ค่ำคืนที่เงียบสงบ ล้อเกวียนของรถม้าเคลื่อนสู่ถนนที่มืดมิดมีเพียงแต่แสงดวงจันทร์ที่คอยส่องในยามรัติกาลนี้ ฮวาหลินนั่งเหม่อมองออกไปที่หน้าต่างรถม้าข้างซ้ายตนเอง มองดูพระจันทร์ตลอดทางที่ขึ้นรถม้ามา นางยังคิดว่าเหตุใดนางถึงได้มาอยู่ที่โลกนี้ เหตุใดนางถึงไม่ได้ตายไปเลยล่ะ อะไรคือสิ่งที่ทำให้นางมาที่นี่ มันต้องมีจุดสาเหตุสักอย่างสิ จะว่านางโชคก็คงไม่ใช่กับนาง เพราะตลอดการใช้ชีวิตของนางไม่เคยได้พึ่งโชคหรือดวงเลย เพราะนางไม่เคยมี แล้วการมาอยู่โลกอีกมิติหนึ่งนี้มันแปลกๆ ฮวาหลินนั่งคิดอย่างสับสน นางจะต้องหาสาเหตุที่นางมาที่แห่งนี้ให้ได้
ฮวาหลินที่นั่งคิดอะไรเพลินๆก็ต้องขมวดคิ้วลงแล้วมองไปที่หน้าต่างรอบๆความมืด มันผิดปกติไปนะ
สวบ สวบ พรึ่บ เสียงที่เหมือนคนเดินเบาๆแต่มันกลับได้ยินชัดเจนฮวาหลินก็ยังแปลกใจเหตุใดนางถึงได้ยินมันชัดเจนถึงเพียงนี้หากตั้งใจฟังอย่างใช้สมาธิ ฮวาหลินเปิดผ้าที่ด้านหน้าที่มีตงเก่อ ตงฟาง เป็สารถีให้นางอยู่ นางกำลังจะบอกว่ามีคนติดตามมาก็ต้องตาเบิกกว้าง เพราะนางรู้สึกว่ามีภัยจาก้ารถม้า
"ระวัง!!!"ฮวาหลินซัดลมปราณอย่างรวดเร็วเพื่อผลักตัวของตงเก่อและตงฟางเพราะมีคน้ารถม้า กำลังใช้ดาบจะสังหารพวกเขา ดีนะที่นางประสาทััดี พวกเขาจึงรอดไปอย่างหวุดหวิด
"นายหญิง!!"ตงเก่อ ตงฟาง โดนซัดมากระแทกต้นไม้ข้างทางอย่างเต็มกำลังก็พากันจุกเหตุใดนายหญิงถึงผลักพวกเขา แต่ตาต้องเบิกกว้างเพราะนายหญิงยืนหักคอคนชุดดำอย่างเหี้ยมโหด พวกมันสองพี่น้องพากันขนลุกซ่า เพราะไม่คิดว่าจะมีคนติดตามมา พวกมันตั้งสติได้ก็รีบไปคุ้มภัยนายหญิงทันทีอย่างลืมความจุกก่อนหน้านี้ด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
ฮวาหลินที่สังหารชายชุดดำนั้นอย่างมีอารมณ์กรุ่น มันเป็ผู้ใดถึงได้ติดตามมาสังหารพวกนาง
"คุณหนูเป็อันใดไหมเ้าค่ะ"พี่หนี่หวารีบกระโจนออกจากตัวรถม้าตามคุณหนูที่ออกไปตอนไหนนางก็มองไม่ทัน หนี่หวามองร่างชายชุดดำที่ตกตายไปด้วยหัวที่หมุนกลับไปอีกด้านอย่างน่าสมเพศ ที่มาตายด้วยมือของคุณหนูของมัน นางพึ่งเห็นการสังหารของคุณหนูก็ขนลุกเพราะคุณหนูช่างใจเด็ดเสียจริง ไม่สมวัยของคุณหนูเลย
ตาคมสวยมองไปรอบๆความมืดก็ถอนหายใจเพราะมันมากันตั้งมากกว่า5คน ตายไปแล้ว1คน นี่พวกมันเล่นกับใครไม่เล่นมาเล่นกับนาง
