ความสามารถที่ถูกลืม
กัสใช้เวลาถึง 3 วันในการตรวจสอบดินแดนย่อยพิเศษจนได้ผลลัพธ์ทั้งหมดที่เขาต้องการ
ผลลัพธ์แรกสุดที่เขาได้คือปฏิกิริยาตอบสนองของพวกสัตว์อสูรในดินแดน การกลายร่างเป็นราชาอสูร ระดับความแข็งแกร่งของพวกมัน รวมไปถึงวิธีการหลบเลี่ยงและการหลบหนีจากการต่อสู้
กัสค้นพบวิธีการทั้งหมดในวันแรกด้วยการช่วยเหลือของบลูอาย
ส่วนวันที่สองเขาตระหนักได้ถึงความน่าจะเป็นจากการบ่มเพาะของสัตว์อสูรที่กินพวกเมล็ดผักและผลไม้วิเศษเข้าไปซึ่งส่งผลให้พวกมันมีความต้องการต่อปุ๋ยเวทมนตร์มากกว่าสัตว์ตัวอื่นๆ
ผลลัพธ์จากการรอคอยหนึ่งวัน ทำให้กัสตระหนักว่าราชาอสูรที่กลายร่างมาจากสัตว์ที่ได้รับการบ่มเพาะแล้วนั้น มันมีพลังมากขึ้นแม้จะไม่ได้รับการสนับสนุนจากท่านหญิงเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของพวกมันให้ถึงขีดจำกัด แต่พลังที่เขาได้รับมาจากมันก็เทียบได้กับราชาอสูรถึง 3 ตัว
เมื่อตระหนักถึงผลลัพธ์นี้กัสก็เริ่มมีแนวคิดใหม่ขึ้นมา แทนที่จะจดจำตำแหน่งของสัตว์ที่กินเมล็ดพืชเข้าไป เขาก็เปลี่ยนมาใช้วิธีสร้างคอกให้กับมัน สร้างพื้นที่สำหรับเลี้ยงสัตว์เหล่านั้นเอาไว้โดยเฉพาะ
การสร้างนั้นไม่ได้ยากอะไรเลย เนื่องจากดินแดนของเขามีวัตถุดิบที่เพียบพร้อมอยู่แล้ว ด้วยการสนับสนุนจากหุ่นยนต์ก่อสร้างเพียงครึ่งวัน คอกสำหรับเลี้ยงสัตว์ก็ถูกสร้างขึ้นจนเป็นรูปเป็นร่าง มีทั้งโรงเรือนที่สร้างจากไม้และหินและคอกที่ล้อมด้วยรั้วไม้
พื้นที่ทั้งหมดสร้างขึ้นใกล้ๆ กับแท่นบูชาที่เป็นจุดเข้าออกของดินแดน
ต่อจากนั้นก็เป็นงานของกัสที่ต้องไปพาตัวพวกสัตว์อสูรมาเลี้ยงเอาไว้ ซึ่งยุ่งยากพอสมควรเนื่องจากชนิดของพวกมันมีค่อนข้างมากและพวกมันก็ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงทั่วไปมันจึงพยายามต่อต้านทุกวิถีทาง
ทว่าพวกมันก็ยากที่จะต่อต้านได้เนื่องจากกัสไม่มีความคิดที่จะฆ่ามัน ส่งผลให้กลไกของดันเจี้ยนไม่ทำงานและทำให้ความแข็งแกร่งของพวกมันนั้นเทียบได้กับสัตว์อสูรธรรมดาที่ไม่มีทางต่อต้านเขาได้เลย
กว่ากัสจะทำการทดลองขั้นที่สองเสร็จวันที่สองก็หมดไปแล้ว พอถึงวันที่สามซึ่งตรงกับวันหยุดวันที่สองของอาทิตย์พอดี เขาก็ต้องออกไปทำหน้าที่ตามคำสั่งของผู้อาวุโส กัสเลยฝากงานทางนี้เอาไว้ให้กับทุกคน
นอกจากเรื่องนี้แล้ว เขายังได้ย้ายประตูมิติของดินแดนย่อยพิเศษออกมาและอนุญาตให้ทุกคนเข้าไปฝึกฝนด้านในดินแดนย่อยได้
พร้อมๆ กับการอธิบายถึงกลไกการทำงานของดินแดนย่อย วิธีการต่อสู้ การหลบหนีและข้อควรระวังต่างๆ
