บทที่ 30 เป็นาย?
“ปัง!”
พยัคฆ์โลหิตพุ่งเข้ามาเร็วแค่ไหน ตอนเขากระเด็นกลับนั้นเร็วยิ่งกว่า
พวกเขาทั้งสองชกใส่กันอย่างแรงและในที่สุดพยัคฆ์โลหิตก็เข้าใจได้แล้วว่าลู่เฉิงเฟิงนั้นน่ากลัวแค่ไหน พลังในร่างของัะเืเวหาแข็งแกร่งกว่าเขาหลายเท่าและนั่นทำให้เขากระเด็นไปข้างหลังอย่างไม่อาจควบคุม
พยัคฆ์โลหิตชนเข้ากับเสาปูนอย่างรุนแรงส่งผลให้เสาปูนเกิดรอยแตกร้าวมากมาย พยัคฆ์โลหิตล้มลงกับพื้นและกระอักเืออกมาเต็มปาก
ใบหน้าที่สวยงามของหลินเจี้ยนหลูซีดลง แต่การโจมตีของเธอไม่ได้ช้าลงตาม ดาบเจี่ยในมือของเธอฟันแทงออกไปเร็วราวกับสายฟ้า ในเวลาเดียวกันเธอก็โบกมือซ้ายเบา ๆ ซัดเข็มเงินหลายเล่มที่บางราวกับขนวัวไปที่ลู่เฉิงเฟิง
ดวงตาของลู่เฉิงเฟิงหรี่ลง เขาเอนตัวไปข้างหลังเพื่อหลีกเลี่ยงดาบที่ฟันมาพลางเขวี้ยงมีดบินออกจากมืออย่างรวดเร็ว และด้วยการชนกันอย่างรุนแรง เข็มเงินทั้งหมดก็ถูกมีดบินสกัดจนสิ้น
ทันใดนั้นร่างกายของลู่เฉิงเฟิงก็ดีดขึ้นมาราวกับลูกธนู พุ่งเข้าใส่หลินเจี้ยนหลูแล้วชกออกไป ลมที่รุนแรงของหมัดทำให้เส้นผมของหลินเจี้ยนหลูถูกพัดอย่างแรง กระทั่งแก้มของเธอยังรู้สึกเจ็บจากลมที่พัดมาด้วยซ้ำ
สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปอย่างมาก ความตื่นตระหนกฉายในดวงตาที่มีเสน่ห์ของหญิงสาว เธอยกดาบขึ้นมาปกป้องตัวเองในทันที
หมัดของลู่เฉิงเฟิงกระแทกใบดาบอย่างไม่ออมแรงเสียงดัง “เคร้ง” ดาบเจี่ยแตกกระจุยและหมัดของลู่เฉิงเฟิงก็พุ่งเข้าใส่ที่ไหล่ของเธอ
หลินเจี้ยนหลูร้องเสียงหลงอย่างเ็ปและล้มลงทันที
เธออยากจะะโขึ้น แต่ทันใดนั้นร่างกายของเธอก็แข็งค้างดวงตาของเธอหวาดกลัว เธอไม่รู้ว่าเมื่อไหร่? แต่ชุดของเธอถูกมีดบินหลายเล่มตอกลงกับพื้นซึ่งทำให้ยากสำหรับเธอที่จะลุกขึ้นได้สักพัก
ลู่เฉิงเฟิงกำลังเล่นมีดบินอยู่ในมือและจ้องมองไปที่หลินเจี้ยนหลู “ถ้าเธอไม่้าให้มีดบินของฉันแทงทะลุคอของเธอล่ะก็อย่าขยับ”
“ส่วนนาย พยัคฆ์โลหิต... นายจะยอมแพ้หรือยอมตาย?”
