลเอกแร็กนอร์ หากคนใช้อย่างแกแตะต้องฉันล่ะก็ แกตายแน่! " แดเนียลใช้ชื่อของพ่อของเขามาข่มขู่นที
เขาคิดว่าคนรับใช้อย่างนทีต้องเกรงกลัวเป็แน่ แต่สีหน้าของเขาก็ต้องซีดเผือดมากกว่าเดิมเพราะนทีนั้นเริ่มหัวเราะออกมา
" ไม่ว่าแกจะเป็ลูกของเทพเ้าองค์ใดอวตารมาเกิดใหม่ แกก็ไม่มีทางหนีความตายได้หรอก " นทีกล่าวพลางหัวเราะ
สำหรับเขาแล้วนั้นเขาไม่สนใจว่าศัตรูจะเป็ใคร หากพวกมันเ่าั้มาแตะต้องสิ่งสำคัญของเขาล่ะก็ ผลลัพธ์เดียวที่นทีจะมีให้คือความตายเท่านั้่น ในโลกใบใหม่นี้ที่เขาต้องเผชิญความโเี้และเด็ดขาดนั้นเป็สิ่งที่นที้าจะมี และเขาก็จะต้องแสดงออกให้ได้อย่างนั้นต่อศัตรูทุกคนที่เขาจะเผชิญนับจากนี้
นทียกคทาเวทย์ชี้ไปยังศีรษะของแดเนียล เขาพร้อมแล้วที่จะฆ่าคนเป็ครั้งที่สอง เมื่อผ่านครั้งแรกมาได้แล้วนั้นครั้งที่สองจะง่ายดายกว่าเดิม ซึ่งสำหรับนทีเขาคิดว่ามันง่ายดายเป็อย่างมาก หากเขาคิดว่าคนที่เขาต้องกำจัดคือศัตรู
" นที! หยุดก่อน " ไลล่าะโมาห้ามนทีเอาไว้
" หยุด? เธอจะให้ฉันไว้ชีวิตคนที่มันสั่งให้ลูกน้องมาจัดการกับฉันมีชีวิตรอดอย่างงั้นน่ะเหรอ " นทีเอ่ยตอบพลางจ้องไปที่ใบหน้าของแดเนียลอย่างไม่ลดละ
" นทีหยุดก่อนเถอะนะ ฉันขอร้อง " เสียงหวานใสที่คุ้นเคยดังเข้ามายังโสตประสาทของนที
เมื่อนทีได้ยินเสียงที่คุ้นเคยนั้นเขาก็หันกลับไปมองยังแหล่งเสียง เขาก็พบกับลอเรน่าที่ตอนนี้เธอดูเหมือนจะหายจากอาการาเ็แล้ว อารมณ์โกรธเกรี้ยวของนทีก็ดูจะค่อย ๆ จางหายลงไป เขายิ้มให้กับเธอที่ส่งสายตาอ้อนวอนมายังเขา
" ลอเรน่า...หากเป็คุณแล้วล่ะก็ ผมยินดีทำตามทุกอย่างเลยล่ะ " นทีตอบรับพร้อมด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น
" แล้วทำไมนายถึงฟังพี่สาวฉันแล้วไม่ฟังคำพูดของฉันกันล่ะย่ะ! " ไล่ล่าแว้ดใส่นทีทันทีที่ดูเหมือนเขาจะเอ็นดูลอเรน่ามากกว่า
" ถ้าเธอยอมเป็ของฉันแล้วฉันจะพิจารณาดูแล้วกัน " นทีตอบกลับ
" ฉัน..เป็ของนาย..มะ มะ ไม่มีทาง! ฉันยอมโสดไปตลอดชีวิตดีกว่า! " ไลล่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่โกรธเกรี้ยว แต่เธอกลับก้มหน้าหลบสายตานที
" ทำไมคุณถึงอยากให้ผม ไว้ชีวิตเขาล่ะ? " นทีหันกลับไปมาถามลอเรน่า
" ฉัน..ฉันเป็ห่วงนาย ถ้าเกิดนายฆ่าเขาล่ะก็ พลเอกแร็กนอร์คงจะไม่ปล่อยนายเอาไว้แน่ ถึงแม้ว่าตอนนี้โลกจะเปลี่ยนไปแล้ว แต่ถ้าหากว่ากองทัพควบคุมสถานการณ์ได้ล่ะก็ นายก็จะตกอยู่ในที่นั่งลำบาก นายจะโดนล่าและเป็ศัตรูกับกองทัพทั้งหมดทันที ฉันไม่อยากให้มันเป็อย่างนั้น " ลอเรน่าเอ่ยขึ้น ดูเหมือนเธอจะเชื่อเหลือเกินว่ากองทัพของทหารนั้นจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
" ที่แท้คุณก็เป็ห่วงผม ฮืม..แต่ผมขอรับไว้เพียงแค่ความเป็ห่วงก็แล้วกันนะ " ทันทีที่นทีพูดจบเขาก็ร่ายศรน้ำแข็งออกมา
ฉึก !