การเปิดให้ทุกคนเข้าไปฝึกฝนการต่อสู้ได้นั้นทำให้ทุกคนมีความสุขมากทีเดียว เนื่องจากความเบื่อหน่ายที่สะสมมาจากการทำงานเป็นเวลานานๆ นั้นทำให้พวกเธออยากหาอะไรใหม่ๆ ทำบ้าง
โดยเฉพาะเหล่าเด็กสาวที่พยายามฝึกฝนตัวเองมาตลอดก็พากันตื่นเต้นยินดีเมื่อได้รู้ว่าพวกเธอนั้นมีโอกาสที่จะได้ใช้ทักษะที่พวกเธอฝึกฝนแล้ว
หลังจากฝากเรื่องทั้งหมดไว้กับซีต้าและบราวนี่ที่เป็นเหมือนผู้ปกครองของทุกคนแล้ว กัสก็ออกไปจากดันเจี้ยนไปยังค่ายนักรบเพื่อทำหน้าที่ของเขาตามคำสั่ง
ช่วงเวลาที่น่าเบื่อก็มาถึงอีกครั้ง แต่กัสก็นับว่าโชคดีนิดหน่อยที่หลังจากยืนยามอยู่เกือบๆ 4 ชั่วโมง มันก็มีการบุกของกองทัพขนาดย่อยขึ้นมา
ท่าทางที่เต็มไปด้วยความเบื่อหน่ายของกัสหายไปในทันทีและแทนที่ด้วยจิตวิญญาณแห่งการล่าที่ทำให้นักรบที่อยู่ใกล้ๆ ถึงกับตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
“ในที่สุด..ข้าก็จะได้ล่าให้สมใจสักที!!”
กัสเค้นเสียงออกมาด้วยความรู้สึกที่เดือดพล่านขณะที่เริ่มเตรียมพร้อมและฟังประกาศจากค่ายที่บอกให้รู้ถึงระดับอันตรายของสถานการณ์ในปัจจุบัน
สีของรหัสที่ปรากฏขึ้นเป็นสีเหลือง แม้จะดูน่าผิดหวังไปบ้าง ทว่ากัสก็ยังยินดีเป็นที่สุดเพราะจำนวนของปีศาจที่บุกเข้ามาในวันนี้มีมากกว่า 1 แสนตัว
ในตอนนี้กัสยังคงยืนอยู่ในจุดเดิม แนวกำแพงเดิมซึ่งทำให้นักรบบางคนที่เคยเห็นหน้าเขามาก่อนพากันเปลี่ยนตำแหน่งในทันทีที่จำเขาได้
แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นก็ยังมีอีกหลายคนเช่นกันที่ตัดสินใจอยู่เพราะพวกมันรู้ดีว่ากัสนั้นถูกลงโทษตัดค่าผลงานทั้งหมดไปแล้ว
การฆ่าของเขาจึงไม่ได้รับค่าผลงานใดๆ ซึ่งถ้าพวกมันสามารถชิงโจมตีใส่ปีศาจที่กัสโจมตีได้ก่อน พวกมันก็จะได้ค่าผลงานของปีศาจส่วนนั้นไปทั้งหมด
ผลลัพธ์นี้ทำให้มีนักรบจำนวนไม่น้อยที่ยังอยู่ ส่วนบางคนที่ไม่รู้จักกัสก็ได้รู้จักเขาไปด้วยเช่นกัน
พร้อมๆ กับการเตรียมพร้อม ชื่อเสียงของกัสก็เริ่มโด่งดังมากยิ่งขึ้นเพราะการบอกต่อๆ กันของนักรบที่รู้จักเขาอยู่ก่อน ทำให้มีหลายคนที่ตัดสินใจเปลี่ยนตำแหน่งและมีอีกหลายคนที่ตัดสินใจรอคอย
ทว่าครั้งนี้จำนวนคนที่ยังอยู่นั้นมีน้อยมากเนื่องจากพวกปีศาจที่บุกมาในครั้งนี้มีเพียง 1 แสนตัวเท่านั้น ความหนาแน่นของพวกมันย่อมมีน้อย การมารวมกันมากๆ ย่อมมีปัญหาในการแย่งเหยื่อจึงทำให้นักรบที่มีประสบการณ์ทำการแยกย้ายกันไปยังตำแหน่งอื่นที่มีคนน้อยกว่า
ด้วยเหตุนี้จำนวนนักรบที่ยืนอยู่ในแนวกำแพงเดียวกับกัสจึงมีเพียงไม่กี่สิบคนเท่านั้น
