เซนิธพูดขึ้นด้วยเสียงเบา
"อัลเฟรด"
ผมรอคำพูดต่อไปของเซนิธ
เซนิธยังคงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
"ลิฟวิ่งอันเดด"
ผมชะงัก
"ลิฟวิ่งอันเดด?"
"ใช่"
เซนิธตอบ
"มันคืออันเดดที่ข้าสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง"
น้ำเสียงของเขายังคงเรียบนิ่ง แต่แววตากลับเปลี่ยนไปเล็กน้อย
"เป็อันเดดที่ยังมีชีวิตอยู่"
ผมเงียบและตั้งใจฟัง
"มันมีความทรงจำสมบูรณ์"
"ความสามารถเดิมก็ยังคงอยู่"
เซนิธหยุดเล็กน้อย
"ไม่สิ..."
เขาพูดต่อ
"เหนือกว่าตอนที่ยังมีชีวิตเสียอีก"
ผมขมวดคิ้ว
เซนิธจึงเริ่มอธิบายทีละอย่าง
"ลิฟวิ่งอันเดดมีคุณสมบัติของอันเดด"
"พิษ คำสาป โรค และการควบคุมจิตใจล้วนส่งผลต่อมันได้ยาก"
"ร่างกายไม่แก่ชราเหมือนมนุษย์ทั่วไป"
"ทนต่อความหนาวและสภาพแวดล้อมที่รุนแรงได้"
"ความเหนื่อยล้าลดลงอย่างมาก"
"มีพลังฟื้นฟูที่สูงกว่าอันเดดทั่วไป"
ผมฟังอย่างตั้งใจ
ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่ามันเหมือนการนำข้อดีของมนุษย์กับอันเดดมารวมกัน
แต่เซนิธยังพูดต่อ
"มันสามารถรับรู้พลังชีวิต"
"ตรวจจับอันเดด"
"ใช้พลังแห่งความตาย"
"ควบคุมพลังของอันเดด"
"ใช้คำสาป"
"ดูดพลังชีวิต"
"และเสริมพลังร่างกายด้วยพลังแห่งความตาย"
ผมถามขึ้น
"แล้วมันสามารถพัฒนาตัวเองได้ไหมครับ?"
"ได้"
เซนิธตอบทันที
"มันยังมีจิตนึกคิดเหมือนมนุษย์"
"สามารถกินอาหารและนอนหลับเพื่อฟื้นฟูพลังได้"
"และมีความต้านทานต่อพลังศักดิ์สิทธิ์สูงกว่าอันเดดทั่วไป"
ผมเงียบไปพักหนึ่ง
ถ้าสิ่งที่เซนิธพูดเป็ความจริง...
สิ่งนี้แทบจะเป็สิ่งมีชีวิตที่ไม่มีจุดอ่อนของมนุษย์และมีความสามารถของอันเดด
เซนิธพูดขึ้นอีกครั้ง
"ต้องบอกว่า..."
เขาหยุดเล็กน้อย
ก่อนที่มุมปากจะยกขึ้นเพียงเล็กน้อย
น้ำเสียงของเขามีความรู้สึกมากกว่าปกติอย่างชัดเจน
"เป็ผลงานชิ้นโบแดงเลยล่ะ"
ผมมองเซนิธอย่างประหลาดใจ
นี่เป็ครั้งแรกที่ผมเห็นเขาแสดงความภาคภูมิใจกับผลงานของตัวเอง
แต่เพียงไม่นาน สีหน้าของเขาก็กลับมาเป็ปกติ
"แต่ใช่ว่าจะมีแต่ข้อดี"
ผมตั้งใจฟังอีกครั้ง
"ลิฟวิ่งอันเดดยังสามารถตายได้"
"หากสมองหรือหัวใจถูกทำลาย มันจะตาย"
"และไม่สามารถชุบชีวิตขึ้นมาได้"
ผมพยักหน้า
อย่างน้อยมันก็ยังมีขีดจำกัด
"นอกจากนี้ กระบวนการสร้างยังยากมาก"
เซนิธกล่าว
"และแตกต่างจากการสร้างอันเดดทั่วไป"
"วัตถุดิบต้องมีชีวิต"
ผมถาม
"ต้องทำอย่างไรครับ?"
