“ว้าว!” เจียงฟางหลานส่งเสียงร้องดีใจออกมาคำหนึ่ง มือซ้ายถือขวดใส่ยาขวดเล็กๆ มือขวาถือตำราเล่มหนึ่ง
เขาเก็บตำราไว้ในช่องเก็บของก่อน แล้วตรวจดูขวดยาที่ได้มา เป็ขวดแก้วใส่ยาสีขาวแบบโบราณรูปทรงคล้ายแจกันขนาดย่อส่วนและมีฝาปิด ตัวขวดเล็กขนาดกำได้รอบและมีลวดลายป่าไผ่วาดอยู่ เจียงฟางหลานลองเขย่าขวดเบาๆ พร้อมกับเงี่ยหูฟังเสียง “กิ๊งๆ” คล้ายแก้วกระทบกัน
จากนั้นเจียงฟางหลานก็เปิดฝาและเทยาออกมาอย่างระมัดระวัง
เม็ดยาร่วงลงมากลางฝ่ามือที่รองรับ ยาเม็ดมีสีแดงแวววาวและมีขนาดเท่าลูกแก้วลูกเล็กๆ
“นี่คือยาชำระล้างไขกระดูกขั้นต้นเหรอ แน่ใจนะว่าเป็ยา ไม่ใช่ลูกแก้วน่ะ?” เจียงฟางหลานเอ่ยถามเป่าเปา มันดูไม่เหมือนเม็ดยาสักนิด ถ้าเอาไปรวมกับลูกแก้วที่เด็กๆ เล่นคงแยกไม่ออกแน่ๆ
‘แน่ใจสิครับโฮสต์ เป่าเปาตรวจสอบแล้ว เป็ยาชำระล้างไขกระดูกขั้นต้นจริงๆ แถมยังมีคุณภาพขั้นสูงอีกด้วยนะครับ’
คุณภาพของยาแบ่งเป็ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นสูง หากคุณภาพยิ่งดี เวลาที่ใช้และข้อผิดพลาดก็จะยิ่งน้อยลง
หลังจากได้ฟังเป่าเปาอธิบายและยืนยัน เจียงฟางหลานก็วางใจ ค่อยๆ เก็บเม็ดยาใส่ขวดอย่างทะนุถนอม สำหรับเขาในตอนนี้ ยังไม่จำเป็ต้องใช้ยาเม็ดนี้ ต้องรอให้ตนเองฝึกให้ผ่านระดับแรกก่อน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะใช้เวลามากน้อยเท่าไหร่ แถมเขายังอายุไม่น้อยแล้ว ต่างจากโลกลมปราณที่เริ่มฝึกกันั้แ่ไม่กี่ขวบ เพราะพลังชีวิตของเด็กนั้นบริสุทธิ์กว่าของผู้ใหญ่ จึงดูดซับพลังงานบริสุทธิ์จากธรรมชาติได้ง่ายกว่า
เจียงฟางหลานเปิดๆ ดูตำราคร่าวๆ แต่เขายังไม่เริ่มฝึกในตอนนี้ เพราะเช้านี้เขานัดเฉาฮั่นและทีมงานมาพูดคุยเื่บ้านกันต่อ เขาคิดจะฝึกคืนนี้
จากนั้นก็เก็บตำรา แล้วเดินเข้าบ้านไปเตรียมตัวรับแขก
เขาทำความสะอาดห้องรับแขกเสร็จก็เกือบจะแปดโมงแล้ว เขานัดเฉาฮั่นไว้ตอนเก้าโมง ตอนนี้ยังมีเวลา เขาเดินกลับไปที่ห้องนอน ถอดเสื้อผ้าเปื้อนฝุ่นออก แล้วก็เรียกใช้ระบบอาบน้ำสำเร็จรูปราคา 1 เหรียญเงินของเป่าเปา ก่อนจะค้นหาเสื้อผ้าที่ดูดีในช่องเก็บของออกมาใส่
อย่างน้อยก็ขอดูดีต่อหน้าแขกบ้างเถอะ
ยังมีเวลาเหลืออีกเกือบชั่วโมง เจียงฟางหลานจึงเปิดดูช่องสตรีมของเขา เลือกดูโหมดร้านค้า ร้านค้าจะมีแบบให้แลกเปลี่ยนและซื้อขาย สตรีมเมอร์สามารถลงขายสินค้าของตนเองได้เมื่อมียอดผู้ติดตามเกินหนึ่งพันคน ซึ่งเจียงฟางหลานก็มีผู้ติดตามมากกว่านั้นหลายเท่าแล้ว หรือจะตั้งรับแลกเปลี่ยนสิ่งของที่้าก็ได้