ช่วงเวลานั้นกัสไม่ได้ให้ความสนใจนักรบคนอื่นเลย เขาเพียงรวบรวมสมาธิและกระตุ้นให้ดวงแก้วสีขาวปลดปล่อยกระแสพลังแห่งการชำระล้างเข้ามาในร่างกายของเขา
เมื่อการเตรียมพร้อมเสร็จสิ้น กัสก็ได้แต่รอจนกระทั่งปีศาจปรากฏตัวขึ้น
พริบตานั้นหัวสิงโตของกัสก็พุ่งออกไปขย้ำปีศาจจนจมเขี้ยวก่อนจะออกแรงสูบพลังของมันเต็มที่จนปีศาจระดับสูงแตกสลายไปในพริบตา
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้นักรบจำนวนไม่น้อยตกตะลึงไปชั่วขณะและทำให้ปีศาจอีกหลายตัวถูกฆ่าไปในรูปแบบเดียวกัน
เริ่มจากหนึ่งตัว สองตัว ห้าตัว สิบตัว ไปจนหลายสิบตัว การฆ่าในพริบตาของกัสทำให้พวกนักรบที่รู้จักเขาอยู่ก่อนถึงกับพากันสูดลมหายใจเข้าไปด้วยความหนาวเหน็บ ก่อนจะหันไปมองเขาด้วยสีหน้าทึ่งๆ เพราะพัฒนาการที่น่าตกตะลึงของเขา
แน่นอนว่าไม่มีใครรู้ว่าอะไรทำให้กัสสามารถทำแบบนี้ได้ ส่วนคนที่รู้ก็ไม่มีความคิดที่จะบอกพวกมันเช่นกัน
ภายในร่างกายของกัสพลังเวทในร่างกายของเขาถูกแปรเปลี่ยนเป็นพลังชำระล้างอย่างต่อเนื่องด้วยเวทมนตร์ชำระกายา เวทมนตร์ระดับต้นของเวทมนตร์ชำระล้างร่างกาย มันทำให้พลังปีศาจที่แทรกซึมเข้ามาในร่างกายของเขาถูกกำจัดไปอย่างรวดเร็ว
พลังส่วนเกินที่ไม่ถูกใช้ก็จะถูกกระแสพลังแห่งการชำระล้างที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายดูดซับเข้าไปเพื่อใช้เป็นพลังสำรอง
ในสภาพที่ตัวเขามีพลังชำระล้างอัดแน่นอยู่เช่นนี้กัสย่อมไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวพลังปีศาจอีก ขอเพียงควบคุมจำนวนปีศาจที่ฆ่าได้และพลังที่ดูดกลืนเข้ามาสักหน่อย เขาก็ไม่จำเป็นต้องยั้งมืออีก
ด้วยเหตุนี้พวกนักรบที่เคยเห็นเขาต่อสู้มาก่อนจึงเข้าใจผิดว่ากัสพัฒนาขึ้น แต่ในความเป็นจริงเขาเพียงแต่ปลดปล่อยพลังออกมาจนหมดเพียงเท่านั้น
ด้วยการฆ่าในพริบตาของกัสทำให้คนที่คิดจะแย่งเหยื่อจากเขาพากันส่ายหน้า พวกมันแยกย้ายกันออกไปยังแนวกำแพงอื่นด้วยความผิดหวัง ส่วนตัวกัสนั้น เขายังคงฆ่าล้างปีศาจอย่างเมามันจนไม่รู้เลยว่านักรบที่อยู่ในแนวกำแพงเดียวกับเขาออกไปกันหมดแล้ว
หลังจากฆ่าอยู่ฝ่ายเดียวมาเกือบชั่วโมง กัสก็เริ่มรู้สึกผิดหวังขึ้นมาบ้างเล็กน้อย เขาพบว่าจำนวนของพวกปีศาจนั้นมีน้อยจนเกินไป
แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับมันถึงจะดีเขาจึงทำได้เพียงมองไปรอบๆ มองดูวงแหวนเวทเคลื่อนย้ายที่เชื่อมต่อกับแนวกำแพงอื่น ก่อนจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้และสร้างร่างแยกออกมา 1 ร่าง
“ไปเลยไอ้ตัวเล็ก!! ไปกินปีศาจให้หมด!!”