"ข้ารู้ว่าพวกเ้าอีก14คนแอบสุ่มที่แถวนี้ ออกมาซะ พวกกระจอกที่ลอบกัดคนอื่นอย่างน่าสมเพศ"ฮวาหลินเอ่ยปั่นอารมณ์พวกมันให้ออกมา เพราะนางจะได้ฆ่ามันสะทีเดียว ร่างกายก็เพลียอยู่แล้วยังมาเจอพวกเห็บที่ติดตามมาอีก มันน่ารำคาญมากนัก นักฆ่าทั้ง14คนที่ไม่คิดว่าคนที่พวกมันได้รับงานมาจะไหวตัวทันขนาดนี้ แถมฆ่าพวกของพวกมันตายไปแล้ว1ก็เคียดแค้น พวกมันเมื่อได้รับการกระตุ้นต่อมร้ายก็พากกันกระโจนออกมาอย่างบ้าคลั่ง ทั้ง14คน ที่ล้อมพวกนางทั้ง4คนไว้ ตงเก่อตงฟาง หนี่หวาล้อมตัวนายหญิงของพวกมันอย่างใไม่คิดว่าพวกมันจะมีเยอะขนาดนี้
"หึ เด็กน้อยเ้าช่างไหวพริบดีนี่ แต่ก็นะ วันนี้คือวันสุดท้ายที่เ้า กับพวกของเ้ามีลมหายใจ"เสียงของชายชุดดำที่ดูจะเป็หัวหน้าเอ่ยออกมาอย่างกวนอารมณ์ของนาง แถมเขามีระดับถึงจอมปราชญ์ขั้นปลาย ดูแล้วคนนี้คือระดับที่มากสุดทั้ง15คน ช่างกล้าพากันมาทิ้งิญญาที่นี่ ฮวาหลินกรอกตา อย่าน่ารำคาญ
"พูดมาก ตาแก่"ฮวาหลินเอ่ยออกมาอย่างกวนประสาทเช่นกัน พรางกอดอกยักคิ้วอย่างเชื้อเชิญพวกมันเข้ามาสิ
"หน๊อย นังเด็กปากดี วันนี้เ้าได้ตายด้วยมือของข้าแน่ พวกเ้าจัดการคนของมันซะ แล้วไว้นังเด็กนั้นข้าจะเชือดปากเน่าๆของมันเอง"มันจ้องฮวาหลินตาแทบถลนออกมาจากเป้า ตาเหลือกเข้าไปตาแก่เอ้ย คิดว่าจะทำนางได้หรือแค่ระดับลมปราณจอมปราชญ์ขั้นปลาย
ทั้ง10คน ตีวงกว้างเข้ามาเรื่อยๆแล้วพากัน วิ่งใส่ทันทีพร้อมดาบยาวคนละเล่ม
พรึ่บ!! ตู้ม ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ลมปราณสิบสาย ส่งพลังใส่ดาบแล้วเหวี่ยงใส่กลางวงพร้อมกัน ทำให้ฮวาหลินรีบจับคอเสื้อของตงเก่อ ตงฟาง แล้วจับโยนออกจากวงไปหลายเมตร นางก็ะโสูงขึ้นแล้ว อ้าแขนไปด้านข้างเสกลมปราณ ผสานกับธาตุไฟจนเกิดไฟลูกใหญ่กว่ามือ20ลูกฮวาหลินซัดไปทางชายชุดดำทุกคนจนพวกมันกระจัดกระจายไป ด้วยวิชาลมปราณผสานธาตุ พวกมันหลายคนก็ถึงขั้นกระอักเืออกมาแะลถูกไฟแผดเผาเพราะถูกพลังนั้นเต็มๆ บางคนที่หลบพ้นแต่ก็โดนสเก็ดของพลังนั้นก็ยังแสบร้อนไม่หาย
"นี่มันวิชาอะไรกัน"ชายที่เป็หัวหน้ามองการต่อสู้ของเด็กน้อยเบื้องหน้าก็ตะลึงไม่คิดว่านางจะมีลมปราณระดับปารชญ์ที่ปล่อยออกมา ตอนแรกนางไม่มีลมปราณเลยนิ เหตุใดเขาถึงตรวจสอบไม่ได้