เซนิธจึงเริ่มอธิบายขั้นตอนอย่างละเอียด
"ขั้นตอนแรกคือการใช้เศษิญญาของตัวเ้าเอง"
ผมชะงักเล็กน้อย
"ของผม?"
"ใช่"
เซนิธตอบ
"จากนั้นจึงผสมมันเข้ากับอัมบรา"
"แต่อย่าปล่อยให้อัมบรากลืนกินเศษิญญาของเ้า"
"เ้าต้องค่อย ๆ ใส่มานาเข้าไปทีละน้อย"
"ให้เศษิญญาของเ้าเป็ฝ่ายกลืนกินมานาเ่าั้แทน"
ผมพยายามจำทุกคำ
"ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุด"
เซนิธกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"เ้าต้องมั่นใจว่าสิ่งที่กำลังเติบโตอยู่นั้นคือเศษิญญาของเ้าจริง ๆ"
"ไม่ใช่อัมบรา"
"เ้าต้องทำซ้ำไปเรื่อย ๆ"
"จนกว่าเศษิญญานั้นจะมีขนาดใกล้เคียงกับดวงิญญาปกติ"
ผมถาม
"ต้องใช้เวลานานแค่ไหนครับ?"
"หลายเดือน"
คำตอบนั้นทำให้ผมเงียบไป
เซนิธพูดต่อ
"เมื่อเศษิญญาเติบโตเต็มที่แล้ว จึงเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย"
"เ้าจะมอบดวงิญญาที่เติบโตนั้นให้กับิญญาของเป้าหมาย"
ผมขมวดคิ้ว
"แล้วให้ิญญาของเป้าหมายกินิญญาของผม?"
"ถูกต้อง"
"เมื่อิญญาของเป้าหมายกินิญญาของเ้าเข้าไป มันจะเริ่มเปลี่ยนแปลง"
"ิญญาจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงจนมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับอันเดด"
"และร่างกายของเป้าหมายก็จะเปลี่ยนแปลงตามิญญา"
ผมถาม
"หมายความว่าร่างกายจะยังคงเป็ร่างเดิม แต่คุณสมบัติจะเปลี่ยนไปตามิญญา?"
"ใช่"
เซนิธตอบ
"นั่นคือเหตุผลที่ต้องใช้สิ่งมีชีวิตเป็วัตถุดิบ"
ผมคิดตามอยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นจึงถาม
"แล้วระหว่างกระบวนการนั้นมีอะไรที่ต้องระวังไหมครับ?"
เซนิธมองผมตรง ๆ
"จำเอาไว้"
"ระหว่างกระบวนการ ห้ามมีอะไรมารบกวนเป้าหมายเด็ดขาด"
"หากกระบวนการถูกขัดจังหวะ ผลลัพธ์อาจล้มเหลว"
ผมพยักหน้า
"เข้าใจแล้วครับ"
เซนิธเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ
"และมีอีกเื่หนึ่งที่เ้าต้องจำให้ดี"
"สัญญาที่ผูกระหว่างดวงิญญาไม่สามารถถูกยกเลิกได้ด้วยการแทรกแซงจากภายนอก"
ผมมองเขา
"หมายความว่าอย่างไรครับ?"
"หากคู่สัญญาตาย..."
เซนิธหยุดเล็กน้อย
"ิญญาของเ้าก็จะได้รับความเสียหายไปด้วย"
ผมเงียบ
นั่นหมายความว่าหากผมสร้างลิฟวิ่งอันเดดขึ้นมาแล้ว...
ชีวิตของผมจะเชื่อมโยงกับสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างถาวร
ผมถามต่อ
"แล้วถ้าผมตายล่ะครับ?"
"ข้าบอกแล้ว"
เซนิธตอบ
"หากเ้าตายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น อันเดดตนนั้นยังคงเดิม"
"ดังนั้นก่อนที่จะทำสิ่งนี้..."