สิ้นคำสั่งร่างแยกก็วิ่งออกไปอย่างรวดเร็วราวกับสิงโตตัวน้อย มันพุ่งทะยานไปยังวงแหวนเวทเคลื่อนย้ายแล้วหายไปยังแนวกำแพงอื่นทันที
เมื่อเห็นแบบนั้นกัสก็หัวเราะออกมาด้วยความยินดี พลางสัมผัสกับพลังที่ไหลทะลักเข้ามาจากร่างแยก ซึ่งทำให้เขายิ้มกว้างอย่างมีความสุข
‘นึกไม่ถึงว่าข้าจะได้มีโอกาสใช้พลังของเจ้าหนุ่มนั่นในตอนนี้’
พลังที่กัสแทบไม่เคยใช้เพราะไม่รู้ว่าจะใช้ไปทำไมนั้น ตอนนี้เขาได้มีโอกาสใช้มันแล้ว พลังที่เขาได้รับมาจากบุรุษหนุ่มที่น่าสงสารในกลุ่มหนูใต้ดิน พลังแห่งการเชื่อมต่อที่ทำให้มันสามารถส่งความคิดไปหาเป้าหมายที่มันต้องการได้โดยไม่ต้องสนใจว่าเป้าหมายนั้นอยู่ที่ไหน
พลังที่น่าสนใจนี้เดิมทีถูกกัสเมินไปโดยสิ้นเชิงเพราะเขาไม่รู้ว่าจะใช้มันทำอะไร เนื่องจากเขาได้รับมาผ่านการกลืนกิน ส่งผลให้พลังที่แสนวิเศษในชีวิตที่แล้วของเขา กลายเป็นพลังที่ไร้ค่าไปเพราะมันไม่สามารถพัฒนาได้ทั้งยังไม่สามารถใช้พลังในรูปแบบเดิมได้อีกด้วย
ผลลัพธ์จากการกลืนกินทำให้พลังนี้เหลือความสามารถเพียงการส่งผ่านความคิดไปยังเป้าหมายซึ่งจำกัดอยู่แค่พลังของตัวเขาเองเท่านั้น
ซึ่งก่อนหน้านี้เขาทำได้เพียงส่งคำสั่งไปยังหัวสิงโตสีดำของเขาให้ไปยังมิติอื่นเพื่อทำอะไรบางอย่าง ซึ่งมันก็ทำงานได้จำกัดเพราะเขาไม่สามารถรับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอีกมิติได้เลย
ทว่าตอนนี้มันต่างออกไปแล้วเพราะว่าเขาได้ใช้หัวสิงโตสีดำของเขาเป็นรากฐานของเวทมนตร์แยกร่าง ส่งผลให้ความรู้สึกและสิ่งที่ร่างแยกพบเจอและสัมผัสได้นั้น สามารถส่งกลับมาหาเขาได้ด้วยพลังพิเศษนี้
เมื่อเขาหลับตาลงและส่งความคิดเข้าไปในจิตใจเขาก็จะมองเห็นภาพที่ร่างแยกมองเห็น ทั้งยังสัมผัสได้ถึงกระแสพลังชีวิตและพลังวิญญาณที่ร่างแยกกลืนกินมาจากพวกปีศาจได้อีกด้วย
พลังที่ไร้ค่าในอดีต เมื่อเปลี่ยนวิธีใช้เสียใหม่ มันก็กลายมาเป็นพลังที่มีค่าได้อย่างน่าประทับใจ
กัสฉีกยิ้มออกมาด้วยความยินดีพลางสัมผัสถึงพลังเวทที่ถูกใช้ออกไปกับการรักษาร่างแยกและการสร้างพลังชำระล้างจนพบว่าตัวเขายังมีพลังเวทเหลืออีกมาก
“ข้ายังรับได้อีก..ออกมาร่างแยก!! แล้วออกไปกินพวกปีศาจซะ!!”