ฮวาหลินไม่รอช้า ที่เห็นชายชุดดำทั้ง13คน ล้มลงเพราะแรงลมปราณพร้อมผสานเข้ากับธาตุที่ท่านจิ้นตงสอน เป็วิชาที่ท่านไม่เคยสอนใครที่ไหน นอกจากตระกูลของพวกเขา แต่ตระกูลพวกเขามาสายวิชาหมอจึงไม่อาจรู้แจ้งในวิชาการต่อสู้ของตระกูลได้ จึงเป็วิชาที่ไร้ประโยชน์ไป แต่หากท่านจิ้นตงได้เห็นพลังที่นางทำเมื่อกี้คงได้ตาเหลือกออกมาแน่ เพราะมันเป็พลังที่ทำลายล้างอย่างรุนแรง ขนาดนางที่พึ่งมาใช้สู้จริงๆจึงรู้สึกถึงแรงกดดันของมัน นี่ท่านจิ้นตงท่านบอกมันเป็วิชาที่ไร้ประโยชน์หรือนี่ แต่เมื่อกี้มันไม่ได้ใกล้เคียงคำนั้นเลย เพราะนางที่ใช้ยังเหงื่ออกขนาดนี้เพราะนางยังไม่รู้แจ้งในวิชานี้ จึงถูกสูบพลังลมปราณไปเยอะพอควร เหงื่อไหลตามใบหน้าฮวาหลิน
"ไม่ได้การล่ะ หากใช้วิชานี้ข้าได้หมดพลังในไม่กี่เค่อนี้แน่"ฮวาหลินมองไปที่เหล่าคนของนางที่พากกันหอบตัวกลับมาอย่างน่าเวทนานางก็ได้แต่ขอโทษขอโพยในใจเพราะไม่คิดว่านางจะโยนพวกเขาแรงขนาดนั้น นางคิดว่านางใช้แรงแค่2ใน10แล้วนะ
"นายหญิงท่านช่างทำพวกข้าได้ จุกซ้ำสองแล้วเนี่ยขอรับ"ตงฟางบ่นออกมาเมื่อวิ่งมาหานายหญิงอย่างสภาพทุลักทุเล พร้อมร่างที่เขาแบกมาด้วยก็คือหนี่หวา ที่สลบไปแล้ว ตงเก่อก็หายเจ็บแล้วเพราะร่างกายเขาแข็งแรงกว่าสองคนนี้แม้จะจุกมาก่อนหน้านี้ก็เถอะก็ต้องเก๊กขรึมไว้
"แค่ไม่ตายก็ดีแล้ว ข้าอุตส่าช่วยยังมาบ่น"ตงฟางกรอกตาช่วยหรือจะฆ่าพวกเขากัน
"นั้น! หลบไป!"ฮวาหลินเห็นชายชุดดำอีกสองคนด้านหลังตงฟาง ก็ผลักเขาออกไปอีกครั้งก็ใช้ลมปราณที่มีทั้งหมดปล่อยผ่านฝ่ามือหนึ่งข้างออกมาจนพวกมันทั้งสองตาเบิกกว้าง อย่างใ
"นี่มันระดับ จอมทัพขั้นปลาย"อร๊อก!!ชายคนที่พูดโดนฮวาหลินใช้ลมปราณกระแทกใส่ร่างเข้าที่โขดหินและชายอีกคนนางก็จับหักคออีกเช่นเดิม เพราะพวกมันขยับตัวไม่ได้ โดนแรงกดดันของนางที่กดทับทำให้จัดการพวกมันได้รวดเร็ว
"ระดับจอมทัพขั้นปลาย!!"ชายที่เป็หัวหน้าตะลึงไปอีกรอบ มันเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมาทันที มันแค่ระดับจอมปราชญ์ขั้นปลายจะไปสู้อะไรนางได้
ฮวาหลินที่เริ่มอยากจะกลับไปอาบน้่ำเต็มแก่แล้วก็ต้องจัดการอย่างรวดเร็วเพราะร่างกาย้าเตียงเหลือเกินตอนนี้ มือขาวเสกลมปราณพุ่งใส่ร่างชายชุดดำคนที่สิบอย่างไม่ไว้ชีวิต จนตอนนี้นางฆ่าไปได้ 11คนแล้ว ฮวาหลินมองไปที่ชายอีกสองคนอย่างกระหายการฆ่า สายตาที่เรียบนิ่งมองอย่างกับอสูรกายที่ร้ายกาจที่จ้องจะเขมือบเหยื่อในทุกเมื่อ