ศรน้ำแข็งปักคาอยู่ระหว่างคิ้วทั้งสองข้างของแดเนียลอย่างพอดิบพอดี สีหน้าสุดท้ายที่แสดงออกมาจากร่างไร้ิญญาของแดเนียล คือความเกลียดชัง ความหวาดกลัวและความไม่อยากเชื่อว่าเขาต้องมาจบชีวิตลงตรงนี้
—-
เพล้ง!
เสียงของแก้วกาแฟที่ร่วงหล่นแล้วแตกกระจายจากมืออันหยาบกร้าน
" แดเนียล...แดเนียลตายแล้ว ไม่จริง เป็ไปไม่ได้! " เสียงอันแหบกร้านะโออกมาจากชายมีอายุคนหนึ่ง
ชุดเครื่องแบบทหารที่ชายคนนี้สวมใส่นั้น เพียงแค่ปราดตามองก็สามารถบ่งบอกได้ในทันทีว่าเขาคือ นายทหารชั้นสูง บนหน้าอกข้างขวาของเขานั้นมีชื่อติดอยู่ซึ่งอ่านได้ว่า 'แรกนอร์ ล็อดบร็อก' เขาจ้องมองหน้าจอสีเขียวอย่างไม่กะพริบตา บนหน้าจอนั้นมีป้ายติดอยู่และอักษรที่เขียนไว้นั้นคือ 'แดเนียล ล็อดบร็อก' ในหน้าจอนั้นมีเส้นสีเขียวแนวนอนเป็เส้นตรงที่บ่งบอกได้ว่าสัญญาณชีพของคนคนนี้นั้นได้หายไปแล้ว
" ใคร! ใครมันบังอาจฆ่าลูกชายฉัน! " แร็กนอร์ะโออกมาอย่างขึงขัง เส้นเืที่ปูดโปนบนใบหน้าบ่งบอกถึงความโกรธได้เป็อย่างดี
" ท่านนายพล ดูเหมือนว่าสัญญาณชีพจรของนายน้อยแดเนียล จะไม่เหมือนกับคนที่กลายเป็ซอมบี้นะครับ " นายทหารคนหนึ่งเอ่ยขึ้นขณะที่เขารายงานผลชีพจรของแดเนียล
พวกเขาทำการตรวจสอบชีพจรหลากหลายคนแล้วพบว่า หากใครที่กลายร่างเป็ซอมบี้นั้นชีพจรจะเต้นเร็วขึ้นมากก่อนที่จะกลายเป็เส้นตรง แตกต่างกับคนที่เสียชีวิตโดยปกติที่ชีพจรนั้นจะค่อย ๆ เบาบางลงจนหายไป
" ไม่ว่าใครก็ตามที่ฆ่าลูกชายฉัน ฉันจะเอามันและครอบครัวโยนเป็อาหารไอพวกซอมบี้นั่น! " นายพลแร็กนอร์ ประกาศกร้าว ทุกคนในห้องนั้นรู้กันดีว่าแรกนอร์นั้นเป็คนที่พูดแล้วไม่คืนคำ เขาจะตามล่าคนที่ทำให้ลูกชายของเขาเสียชีวิตไปจนสุดขอบโลก
—
เกิดความเงียบขึ้นชั่วอึดใจหนึ่งระหว่างนที ลอเรน่าและไลล่า ก่อนที่จะมีใครได้เอ่ยอะไรออกมาเพื่อทำลายความเงียบนั้น
กรี๊ด !