พริบตานั้นร่างแยกอีกร่างก็ถูกส่งออกไปยังแนวกำแพงอีกด้านหนึ่ง ทำให้แนวรบที่กัสสามารถส่งพลังของเขาออกไปกินพวกปีศาจได้ขยายออกเป็น 3 แนวรบ
อาณาเขตที่กว้างขึ้นส่งผลให้เขาสามารถลงมือกับพวกปีศาจได้มากขึ้นซึ่งทำให้เขาพึงพอใจอย่างมาก
แม้ว่าการล่าของเขาจะทำให้พวกนักรบคนอื่นๆ ตกตะลึงจนอ้าปากค้างไปบ้างก็ตามที แต่พวกมันก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากสบถด่ากัสและพยายามแย่งชิงเหยื่อกับเขาเพียงเท่านั้น
ยังดีที่ร่างแยกนั้นมีพลังเพียง 1 ใน 10 ของกัสเท่านั้น แนวรบอีกสองแนวที่ส่งร่างแยกออกไปจึงไม่สามารถฆ่าในพริบตาได้
ผลลัพธ์นี้ทำให้พวกนักรบที่หงุดหงิดจนแทบอยากจะฆ่ากัสในตอนแรกถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจและเปลี่ยนความคิดใหม่เป็นการแย่งชิงผลงานจากเขาแทน
ซึ่งเรื่องนี้กัสก็ไม่ได้สน พวกนักรบคนอื่นๆ เองก็ไม่ได้หวังว่าจะได้รับค่าเกียรติยศจากการฆ่าจำนวนมากเช่นกัน ทำให้กัสและนักรบคนอื่นๆ มองหาจุดที่ลงตัวได้ในที่สุดและทำให้ความขัดแย้งที่เกือบจะปะทุออกมาของพวกเขาสงบลงและกลายเป็นความพึงพอใจทั้งสองฝ่าย
เมื่อขยายแนวรบออกไปด้านข้าง พลังที่กัสสูบมาได้ก็มากขึ้นจนน่าพึงพอใจเป็นที่สุด ในเวลาเดียวกันพลังด้านลบของพวกปีศาจก็แทรกซึมเข้ามามากยิ่งขึ้นจนทำให้กัสรู้สึกลำบากอยู่บ้าง
เขาจำต้องร่ายเวทมนตร์แห่งการชำระล้างออกมาเป็นบางครั้งเพื่อเสริมพลังชำระล้างให้กับกระแสพลังชำระล้างในร่างกาย
“ยอดเยี่ยม!! จำนวนที่ฆ่าได้เพิ่มขึ้นไม่มีหยุดเลย”
กัสยิ้มออกมาด้วยความพอใจ พลางหยิบเอาข้าวกล่องออกมากินทีละน้อยๆ แม้ว่าครั้งนี้จะมีการเตรียมตัวที่น้อยกว่าเดิมมาก ทว่าอาหารที่ใส่มาในกล่องก็มีมากถึง 1 หมื่นชิ้น กัสจึงกินได้อย่างสบายใจและรักษาระดับความเร็วในการกลืนกินพวกปีศาจเอาไว้ได้อย่างมั่นคง
ยิ่งเขาผ่านการต่อสู้และการกลืนกินด้วยร่างแยกไปเท่าไหร่ เขาก็พบว่าตัวเขาสามารถทำผลงานได้ดีขึ้นเท่านั้น ซึ่งเป็นอะไรที่น่าพอใจมากทีเดียว
ทว่าช่วงเวลาที่แสนสุขของเขาก็อยู่ได้ไม่นานนัก เพียงชั่วโมงเศษจากการต่อสู้ ขุนพลปีศาจก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเขา มันฉีกข่ายอาคมแล้วพุ่งตรงเข้ามาราวกับสายฟ้าก่อนจะปะทะเข้ากับหัวสิงโตสีดำขนาดใหญ่ที่ถูกเขาเรียกออกมาเป็นโล่ป้องกัน
หัวสิงโตสีดำถูกปกคลุมด้วยวิถีแห่งการกลืนกินทำให้พลังโจมตีทั้งหมดของมันถูกดูดกลืนเข้าไปจนหมด ต่อจากนั้นเขาก็ส่งหัวสิงโตสีดำออกไปรุมกัดกินมันอย่างหิวกระหาย เพียงอึดใจสั้นๆ ขุนพลปีศาจที่แข็งแกร่งก็กลายเป็นซากแห้งๆ ก่อนจะสูญสลายไป
ซึ่งทันทีที่ขุนพลปีศาจตาย การบุกของพวกปีศาจก็ลดระดับลงในทันที ทั้งจำนวน ทั้งความถี่ลดลงอย่างน่าเศร้าจนกัสแอบขมวดคิ้ว ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อพบว่าการลดระดับการบุกของพวกปีศาจนั้นทำให้พลังที่เขาได้ลดลงไปมากกว่าครึ่ง
‘ช่วยไม่ได้นะ..’