"ไงไอ้แก่ ไหนบอกจะจะเชือดปากเน่าๆของข้า ดูจากตอนนี้แล้วควรเป็ข้ามากกว่านะ"
"แก๊ ยัยเด็กปีศาจ"เขาจุดพลุขึ้น้าเพื่อส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง ทำให้ฮวาหลินมองการกระทำมันอย่าง เข้าใจดีว่าคงเรียกกำลังเสริมมาเพิ่ม ช่างคิดได้ไอ้แก่ปอดแหก
"กลัวข้าถึงขั้นเรียกกำลังเสริมเลยรึ ช่างปอดแหกสิ้นดี"ฮวาหลินเอ่ย มันก็ยิ่งเดือดดาลเข้าไปอีก จนสติขาดก็พุ่งใส่ฮวาลินพร้อมดาบ
"วารีไหลเกรียวคลื่น!!!"ดาบของมันเรืองแสงขึ้นเป็สีฟ้า พร้อมกับหมุนไปมาเพื่อให้เกิดคลื่นวารีเป็เกรียว ก็เหวี่ยงดาบชี้มาที่ฮวาหลินทันที
"นายหญิงระวัง"เสียงของคนสนิทคอยส่งมาเป็ระยะอย่างเป็ห่วง พวกมันอยากเข้ามาช่วยแต่นายของมันก็ผลักมาตลอด แถมยังขู่ด้วยสายตาว่าห้ามเข้ามาขวาง หากไม่แล้วจะโดนลงโทษตอนกลับจวน พวกมันก็ได้แต่สงบสติลง แม้จะห่วงแค่ไหน ได้แต่หวังว่านายของมันจะเอาอยู่
ฮวาหลินใช้ลมปราณแล้วสกัดกั้นพลังนั้นทันที แล้วปัดทิ้งไปด้านข้างแล้วะโไกลพร้อมวิชาตัวเบา มาใกล้ตาแก่นั้นอย่างรวดเร็ว จนพวกมันมองไม่ทันการเคลื่อนไหวของนาง แต่เมื่อฮวาหลินหยุดลงที่ด้านหน้ามัน มันก็เบิกตากว้างก็ใช้หมัดขวาจะกระแทกเข้าหน้าฮวาหลิน แต่ฮวาหลินใช้แขนขวาของนางขึ้นปัดแขนขวาของฝ่ายตรงข้ามไปทางซ้าย เป็การป้องกัน ในขณะเดียวกันก็ใช้เท้าขวา ยันไปที่ใบหน้าของฝ่ายตรงข้าม เป็การตอบโต้
"บาทาลูกพักตร์ ฮึบ!"ปึก!!ชายชุดดำที่เป็หัวหน้าหงายหลังเซไปนิดหน่อยด้วยท่ามวยไทยของนาง จนปากแตกที่โดนกระแทกด้วยเท้าอย่างหนักที่ดูเหมือนฮวาหลินจะรวมลมปราณไว้ที่เท้าด้วยจึงทำให้มันฟันหักไปหลายซี่ มันยิ่งโกรธเข้าไปอีก ก็พุ่งดาบในมือมายังนางที่ยืนไม่ไกลจากตนเอง ด้วยทางตรง ฮวาหลินยกยิ้ม
"ชวาซัดหอก"ฮวาหลินก็ก้มตัวหลบทางขวาพร้อมกันนั้นก็ใช้ฝ่ามือขวากันแขนขวาของฝ่ายตรงข้ามออกไปทางซ้าย เป็การป้องกัน ในขณะเดียวกันก็สืบเท้าซ้ายไปข้างหน้า พร้อมกับใช้ศอกซ้ายที่เสริมพลังลมปราณไปด้วย เหวี่ยงหรือกระทุ้งเข้าที่กลางลำตัวของฝ่ายตรงข้าม เป็การตอบโต้ จนมันกระอักเื ซี่โครงหัก แต่ฮวาหลินไม่ปล่อยไว้แค่นั้นคว้าก้มเอามีดสั้นที่เหน็บที่เอวด้านในเสื้อมาเสียบที่ท้องของมันสองสามครั้ง พร้อมกับหักคอเป็ท่า มวยไทยอย่างหนึ่งชื่อท่าของมันคือ หักคอเอราวัณ ซึ่งเป็ท่าที่นางใช้บ่อยมากที่สุดเพื่อฆ่าอย่างไม่ปราณีและเป็วิธีที่รวดเร็วทำให้ฝ่ายตรงข้ามตกตายไปทันที
