"แก...แกดูนี่..." ชายคนนั้นมองมือตัวเองที่มีหนอนบุ้งไต่อยู่
ชายอีกคนหยิบหินแถวนั้นเขี่ยหนอนบุ้งออกจากมือเขา
แล้วตบหัวเขาไปทีหนึ่งก่อนก่นด่าด้วยความขุ่นเคือง "เวรเอ๊ยเสียชาติเกิดจริงๆ แค่หนอนบุ้งตัวเดียว จะโวยวายอะไรนักหนา ถ้าแกร้องเสียงดังพวกเราซวยแน่!"
คนนั้นส่ายหน้า"ไม่ร้องแล้ว!"
ว่าแล้วพวกเขาก็แยกกันไป คนหนึ่งไปครัวอีกคนมุ่งตรงไปยังห้องใต้ดิน
คนที่เข้าในครัวค้นหาของจนทั่วแต่ก็ไม่พบอะไร ชายคนนั้นเริ่มหงุดหงิดแต่ก็เห็นเหมือนมีอะไรอยู่ในหม้อใบใหญ่
เขายื่นมือไปเปิดฝาหม้อก็เห็นว่าเป็นเนื้อหมูหลายๆ ชิ้นเต็มไปหมด
ในยุคนี้จะมีบ้านไหนซื้อเนื้อเยอะขนาดนี้กัน?
ถ้าเอาเนื้อพวกนี้ไปขายต่อพวกเขาจะได้เงินกลับมาเยอะมาก!
ชายคนนั้นถูมืออย่างตื่นเต้นดวงตาเป็นประกาย เขามองไปรอบๆ ก็เห็นถุงใบใหญ่อยู่ข้างๆ
เขาหยิบเนื้อทั้งหมดใส่ลงในถุงแล้วยกไปวางไว้ที่ประตูอย่างยากลำบาก
เมื่อไม่มีเสียงใดๆดังออกมาจากห้องเก็บของใต้ดิน ชายคนนั้นก็ยิ่งตื่นเต้น เขาเดินไปพลางพึมพำ"หรือว่าข้างในจะมีของเยอะกว่านี้?"
ถ้ามีจริงๆ พวกเขาคงรวยเละ!
แต่พอลองคิดๆ ดูแล้วตอนที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับมา เธอก็จ้างรถม้ามาขนของโดยเฉพาะบนรถม้าก็มีแต่ของเต็มไปหมด
ไม่แน่ว่าข้างล่างอาจจะมีของเยอะจนขนไม่ไหวแต่เพื่อนของเขาก็ไม่กล้าร้องเสียงดัง
ชายคนนั้นลังเลอยู่สักพักก็ถูมืออย่างตื่นเต้น แล้วเดินตามลงไปในห้องใต้ดิน
ในห้องใต้ดินมีกล่องวางอยู่สองสามใบทั้งสองคนเดินเข้าไปใกล้อย่างตื่นเต้น
ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวังพวกเขาไม่ได้สังเกตสิ่งที่อยู่ใต้เท้าเลยสักนิดพอเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ส่งเสียงร้องโหยหวนออกมา!
"อ๊าก!"
ทั้งสองคนร้องออกมาพวกเขามองกับดักที่หนีบเท้าอยู่ ในหัวของพวกเขาเหมือนมีระเบิดลง
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยืนรออยู่ที่ประตูพอได้ยินเสียง เธอก็หัวเราะในลำคอ
เธอถือท่อนไม้อันใหญ่ เดินออกมาจากในบ้านแล้วเดินไปที่ปากทางเข้าห้องใต้ดิน
"กล้าดียังไงมาขโมยของบ้านฉัน!"ต่งเสี่ยวเสี่ยวหัวเราะเยาะอยู่ข้างบน แล้วเลื่อนหินก้อนใหญ่ข้างๆมาทับแผ่นไม้ที่ปิดห้องใต้ดินไว้
"พวกแกก็อยู่ข้างล่างนั่นไปก่อนเถอะ"ต่งเสี่ยวเสี่ยวหัวเราะเบาๆ "เดี๋ยวฉันจะไปตามผู้ใหญ่บ้านให้ทุกคนมาตัดสินเรื่องนี้!"