เจียงฟางหลานไล่ดูช่องของสตรีมเมอร์คนอื่นๆ เน้นช่องที่สอนการฝึกตนเป็หลัก เปิดไปเปิดมาก็ได้เจอกับสตรีมเมอร์คนหนึ่งที่ใช้ชื่อช่องว่าอาจารย์กู่ อาจารย์กู่มีชื่อจริงว่ากู่ถงหาน สตรีมที่ผ่านๆ มาของอาจารย์กู่ก็จะสอนเกี่ยวกับเื่ฝึกตนระดับก่อกำเนิด เน้นความเข้าใจเป็หลัก ซึ่งเหมาะกับเจียงฟางหลานมากทีเดียว คนดูของช่องนี้ส่วนใหญ่จะเป็เด็กเล็กๆ ไม่ถึงสิบปีที่กำลังฝึกฝนระดับก่อกำเนิดอยู่
เขาคิดว่า การอ่านไม่เท่าการฟังจากผู้รู้จริง แต่การเรียนรู้จากทั้งสองก็ยิ่งมีประโยชน์กับตัวเขา ดังนั้นหลังจากแขกกลับไปเขาจะอ่านตำราก่อนหนึ่งรอบ จากนั้นก็ดูอาจารย์กู่สอนฝึกตน
เขาเปิดคลิปที่อาจารย์กู่สตรีมคลิปเก่าๆ ฟังแบบผ่านๆ ระหว่างรอแขก ก็ได้ยินประโยคหนึ่งที่ทำให้เขาต้องหยุดชะงักเพื่อฟัง
“ในโลกของเรา มีหลายอาณาจักร และหลายดินแดน แต่ละสถานที่มีพลังปราณบริสุทธิ์ต่างกัน ถึงแม้ส่วนใหญ่จะมีพลังบริสุทธิ์มาก แต่บางสถานที่ กลับมีพลังบริสุทธิ์น้อย การฝึกตนทำได้โดยการดูดซับพลังบริสุทธิ์จากธรรมชาติ ไม่ว่าจะดูดซับจากไอธรรมชาติหรืออาหาร คนบางพวกมีปัญหาด้านการดูดซับ พวกเขาจะดูดซับพลังได้ช้า และคนบางพวกก็ดูดซับพลังได้เร็วเกินไปจนทำให้พลังบริสุทธิ์จากธรรมชาติบริเวณรอบๆ ลดน้อยลง” อาจารย์กู่อธิบาย
“มีสิ่งประดิษฐ์ชนิดหนึ่งที่ชื่อว่าค่ายกล ค่ายกลมีมากมายหลายแบบแล้วแต่จะประดิษฐ์ใช้งาน แต่มีค่ายกลหนึ่งซึ่งออกแบบมาเพื่อกักเก็บพลังบริสุทธิ์จากธรรมชาติไว้ เหมาะสำหรับสถานที่ที่มีพลังบริสุทธิ์น้อยหรือคนที่้าพลังบริสุทธิ์จำนวนมาก ค่ายกลนี้ชื่อค่ายกลกักดูดพลัง ตามชื่อของมัน นอกจากจะมีไว้กักพลัง ยังสามารถดูดพลังจากรอบๆ มากักไว้ได้อีกด้วย แต่ค่ายกลชนิดนี้จะต้องเปิดใช้งานในสถานที่ที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ยิ่งธรรมชาติมีมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้ผลดีมากเท่านั้น” เสียงราบเรียบของอาจารย์กู่ยังอธิบายต่อไปเรื่อยๆ
“ค่ายกลนี้มีราคา 100 เหรียญทอง หากซื้อที่ช่องอาจารย์กู่ จะได้รับสร้อยเสริมค่ายกลป้องกันภัยระดับต่ำราคา 10 เหรียญทองแถมฟรีด้วย สินค้ามีขายในร้านค้า หากใครฟังแล้วสนใจก็ไปกดซื้อกันได้”
เจียงฟางหลาน : “...”