ฮวาหลินปล่อยร่างที่ไร้ิญญาโดนวิชามวยไทยของนางพร้อมเสริมพลังลมปราณร่วมอีกนั้นอย่างน่าสมเวท บอกแล้วเล่นกับใครไม่เล่นมาเล่นกับลูกสาวของนักมวยหญิงระดับโลกที่ใครต่างก็ล้มยาก เชื้อแม่แรงก็งี้ นี่นางไม่ค่อยยอตนเองเลย หึหึ
"นายหญิงระวัง!!"ตงเก่อที่จัดการลูกน้องคนสุดท้ายระหว่างรอนายหญิงของมันที่จัดการตัวหัวหน้าอยู่ก็ต้องตาเบิกกว้างเพราะพลังสายหนึ่งพุ่งตรงมาที่ด้านหลังของฮวาหลิน ฮวาหลินที่คิดว่าพวกมันจะหมดลงแล้วก็รีบหันไปตามที่ตงเก่อบอก แต่ไม่ทัน พลังสายนั้นช่างมาได้อย่างเงียบเชียบที่นางััไม่ได้ นี่มันพลังธาตุไม้ เป็ธาตุพิเศษนี่ พลังนั้นพุ่งมาแต่นางหลบไม่ทันเสียแล้ว ก็โดนพลังนั้นกระแทกไปจนกระเด็นไปหลายตลบ
อึก! ฮวาหลินที่กระเด็นออกมาก็กุมที่หน้าอกที่โดนพลังนั้นจู่โจมอย่างเงียบเชียบจนนางััไม่ทัน ปากที่ซีดขาวมีเืไหลออกมา
อีกด้านมุนหนึ่ง
"องค์ชายขอรับ ไม่ไปช่วยนางหรือขอรับ"องครักษ์ประจำกายขององค์ชายเทียนหลงจวิน ที่เขาแอบตามมาได้ยืนหลบแอบดูอีกมุมหนึ่งของป่าข้างทาง
"ปล่อยไปก่อน"
"แต่"เขาจะทักขึ้นแต่องค์ชายกลับส่งสายตาดุมา พวกเขาจึงเงียบดูคนเ่าั้ต่อ แต่ใครจะรู้ว่าองค์ชายที่สนุกกับการได้เจอผู้หญิงที่เขาตามมาจะมีวรยุทธ์ขนาดนี้แถมระดับยังมากกว่าเขาทำให้เขาสังเวทตนเองไม่น้อยที่เป็ถึงองค์ชายกลับมีระดับแค่จอมปราชญ์ขั้นปลาย และวิชาการต่อสู้โดยไร้อาวุธอีกช่างทำให้เขาทึ่งมาก แต่กลับต้องมีอารมณ์คุกรุ่นขึ้นเพราะมีหมาลอบกัดโผล่มาอีกจนทำให้นางพลาดท่าให้ ตอนนั้นขาเขาแทบจะวิ่งออกไปแต่เมื่อเห็นนางมีสติอยู่จึงยับยั้งใจไว้ก่อน ค่อยช่วยตอนนางไม่ไหวจริงๆ
อีกด้านของการต่อสู้
"เก่งนี่แม่หนูที่รับพลังของข้าที่ใช้ธาตุพิเศษได้"ชายที่โผล่ออกมา เขาสวมชุดดำเช่นกันแต่ใส่หน้ากากสีทองทั้งหน้าจึงไม่รู้ว่าหน้าตาเป็เช่นไร ฮวาหลินยืมเต็มความสูงด้วยใบหน้านิ่ง แถมกังวลในใจเพราะชายผู้นี้ย่อมไม่ธรรมดาแน่ แถมตอนนี้เขายังปกปิดระดับของเขาไว้จนนางตรวจสอบไม่ได้ หรือเขาจะมีลมปราณมากกว่านาง
"แก้าอะไร ถึงได้ตามมาฆ่าพวกเรา"ฮวาหลินที่ลองสนทนาเพื่ออยากรู้ว่าใครส่งพวกมันมา นางก็ไม่มีศัตรูที่ใดเหตุใดต้องมาลอบสังหารกันด้วย แต่เดี๋ยวก่อนนะเหมือนจะมีหนึ่งคน ไอ้ตาแก่ขุนนางหานจางนั้นไง หน๊อยไม่คิดว่าจะลงมือกับนางทันทีเช่นนี้