กัสถอนหายใจออกมาด้วยความผิดหวังก่อนจะนั่งลงแล้วเอนตัวรอเวลาให้ผ่านไป
หลังจากขุนพลปีศาจถูกฆ่า ระดับความอันตรายของสถานการณ์ก็ลดลงจนเหลือเพียงรหัสเขียว ซึ่งเป็นระดับที่ธรรมดามาก มันมีระดับความรุนแรงมากกว่าสถานการณ์ปกติเพียง 1 ระดับเท่านั้นเอง เรียกได้ว่าไม่มีอะไรที่ต้องลำบากใจเพราะนักรบเกือบทุกคนล้วนแต่มีประสบการณ์ต่อสู้ในสถานการณ์แบบนี้กันทั้งนั้น
พูดได้ว่าใน 1 เดือนจะมีช่วงเวลาแบบนี้มากกว่า 25 วัน นักรบที่ต้องการค่าผลงานย่อมมาเฝ้ายามกันเป็นปกติ พวกมันจึงคุ้นเคยกับสถานการณ์แบบนี้ดี
ต่างกับกัสที่หลังจากการบุกของพวกปีศาจลดระดับลง เขาก็เริ่มเบื่อ จนกระทั่งครบกำหนดการยืนยามเขาก็ไม่อยากจะทนอีกต่อไป
“พอแล้ว! ข้าจะกลับแล้ว!! ช่วยหาคนมารับช่วงต่อจากข้าหน่อย”
กัสที่คิดจะกลับก็หันไปหาหน่วยสนับสนุนเพื่อร้องขอกำลังเสริมมารับช่วงต่อ หน่วยสนับสนุนที่รอคอยอย่างอดทนมาตลอดก็ตอบรับอย่างแข็งขันก่อนจะจากไปอย่างรวดเร็ว
ไม่กี่อึดใจนักรบขบวนหนึ่งก็เข้ามารับช่วงต่อ กัสก็สลายร่างแยกของเขาทิ้งไป พร้อมกับหัวสิงโตสีดำทั้งหมดแล้วเดินจากไปด้วยความเบื่อหน่าย
สถานการณ์บนแนวกำแพงทั้งสามแนวจึงค่อยๆ กลับเป็นปกติ นักรบทั้งหมดก็กลับมาใช้วิธีเดิมในการต่อสู้
ส่วนตัวกัสนั้น เขาตรงไปยังค่ายหลัก ส่งเหรียญตราของเขาให้กับผู้นำค่ายที่มีสีหน้าแปลกๆ ขณะที่มองหน้าเขา ก่อนจะรับเหรียญของเขาไป
“1251 ตัว ทำได้ไม่เลวเลยนี่เจ้าหนู”
“ก็ดีนะลุง..ว่าแต่ข้ามีเรื่องอยากจะขอหน่อย ข้าอยากเป็นผู้พิทักษ์ฝึกหัด ท่านจัดการให้ข้าหน่อยได้ไหม”
เมื่อได้ยินคำขอของกัสสีหน้าของผู้นำค่ายก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย มันเลิกคิ้วขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะมองดูผลงานของเขาแล้วพยักหน้ารับ
“ไม่มีปัญหา ผลงานของเจ้าเพียงพอที่จะขอรับตำแหน่งนี้อยู่แล้ว”
ได้ยินแบบนั้นกัสก็ดีใจ แต่ก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อพบว่าการจะยื่นคำขอนั้น เขาต้องใช้ค่าเกียรติยศในการขอด้วย ซึ่งนับว่าโชคดีที่คราวนี้เขาฆ่าได้มากกว่า 1 พันตัว ทำให้มีค่าเกียรติยศมากพอจะแลกเปลี่ยนได้อย่างสบายๆ
กัสใช้เวลาอีกเล็กน้อยในการจัดการกับคำร้องขอ การแลกเปลี่ยนค่าเกียรติยศกับทรัพยากรที่เขาต้องการ ก่อนจะบอกลาผู้นำค่ายสั้นๆ แล้วเตรียมจะกลับ
“จริงสิเจ้าหนู..คราวหน้าเจ้าไม่ต้องมาหาข้าก็ได้นะ”
“หืม ทำไมละลุง”
เมื่อเห็นสีหน้าซื่อๆ ของกัสผู้นำค่ายก็คิ้วกระตุกก่อนจะถอนหายใจเบาๆ เพราะมันตระหนักว่ากัสไม่รู้เรื่องนี้จริงๆ
“นี่เจ้าไม่รู้จริงๆ สินะว่าเจ้าต้องไปรายงานผลที่หน่วยสนับสนุนไม่ใช่ข้า!!”