เขาได้ข้อมูลที่เป็ประโยชน์เยอะมากในการฟังแค่ไม่กี่ประโยคของอาจารย์กู่ แล้วก็รับรู้ว่าอาจารย์กู่เป็นักสร้างค่ายกลด้วย เขาสอนฝึกตนพร้อมๆ กับโฆษณาค่ายกลที่เขาสร้างเพื่อขายมัน แม้น้ำเสียงที่ใช้พูดจะราบเรียบชวนหลับไปนิด แต่ก็มีผู้คนสนใจเป็จำนวนมาก เด็กๆ มักจะฝันอยากเป็ผู้เก่งกาจกันอยู่แล้ว เมื่อมีหนทางที่จะทำให้ตนเองเก่งยิ่งขึ้นและเร็วขึ้น ย่อมสนใจมากเป็ธรรมดา
แม้ราคาจะค่อนข้างสูง แต่ไม่ว่าโลกไหนก็ไม่เคยขาดคนรวย
อาจารย์กู่ลงขายค่ายกลกักดูดพลังจำนวนสิบชุดเท่านั้น และของแถมที่ได้ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน สร้อยค่ายกลป้องกันภัยระดับต่ำ ถึงชื่อจะมีคำว่าต่ำ แต่ดูจากราคาของมันแล้ว ย่อมต้องไม่ธรรมดา ค่ายกลป้องกันภัยระดับต่ำ สามารถป้องกันการโจมตีระดับรากฐานได้ถึงห้าครั้ง นับว่าเป็เครื่องรางของขลังช่วยชีวิตชั้นเยี่ยมที่ควรพกติดตัวจริงๆ
เจียงฟางหลานอยากได้ค่ายกลทั้งสองมาก มันมีประโยชน์สำหรับเขาอย่างยิ่ง แต่เขาไม่คิดว่าเขาจะมีเงินมากขนาดนั้น เขารีบเรียกเป่าเปามานับเงินทันที
[สรุปเงินโดยเป่าเปา] 03/01/xxxx
เงินโดเนท = 222 เหรียญเงิน = 2 เหรียญทอง 22 เหรียญเงิน หรือ 22,200 YC (ภารกิจรวบรวมเงิน 1 เหรียญทองภายในหนึ่งเดือนสำเร็จเรียบร้อย ภารกิจสตรีมอาทิตย์ละสามครั้ง อาทิตย์นี้สตรีมครบแล้ว)
เงินจากการขายผิงกั่วหวานฉ่ำ = 2,000 เหรียญเงิน = 20 เหรียญทอง หรือ 200,000 YC
เงินคงค้างในระบบอีก 85 เหรียญเงิน
......................
เจียงฟางหลาน : “...” ก่อนหน้านี้เขายังคิดว่าเขากลายเป็คนร่ำรวยแล้ว แต่กลับว่าเขายังเป็คนจนอยู่เลย!
“ขาดอีกตั้ง 80 เหรียญทอง ไม่ใช่น้อยๆ เลยนะเนี่ย จะไปหาเงินมากขนาดนั้นมาจากไหน” เจียงฟางหลานพึมพำ
‘โฮสต์ก็ขายของสิครับ ถึงแม้เลเวลของโฮสต์ตอนนี้จะวางขายหรือแลกเปลี่ยนได้แค่สองชิ้น แต่ก็สามารถลงได้เรื่อยๆ ถ้าโฮสต์อยากได้ค่ายกลชุดนั้น โฮสต์ก็ต้องขยันหาเงินหน่อยนะครับ’ เป่าเปาอธิบายอย่างอารมณ์ดี เป็เพราะโฮสต์ของมันทำภารกิจรวบรวมเงินครบแล้ว ดังนั้นเงินโดเนทที่เกินมาทั้งหมดจะตกเป็ของมัน จะได้กินอิ่มท้องแล้ว!