"กล้ามาขโมยของบ้านฉันฉันจะทำให้พวกแกได้รู้ว่าฉันไม่ใช่คนที่พวกแกจะจัดการได้ง่ายๆ!"
คนที่ไปเอาเนื้อในครัวเมื่อครู่มือเปื้อนผงคันไปแล้ว เดี๋ยวคงรู้สึกแสบร้อนมือ พอไปสัมผัสโดนอีกคนผงที่ติดมือก็จะไปติดบนตัวเขาด้วย
ส่วนเท้าของพวกเขาก็โดนกับดักที่หวังชิงซานทำไว้หนีบอยู่
ปล่อยให้พวกเขาอยู่ในห้องใต้ดินสักหนึ่งสองชั่วโมงก่อนพอได้เวลาแล้วค่อยไปเรียกคนมา
"ปล่อยพวกเราไปเถอะ!"
"พวกเราจะไม่ขโมยของอีกแล้วขอร้องล่ะ!"
ทั้งสองคนร้องโวยวายอยู่ข้างล่างต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับเข้าไปในบ้าน เพื่อพักผ่อนต่อ
พอเห็นว่าได้เวลาแล้วเธอก็รีบวิ่งไปที่บ้านผู้ใหญ่บ้านแล้วปลุกหัวหน้าหมู่บ้านกับเลขาหมู่บ้านให้ตื่นมา
เธอแกล้งทำเป็นตกใจ"บ้านฉันโดนโจรขึ้นบ้าน พวกมันเข้าไปขโมยของที่ห้องใต้ดินฉันก็เลยรีบเอาหินไปทับไว้!"
"พวกคุณรีบตามฉันไปดูหน่อยเถอะ!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดพลางเดินวนไปวนมาด้วยความร้อนใจผู้ใหญ่บ้านกับเลขาหมู่บ้านยังไม่ทันตื่นดี ก็ถูกเธอปลุกให้ตื่น
"บ้านฉันมีเด็กเล็กๆ ตั้งสองสามคนแถมยังมีคนป่วยอีก" ต่งเสี่ยวเสี่ยวพาพวกเขาเดินไปที่บ้านพูดไปพลางสะอื้นไป "ตอนกลางวันฉันแค่ไปซื้อถ่านหินพวกนี้กลับมาใครจะรู้..."
เมื่อได้ยินคำพูดที่สะเทือนอารมณ์แบบนี้ผู้ใหญ่บ้านกับเลขาหมู่บ้านก็รีบเร่งฝีเท้าทันที
ระหว่างทาง ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็พูดไม่หยุดทำให้เกิดเสียงดัง วุ่นวายไปหมด
พอได้ยินเสียงดัง ก็มีคนเปิดประตูออกมาดูเมื่อได้ยินว่าทุกคนกำลังไปจับขโมยที่บ้านต่งเสี่ยวเสี่ยวหลายคนก็กระตือรือร้นขึ้นมา
ยังมีอีกหลายคนที่เดินตามหลังมาแล้วกระซิบกระซาบกัน
"ฉันก็ว่าช่วงนี้มีขโมยจริงๆบ้านฉันก็มีของหาย!"
"แล้วทำไมบ้านเธอถึงไม่พูดแต่แรก?"
"นั่นสิ ไม่พูดเองแล้วจะโทษใครได้?"
ระหว่างที่หลายคนพูดกันอยู่ข้างหลังต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ร้องไห้ออกมา ทำให้ทุกคนรู้สึกสงสาร
"นี่เป็นครั้งที่สองแล้วเมื่อวานถ้าไม่ได้ลุงชิงซาน คงจบเห่ไปแล้ว!"
เมื่อกี้ต่งเสี่ยวเสี่ยวให้ฉินไห่หยางไปเรียกหวังชิงซานมาแล้วพอมีพยานหลักฐาน พวกโจรสองคนนั้นจะได้หนีไม่พ้น
ผู้ใหญ่บ้านกับเลขาหมู่บ้านพาพวกชาวบ้านหลายคนมาถึงบ้านต่งเสี่ยวเสี่ยว
พวกเขากำลังจะเลื่อนหินออกก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนดังมาจากข้างล่าง
เลขาหมู่บ้านจัดหมวกบนหัว"สหายต่ง เธอไม่ได้บอกว่าพวกเขามาขโมยของเหรอแล้วทำไมถึงร้องโหยหวนอยู่ข้างล่างกันล่ะ?"