"อืม เื่นี้เ้าก็คงรู้ดีนะแม่หนู อีกอย่างเพราะมันคือหน้าที่ของนักฆ่าเช่นเรา แต่พอมาเห็นศพพี่น้องนักฆ่าเช่นนี้ก็ช่างขายหน้าเสีย ข้าคงต้องรับ่ต่อของงานเสียแล้ว"เขาเรียกดาบออกมาแล้วชี้มาทางนาง พร้อมร่ายเวทย์อักขระที่เขาชำนาญ จนดาบยาวเกิดแสงสีทอง แล้วค่อยจางลงเป็ตัวอักษรภาษาโบราณที่นางอ่านไม่ออก หลากหลายตัวตามตัวดาบ
"จงกลืนกินิญญา"เขาเขียนอักขระเสร็จในดาบไม่กี่วิก็กระแทกลงพื้นดินจนแตกแยกออกเป็ทางยาวมุ่งตรงไปที่ฮวาหลิน ฮวาหลินเบิกตา ก็พยายามหาความคิดว่าจะทำเช่นไร ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามีดาบประกาศิตที่ทำจากธาตุ ฮวาหลินนำมีดสั้นมากรีดที่ฝ่ามือเพื่อเอาเื แล้วเอามาป้ายที่สัญลักษณ์ที่หลังมือที่นางมองเห็นแค่คนเดียว
"ดาบัสี่สหาย"เืเมื่อประทับที่ตราสัญลักษณ์ก็เกิดแสงแล้วปรากฎดาบออกมา รูปร่างดาบที่แสนธรรมดา ลวดลายดาบก็แปลกประหลาด เมื่อปรากฎของดาบัสี่สหาย ตัวดาบประกายแสงฮวาหลินรีบใช้ดาบพร้อมร่ายธาตุทุกสายลงดาบอย่างกะทันหันจนพลังมันได้ใช้ไม่เต็มที่จึงรีบสกัดกั้นพลังอัขระของดาบนั้นทันที จนทั้งสองพลังต้านกันไปมา อย่างบ้าคลั่ง ชายหน้ากากทองตะลึงในดาบของนาง นั้นมันดาบอะไรกันถึงได้โต้ตอบวิชาอักขระของเขาได้ เขาขมวดคิ้วลงแล้วเร่งดันพลังส่งไป ฮวาหลินก็ผลักกลับคืนเช่นกัน ทั้งสองโต้ตอบกันไปมาจนร่างกายท่วมไปด้วยเหงื่อ พลังที่รุนแรงของทั้งสองดาบ ทำให้ตงเก่อตงฟางหมดสติลงพร้อมกับเืไหลออกมาจากปาก เพราะรับแรงกดดันนั้นไม่ไหวแม้จะโคจรลมปราณช่วยก็ย่อมหมดพลัง ดีที่พวกเขาฝึกฝนร่างกายจากการฝึกของฮวาหลินจึงไม่ได้ตกตายไป
สายลมบ้าคลั่งของทั้งสองพลังทำให้ฮวาหลินกับชายหน้ากากทอง โดนพลังของทั้งสองฝ่ายเล็กลอดมาบ้าง ฮวาหลินตอนนี้เสื้อผ้าขาดวิ๋น แถมมีรอยแผลตามตัวจากการโดนพลังตีกลับเหมือนแส้เล็กๆคล้ายก้านมะยมที่ตีเข้ามาช่างแสบไปหมด ชายหน้ากากทองก็กระอักเืเพราะแรงกดดันของดาบนางผู้นั้นช่างร้ายกาจนัก เขาโคจรลมปราณที่เป็ระดับถึงนภาออกมา เพื่อช่วยป้องกันตนเองจากพลังเล็ดลอดนั้น ผ่านไป1เค่อ ฮาหลินยังคิดหาวิธีปราบตาแก่นี้ยังไงก็คิดไม่ออก แถมชายแก่นั้นก็มีระดับลมปราณที่สูงกว่านางอีก ฮวาหลินหายใจเร็วแรงเพราะเริ่มหอบจากแรงกดดันของอีกฝ่ายที่มีมากกว่าแต่นางก็ยังสู้ไม่ถอย