เขามองผมอย่างจริงจัง
"จงคิดให้ดีเสียก่อน"
ผมพยักหน้า
"ครับ"
เซนิธหันหลังกลับ
"เ้าไปได้"
ผมเดินออกจากห้อง
ก่อนจะปิดประตู ผมหันกลับไปมองเซนิธอีกครั้ง
เขากลับไปยืนอยู่หน้าโต๊ะเหมือนเดิม
ราวกับบทสนทนาเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น
หลังจากวันนั้น ชีวิตประจำวันของผมแทบไม่เปลี่ยนไปจากเดิม
ผมยังคงศึกษาความรู้จากอัลเฟรด
อ่าน เขียน คำนวณ ประวัติศาสตร์
มารยาท งานบ้าน
รวมถึงศึกษาสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเวทมนตร์และโลกภายนอก
ส่วนเื่เวทมนตร์ ผมยังคงเรียนกับโฮเทม
ทั้งเวทมนตร์ไร้ธาตุ
เวทมนตร์ไฟ
เวทมนตร์มืด
เวทมนตร์ระดับกลาง
และศาสตร์เกี่ยวกับอันเดด
แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดคือ...
ผมถูกเซนิธเรียกตัวบ่อยขึ้น
บางครั้งเป็การช่วยงานวิจัย
บางครั้งเป็การทดลองบางอย่าง
บางครั้งเป็การช่วยตรวจสอบผลการทดลอง
และบางครั้ง...
ผมก็ถูกส่งออกไปทำธุระภายนอกแทนเขา
ตอนแรกผมไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องเป็ผม
แต่หลังจากทำหลายครั้ง ผมก็เริ่มเข้าใจ
เซนิธไม่้าให้ผมเป็เพียงนักวิจัย
เขากำลังเตรียมผมสำหรับการใช้ชีวิตภายนอก
ผมจึงเริ่มออกจากคฤหาสน์มากขึ้น
ได้เห็นหมู่บ้าน
เมือง พ่อค้า นักผจญภัย ขุนนาง ทหาร
รวมถึงผู้คนธรรมดา
โลกภายนอกที่ผมเคยไม่รู้อะไรเลย...
ค่อย ๆ กลายเป็สิ่งที่ผมเริ่มเข้าใจ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
หนึ่งปี
สองปี
สามปี
สี่ปี
ห้าปี
จากเด็กที่ไม่รู้แม้กระทั่งวิธีอ่านหนังสือ...
ผมกลายเป็คนที่สามารถอ่านตำราเวทมนตร์จำนวนมากได้ด้วยตัวเอง
จากเด็กที่ไม่เคยรู้จักโลกภายนอก...
ผมเริ่มเข้าใจโครงสร้างของสังคม
อาณาจักร
ศาสนจักร
กิลด์
ขุนนาง
นักผจญภัย
และเวทมนตร์
จนกระทั่ง...
ผมอายุครบสิบหกปี
วันนั้นเป็วันธรรมดาวันหนึ่ง
ผมกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้อง
ประตูถูกเคาะเบา ๆ
ก๊อก ก๊อก
"เข้ามาได้"
ประตูเปิดออก
อัลเฟรดยืนอยู่ตรงนั้น
สีหน้าของเขายังคงเหมือนเดิม
แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะมีบางอย่างแตกต่างออกไป
เขาเดินเข้ามา
"คุณเรน"
"ครับ?"
อัลเฟรดวางเอกสารบางอย่างลงบนโต๊ะ
ผมมองมัน
"มีเื่ที่ผมต้องแจ้งให้คุณทราบครับ"
"เื่อะไรครับ?"
อัลเฟรดเงียบไปเล็กน้อย
ก่อนจะพูดประโยคที่ผมไม่คาดคิดมาก่อน
"คุณต้องไปเรียนที่สถาบันเวทมนตร์ลูนาเรีย"
ผมนิ่ง
"......อะไรนะครับ?"
"ในอีกสามเดือนข้างหน้า"
ผมมองเอกสารตรงหน้า
ชื่อของสถาบันถูกเขียนเอาไว้อย่างชัดเจน
สถาบันเวทมนตร์ลูนาเรีย
สถานที่ที่ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้เข้าไป
ผมเงยหน้ามองอัลเฟรด
"ทำไมครับ?"
อัลเฟรดไม่ได้ตอบในทันที
เขาเพียงพูดว่า
"รายละเอียดทั้งหมดจะได้รับการอธิบายในภายหลังครับ"
ผมมองชื่อบนเอกสารอีกครั้ง
ก่อนจะพูดออกมาเบา ๆ
"ลูนาเรีย..."