ทะลุมิติสู่ยุคโบราณกับร้านชำวิเศษ (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 43 ผิดจริงหรือ

            หลังจากที่คณะของฝานเส้าหย่วนเดินทางมาถึงที่ว่าการอำเภอ พวกเขาก็ได้ยินนายอำเภอโจวประกาศว่าจะตัดสินคดีของตระกูลหลูในภายใน นั่นไม่เท่ากับว่านายอำเภอโจวกำลังหาทางช่วยตระกูลพ่อตาของตนเองอยู่หรือ

            ฝานเส้าหย่วนจะยอมได้อย่างไร เขาได้รับมอบหมายจากฝ่าบาทให้มาจัดการกับนายอำเภอโจวและตระกูลหลูโดยเฉพาะ แต่เมื่อยังจัดการกับนายอำเภอโจว อย่างน้อยเขาก็ต้องจัดการกับตระกูลหลูก่อน

            “ข้าไม่เห็นความจำเป็นต้องที่เลื่อนการพิจารณาคดีออกไป ในเมื่อความพยานและหลักฐานมีพร้อม ข้าขอให้นายอำเภอโจวตัดสินคดีตอนนี้เลย” ฝานเส้าหย่วนบอก

            “เจ้าคือผู้ใด มาก้าวก่ายการตัดสินคดีของข้าได้อย่างไร” นายอำเภอโจวถามเสียงเข้ม

            “ข้าคือคนที่ฝ่าบาทส่งให้มาตรวจสอบการทำงานของท่าน” ฝานเส้าหย่วนแสดงป้ายคำสั่ง “ตอนนี้ท่านคงจะตัดสินคดีที่ตระกูลหลูและผู้เกี่ยวข้องมีฝิ่นไว้ในครอบครองได้แล้วกระมัง”

            นายอำเภอโจวเห็นป้ายคำสั่งก็ไม่รอช้า เขาสั่งให้คนไปจับตัวผู้ต้องหาและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาทันที 

            คนตระกูลหลูตั้งแต่นายท่านผู้เฒ่าหลูเรื่อยมาจนถึงบ่าวรับใช้ในบ้าน รวมถึงถังไช่และโจวฮูหยินถูกมัดมือมัดเท้าในท่าคุกเข่าอยู่กลางลานด้านหน้าที่ว่าการอำเภอในฐานะนักโทษ ด้วยพยานและหลักฐานขององครักษ์ซ่ง ทั้งหมดจึงถูกตัดสินโทษประหาร

            “ท่านพ่อ ท่านแม่ไม่ได้ทำอะไรผิด ท่านรีบปล่อยท่านแม่สิขอรับ ท่านจะสั่งประหารนางไม่ได้” โจวเหวินฉิงตะโกนบอกบิดา

            “บังอาจ! เวลานี้ข้าปฏิบัติหน้าที่ เจ้าต้องเรียกข้าว่าใต้เท้า” นายอำเภอโจวตวาดลูกชาย

            “ท่านทำเช่นนี้ได้อย่างไรขอรับ ท่านตัดสินโทษประหารให้ตระกูลหลูและท่านแม่ เช่นนั้นท่าน พี่สาว และข้าเองก็คงจะไม่รอดพ้นจากโทษประหารไปได้เหมือนกัน” โจวเหวินฉิงตะโกนกลับ

            “ฉิงเอ๋อ” โจวฮูหยินเรียกลูกชาย “เจ้าฟังแม่ ตอนนี้แม่กับท่านพ่อหย่าขาดจากกันแล้ว พวกเจ้าจะไม่ได้รับโทษร่วมกับแม่”

            หลังจากที่โจวฮูหยินรู้ว่าตระกูลเดิมของตนถูกตั้งข้อหาลักลอบนำฝิ่นเข้ามาในแคว้น นางก็ไร้ซึ่งอาการตกใจ เพราะนางคิดถึงผลลัพธ์ในแผนการนี้ไว้แล้วสองทาง หนึ่งคือหากแผนการสำเร็จ นางก็จะกำจัดถังหลีเพื่อเป็นการระบายแค้นให้กับลูกสาวได้ และทางที่สองคือหากแผนการล้มเหลว นางก็จะเอาหนังสือหย่าที่นางเขียนไว้ก่อนหน้านี้มาแสดง นางพร้อมที่จะรับโทษไปกับครอบครัวเดิม แต่นางจะไม่ยอมให้สามีและลูกๆ ต้องมารับผิดชอบกับเรื่องนี้ด้วย