“อ๊ะ! จริงด้วย! ข้าลืมไปเลย”
พูดแล้วกัสก็หัวเราะออกมาเบาๆ อย่างเสียไม่ได้ซึ่งทำให้ผู้นำค่ายต้องขมวดคิ้วแล้วกุมขมับเพราะมันไม่รู้ว่าจะด่าเขายังไงดี
เพราะถ้ามันคิดดูดีๆ มันจะเข้าใจว่าทำไมกัสถึงได้เดินมาหามันแบบนี้ ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะว่าครั้งแรกสุดนั้น เขามารายงานผลกับมันเพราะผู้พิทักษ์เรียกตัวเข้ามาพบ มันก็เลยทำหน้าที่นี้แทนหน่วยสนับสนุนเพราะต้องการสอนเขาด้วย
ด้วยเหตุนี้กัสจึงลืมไปและเข้าใจผิดไปเองกว่าหากเขามีผลงานมากๆ ให้มารายงานตัวกับผู้นำค่ายเพื่อเดินเรื่องแลกเปลี่ยนค่าเกียรติยศกับทรัพยากร ทั้งที่ในความเป็นจริงเขาต้องไปหาหน่วยสนับสนุน
เมื่อแก้ไขความเข้าใจผิดเรียบร้อยกัสก็บอกลาผู้นำค่ายอีกรอบ
ส่วนการยื่นคำร้องขอรับตำแหน่งผู้พิทักษ์ฝึกหัดนั้น เขาจำต้องรอให้ทางค่ายนักรบรับเรื่องไปก่อนและกว่าจะทำเรื่องเสร็จก็ต้องใช้เวลาอีกหลายวัน หรืออาจจะนานเป็นเดือนขึ้นอยู่กับผู้พิจารณา
ในส่วนนี้กัสดูจะมีภาษีมากกว่าคนทั่วไปอยู่บ้างเพราะเขามาจากตระกูลใหญ่ที่เป็นถึงผู้ก่อตั้งภาคี 12 อาณาจักรในสมัยก่อน ทำให้เขามีโอกาสที่จะได้รับการพิจารณาก่อนใคร
แต่ถึงจะมีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาก่อนเขาก็ยังต้องรอนานกว่า 1 อาทิตย์อยู่ดีกัสเลยไม่รีบเท่าไหร่
ขากลับคราวนี้ไม่มีใครมารอเขาและไม่ถูกใครเรียกตัวไป กัสจึงกลับเข้าไปในดันเจี้ยนตรงเวลาและไปทันกำหนดการบ่มเพาะราชาอสูรของท่านหญิงโฟรเซ่นฮาร์ท
ในตอนที่กัสกลับเข้าไปการเลี้ยงปลาวิเศษของท่านหญิงก็เหลือเวลาอีก 2 ชั่วโมงเท่านั้น กัสก็เลยนั่งพักผ่อนพลางสร้างร่างแยกออกมาเพื่อตรวจสอบมันซ้ำอีกครั้ง