เสียงกรี๊ดแหลมแสบแก้วหูก็ดังมาจากทางห้องของแดเนียล
" คงมีผู้ชมดูเราผ่านกล้องนั่นอยู่ เราไปทักทายแฟน ๆ กันสักหน่อยแล้วกัน ถือว่าเป็แฟนเซอร์วิส " นทีกล่าวพลางหัวเราะ
ราวกับว่าเื่ที่เขาเพิ่งฆ่าคนไปสองคนนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นมาก่อน ลอเรน่าและไลล่าหันมามองหน้ากันก่อนที่ทั้งสองนั้นจะเดินตามนทีเข้าไปในห้องของแดเนียล เมื่อทั้งคู่เดินตามนทีมาถึงห้องนั่งเล่นแล้วนั้น สิ่งที่ทั้งสองคนเห็นนั้นพวกเธอไม่อาจจะเชื่อสายตาตัวเองได้
ภาพสยดสยองที่ราวกับหลุดมาจากหนังฆาตกรต่อเนื่องอยู่เบื้องหน้าพวกเธอ เศษชิ้นส่วนแขนและขากระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกมุมของห้อง เืสีแดงฉานที่ไม่ว่ามองไปมุมไหนก็จะเห็นมันเปรอะเปรื้อนอยู่ทุกที่ ลอเรน่าและไลล่ากุมมือกันแน่น หากภาพการตายของแดเนียลและมาคัสคือ ออเดิร์ฟแล้วล่ะก็ ภาพตรงหน้าของพวกเธอนั้นสามารถเรียกได้ว่าอาหารฟูลคอร์ส
" นี่...นายเป็คนทำอย่างนั้นเหรอ? " ไลล่าเอ่ยถามขึ้น ถึงแม้การที่คิดว่านทีนั้นเป็คนสร้างภาพเหตุการณ์ตรงหน้านั้นให้เกิดขึ้นจะยากสักเพียงไหน แต่จากการที่นทีนั้นจัดการกับมาคัสและแดเนียลโดยแทบจะไม่กะพริบตานั้น เลยทำให้ไลล่าคิดว่าเขาโเี้กว่าที่เธอคิดไว้มากนัก
แต่ก่อนที่นทีจะได้ตอบคำถามของไลล่านั้น พวกเขาก็หันไปยังเสียงประหลาดที่ดังมาจากหน้าต่าง เมื่อทั้งสามคนหันไปมองพวกเขาก็ไม่อยากเชื่อสายตากับสิ่งที่กำลังเผชิญ สัตว์ประหลาดตรงหน้าที่เกาะอยู่ตรงหน้าต่างนั้นไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากตั๊กแตนตำข้าวที่พวกเขาพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน
หากแต่ว่าสิ่งเดียวที่ทำให้พวกเขาคิดว่ามันคือสัตว์ประหลาดนั้น เพราะขนาดของมันที่ใหญ่โตเทียบเท่าได้กับสิงโตตัวหนึ่ง ขาหน้าทั้งคู่ที่ยื่นออกมามีใบมีดแหลมคมที่พร้อมจะตัดทุกอย่างให้แยกออกจากกันภายในพริบตา
" วิ่ง! " นทีะโพร้อมกับคว้ามือของลอเรน่าและไลล่า
พวกเขารีบวิ่งออกมาที่โถงทางเดิน นทีไม่รอช้ารีบปิดประตูห้องของแดเนียล แล้วพวกเขาก็วิ่งไปที่บันไดหนีไฟเพื่อที่จะกลับไปยังห้องของลอเรน่า เมื่อพวกเขามาถึงแล้วนั้นก็รีบล็อคประตูและหาอะไรมาขวางไว้ จากนั้นจึงรีบไปดูกล้องที่ติดไว้หน้าห้องเพื่อดูว่าตั๊กแตนั์ตัวนั้นตามพวกเขามาหรือไม่ หลังทั้งสามคนนั่งจดจ้องอยู่ที่หน้าจอประมาณ 5 นาทีแล้วนั้นก็ไม่เห็นวี่แววของตั๊กแตนั์ตัวเดิมโผล่มา
" นั่นมันตัวบ้าบออะไรกัน? " ไลล่าสบถออกมาอย่างเสียขวัญ
" ก็แค่ตั๊กแตนตำข้าวที่ตัวใหญ่กว่าปกตินิดหน่อย " นทีตอบกลับอย่างทีเล่นทีจริง
" ใหญ่กว่าปกตินิดหน่อยกับผีน่ะสิ นั่นมันตัวเท่ารถสิบล้อแล้ว! " ไลล่าแว้ดกลับใส่นที