            โจวม่านหรูวิ่งเข้าไปกอดมารดา “ท่านจะทิ้งข้ากับฉิงเอ๋อไปหรือเจ้าคะ ข้าไม่ยอม...ข้าไม่ยอมให้ท่านทิ้งพวกเราไป”

            “โทษของการลักลอบนำฝิ่นเข้ามาต้องถูกประหารอย่างแน่นอน อีกทั้งตระกูลหลูยังทำงานอยู่เบื้องหลังท่านพ่อของเจ้าอยู่หลายอย่าง” โจวฮูหยินลูบผมลูกสาวแล้วยิ้ม “เจ้าก็รู้ว่าแม่รักพวกเจ้ามาก แม่จะไม่ยอมให้พวกเจ้าต้องมารับโทษนี้ด้วย แม่จึงตัดสินใจหย่ากับท่านพ่อของเจ้า ขาดแม่ไปสักคน พวกเจ้าก็ยังมีท่านพ่อคอยดูแล”

            “ท่านแม่ ทำไมท่านคิดไปไกลขนาดนั้นเจ้าคะ เราทำงานและส่งเงินไปสนับสนุนคนที่เมืองหลวงทุกปี และจำนวนเงินก็ไม่ใช่น้อยๆ หากขาดตระกูลหลูของเราไป พวกเขาก็จะสูญเสียเงินจำนวนมหาศาล ข้าเชื่อว่าพวกเขาไม่กล้าทอดทิ้งพวกเราไปหรอกเจ้าค่ะ”

            โจวฮูหยินจับมือลูกสาวไว้แน่น “เจ้าต้องดูแลท่านพ่อและน้องชายของเจ้าให้ดี และใช้ชีวิตคู่ร่วมกับถังหย่งเจ๋อให้มีความสุข เจ้าไม่จำเป็นต้องทะเยอทะยานที่จะสร้างอำนาจเหนือผู้อื่นเหมือนที่ผ่านมา กลับไปใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายจะดีกว่า เจ้าเข้าใจที่แม่พูดหรือไม่”

            หลังจากตัดสินใจเขียนหนังสือหย่าให้สามี โจวฮูหยินก็เข้าใจแล้วว่าอำนาจและความร่ำรวยไม่ได้สร้างความสุขให้ตนเองอย่างแท้จริง เพราะแม้พวกตนจะมีคนเบื้องบนคอยสนับสนุน แต่เมื่อพวกตนหมดประโยชน์ คนเบื้องบนก็พร้อมที่จะสลัดพวกตนทิ้ง ดูอย่างตอนนี้เป็นอย่างไร ไม่เห็นมีใครหรือแม้แต่คนในเมืองหลวงที่รับเงินจากพวกตนไปทุกปีก็ยังไม่มีใครออกหน้ามาช่วยพวกตนเลยสักคน

            ถังหย่งเจ๋อก็มีสภาพไม่ต่างกัน เขาเข้าไปประคองบิดาให้นั่งแล้วช่วยเช็ดน้ำตาให้บิดา “ท่านพ่อ กระดาษแผ่นนี้หมายความว่าอย่างไร ท่านไม่ต้องการข้ากับเจียวเอ๋ออีกแล้วหรือขอรับ”

            แม้ที่ผ่านมานิสัยของถังหย่งเจ๋อจะเปลี่ยนไปมาก เขามีทั้งความเห็นแก่ตัว ความโลภ และความเย็นชา แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่เขาไม่เคยเปลี่ยนไป นั่นคือความรักที่เขามีต่อบิดาและน้องสาว ตอนที่เขาเห็นบิดาถูกคุมตัวมา และบิดายื่นกระดาษมาให้เขาแผ่นหนึ่ง 