"อึบ!! ไม่คิดว่าเด็กน้อยเช่นเ้าจะปรายยากเย็นเช่นนี้ ข้าคงต้องใช้ไม้ตาย"ชายหน้ากากทอง หยิบลูกแก้วเวลาออกมา ส่งลมปราณไปกระตุ้นมัน จนมันเรืองแสงแล้วหยุดเวลาลงทุกอย่างก็หยุดไปหมด ฮาหลินร่างกายที่เริ่มขยับไม่ได้ก็ลุกลนขึ้นมันเกิดอันใดขึ้นทำไมนางขยับร่างกาบไม่ได้ ชายหน้ากากทองก็ตะลึงเข้าไปอีกเช่นกันขนาดใช้ลูกแก้วของวิเศษระดับสูงขนาดนี้นางก็ยังรู้สึกตัวอีก นี้นางยังใช่คนหรือไม่ แต่เขาก็ยัังใจชื่นขึ้นมาเพราะนางขยับตัวไม่ได้แต่ยังรู้สึกได้ แค่นี้เขาก็พอใจแล้ว
"หึ เด็กน้อย เ้านั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าหรอกฝืนไปก็เท่านั้น ช่างน่าเสียดายฝีมือเช่นเ้าจริงๆแต่ขออภัยด้วยที่ข้าต้องฆ่าเ้า เพราะมันคืองาน"เขาเอ่ยจบก็ยกดาบที่กลืนกินิญญาที่พร้อมจะแทงเข้าหัวใจของนางทันที แต่อยู่ๆฮวาหลินก็หมดสติไปอย่างไร้สาเหตุ พร้อมกำไลที่ฮวาหลินสวมใส่ก็สลายเป็ควันสีขาวแล้วพุ่งชนดาบนั้นพร้อมกับร่างของชายหน้ากากสีทอง กระเด็นไปหลายเมตร ชายหน้ากากสีทองโดนพลังงานบางอย่างจนเขาแทบมองไม่เห็นกระแทกออกมาอย่างแรงจนกระอักเืไปอีกรอบ ตาทั้งสองข้างเงยไปมองเ้าตัวสาเหตที่ทำให้เขาเป็สภาพเช่นนี้ ก็ต้องตาเบิกกว้างทันที พลังงานที่ไม่ได้มาแบบเป็ตัวจริง แต่กลับเป็ละอองสีขาวประกาบสีเงินที่ส่องระยิบระยับ เด่นสง่าที่กลางอากาศ รูปร่างตัวใหญ่ยาว จ้องมายังเขาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย แต่ตาสีทองนั้นกลับฉายแววมีอารมณ์โมโห บ่งบอกว่ามันนั้นกำลังโกรธอยู่
"มะ.....ั!"
"เ้ามนุษย์ชั้นต่ำ บังอาจนักที่มาทำร้ายนายของข้า รู้หรือไม่ กว่านายของข้าจะมาหาข้าได้ข้าต้องรอนานกว่าหลายหมื่นปีที่ถูกกักขังให้มาเป็กำไลนี้ เ้าช่างลนหาที่ตายนักที่ทำร้ายคนที่ข้านับถือยิ่งกว่าราชันชั้น์ เ้าอย่าอยู่ให้รกโลกอีกเลย"ัพ่นพลังน้ำแข็งออกมาเป็แท่งแหลมคมราวพันกว่าอันพุ่งตรงใส่ร่างชายหน้ากากทอง
"ม่ายยยยยย!!"ชายหน้ากากทองที่วิ่งหนีพร้อมเสกลมปราณใส่ก็ทำอะไรมันไม่ได้ จนแท่งน้ำแข็งนั้นพุ่งเสียบร่างของเขาจนมองไม่เห็นร่างเดิม ชายหน้ากากทองจึงตกตายไปทันที ัมองมันอย่างไร้อารมณ์แล้วจึงหันกลับไปมองร่างเล็กที่ยืนค้างในท่าถือดาบก่อนหน้านี้ที่จะโดนหยุดเวลา