" พี่ว่าสัตว์ประหลาดนั่นน่าจะเป็ต้นเหตุของการฆาตกรรมหมู่ในห้องนะ " ลอเรน่าออกความเห็นบ้าง
" ดูจากสภาพร่างกายของคนเ่าั้แล้วก็คงไม่ผิดนัก หากต้องเผชิญหน้ากับมันตรง ๆ เราคงไม่มีโอกาสรอดได้เลย " นทีนึกถึงขนาดที่ใหญ่โตของตั๊กแตนตำข้าว แล้วเขาก็ขนลุกขนพอง
" แล้วเราจะเอาอย่างไรกันต่อดี หยุดแผนการไว้แค่นี้หรือว่าจะทำตามแผนเดิม " ไลล่าถามขึ้น
แล้วความเงียบก็เกิดกับพวกเขาทั้งสามคนอีกครั้ง สำหรับนทีนั้นต่อให้พบเจอกับตั๊กแตนั์ แต่เขาก็ยังอยากที่จะทำตามแผนการให้สำเร็จ เพราะทางหนีเดียวของพวกเขานั้นคือชั้น 55 หากเขาไม่จัดการให้เรียบร้อย เขาก็จะรู้สึกเหมือนมีอะไรกวนจิตใจตลอดเวลา แต่สำหรับสองสาวนั้นพวกเธอเห็นต่าง พวกเธอไม่อยากที่จะลงไปพบเจอกับตั๊กแตนั์อีกครั้ง
" งั้นเอาเป็ว่าเราพอแค่นี้แล้วกัน " นทีเอ่ยขึ้นเมื่อเขาเห็นสีหน้าของทั้งสองสาว
" เย้ ฉันง่วงจะแย่แล้ว เราไปนอนกันเถอะพี่ลอเรน่า " ไลล่าเอ่ยขึ้นพร้อมจูงมือของลอเรน่า
" พี่ขอคุยกับนทีก่อนนะเดี๋ยวตามไป " ลอเรน่าตอบ
" โอเคค่ะ แล้วหนูจะรอที่ห้อง " ไลล่าตอบรับอย่างว่าง่าย
" ส่วนนาย ถ้านายทำมิดีมิร้ายพี่สาวฉันล่ะก็ นายตายแน่! " ไลล่าแว้งกัดนทีก่อนทีเธอจะวิ่งไปยังห้องน้ำ
ลอเรน่าเดินจูงมือนทีให้มานั่งตรงโซฟา สีหน้าของเธอนั้นแสดงออกถึงความอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด
" ผมอิจฉาคุณนะที่มีน้องสาวน่ารักแบบไลล่า เธอเป็ห่วงคุณมากเลย " นทีเริ่มพูดขึ้นทำลายบรรยากาศที่อึดอัดต่างจากปกติ
" ใช่ เธอเป็น้องสาวที่น่ารัก และฉันก็รักเธอมากที่สุดด้วย " ลอเรน่าพยักหน้า
" นที ฉัน..มีเื่จะบอก " เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
" พรุ่งนี้ตอนเวลา 10 โมงจะมีคนของพ่อฉันมารับฉันและไลล่า ที่พวกเขาจะพาเราไปนั้น คือหลุมหลบภัยแบบพิเศษที่กองทัพเตรียมไว้ในกรณีฉุกเฉิน แต่ว่า.. " ลอเรน่าพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่หวาดหวั่น
" แต่ว่าที่นั่นมีพ่อของแดเนียลใช่ไหม ? " นทีถามขึ้นพร้อมรอยยิ้มเบาบาง เขาเอามือไปลูบหัวเธอที่ดูเหมือนลูกแมวที่หวาดกลัว
" นาย..นายรู้ได้ยังไง ? " ลอเรน่าถาม
" มันก็ไม่ได้เดายากอะไรขนาดนั้น ก่อนแดเนียลจะตายเขาก็ขู่ผมด้วยชื่อพ่อของเขา บวกกับการที่เขายอมก้มลงคุกเข่าขอร้องพวกคุณ มันก็แปลว่าพวกคุณคือลูกสาวของนายทหารยศใหญ่ซึ่งใหญ่กว่าพลเอกที่เป็พ่อของแดเนียลด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นสถานที่ที่พวกคุณจะไปก็คือที่ที่พ่อของคุณซึ่งเป็จอมพลประจำการอยู่และเป็ที่เดียวกันกับที่พลเอกแร็กนอร์อยู่เช่นเดียวกัน ถูกไหม? " นทีสรุปให้ลอเรน่าฟังถึงเหตุผลที่เขาสามารถรับรู้ได้ว่าพ่อของแดเนียลอยู่ที่นั่น