            เขาอ่านข้อความในกระดาษแผ่นนั้นอย่างตกตะลึง บิดาถึงกับเขียนหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์กับเขาและน้องสาว และบิดาเลือกที่จะรับโทษประหารไปคนเดียว

            “หย่งเจ๋อ ต่อไปเจ้าต้องดูแลน้องสาวให้ดี”

            “ท่านพ่อ ข้าคงดูแลเจียวเอ๋อได้ไม่ดี ท่านพ่อมาดูแลนางเองเถิดขอรับ”

            ถังไช่ยิ้มให้ลูกชาย “เจ้าแค่สัญญากับพ่อว่าเจ้าจะต้องสอบเป็นขุนนางให้ได้ ชีวิตนี้พ่อหวังที่จะเห็นเจ้าได้สวมชุดขุนนาง”

            จวงหุยเหนียงที่มองภาพอันซาบซึ้งใจตรงหน้าก็ได้แต่ร้องไห้ออกมาอย่างเสียใจ ทั้งโจวฮูหยินทั้งพี่ใหญ่ถังไช่ต่างก็มีลูกๆ มาส่งในวาระสุดท้ายของชีวิต แต่เวลานี้ข้างกายของนางกลับไม่มีใคร 

            ถังหลีก็เดินมาหยุดแล้วก้มลงมองหน้าแม่เลี้ยง “เจ้าทำให้ท่านพ่อเข้าใจผิดจนท่านพ่อหมองเมินต่อท่านแม่ของข้า ทำให้ท่านแม่ของข้าต้องทนทุกข์และจากไปอย่างโดดเดี่ยว ตอนนี้เป็นอย่างไร สามีกับลูกชายสุดที่รักต่างก็ทิ้งเจ้าไปอย่างไม่สนใจ แล้วเจ้ารู้อะไรไหม ที่ข้าซ้อนแผนและรู้ว่าเจ้ามีผงฝิ่นไว้ในครอบครองก็มาจากคำบอกเล่าของถังซุนทั้งนั้น เพื่ออยากมีชีวิตรอด เขาถึงกับยอมสละชีวิตของเจ้าเชียวนะ”

            “เจ้าบอกว่าที่เจ้ารู้แผนการและซ้อนแผนมาจับข้าได้ก็เพราะซุนเอ๋อไปบอกเจ้าอย่างนั้นหรือ ไม่จริง...เป็นไปไม่ได้ ซุนเอ๋อไม่มีทางทำเช่นนั้นกับข้า เจ้าอย่าได้ยุยงให้เราแม่ลูกต้องแตกคอกัน”

            “อย่าหลอกตัวเองอีกเลย หากถังซุนไม่ทอดทิ้งเจ้า แล้วเวลานี้เขาไปอยู่ที่ไหนแล้วเล่า” ถังหลีหัวเราะ “อ้อ...ไม่ใช่แค่เขายอมสละชีวิตของเจ้าแล้วเลือกที่จะรักษาชีวิตท่านพ่อ แต่เขายังเลือกที่จะไปมีความสุขอยู่กับสตรีที่เขารัก แทนที่เขาจะช่วยปกปิดความลับให้เจ้า ดูสิ...ลูกชายสุดที่รักของเจ้า เขาไม่เคยคิดถึงเจ้าเลยด้วยซ้ำ”

            จวงหุยเหนียงกระอักเลือดออกมาทันทีที่ได้ยิน “ถังหลี เจ้า...เจ้าวางแผนให้ลูกชายทอดทิ้งข้า เจ้าจะต้องไม่ตายดี เจ้าจะต้องตายไปอย่างโดดเดี่ยวเหมือนกัน”

            “ถังหลีคนเดิมก็ตายไปอย่างโดดเดี่ยวจริงๆ แต่ข้าไม่ ข้ามีสามีที่รักข้า มีพี่ชายที่ดีอีกหลายคน และยังมีพ่อแม่บุญธรรมที่มีความห่วงใยทั้งที่พวกเขายังไม่เคยเจอหน้าข้าด้วยซ้ำ รอบกายมีแต่คนที่ข้ารักและพวกเขาก็รักข้า ส่วนเจ้า...จวงหุยเหนียง ข้าขอให้เจ้าตายไปเป็นผีไร้ญาติและใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวไปทุกชาติเถอะ”

            “พวกเจ้าร่ำลากันเสร็จแล้วก็ออกไปยืนอยู่รอบๆ จะมีเพียงนักโทษประหารเท่านั้นที่อยู่ในลานด้านหน้า” นักการฉั่วตะโกนบอก 

            นายอำเภอโจวตัดสินคดีอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ฝานเส้าหย่วนขุ่นเคือง อีกทั้งเขาต้องรีบกำจัดคนตระกูลหลูและภรรยาโดยเร็ว เพราะคนพวกนี้คือจุดอ่อนของเขา นายอำเภอโจวออกคำสั่งให้ประหารชีวิตผู้กระทำความผิดทั้งหมดทันที “เจ้าหน้าที่ ประหารชีวิตนักโทษทั้งหมดแล้วนำรายชื่อของพวกเขาไปติดไว้ที่กำแพงเมืองเพื่อเตือนให้ชาวบ้านรู้ถึงโทษในการครอบครองฝิ่น”

            คนกว่าร้อยชีวิตถูกประหาร ทำให้ลานหน้าที่ว่าการอำเภอเต็มไปด้วยเลือด เมื่อขั้นตอนการประหารแล้วเสร็จ ฝานเส้าหย่วนจึงอัญเชิญราชโองการ “นายอำเภอโจวรับราชโองการ”

            นายอำเภอโจวรีบลงมาคุกเข่าต่อหน้าฝานเส้าหย่วน หากนับให้ดีวันนี้หัวใจของเขามันหยุดเต้นไปกี่ครั้งแล้ว ไม่ใช่ว่าฝ่าบาทมอบหมายให้ฝานเส้าหย่วนมาตรวจสอบการทำงานของเขาหรือ เหตุใดถึงมีราชโองการมาด้วยเล่า เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นเต็มหน้าผากของนายอำเภอโจวแล้วในเวลานี้         “โจวไห่เซิงรับราชโองการพ่ะย่ะค่ะ”

            “โจวไห่เซิงดำรงตำแหน่งเป็นนายอำเภอปกครองอำเภอเสียนหู่มาหลายปี แต่กลับไม่พัฒนาบ้านเมืองและยังไม่พัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรตามเจตนารมณ์ที่ฝ่าบาทได้แต่งตั้งให้เข้ามารับตำแหน่งขุนนาง มิหนำซ้ำยังเอื้อประโยชน์ให้ครอบครัวพ่อตากระทำการทุจริตและทำร้ายราษฎรในปกครอง ฝ่าบาทจึงมีรับสั่งให้ปลดโจวไห่เซิงออกจากตำแหน่งให้มีสถานะเป็นชาวบ้านธรรมดา และครอบครัวของเขาทั้งหมดจะถูกส่งไปใช้แรงงานอยู่ชายแดนเป็นเวลาห้าปีจึงจะมีสิทธิ์ย้ายกลับมา ทรัพย์สินทั้งหมดจะถูกยึดเข้าพระคลังหลวง บุตรชายและหลานชายสกุลโจวจะไม่มีสิทธิ์สอบเข้ารับราชการ รวมถึงบุตรสาวและหลานสาวทุกรุ่นจะไม่มีสิทธิ์ถูกเสนอชื่อให้เข้าไปเป็นพระสนมหรือตำแหน่งในวังหลวงตลอดชีวิต จบราชโองการ”

            ฝานเส้าหย่วนอ่านราชโองการอย่างนึกเสียดาย ตอนที่เขาเข้าเมืองหลวง ด้วยหลักฐานและพยานที่กู้เยี่ยนเฉิงกับลิ่วจื่อหามาให้ เขาคิดว่านายอำเภอโจวต้องถูกประหารอย่างแน่นอน แต่ใครจะไปคิดว่าเมื่อตรวจสอบหลักฐานต่างๆ ให้ดี กลับพบว่านายอำเภอโจวให้ตระกูลหลูเป็นผู้ออกหน้าในการทำความผิดทั้งหมด ดังนั้นความผิดของนายอำเภอโจวจึงเป็นเพียงแค่บกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น ส่วนโทษประหารก็เป็นตระกูลหลูที่ต้องรับไป