"นายข้า ข้าช่วยท่านได้เพียงเท่านี้ แม้ความทรงจำของท่านจะสูญหายไป แต่พลังิญญาของท่านยังคงเหมือนเดิม ข้าจะรอ รอวันที่ท่านจะปลดปล่อยข้าจากการเป็กำไรัหยกขาวนี้ "ัตัวใหญ่ มองร่างที่สลบไปเพราะัขาวตนนี้เป็คนทำเองเพราะเขายังไม่อยากให้นางรู้ถึงการมีมันอยู่ เพราะมันยังไม่ถึงเวลา เวลาที่นายของมันได้บอกกล่าวไว้ ัขาวรักษาร่างกายของนายมันจนร่างกายสมบูรณ์ดั่งเดิม ัขาวจึงสลายหายไปแล้วมาปราฎที่ข้อมือข้างซ้ายของนางเป็กำไลัหยกขาวธรรมดา เช่นเดิม
เมื่อัขาวสลายไป กาลเวลาที่ถูกหยุดก็สลายไปเช่นกันเพราะัทำลายลูกแก้วนั้นทิ้งแล้ว ฮวาหลินล้มลงที่พื้นทันที ดาบัสี่สหายก็ลายหายไปที่หลังมือเช่นเดิม รอบกายของนางตอนนี้มีแต่ศพของนักฆ่า ชายหน้ากากทองก็โดนสังหารอย่างไร้ร่องรอยเพราะโดนภาพมายาของัทำให้มันคิดว่าโดยสังหารจึงตกตายไปโดยไม่ได้มีาแใดๆ เพราะจิตใจโดยทำลายแทน
"นี่มันเกิดอันใดขึ้นเมื่อครู่"องค์ชายเทียนหลงจวินที่มองภาพเบื้องหน้าก็สับสน ทำไมพอเขาได้สติ ทุกอย่างกลับจบสิ้นแล้ว องค์ชายรีบวิ่งไปดูที่ตอนนี้ มีแต่ศพของนักฆ่า แถมชายหน้ากากสีทองนั้นก็ตกตายไปอย่างไร้สาเหตุไม่มีาแอันใดเลย
"องค์ชายขอรับ นี่มันแปลกๆนะขอรับ เมื่อครู่ทั้งสองยังโต้ตอบกัน อย่างมองไม่ออกว่าใครจะชนะ แต่เหตุใด ชายหน้ากากคนนี้ถึงได้ตกตาย แล้วนางก็ยังยังหายใจอยู่แต่แค่หมดสติไป "องค์ชายเทียนหลงจวินเองก็คิดเช่นนั้น เหมือนเวลาตอนนั้นมันถูกหยุดไป เขามองไปที่เศษอะไรสักอย่างที่ข้างกายของนักฆ่าหน้ากากทองนั้น ก็เข้าใจทันที เพราะมันคือเศษลูกแก้วกาลเวลาที่เป็อาวุธที่ร้ายแรงมาก มันมีแค่นักฆ่าของสำนักเงารัติกาลเท่านั้นที่มี
"องค์ชายขอรับ เราจะเอายังไงดีขอรับ พวกของนางทุกคนยังไม่ตายขอรับ"
"นำพวกนางไปส่งส่งที่จวนนางเถิด"องค์ชายไม่รอให้ทหารข้างกายพูดอะไรเขาก็ไปอุ้มร่างบางที่นอนไร้สติอยู่ขึ้นมา ก่อนจะจ้องมองใบหน้าขาวเนียนนั้นอย่างสงสัย และรู้สึกทึ่งในวิชาการต่อสู้ของนาง เขาเดินไปที่รถม้าของเขาทันที เหล่าองตรักษ์ของพระองคืก็ยิ่งตะลึงเข้าไปอีก นี่พระองค์ผีเข้าหรือไร นี่เป็การแตะต้องสตรีอีกครั้งที่สองแล้วยังเป็นางคนเดียวที่พระองค์ทรงัั เริ่มมีกลิ่นแปลกในตัวองค์ชายเสียแล้ว
"เอ็งว่า องค์ชายจะคิดไหมว่ะบี1"
"ข้าไม่ว่ะบี2 แกไปแบกสองตัวนั้น ข้าจะเอาแม่นางนี้ไปเอง "นายบี2พูดจบก็แบกร่างบางไปทันที ทำให้นายบี1ทำหน้าั์ใส่อย่างโมโห แล้งมองร่างบุรุษที่บึกบึนเท่าๆเขา อย่างกรอกตา จึ