พยัคฆ์โลหิตตัวแข็งค้าง จ้องมองลู่เฉิงเฟิงเขม็ง ดวงตาของเขาดุร้ายและเต็มไปด้วยความโกรธ
ลู่เฉิงเฟิงจ้องอีกฝ่ายอย่างเอาเื่ ดวงตาของเขาคมราวกับมีด ไอสังหารแผ่ออกมาจากร่างกาย
ในท้ายที่สุด พยัคฆ์โลหิตก็ก้มหน้าลงอย่างหดหู่แล้วพูดด้วยเสียงห้วน “ฉันยอมแพ้!”
มุมปากของลู่เฉิงเฟิงยกขึ้น เขาคิดว่าเยี่ยมมาก ในที่สุดเขาก็เอาชนะพยัคฆ์โลหิตได้ ไอ้ผู้ชายคนนี้มีความสามารถในการต่อสู้ด้วยมือเปล่าที่ดี ถ้าให้ถือปืนความสามารถในการต่อสู้จะยิ่งน่ากลัวขึ้นไปอีก
หลังจากปราบพยัคฆ์โลหิตได้เช่นนี้ เขาจะไม่ต้องมีตัวคนเดียวอีกในอนาคต
ดวงตาของลู่เฉิงเฟิงจ้องมองไปที่หลินเจี้ยนลู่ “แล้วเธอล่ะ?”
หลินเจี้ยนหลูนอนอยู่บนพื้น ทำท่าทางเหมือนยอมแพ้ต่อโชคชะตาแล้ว หน้าอกที่อวบอึ๋มของเธอพองขึ้นลงอย่างรุนแรงดูน่าหลงใหลมาก แม้แต่ขันทีถ้าได้เห็นฉากนี้ก็คงอดใจไม่อยู่เช่นกัน
“ฉันกลายเป็แบบนี้แล้ว ฉันมีสิทธิ์เลือกเหรอ? ตอนนี้ฉันทำได้แค่ยอมให้คุณทำทุกอย่างที่คุณ้าเท่านั้น”
มุมปากของลู่เฉิงเฟิงกระตุกอย่างรุนแรง หากเป็เมื่อก่อนเขาคงจะสั่งสอนปีศาจสาวผู้นี้ให้ถึงใจไปแล้ว
“จริงจังหน่อย ฉันเป็คนถามเธอ ไม่ใช่ให้เธอมาถามฉันกลับ”
หลินเจี้ยนหลูยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นคุณช่วยดึงมีดบินออกให้ฉันได้ไหม”
ลู่เฉิงเฟิงทำอะไรไม่ถูก “เธอยอมแล้วใช่ไหม?”
“ฉันยอมรับความพ่ายแพ้ ตามกฎที่กำหนดโดยผู้เฒ่าลั่ว ฉันจะฟังคุณต่อจากนี้ไป”
ลู่เฉิงเฟิงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ เดินเข้าไปและดึงมีดบินที่ตอกชุดของเธอตรึงไว้กับพื้นออกมาทีละเล่ม
ขณะที่ลู่เฉิงเฟิงกำลังจะดึงมีดบินเล่มสุดท้ายอยู่ตรงหว่างขาของเธอออกมา ทันใดนั้นหลินเจี้ยนหลูก็หนีบขาของเธอล็อกมือของเขาไว้ จากนั้นก็ใช้มือจับใบหน้ากากของเขาเร็วราวกับสายฟ้า
ลู่เฉิงเฟิงเบี่ยงหน้าเพื่อหลบในทันที แต่เขาก็ยังช้าเกินไป หน้ากากของเขาก็ถูกถอดออกไปแล้ว
ทันใดนั้นดวงตาของหลินเจี้ยนหลูก็เบิกกว้างขึ้น เธอจ้องมองที่ลู่เฉิงเฟิงด้วยความเหลือเชื่อ “เป็นายเองงั้นเหรอ! ทำไมถึงกลายเป็นายได้!”
ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ที่เธอใมาก เธอไม่คาดคิดเลยจริง ๆ ว่าัะเืเวหาที่เธอตามหานั้นกลับกลายเป็ลู่เฉิงเฟิงที่อยู่ใกล้ตัวมาโดยตลอด!
เธอคิดเสมอว่าลู่เฉิงเฟิงเป็เพียงนักธุรกิจที่นั่งอยู่แต่ในออฟฟิศ ไม่แม้แต่จะสามารถหักคอไก่ได้สำเร็จ ไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะกลายเป็ัะเืเวหาที่เธอตามหา
ลู่เฉิงเฟิงทำอะไรไม่ถูก เขาถูกเปิดโปงเสียแล้ว
“ฉันเอง อันที่จริงฉันเองก็ไม่ได้คาดคิดนะว่าเธอจะเป็งูแบล็กแมมบา”
“ปล่อยได้รึยัง? มือของฉันเริ่มชาแล้วนะ”
หลินเจี้ยนหลูมองลงไปและพบว่าขาของเธอยังหนีบมือของลู่เฉิงเฟิงแน่น เธออดไม่ได้ที่จะหน้าแดงและรีบปล่อย
ลู่เฉิงเฟิงสะบัดข้อมือแล้วพูดกับตัวเองว่า ‘โชคดีที่มือของเขาถูกหนีบ ถ้าเป็ไอ้ตรงนั้นคงจะพิการแน่ ๆ’
หลินเจี้ยนหลูยืนขึ้น จ้องมองลู่เฉิงเฟิงอย่างใกล้ชิด “นาย… นายเป็ัะเืเวหาได้ยังไง?”
“เธอยังเป็งูแบล็กแมมบาได้เลยทำไมฉันจะเป็ัะเืเวหาไม่ได้?”
หลินเจี้ยนหลูยังคงใ “ไอ้คนตัวเหม็น ฉันถึงขนาดสงสัยป้าแม่บ้านในตระกูลซูด้วยซ้ำ แต่ฉันไม่เคยสงสัยนายเลย!”
ลู่เฉิงเฟิงกลอกตา “เสี่ยวจวินรู้จักตัวตนของคุณหรือเปล่า?”
หลินเจี้ยนหลูส่ายหัว “เสี่ยวจวินรู้จักตัวตนของนายหรือเปล่า?”
“เธอรู้แค่ว่าฉันเก่งสุด ๆ แต่เธอไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของฉันหรอก”
ดวงตาสีพีชที่มีเสน่ห์ของหลินเจี้ยนหลูกลอกลูกตามองบน “ดีจริง ๆ ซูอี้จวินเพื่อนรักของฉัน! ฉันถามคำถามอ้อม ๆ มากมายกับเธอ แต่เธอกลับไม่เคยปริปากเลยสักคำ!”
จากนั้นเธอก็มองที่ลู่เฉิงเฟิง “นายพูดก่อนหน้านี้ว่าเสี่ยวจวินช่วยชีวิตนายไว้ เธอเป็แค่ผู้หญิงธรรมดาจะไปยุ่งเกี่ยวกับนายและช่วยชีวิตนายได้ยังไง?”