            เป็นเพราะตระกูลหลูถูกนายอำเภอโจวตัดสินโทษประหารในข้อหาลักลอบนำเข้าฝิ่นไปแล้ว ดังนั้นฝานเส้าหย่วนจึงไม่จำเป็นต้องพิจารณาโทษประหารซ้ำ จึงทำได้เพียงยึดทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลหลู ส่วนหนึ่งนำไปชดเชยให้ราษฎรผู้ใช้แรงงานที่ถูกตระกูลหลูทำร้ายจนบาดเจ็บและเสียชีวิต และอีกส่วนหนึ่งก็ส่งเข้าพระคลังหลวง 

            นายอำเภอโจวโล่งใจที่ตนเองรอดพ้นจากโทษประหารมาได้ ในขณะที่โจวม่านหรูกับโจวเหวินฉิงกลับเหมือนหายใจไม่ออก พวกตนต้องถูกส่งตัวไปใช้แรงงานที่ชายแดนถึงห้าปี ที่ชายแดนเป็นสถานที่แบบใด หากไม่ระวังพวกตนจะรักษาชีวิตไว้ได้อยู่หรือ

            ถังหย่งเจ๋อที่ได้ยินก็เข่าทรุดลงทันที เขาเป็นสามีของโจวม่านหรูอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ความผิดที่ภรรยาได้รับเขาก็ต้องได้รับด้วยเช่นกัน แม้นตัวเขาจะไม่ใช่บุตรสายตรงของตระกูลโจวที่ถูกตัดสิทธิ์การสอบเข้ารับราชการ แต่ระยะเวลาห้าปีที่เขาต้องไปใช้แรงงานที่ชายแดน เขายังจะหวังในการกลับมาสอบเข้ารับราชการได้อีกหรือ ถังหย่งเจ๋อวิ่งเข้าไปหาถังหลีราวกับคนเสียสติ

            “หลีเอ๋อ เจ้าต้องทำกับข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ ข้าผิดอะไร ข้าแค่รักเจ้าและอยากใช้ชีวิตร่วมกับเจ้าเท่านั้น ทำไมเจ้าต้องทำให้ข้าหมดอนาคตเช่นนี้”

            “ถังหย่งเจ๋อ เจ้ายังโทษว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของข้า แต่ทำไมเจ้าไม่มองไปรอบๆ แล้วดูให้เต็มตา เป็นคนรอบตัวเจ้าทั้งนั้นที่ทำความผิด เรื่องทั้งหมดจะไม่เกิดขึ้นเลยหากพวกเจ้าไม่โลภที่อยากจะมายึดโรงงานของข้า และเจ้าก็คงจะไม่ถูกส่งตัวไปใช้แรงงานที่ชายแดนหากเจ้าเลือกที่จะเป็นพี่หย่งเจ๋อที่แสนใจดีและมีคุณธรรมเหมือนเมื่อก่อน เป็นเพราะเจ้าอยากอาศัยอำนาจของนายอำเภอโจวไต่เต้าเพื่อให้ตัวเองประสบความสำเร็จ เจ้าจึงตัดสินใจแต่งงานกับโจวม่านหรู เจ้ากลับไปคิดทบทวนให้ดีว่าทั้งหมดมันเป็นความผิดของใครกันแน่”

            ถังหย่งเจ๋อยืนนิ่งไม่ขยับ ใช่...เมื่อก่อนในสายตาของนาง เขาเป็นพี่หย่งเจ๋อผู้แสนใจดี แต่ทั้งหมดมันเป็นความผิดของเขาจริงหรือ เขาแค่อยากอยู่เหนือผู้อื่นเพื่อทำให้นางหันกลับมามองที่เขาเท่านั้น

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติสู่ยุคโบราณกับร้านชำวิเศษ (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน