บทที่ 21 สมควรให้ตบคืน
แซ่ของหัวหน้าหมู่บ้านคือหู ชื่อของเขาคือหูซิงเย่ เพราะบิดาของเขาเป็คนพูดจาเอาใจเก่ง ทั้งยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับนายอำเภอ จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็หัวหน้าหมู่บ้านซีผิง
หลังจากนั้นไม่กี่ปี หัวหน้าหมู่บ้านก็ได้กว้านซื้อที่ดินส่วนใหญ่ในหมู่บ้านซีผิงไว้แล้ว
ทว่า่เวลาดี ๆ นั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อมีโจรูเาลงมาปล้นเสบียงอาหาร พ่อของหูซิงเย่อาศัยว่ามีนายอำเภอหนุนหลัง หลังจากการต่อต้านพวกโจรไม่กี่ครั้ง เขาก็ถูกโจรสังหารตาย
หูซิงเย่จึงได้สืบทอดตำแหน่งของครอบครัว และเพลิดเพลินไปกับผลประโยชน์
แต่เขาก็เข้าใจสัจธรรมสองประการสำหรับการเป็หัวหน้าหมู่บ้านและเ้าของที่ดิน คือหนึ่งอย่าท้าทายผู้มีอำนาจ และสองอย่าเข้าไปยั่วยุพวกโจร
ถึงเวลานอบน้อมควรนอบน้อม เมื่อต้องยอมจำนนก็ควรยอมจำนน
แน่นอนว่าสำหรับผู้ที่เขาดูิ่ เมื่อถึงเวลากลั่นแกล้งก็จะลงมือทันทีโดยไม่เคยแสดงความเมตตา
สมกับเป็บุคคลที่รังแกผู้อ่อนแอกว่าแต่กลัวผู้แข็งแกร่งกว่า โดยเฉพาะผู้คนในหมู่บ้านซีผิง แทบจะไม่มีใครที่ไม่ถูกเขารังแก
นับวันที่ดินในหมู่บ้านซีผิงก็ตกไปอยู่ในมือของเขามากขึ้น ทำให้ทุกคนกัดฟัดกรอดด้วยความเกลียดชังเมื่อเห็นเขา ทว่าก็ทำอันใดไม่ได้ เพราะท้ายที่สุดแล้วทุกคนก็ยังต้องอยู่ใต้อำนาจของเขา
หากทำให้หัวหน้าหมู่บ้านขุ่นเคือง ก็จะไม่ได้รับโอกาสและไม่มีที่ดินให้เพาะปลูก ชีวิตมีแต่อดตายเท่านั้น ทุกคนในหมู่บ้านซีผิงจึงเชื่อฟังเขา
อาจกล่าวได้ว่าหากหูซิงเย่ขึ้นเสียงเพียงคราเดียว ทุกคนในหมู่บ้านซีผิงก็ต้องจำยอมและให้การสนับสนุนเขา
สำหรับที่นี่ เขาเปรียบเสมือนเ้าพ่อ
กลั่นแกล้งผู้ชาย กดขี่ผู้หญิง ใช้กำลังแสวงหาผลประโยชน์จากผู้อื่น ยิ่งเมื่อเขาแต่งอนุคนที่ห้าเข้าบ้าน ก็มีชีวิตที่เปี่ยมสุขมาก แต่เขาเป็คนตระหนี่ถี่เหนียวอย่างยิ่ง ตระหนี่จนการกินอาหารเพียงวันละสองมื้อเป็เื่ธรรมดาของบ้าน
เช่นเดียวกับคืนนี้ มีแค่ผักดอง วอวอโถว และ โจ๊กโหรงเหรง ทั้งครอบครัวนั่งล้อมโต๊ะสี่เหลี่ยม ขณะที่กำลังกินข้าวอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงะโดังมาจากข้างนอก
“อวี๋ซิ่วอิง ออกมาเดี๋ยวนี้!"
“ใครกันมาะโอยู่ข้างนอก?” หูซิงเย่ขมวดคิ้วถาม
บ่าวรับใช้เข้ามารายงานทันทีว่า “นายท่านหู เป็จ้าวผิงขอรับ"
“จ้าวผิงหรือ?”
หูซิงเย่ยิ่งขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม “ไอ้สารเลวข้างถนนคนนี้มาทำไม?”
บ่าวรับใช้ก็ไม่รู้คำตอบ จึงไม่ได้พูดอันใด
หูซิงเย่หันไปมองอวี๋ซิ่วอิงแล้วพูดว่า “ซิ่วอิง เขามาะโเรียกชื่อเ้าใช่หรือไม่ หมายความว่าเ้าไปหาเื่ยั่วยุเขาอีกแล้วหรือ?”
“ข้าไม่ได้ทำเสียหน่อย” อวี๋ซิ่วอิงกล่าวท่าทางใสซื่อ
“ถ้าไม่ได้ทำ แล้วเหตุใดเขาถึงบอกให้เ้าออกไป?” หูซิงเย่ถามด้วยสีหน้ามืดมน
“แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไร?”
อวี๋ซิ่วอิงเม้มปาก ก่อนจะเอ่ยว่า “นายท่านเป็ถึงหัวหน้าหมู่บ้าน แล้วท่านยังกลัวคนสำมะเลเทเมาแค่คนเดียวหรือ?”
“เขามาเรียกให้ข้าออกไป หากท่านไม่พาคนไปหักขาเขาซะ ข้าก็จะไม่ละเว้นท่านเหมือนกัน”
“ได้ ข้ายอมเ้า”
เพราะหูซิงเย่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับจ้าวผิงเลย
ก็แค่ผู้ชายสำมะเลเทเมาคนหนึ่ง ต้องสอนบทเรียนให้หลาบจำ
หูซิงเย่จึงพาคนไปที่ประตูทันที
เมื่อเขาเห็นจ้าวผิงแล้วก็ะโใส่ทันที “ไอ้สารเลวจ้าว เหตุใดเ้าต้องมาเคาะประตูบ้านข้าและทำเสียงดังด้วย?"
“คันผิวอีกแล้วหรือ?”
“อยากโดนทุบตีหรือ?”
“อวี๋ซิ่วอิงอยู่ไหน?”
จ้าวผิงไม่สนใจเขาและเอ่ยเสียงเข้ม “บอกให้นางออกมาเดี๋ยวนี้”
“จ้าวผิง เ้ากล้าพาคนบุกมาที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านได้อย่างไร? เ้ายังเห็นหัวหน้าหมู่บ้านอยู่ในสายตาบ้างหรือไม่?"
ตอนนี้อวี๋ซิ่วอิงก็ออกมาพลางชี้หน้าด่าจ้าวผิง “รีบขอโทษหัวหน้าหมู่บ้านเดี๋ยวนี้ จงก้มหัวขอความเมตตาซะ มิฉะนั้นข้าจะหักขาสุนัขของเ้าซะ”
ฟิ้ว!
ลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งทะลุอากาศแล้วปักติดเสาที่อยู่เบื้องหน้าอวี๋ซิ่วอิง
“ฆ่าคนแล้ว! จะฆ่าคนแล้ว!”
อวี๋ซิ่วอิงกรีดร้องด้วยความใกลัว นางรีบไปหลบอยู่ข้างหลังหูซิงเย่ ผลักเขาแล้วพูดว่า “นายท่านเห็นหรือไม่ อวิ๋นหม่านยิงธนูใส่ข้าด้วย”
“อวิ๋นหม่าน ไอ้สารเลว รีบวางธนูลงเดี๋ยวนี้”
หูซิงเย่ก็ใเช่นกัน เขาเห็นอวิ๋นหม่านยังคงถือคันศรและลูกธนูอยู่ ซึ่งลูกศรอีกดอกถูกดึงออกมาแล้วเตรียมยิง
เขายิ่งตะเบ็งเสียงว่า “อวิ๋นหม่าน! ลูกศรไม่มีตา หากฆ่าคน เ้าพร้อมชดใช้ด้วยชีวิตหรือไม่?"
แต่อวิ๋นหม่านไม่ฟังเขาเลย ซ้ำยังยกคันศรขึ้นเล็งไปที่อวี๋ซิ่วอิงอีกรอบ
“อวิ๋นหม่าน วางธนูลงก่อน"
จ้าวผิงกดลูกศรลงพลางเอ่ยอย่างใจเย็น “เรามาที่นี่เพื่อทวงความยุติธรรม ไม่ใช่สร้างปัญหา”
“อวี๋ซิ่วอิงพูดจาให้ร้ายเมิ่งหรูและตบหน้านางด้วย”
“ข้าไม่ได้มาบังคับให้นางทำเื่ลำบาก แค่ขอให้นางขอโทษเมิ่งหรู จากนั้นให้เมิ่งหรูตบนางคืนเพื่อระบายความโกรธ เพียงเท่านี้ก็ถือว่าจบเื่”
“ฝันไปเถอะ”
อวี๋ซิ่วอิงกล่าวด้วยท่าทางกล้าหาญ "นางเป็คนเลวทรามน่ารังเกียจ มีสิทธิ์อันใดมา...”
ทว่าก่อนที่นางจะพูดจบ จ้าวผิงก็สั่งอวิ๋นหม่านอย่างฉะฉาน “ยิง!”
ฟิ่ว!
อวิ๋นหม่านยิงลูกศรอีกดอกออกไปทันที
แม้ว่าอวี๋ซิ่วอิงจะคอยระวังอยู่แล้ว แต่ลูกศรพุ่งเร็วเกินไป และแทบจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงจุดสำคัญได้เลย จึงยิงเฉียดลำคอของนางไป ทิ้งรอยเืไว้บนลำคอขาวราวหิมะของนาง นอกจากนี้ยังเฉือนผมของนางออกไปจุกหนึ่ง
อวี๋ซิ่วอิงรู้สึกเจ็บที่คอ และล้มลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว
“จะตายแล้ว จะตายแล้ว”
“ฮือ ฮือ ฮือ ข้ายังไม่อยากตายเลย"
อวี๋ซิ่วอิงร้องไห้ด้วยความเ็ปพลางกอดขาของหัวหน้าหมู่บ้าน ราวกับคว้าฟางเส้นสุดท้ายไว้
“มันเฉียดไปจริง ๆ เช่นนั้นข้าจะลองอีกครั้ง”
อวิ๋นหม่านตัดพ้อเสียดายและอยากยิงอีกครั้ง แต่เขาถูกจ้าวผิงห้ามเอาไว้ก่อน
“อย่างน้อยก็ทำให้กลัวได้”
จ้าวผิงเอ่ยเสียงเรียบ “หากพวกเขาไม่ยอมขอโทษจริง ๆ ก็ยังไม่สายเกินไปที่จะยิงอีก”
จ้าวผิงรู้แน่ชัดว่าความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา ย่อมไม่มีทางสู้กับหัวหน้าหมู่บ้านได้จริง ๆ ต้องพึ่งพาพลังของตระกูลเถียนเท่านั้น
และเขาเชื่อว่าโจวอันจะไม่มีวันทิ้งเขาไว้ตามลำพัง
ซึ่งหลังจากเหตุการณ์นี้ หัวหน้าหมู่บ้านก็จะระวังเขาให้มากขึ้น เมื่อใดก็ตามที่มีปัญหาเกิดขึ้น หัวหน้าหมู่บ้านก็จะไม่เที่ยวไปสร้างปัญหาเรื่อยเปื่อยเด็ดขาด
แน่นอนว่าถึงแม้จะไม่มีโจวอัน เขาก็ยังช่วยทวงความยุติธรรมให้หลิ่วเมิ่งหรูได้
อย่างแย่ที่สุดก็สามารถใช้ประโยชน์จากรูปลักษณ์ความเป็ชายสำมะเลเทเมาได้
ตราบใดที่ไม่กลัวความตาย ด้วยนิสัยของหูซิงเย่ที่ชอบกลั่นแกล้งผู้อ่อนแอและกลัวผู้แข็งแกร่งก็อาจจะยอมจำนน
แต่จ้าวผิงคิดผิด ไม่เพียงแต่จะข่มขู่หูซิงเย่ไม่สำเร็จ แต่เขากลับเรียกบ่าวรับใช้ให้เข้ามาโจมตีจ้าวผิง
“รีบมาที่นี่ จงเข้าไปจับจ้าวผิงกับอวิ๋นหม่านไว้ จากนั้นมอบบทเรียนอันสาสมให้พวกเขา และให้พวกเขาจำว่าใครเป็เ้าของหมู่บ้านซีผิงแห่งนี้"
บ่าวรับใช้ล้วนแต่เป็ทาสที่หูซิงเย่ซื้อมา พวกเขาทำตามคำสั่งของหูซิงเย่ทันที เพราะหาก้ามีความเป็อยู่ที่ดีขึ้นก็ต้องทำ
“อวิ๋นหม่าน ยิงที่ขาของหูซิงเย่” จ้าวผิงก็สั่งอวิ๋นหม่านโดยไม่เกรงกลัวเช่นกัน
อวิ๋นหม่านไม่ได้ถามมากความ ยกคันธนูขึ้นเตรียมยิงออกไปทันที
หูซิงเย่รู้สึกหวาดกลัวและดึงบ่าวรับใช้มาบังไว้ข้างหน้า จากนั้นคำรามด้วยความโกรธ “ไอ้สารเลวจ้าว รู้หรือไม่ว่าเ้ากำลังทำอันใดอยู่?”
“การทำร้ายหัวหน้าหมู่บ้านนับเป็ความผิดร้ายแรง”
“เ้าอยากให้ข้าไปฟ้องร้องยังที่ว่าการอำเภอแล้วจับเข้าคุกหรือ?”
“เฮอะ!”
จ้าวผิงพูดเหยียดหยาม “คิดว่าข้ากลัวจริง ๆ งั้นหรือ?”
“หากทหารของทางการมาที่นี่ แย่ที่สุดข้าก็ทำได้แค่หนีไป และกลายเป็คนเร่ร่อน"
“รอจนกว่าทหารกลับไปแล้ว ข้าก็จะย้อนคืนมาอีกครั้ง”
“เมื่อถึงเวลานั้น เ้าก็ไตร่ตรองเองเถอะ”
จากนั้นเขาก็หันไปถามอวิ๋นหม่านว่า “อวิ๋นหม่าน เ้าจะหนีไปกับข้าหรือไม่?"
“ไป”
อวิ๋นหม่านเห็นด้วยทันที “อาจารย์ไปที่ใด ศิษย์ก็จะตามไปที่นั่น”
“แล้วเ้ากล้าสังหารหูซิงเย่หรือไม่?”
“ถ้าอาจารย์สั่งให้สังหาร ข้าก็จะสังหาร”
"ดี ดีมาก"
จ้าวผิงพยักหน้าพอใจ แล้วหันมาถามหูซิงเย่ว่า “หูซิงเย่ ข้าจะถามเ้าเป็ครั้งสุดท้าย เ้าจะปล่อยให้อวี๋ซิ่วอิงออกมาขอโทษหรือไม่?”
“นี่มัน นี่มัน...”
หูซิงเย่ประสบปัญหาอย่างหนัก แม้ว่าที่นี่เขาจะมีบ่าวรับใช้มากกว่าสิบคน แต่ฝั่งของจ้าวผิงก็มีคนจำนวนมากเช่นกัน
ถ้าจ้าวผิงหลบหนีไปจะทำอย่างไร
หากว่าในอนาคตเขามาก่อความวุ่นวายที่บ้านเป็ระยะ ๆ แล้วจะใช้ชีวิตอยู่กันอย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้นคืออวิ๋นหม่านยังเป็นายพราน มีธนูและลูกธนูอยู่ในมือพร้อมสรรพ
เมื่อต่อสู้กันจริง ๆ ลูกธนูของอีกฝ่ายไม่มีตา ถ้าเขาโดนทำร้ายขึ้นมา จะร้องไห้ก็ไม่ทันแล้ว
เช่นนั้นอวี๋ซิ่วอิงควรออกมาขอโทษใช่หรือไม่?
ทันทีที่ความคิดนี้ผุดเข้ามาในใจ ก็ราวกับว่าปัญหาทุกอย่างคลี่คลาย
ความปลอดภัยของอนุคนหนึ่งจะมีความสำคัญอันใด
หลังจากทำให้จ้าวผิงพอใจแล้ว ค่อยจัดการกับเขาในภายหลังได้
หลังจากตัดสินใจได้แล้ว หูซิงเย่ก็กล่าวว่า “จ้าวผิง แล้วเ้ารักษาคำพูดหรือไม่?”
“ขอเพียงซิ่วอิงขอโทษ เ้าก็จะยอมกลับไปใช่หรือไม่?"
“ไม่ผิด”
"ดี เช่นนั้นข้าจะให้นางขอโทษ”
“นายท่าน จ้าวผิงเป็แค่ไอ้สารเลวข้างถนน ส่วนหลิ่วเมิ่งหรูก็เป็ผู้หญิงชั้นต่ำที่เขาซื้อมา แต่ข้าเป็อนุของท่านนะ จะให้ข้าไปขอโทษนางได้อย่างไร?"
อวี๋ซิ่วอิงไม่ยอม “นายท่านรีบสั่งให้คนไปทุบตีพวกเขาสิ”
“บ้านเรามีคนมากมาย สามารถเอาชนะพวกเขาได้แน่นอน"
เพียะ!
หูซิงเย่ตบหน้านางพร้อมตวาดลั่น “แต่ละวันเ้ารู้จักแค่สร้างความเดือดร้อนให้ข้า รีบไปขอโทษ มิฉะนั้นข้าจะหย่ากับเ้า"
อวี๋ซิ่วอิงไม่กล้าปฏิเสธอีกต่อไป นางจึงเดินออกไปขอโทษอย่างว่าง่าย
เดิมทีโจวอันมาเพื่อช่วยเหลือจ้าวผิง แต่หลังจากที่มาถึง อวี๋ซิ่วอิงก็ทำตัวเหมือนสตรีเลวทราม หัวหน้าหมู่บ้านก็ทำตัวเป็แค่ชายสำมะเลเทเมาเท่านั้น
เมื่อพิจารณาจากคำพูดก่อนหน้านี้ของเฝิงจวิ้นเหริน โจวอันก็พลันนึกสงสัยขึ้นมาว่าจ้าวผิงจะเป็แค่คนสำมะเลเทเมาจริง ๆ หรือ?
แล้วอาการป่วยของคุณหนูล่ะ?
หรือว่าจ้าวผิงแค่อวดตัว กำลังพยายามทำตัวลึกลับ แล้วรอโอกาสที่จะหลบหนีใช่หรือไม่?
เฮอะ!
ตราบใดที่ข้าโจวอันยังอยู่ตรงนี้ เ้าไม่สามารถคิดหลบหนีจากใต้จมูกของข้าได้แน่
รอจนกว่าเ้าจะรักษาคุณหนูไม่ได้จริง ๆ ข้าจะสับเ้าเป็หมื่น ๆ ชิ้น
โจวอันกำลังจ้องมองด้วยสายตาเ็า
กระนั้นสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ จ้าวผิงสามารถแก้ไขปัญหาเองได้จริง
ลูกศรข่มขู่ วาจาคุกคาม
ทำให้หัวหน้าหมู่บ้านต้องลูบหน้าปะจมูก*[1]
นี่คือพร์!
เป็ไปได้หรือไม่ว่าเขาจะซ่อนเขี้ยวเล็บเอาไว้?
ต่อหน้าทุกคน เขาก็แค่ทำตัวเป็คนสำมะเลเทเมาที่ไม่เอาไหนเลย
แท้จริงแล้วคือปัญญาชนผู้เก่งกาจ
ยิ่งโจวอันครุ่นคิดมากเท่าไรก็ยิ่งรู้สึกมั่นใจมากขึ้นเท่านั้น เขาจึงอดไม่ได้ที่จะเหงื่อตกจนท่วมแผ่นหลัง ทั้งยังนึกเสียใจที่เมื่อครู่ไม่ได้ออกหน้าช่วยจ้าวผิง
“ขอโทษนะ จ้าวผิง ข้าไม่ควรตบหน้าเมียของเ้า ข้าขอโทษเ้าแล้วกัน”
อวี๋ซิ่วอิงพูดกับจ้าวผิงอย่างไม่เต็มใจนัก
“ใช้น้ำเสียงเช่นนี้หรือ ท่าทีเช่นนี้ ดูเหมือนเป็การขอโทษจริงหรือ? ช่วยจริงใจหน่อยได้หรือไม่?"
จ้าวผิงพูดเหน็บแนม "นอกจากนี้ คนที่เ้าทำให้ขุ่นเคืองไม่ใช่ข้า แต่คือหลิ่วเมิ่งหรูเมียข้า เ้าต้องไปขอโทษและขออภัยจากนาง"
อวี๋ซิ่วอิงหมดทางเลือก จึงต้องขอโทษหลิ่วเมิ่งหรูอีกครั้ง สีหน้าท่าทางดูจริงใจมากขึ้น
“อนุห้า หามิได้ หามิได้...”
หลิ่วเมิ่งหรูอยากจะเข้าไปช่วยพยุงอวี๋ซิ่วอิงที่กำลังโค้งคำนับ แต่นางถูกจ้าวผิงรั้งไว้
เขาเอ่ยอย่างไม่แยแส “ข้าจะรับคำขอโทษนี้ไว้”
“แต่ยังไม่ได้ตบคืนเลย”
“เมิ่งหรู เ้าไปตบนางซะ ตบเสร็จจะได้กลับ”
[1] ทำสิ่งใดเด็ดขาดจริงจังไม่ได้ เพราะเกรงว่าจะไปกระทบพวกพ้องของตน