จินหวังเฟย

    ตอนที่ 15 ฉากบังลม

    รัตติกาลคลี่ปกคลุมท้องนภา ร่างของบุรุษสองคนพุ่งเข้าไปข้างในเรือนเก่าซอมซ่อหลังหนึ่ง การเคลื่อนไหวดุจสายลม ช่างรวดเร็ว ปราดเปรียว และแผ่วเบา จินเยี่ยหยางกับองครักษ์หนิงมาเยือนถึงเรือนพักของจางหานเฟิ่ง ทั้งคู่มาเยี่ยมเยือนครั้งนี้เป็นเพราะอยากจะหาหลักฐานยืนยันว่าใช่นางหรือไม่ กว่าจะหาเบาะแสอันน้อยนิดนี้พบ องครักษ์หนิงออกทำงานทุกวันตลอดสองเดือนที่ผ่านมา“ท่านอ๋อง...คืนนี้เป็นคืนเดือนมืด”“เจ้าออกไปดูต้นทางด้านนอก”“พ่ะย่ะค่ะ”จินเยี่ยหยางจุดเทียนทันทีที่องครักษ์หนิงออกไป ดวงตาคมกล้ากวาดมองสำรวจห้องด้วยความแปลกใจ ถ้าเป็นนางจริงๆ ความเป็นอยู่แบบนี้กลับกล้าปฏิเสธพิณตงถงที่มีค่าถึงหมื่นตำลึงทอง เพราะเรือนพักหลังนี้ไม่มีของมีค่าใดๆ ให้เห็นแม้แต่น้อย โต๊ะ เก้าอี้ ตั่งยาว ล้วนแต่เป็นของธรรมดาทั้งสิ้นจินอ๋องเดินเข้าไปชั้นใน มือถือเชิงเทียนเข้าไปด้วย ร่างสูงสง่าหยุดยืนหน้าฉากบังลมที่ตั้งอยู่หน้าเตียง ดวงตามองอยู่ที่ภาพต้นไผ่อ่อนช้อย ลายมืออักษรทรงพลัง และบทกลอนที่ให้ความรู้สึกอิสรเสรีนั้น ผู้ที่ลงมือเขียนมีใจประหนึ่งดั่งนกอินทรีเหินหาวอยู่ในท้องนภาอันกว้างใหญ่สายลมพลิ้วไหวเสียงอิสระดังก้องรื่นเริงบันเทิงใจหัวใจข้าติดปีกจินเยี่ยหยางอดชื่นชมอยู่ในใจไม่ได้ว่าเป็นบทกลอนที่ยอดเยี่ยม เมื่อกวาดสายตามองรอบห้องชั้นใน ในห้องนี้มีสภาพเหมือนโถงด้านนอก แต่มีสิ่งสะดุดตาอยู่สองสิ่ง ฉากบังลมที่ตั้งอยู่หน้าเตียงกับหีบใบใหญ่ที่ใส่แม่กุญแจเอาไว้อยู่ตรงริมห้อง นิ้วเรียวของจินเยี่ยหยางจับแม่กุญแจ มีของอะไรอยู่ข้างใน ความสงสัยปรากฏอยู่ในแววตา และเขาก็ส่งเสียงเรียกองครักษ์หนิงให้เข้ามาข้างใน“องครักษ์หนิง!”“พ่ะย่ะค่ะ”“เข้ามานี่...”“พ่ะย่ะค่ะ”จินเยี่ยหยางสั่งองครักษ์หนิงทันทีที่ก้าวเข้ามา นิ้วเรียวชี้ไปที่แม่กุญแจที่คล้องอยู่กับหีบใบใหญ่ตรงริมห้อง ในนั้นมีอะไร เขาอยากรู้“เปิดออก!”“พ่ะย่ะค่ะ”แม่กุญแจไม่คลายออก องครักษ์หนิงเริ่มเหงื่อตก ทำไมถึงสะเดาะยากเย็นถึงขนาดนี้ ยิ่งใช้เวลานานเท่าไร ความร้อนรุ่มใจก็ยิ่งเพิ่มพูน นี่มันแม่กุญแจอะไรกัน ขณะที่ภายในใจคิดที่จะใช้กระบี่ฟัน จู่ๆ แม่กุญแจก็คลายออก องครักษ์หนิงยืนขึ้น แล้วก็ยื่นมือออกไปเปิดฝาหีบ ภายในหีบใบนี้เต็มไปด้วยหนังสือนับร้อยๆ เล่ม“ท่านอ๋อง...เปิดออกแล้วพ่ะย่ะค่ะ”จินเยี่ยหยางฟังเสียงเรียกแล้วเดินเข้าไปใกล้ ดวงตาทอดมองหนังสือเหล่านั้น ครั้นเห็นหนังสือเล่มหนึ่งก็ยื่นมือออกไปหยิบ บนหน้าปกมีตัวอักษรที่อ่านได้ว่า...วสันต์ร้อน คิมหันต์หนาวความมั่นใจว่าเป็นนางเพิ่มขึ้นมาอีกห้าส่วน จะมีสตรีนางใดที่ยังไม่ได้ออกเรือนแต่มีหนังสือภาพลามกแบบนี้ในครอบครอง มีแต่นางเท่านั้นแหละ“เจ้าดูเสื้อผ้าของนางสิ” จินเยี่ยหยางสั่งองครักษ์ข้างกายอีกครั้ง“ท่านอ๋องต้องการจะหาเสื้อคลุมสีแดง”“ถูกต้องแล้ว”“พ่ะย่ะค่ะ”ในตู้เสื้อผ้ามีเสื้อผ้าของอิสตรีหลายชุด รวมทั้งเอี๊ยมสีชมพู สีฟ้า สีเขียว สีแดง องครักษ์หนิงกวาดสายตาไปเรื่อยจนพบกับเสื้อคลุมสีแดงมงคลตัวนั้น“ท่านอ๋อง...เป็นนางพ่ะย่ะค่ะ!”จินเยี่ยหยางวางหนังสือภาพลามกกลับลงไปในหีบดั่งเดิม ความฉลาดของนางน่าจะมาจากความชอบอ่านหนังสือ เพราะนางมีหนังสือในครอบครองเยอะมาก ถ้าต้องการพิชิตนางก็ต้องวางเหยื่อล่อเอาไว้ จึงเรียกองครักษ์หนิงขึ้นมาอีกครั้งเสียงแผ่วเบาแต่แฝงไว้ด้วยความท้าทาย“เจ้า...”“พ่ะย่ะค่ะ มีอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์หนิงขานรับกลับมา สีหน้าเคร่งขรึมขึ้นด้วยความดีใจ ในที่สุดก็หาสตรีผู้นั้นพบแล้ว“ขนฉากบังลมนี้กลับตำหนัก”องครักษ์หนิงถึงกับสะดุ้ง แต่ไม่ปรากฏออกทางสีหน้าและแววตา เพราะฉากบังลมชิ้นเดี่ยวนี้ใหญ่มาก ขนไปคนเดียวไม่ได้หรอก“ขนกลับไป!”“พ่ะย่ะค่ะ”“ทิ้งจดหมายแผ่นหนึ่งให้นางเอาไว้ ถ้าอยากได้คืนก็ให้ไปที่ตำหนักของข้า!”“พ่ะย่ะค่ะ”พลันจินเยี่ยหยางและองครักษ์หนิงก็หันขวับไปทางหน้าต่าง สัญชาตญาณแห่งความระมัดระวังตัวลั่นเตือน ยามนี้กำลังมีคนผู้หนึ่งยืนอยู่นอกเรือน เพราะคนผู้นั้นส่งเสียงหัวเราะก่อนพูดถาม“ท่านอ๋อง...ท่านมาทำอะไรที่นี่ บุกบ้านผู้อื่นยามวิกาล”“โอวหยางไป๋!”“ท่านอ๋องเล่นจุดเทียนแล้วไม่มีผู้ใดดูต้นทางให้ ไม่กลัวว่าเจ้าบ้านจะมาพบหรือไร หรือว่าถึงพบ ท่านอ๋องก็ไม่กลัว”“โผล่หัวของเจ้าออกมา!”“ได้...ได้...จะเข้าทางประตูนะ” โอวหยางไป๋ผลักประตูด้านหน้า เขาก้าวเข้ามาอย่างองอาจ ครั้นเสนาบดีฝ่ายซ้ายเห็นองครักษ์หนิงเท่านั้นก็กล่าวทักทายสีหน้ารื่นเริง “ไม่ได้พบเจอเจ้าตั้งเดือนหนึ่ง ข้าคิดถึงเจ้ามากรู้หรือไม่ จินอ๋องท่าจะใช้งานเจ้าหนักมาก เจ้ามาอยู่กับข้าเถอะ ข้าจะดูแลเจ้าเป็นอย่างดี”“อยู่กับท่านเสนาบดีฝ่ายซ้าย...ข้ารู้สึกขนลุก!”“ดูพูดเข้า ข้าอุตส่าห์เป็นห่วง”“ท่านอ๋อง...ข้าจะไปเรียกคนให้มาขนฉากบังลม”โอวหยางไป๋หยุดคำพูดหยอกเย้าเอาไว้ ดวงตาหันไปมองฉากบังลมแทนในทันที ครั้นเห็นบทกลอนที่เขียนด้วยลายมือนั้น แววตาพลันปรากฏความชื่นชมขึ้นมา และถามจินเยี่ยหยางด้วยความอยากรู้“เป็นฝีมือนางใช่หรือไม่...