ลู่เฉิงเฟิงอธิบายเื่นี้สั้น ๆ
จากนั้นหลินเจี้ยนหลูก็ตระหนักได้ว่าลู่เฉิงเฟิงและซูอี้จวินกลับมาเจอกันอีกครั้งได้อย่างไร
“ฉันเข้าใจแล้ว ไม่น่าแปลกใจเลยที่นายถอนรากถอนโคนสาขาขององค์กรนักฆ่าเทพมรณะในเหยียนเฉิง”
ลู่เฉิงเฟิงถามอย่างสงสัย “เสี่ยวจวินบอกว่าพวกเธอเป็เพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลาย แล้วเธอไปเจอกับตาเฒ่าลั่วได้ยังไง”
“ฉันรู้จักผู้เฒ่าลั่วั้แ่ชั้นมัธยมต้น ครั้งหนึ่งหลังจากเลิกเรียน ฉันกลับบ้านช้ากว่าปกติ ฉันพบกับชายขี้เมาและถูกลากเข้าไปในตรอก ผู้เฒ่าลั่วเป็คนช่วยชีวิตฉันไว้”
“ั้แ่นั้นเป็ต้นมาฉันแอบร่ำเรียนกับผู้เฒ่าลั่ว หลังจากนั้นฉันก็พบว่าผู้เฒ่าลั่วแอบเฝ้าดูฉันมาเป็เวลานานแล้ว โดยบอกว่าฉันมีรากฐานทางจิติญญาที่เหมาะสำหรับการฝึกฝนพิเศษ แน่นอน ต่อมาฉันไม่ได้ทำให้เขาผิดหวัง”
“ตอนที่ฉันเข้าโรงเรียนมัธยม ฉันได้พบกับเสี่ยวจวินและกลายเป็เพื่อนสนิทกัน ต่อมาฉันไปต่างประเทศกับพ่อแม่ เมื่อนายโพสต์ภารกิจคุ้มครองเป้าหมายในกลุ่มแชต ฉันบังเอิญจะกลับจีนพอดี ก็เลยรับงาน แต่ฉันไม่คาดคิดจริง ๆ ว่าคนที่นาย้าให้ฉันปกป้องคือเสี่ยวจวิน”
ลู่เฉิงเฟิงหรี่ตา “เธอแน่ใจเหรอว่าไม่ได้กลับมาที่นี่เพียงเพื่อฆ่าฉัน?”
“ก็… จุดประสงค์ที่แท้จริงคือการกลับมาเยี่ยมเสี่ยวจวิน เดิมทีฉันคิดที่จะฆ่านาย แต่ฉันไม่ได้คาดคิดว่านายจะเ้าเล่ห์ขนาดซ่อนอยู่ใกล้ตัวฉันตลอดเวลาแบบนี้ ฉันไม่ได้สังเกตเลย”
ลู่เฉิงเฟิงเลิกคิ้วอย่างภาคภูมิใจ “ใช่ไหมล่ะ ไม่งั้นทำไมเธอถึงคิดว่าตาเฒ่าลั่วมอบสิบสองนักษัตรทมิฬให้ฉันหลังจากที่เขาตาย? นั่นเป็เพราะเขารู้ดีว่าฉันเนี่ยแหละเก่งที่สุดในทุกคน!”
“ชิ… นายมันหน้าหนากว่าพวกเราทุกคนน่ะสิไม่ว่า”
ลู่เฉิงเฟิงกลอกตาให้เธอ “ที่นี่ไม่ใช่สถานที่เหมาะสำหรับพูดคุย ไว้คุยกันทีหลัง ตอนนี้รับส่งเสี่ยวจวินกลับบ้านไปก่อน หลินเจี้ยนหลู หากเธอกล้าใช้เสี่ยวจวินเป็เหยื่อล่ออีกครั้งในอนาคต ฉันจะให้เธอรู้ว่าฉันโเี้ได้แค่ไหน!”
“นายกำลังพูดถึงเื่บนเตียงเหรอ?”
หลินเจี้ยนหลูเผยรอยยิ้มที่มีเสน่ห์บนใบหน้าของเธอพร้อมด้วยดวงตาที่ยั่วยวน
ทันใดนั้นลู่เฉิงเฟิงก็ตบบั้นท้ายของเธอและพูดด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้ายว่า “นั่นก็อาจจะเป็ไปได้”
ใบหน้าที่สวยงามของหลินเจี้ยนหลูแดงและจ้องมองเขาอย่างเย้ายวน “นายจะทำได้จริงเหรอ? ฉันเพิ่งรู้ว่าเสี่ยวจวินยังบริสุทธิ์อยู่เลย นายมีน้ำยาจริง ๆ เหรอ?”
ลู่เฉิงเฟิงเริ่มเคือง “ได้เลย เอาไว้มีเวลาว่างเรามาลองกันดู โอเคไหม?”
พยัคฆ์โลหิตหงุดหงิดมากแล้วในเวลานี้ พูดกับตัวเองว่า ‘ไอ้คู่ชายโฉดหญิงชั่วนี่ จะปล่อยเขาไปได้รึยัง?’