“วางขายได้แค่ครั้งละสองชิ้นเหรอ?” เจียงฟางหลายถาม
‘ใช่ครับ ถ้าโฮสต์เพิ่มระดับการฝึกตนของตนเองให้เป็ระดับหนึ่งก่อกำเนิดและอัปเกรดเป่าเปา โฮสต์ถึงจะวางขายได้ครั้งละห้าชิ้นครับ’
“ทำไมไม่เคยได้ยินเื่นี้เลยล่ะ” เขาเอ่ยถามเป่าเปา
‘ก็โฮสต์ไม่ได้ถามเป่าเปานี่ครับ’ เป่าเปาตอบหน้าซื่อๆ
“ดีนะที่ตัดสินใจจะฝึกตน” เจียงฟางหลานบ่น เพราะการเพิ่มระดับของตนเองมีผลต่อระบบ “แล้วจะอัปเกรดนายยังไงล่ะ?”
‘อัปเกรดเป่าเปา ใช้เงินเพียง 100 เหรียญทองครับโฮสต์!’ เป่าเปาบอกอย่างยินดี
“...” 100 แรกฉันยังหาไม่ได้เลย!
ค่ายกลของอาจารย์กู่ขายเพียงสิบชุด ระหว่างที่เขาคุยกับเป่าเปามันก็ถูกขายไปแล้วสองชุด เห็นไหมว่าที่ไหนๆ ก็ไม่ขาดแคลนคนมีเงิน
“หรือจะลองทักไปดี สามารถแลกเปลี่ยนได้นี่นา” เจียงฟางหลานคิดแล้วก็ตัดสินใจทักแชทอาจารย์กู่ไปทันที ถ้ามัวรีรอหรือขายของ มันจะไม่ทันเอาน่ะสิ!
[ช่องแชท]
[คฤหาสน์ตระกูลเจียง : สวัสดีครับอาจารย์กู่ ผมสตรีมเมอร์เจียงครับ ผมสนใจค่ายกลของอาจารย์มาก อาจารย์รับแลกเปลี่ยนไหมครับ?]
เจียงฟางหลายรอไม่นาน ก็ได้รับการตอบกลับ
[อาจารย์กู่ : ยินดีที่ได้รู้จักสตรีมเมอร์เจียง ไม่คิดว่าเ้าจะทักมา เ้าจะแลกกับอะไรรึ?]
[คฤหาสน์ตระกูลเจียง : อาจารย์กู่รู้จักผมด้วยหรือครับเนี่ย เป็เกียรติจริงๆ]
เจียงฟางหลานคิดไม่ถึงว่าอาจารย์กู่จะรู้จักเขาด้วย
ความจริงคือคนส่วนใหญ่รู้จักเขาและดูช่องของเขา ในโลกลมปราณกระแสผิงกั่วหวานฉ่ำและอาหารเลิศรสของเขาโด่งดังมาก ช่องของเขามีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา ภายในเวลาไม่กี่วันเขามีผู้ติดตามช่องมากกว่าห้าหลัก เพียงแต่เขาไม่ได้เข้าไปสนใจตรงนั้นเท่านั้น ยอดแชร์คลิปสตรีมของเขาก็ถูกแชร์ไปนับแสนครั้ง ยอดคนดูก็หลายล้านคน เหตุการณ์เหล่านี้เจียงฟางหลานไม่ได้รับรู้เลยสักนิด
[อาจารย์กู่ : ข้ากดติดตามเ้าอยู่น่ะ เหอะๆ แต่ข้าไม่มีโชคได้สิทธิ์ซื้อผิงกั่วหวานฉ่ำ...]
อาจารย์กู่ตอบแชท ภายนอกเขาดูเงียบขรึมพิมพ์ตอบด้วยท่าทีนิ่งๆ แต่ภายในเล่าใครจะรู้ ว่าเขาตื่นเต้นมากแค่ไหน ในหัวของเขาตอนนี้มีแต่ผิงกั่วหวานฉ่ำอยู่เต็มไปหมด!
