พินอาภาสะอื้นออกมาไม่หยุด สายตาเธอจดจ้องไปยังมาติช ซึ่งพาตัวเธอมาส่งด้วยความแค้น เพื่อนของเธออยู่ที่ไหนเป็ยังไงบ้าง เป็ห่วงแต่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลย ทำไมปรางค์ต้องมารับเคราะห์แทนด้วย
“พาฉันกลับไป ฉันจะกลับไปหาเพื่อนฉัน!”
“อย่ามาสั่งผม คุณไม่ใช่เ้านายของผม!”มาติชสวนกลับ
“พวกแกมันสารเลว! พวกฉันไม่รู้เื่เลยสักนิดว่าพวกแกมีเื่อะไรกับลุงไมเคิลพวกแกมีสิทธิ์อะไรมาทำกับพวกเราแบบนี้ คอยดูหากเพื่อนฉันเป็อะไรไปฉันจะแจ้งความเอาเื่พวกแกให้ถึงที่สุด!”
“ถ้าทำได้ก็ลองดู เธอยังไม่รู้จักว่าเ้านายของฉันเป็ใคร!”
“หมายความว่ายังไง?”พินอาภาถามเสียงสั่น
“เธอไม่จำเป็ต้องรู้ แต่ที่ฉันจะบอกไว้อย่างหนึ่งก็คือ เธออย่าได้แม้แต่จะคิดแจ้งความนอกจากจะไม่ได้ผลแล้วเธออาจหายไปตลอดกาลก็ได้ฉันขอเตือน!” มาติชขู่ สายตาแข็งกร้าวสบไปยังอีกฝ่าย
“ไอ้บ้า ไอ้สารเลว! เอาเพื่อนฉันคืนมานะ!”พินอาภาร้องลั่นด้วยความโกรธ
หญิงสาวทรุดกายลงกับพื้นปิดหน้าปล่อยโฮ ทำไมปรางค์ต้องมาตอบแทนบุญคุณบ้าบอคอแตกในเวลาเช่นนี้ด้วย
ยิ่งคิดมันก็ยิ่งทรมาน เมื่อนึกถึงเหตุผลที่ทำให้ปรางค์ยอมเสียสละตนเองเพื่อช่วยเหลือเพื่อนเป็เด็กกำพร้าเพราะอย่างนั้นเธอจึงคอยช่วยเหลือเพื่อนคนนี้เสมอแม้กระทั่งให้มาอาศัยอยู่ด้วยกันที่บ้านพินอาภารู้สึกสนิทใจกับปรางค์อย่างมาก จึงขอร้องบิดามารดาให้ส่งเสียเพื่อนเรียนหนังสือเนื่องจากทางครอบครัวเธอเองมีฐานะอยู่พอสมควร และพินอาภาเองก็เป็บุตรสาวเพียงคนเดียว
ปรางค์ปรียาไม่ได้ทำให้ครอบครัวผิดหวังเลยเพื่อนสาวเรียนหนังสือเก่งและคอยช่วยเหลือสอนหนังสือให้พินอาภาเสมอเพราะทั้งสองต่างเรียนคณะเดียวกันบิดาและมารดาของเธอต่างเอ็นดูปรางค์ปรียามาก พ่อกับแม่เธอต่างก็คิดว่าปรางค์เปรียบเสมือนครอบครัวและนี้เป็เหตุผลที่ทำให้เพื่อนสนิทยอมเสียสละตัวเอง
เขาออกไปจากห้องแล้ว... เวลานี้ห้องทั้งห้องเหลือเพียงร่างกายที่บอบช้ำกับน้ำตาที่ไม่เคยหยุดไหล เวลานี้เธอรู้สึกเหมือนตนเองกำลังจะหมดแรงเธอน่าจะตายไปซะ! จะได้สิ้นเื่สิ้นราว เพราะเท่านี้มันก็เหมือนกับตายทั้งเป็อยู่แล้วแต่อย่างน้อย... ก็ยังดีใจที่เพื่อนไม่ต้องมารับเคราะห์กับเื่นี้ แค่เท่านี้ก็รู้สึกเหมือนได้ตอบแทนบุญคุณแล้ว
ร่างบอบช้ำค่อยๆ พยุงกาย เดินไปที่ตู้เสื้อผ้าภายในห้องเสื้อเชิ้ตยี่ห้อหรูน้ำหอมราคาแพง แม้กระทั้งสูทแบรนด์เนมต่างถูกเรียงรายอย่างเป็ระเบียบ เธอถือวิสาสะหยิบเสื้อเชิ้ตของเขามาสวมไว้แล้วประคองกายไปนั่งที่มุมห้องจนผล่อยหลับเพราะอ่อนเพลีย
มาตื่นตื่นขึ้นเมื่อประตูห้องเปิดออกในขณะที่มีถาดอาหารวางไว้แล้วปิดลงตามเดิมหญิงสาวเมินหน้าหนีไม่สนใจอาหารน่าอร่อยที่ส่งกลิ่นหอมอบอวลเลยแม้แต่น้อย
ร่างบางนั่งชันเข่าขึ้นแล้วซบหน้าลงสะอื้นไห้อย่างรวดร้าวเธอเ็ปมากเหลือเกิน มันเกินทนแล้ว ไม่รู้ว่าจะต้องเป็ที่ระบายอารมณ์ของเขาไปอีกนานเท่าไหร่ริมฝีปากบางถูกกัดจนเืซึมออกมา... เล็บจิกลงบนท่อนแขนเพื่อระบายความแค้นในใจ
ลุคส์นั่งมองเอกสารตรงหน้าแล้วถอนหายใจเขาแทบไม่เป็อันทำงานเมื่อดันคิดถึงแต่ใบหน้าหวานของผู้หญิงเอเชียคนนั้น แม้กระทั่งเรือนร่างที่หาความสุขอย่างไม่รู้เบื่อชายหนุ่มพยายามข่มอารมณ์ตนเองและตั้งสติกับงาน แต่ก็ทำแทบไม่ได้เลย พนักงานพรีเซนต์งานอยู่แต่สติของดันหลุดลอยไปหาเรือนร่างงามอีกครั้ง เขาแทบเป็บ้า ที่ไม่สามารถห้ามตัวเองได้เลย
“โถ่เว้ย!”ลุคส์สบถออกมาอย่างหัวเสีย
ทุกคนในห้องชะงัก หันมองประธานบริษัทกันเป็ตาเดียว เขารีบปรับสีหน้าท่าทางตนเองสั่งให้ลูกน้องพรีเซนต์งานใหม่อีกครั้ง พยายามฝืนตนเองไม่ให้คิดถึงเื่เธอจนงานจบลงในที่สุดชายหนุ่มรีบสาวเท้าเดินไปที่รถประจำตำแหน่ง ด้วยใจจดจ่ออยากพบเ้าของร่างงามที่คฤหาสน์จนอดใจไม่ไหว
“นายครับจะไปที่ไหนครับ?”
“กลับบ้าน!”เขาตอบเสียงห้วน
มาติชมองหน้าเ้านายด้วยความงุนงงน่าแปลกที่เห็นเ้านายกลับบ้านเร็วเช่นนี้ เพราะปกติแล้วคนอย่างลุคส์จะไม่มีวันเข้าบ้านก่อนเที่ยงคืนเด็ดขาด
“มองอะไรทำไมไม่ไปล่ะ!”ชายหนุ่มเร่งเมื่อเห็นว่าลูกน้องยังคงนิ่งเฉยไม่ยอมออกรถตามที่เขา้าเสียที