"เมื่อวานบ้านฉันก็โดนขโมยขึ้นไปรอบหนึ่งแล้ว"ต่งเสี่ยวเสี่ยวขมวดคิ้วมุ่น เธอตบมือทั้งสองข้าง "พอกลับมาก็ไปหาซื้อกับดักมาสองอันเอามาโยนไว้ในห้องใต้ดินฉันก็ทำไปเพื่อความปลอดภัยนะคะ"
ที่เธอพูดก็ไม่ได้ผิดอะไร
"ฉันก็ไม่นึกว่าคืนนี้พวกเขาจะมาอีก..."ยังพูดไม่ทันจบ ก็มีคนกระโดดลงไปแล้ว สักพักเขาลากทั้งคนสองคนขึ้นมา
คนหนึ่งคือหวังจวินเป็นคนของหมู่บ้านนี้พ่อแม่ตายตั้งแต่ยังเด็ก เขาเติบโตมาโดยการได้รับการช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านแต่เขากลับไม่คิดว่าพวกชาวบ้านช่วยอะไรเขามากมาย เขาจึงออกไปใช้ชีวิตข้างนอกหลายปี
เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเขาก็ก่ออาชญากรรมเลยถูกส่งตัวกลับมา หลังจากออกมาก็เที่ยวเตร่ไปวันๆเอาแต่ลักเล็กขโมยน้อย
ส่วนเพื่อนอีกคนของหวังจวินพวกชาวบ้านไม่รู้จัก
"บอกมาสิพวกแกสองคนมาขโมยของที่นี่ทำไม?" เลขาหมู่บ้านกับผู้ใหญ่บ้านยกเก้าอี้มานั่งตอนนี้ฟ้าเริ่มสางแล้ว
หวังจวินโกรธจนแทบคลั่ง เขาเดินวนไปวนมาเอามือเกาที่ข้อมือและคอไม่หยุด
พอได้ยินแบบนี้ก็ร้องไห้ออกมาทันที"ผมมาขโมยของจริงๆ แต่ดูมือผมสิ เกาจนแทบจะขาดแล้วต้องเป็นเพราะยัยต่งอะไรนี่ใส่ของอะไรไว้ในห้องใต้ดินแน่ๆ!"
เมื่อได้ยินเขายอมรับแล้วว่ามาขโมยของเลขาหมู่บ้านก็มองไปที่อีกคน "แล้วแก?"
คนนั้นหลบสายตาไม่ยอมพูด ลังเลอยู่สักพักก็เอามือสะกิดหวังจวินข้างๆ "เสี่ยวจวินชวนผมมาเขาบอกว่าบ้านต่งเสี่ยวเสี่ยวต้องมีของดีเยอะมากแน่ๆ"
"ก็แค่เพื่อนร่วมทีมเท่านั้นผมไม่ได้ทำอะไรเลย ผมไม่ได้ขโมยอะไรเลย!"
"พวกคุณดูสิ" เขายังชี้ไปที่ถุงใบใหญ่ที่มุมห้อง "ของในถุงนั้นเป็นของที่เสี่ยวจวินขโมยไปผมไม่ได้ทำอะไรเลย ปล่อยผมไปเถอะ!"
พอได้ยินแบบนี้หวังจวินและกับเขาก็เริ่มก็ทะเลาะกัน
ต่อมาทุกคนถึงได้รู้ว่าเพื่อนร่วมแผนการขโมยของในครั้งนี้ของหวังจวินเป็นชาวบ้านจากหมู่บ้านชิงสุ่ยที่อยู่ห่างออกไปสิบกว่ากิโลเมตรและเป็นคนแบบเดียวกับเขาไม่ต่างกัน
ทั้งสองคนบังเอิญไปเจอกันตอนไปเล่นไพ่ที่ตลาดหลังจากนั้นก็มักจะทำเรื่องลักเล็กขโมยน้อยด้วยกัน
"ผู้ใหญ่บ้านคะ บ้านฉันมีคนป่วยการที่พวกเขาทำแบบนี้..."