[คฤหาสน์ตระกูลเจียง : อาจารย์กู่จะรับแลกค่ายกลชุดนั้นกับอะไรเหรอครับ?]
ที่เจียงฟางหลานเอ่ยถาม ก็เพราะมูลค่าของค่ายกลนั้นมากถึง 100 เหรียญทอง ต่อให้เขาเก็บผิงกั่วหมดต้นก็ไม่พออยู่ดี
[อาจารย์กู่ : เมื่อเช้าได้ชิมน้ำชาของสตรีมเมอร์เจียงแล้ว...]
อ๋อ อาจารย์กู่ก็ชอบน้ำชาเหมือนกัน เจียงฟางหลานโล่งอก เพราะเขาไม่มีของมีค่าอะไรที่จะเอาไปแลก เขามีเพียงอาหารเท่านั้นที่พอจะมีค่า
[คฤหาสน์ตระกูลเจียง : ผมยังมีน้ำชาอีกหลายชนิด และของอย่างอื่นอีกหลายอย่าง อาจารย์กู่สนใจไหมครับ?]
[อาจารย์กู่ : สนใจ!]
เท่านั้นแหละ เจียงฟางหลานก็ส่งเกลือไปให้อาจารย์กู่ลองชิม บอกว่าเกลือมีรสเค็ม ใช้ปรุงอาหาร และราคา 50 เหรียญทอง (ขนาด500กรัม)
อย่างที่บอกไปว่าในโลกลมปราณมีแต่รสขม แต่หากให้หมอทำให้อาหารที่มีรสขมเจือจาง ก็จะลดขมลงได้ แต่พลังงานก็จะลดน้อยลง และไม่ใช่ว่าจะปรากฏรสชาติอื่นขึ้นมา อาจจะมีเพียงนิดที่ปรากฏรสชาติอื่นๆ ขึ้นมา เช่น เมื่อเจือจางพริกให้เหลือรสขมน้อยที่สุด ก็จะได้รสเผ็ดมาเล็กน้อย แต่พลังงานที่จะดูดซับแทบไม่เหลือเลยเช่นกัน
อาจารย์กู่เองก็รู้เื่ราวดี เมื่อได้รับเกลือและลองชิม ความเค็มที่โคตรเค็มก็ทำให้หน้าตาของเขาบิดเบี้ยว แต่ปากและตาก็ยิ้มอารมณ์ดี แม้เกลือจะมีราคาสูงถึง 50 เหรียญทอง แต่ได้มาทั้งถุงแบบนี้ ถือว่าถูกสุดๆ ไปเลย!
[อาจารย์กู่ : ข้าเอาเกลือถุงนี้ ส่งมาเลย! สตรีมเมอร์เจียงยังมีเหลืออีกหรือไม่?!]
เจียงฟางหลาน : ถ้าส่งเกลือไปอีก หวังว่าอาจารย์กู่คงจะไม่กินเกลือเปล่าๆ หรอกนะ
สุดท้ายเจียงฟางหลานจึงส่งชาไปให้อีกสามถุง โชคดีตอนที่เขาช็อปปิ้งเขาซื้อชามาชนิดละหลายถุง เห็นไหมว่าการช็อปปิ้งก็มีประโยชน์...
เจียงฟางหลานเดินเข้าไปในสวนอีกครั้งเพื่อเก็บผิงกั่วหวานฉ่ำให้อาจารย์กู่20ผล รวมแล้ว 20 เหรียญทอง
ในที่สุดก็แลกเปลี่ยนของมูลค่า 100 เหรียญทองครบจนได้ อาจารย์กู่พึงพอใจมากจนเผยยิ้มออกมานิดๆ ทั้งๆ ที่ในใจยิ้มกว้างจนปากจะฉีกแล้ว
เจียงฟางหลานก็รู้สึกคุ้มค่าเมื่อได้รับแจ้งเตือนจากอาจารย์กู่ว่าค่ายกลถูกส่งมาแล้วเรียบร้อย
“ไหนขอดูค่ายกลจากต่างโลกหน่อยซิ...”