บทกลอน ลายเส้นอักษร เป็นนางที่เขียนใช่หรือไม่”“เจ้าสนใจองครักษ์หนิงไปเถอะ”“อ่า...ท่านอ๋อง รู้ตัวบ้างไหม กลิ่นน้ำส้มโชยออกมาจากตัวท่าน”“ข้านี่นะ!” จินเยี่ยหยางย่นหัวคิ้วอย่างดุดัน“ใช่น่ะสิ”“หุบปากของเจ้าเดี๋ยวนี้!”“ตกลงเป็นนางใช่หรือไม่”“เจ้าไม่ต้องรู้!”“ข้าต้องรู้นะ เพราะข้าบอกองค์ชายสามไปแล้วน่ะสิว่าน่าจะเป็นนาง และยามนี้องค์ชายสามก็เดินทางออกนอกเมืองแล้ว จุดมุ่งหมายขององค์ชายสามคือวัดไท่เฉิน”“เจ้า!” จินเยี่ยหยางโมโหเสียแล้ว เพราะโอวหยางไป๋ทำให้หลานชายนำเขาอยู่ก้าวหนึ่ง จินซีเถียนมีโอกาสที่จะได้พบเจอนางก่อน“ท่านอ๋องรีบไปขวางอาจจะทัน”“ทำไมข้าต้องไปขวาง”“เพราะท่านอ๋องสนใจนาง และนางก็เป็นสตรีที่น่าสนใจจริงๆ” โอวหยางไป๋เอียงคอมองฉากบังลมที่ตั้งอยู่ตรงหน้า ระหว่างนั้นก็พูดกับอีกฝ่ายไปด้วย “นางเป็นยอดพิณ ลายเส้นอักษรก็ทรงพลังยิ่ง บทกลอนอีกเล่า บ่งบอกว่านางมีความคิดลึกล้ำมากแค่ไหน เอ๊ะ! แล้วเรื่องร่ายรำ นางจะเก่งหรือเปล่านะ”จินเยี่ยหยางฟังคำว่า ‘ร่ายรำ’ พลันนึกถึงเรือนร่างอรชรอ้อนแอ้นที่เอวเล็กนิดเดียวขึ้นมา แขนทั้งสองข้างของนางเรียวเล็กมาก ยามยกขึ้นร่ายรำคงจะงดงามอยู่ไม่น้อย“ท่านอ๋อง...ข้าอยากได้ฉากบังลมนี้!” จิ้งจอกเจ้าเล่ห์ชี้นิ้วไปที่ฉากบังลม“ข้าไม่ให้!” เขาปฏิเสธเสียงกร้าว“อย่างกไปหน่อยเลย ขอข้าเถอะ ข้าชอบมันมาก”“ข้าไม่ได้งก ข้าจะใช้มันล่อนางมาหาข้า” จินเยี่ยหยางบอกแผนการออกไปแล้ว“อ๋อ...ไม่เป็นไร...ไม่เป็นไร...หลังจากเสร็จสิ้นเรื่องของท่านอ๋อง ข้าจะขอซื้อต่อจากนางเอง” โอวหยางไป๋แย้มยิ้มขึ้นมาอย่างสนุกสนาน“นางไม่ขายมันให้เจ้าหรอก” จินเยี่ยหยางกล่าวอย่างมั่นใจ“เอ๋...ทำไม” โอวหยางไป๋เลิกคิ้วขึ้นถาม“พิณตงถงหมื่นตำลึงทองนางยังไม่อยากได้ แล้วนางจะขายฉากบังลมนี้ให้กับเจ้าอย่างนั้นหรือ ฝันไปเถอะ” มหาบุรุษฝ่ายบู๊มั่นใจอย่างยิ่งว่าสตรีผู้นี้ไม่มีทางขายฉากบังลมนี้ให้โอวหยางไป๋อย่างแน่นอน“อืม...แล้วท่านอ๋องจะไม่ไปขัดขวางองค์ชายสามหรอกหรือ”“ไม่! อย่างไรนางก็จะมาหาข้าเอง”อนุชาขององค์ฮ่องเต้สะบัดแขนเสื้อแล้วเดินจากไป ทางด้านหลังยังมีเสียงของโอวหยางไป๋ดังอยู่ เสนาบดีฝ่ายซ้ายกำลังหยอกเย้าองครักษ์หนิงที่พาคนกลับมาขนฉากบังลม“องครักษ์หนิง ข้าคิดถึงเจ้านะ”“ท่านเสนาบดีฝ่ายซ้าย...คำพูดของท่านทำให้ข้าขนลุก”“อ๋อเหรอ...เจ้าใจร้ายกับข้าจังเลย”