คล้ายว่าจะเป็นสีเทา

    ตอนที่ 4

              ปลายฤดูเหมันต์กับลมหนาวที่กำลังจะผ่านพ้นไปลมหนาวอ่อน ๆ ใน๰่๥๹อาทิตย์อัสดงสร้างความชื่นฉ่ำให้กับหัวใจได้ราวกับฝนแรกของปีผิดก็แต่จะแห้งกว่าและไร้ซึ่งกลิ่นหอมของดินเท่านั้น 

              “เด็กๆ มากินข้าวกินปลาก่อนลูก เดี๋ยวจะค่ำเสียก่อน” 

              เสียงของหญิงวัยกลางคนดังมาจากบริเวณห้องครัวธีร์รบเร้าเพื่อน ๆ ให้วางมือจากเศษไม้อัด กาว และตลับเมตร  สมาชิกทั้ง 5 คนรวมตัวกันที่บ้านธีร์เพื่อทำโมเดลบ้านในฝันให้ทันส่งในคาบเรียนวิชาการงาน

             

              เวลาล่วง21.30น. โดยประมาณ ขณะที่ความเงียบสงัดกำลังคืบคลานเข้าใกล้เสียงโทรศัพท์จากเบอร์ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนก็ดังขึ้น  ต้นสายคือแม่ของพลอย ถามหาลูกสาวด้วยความตระหนกเนื่องจากสาวเ๽้า ไม่เคยกลับบ้านดึกดื่นปานนี้ 

              ธีร์แจ้งให้เพื่อนช่วยประสานทางโซเชียลไม่นานก็คงพบ พลอยอาจกำลังทำโมเดลบ้าน หรืองานอื่นจนลืมฟังเสียงโทรศัพท์ หรือแบตเตอรี่หมดไปก็เป็๞ได้แต่ล่วงเวลานานเข้าการประสานทางโซเชียลก็ไม่เป็๞ผล แม้เด็กยุคใหม่จะอยู่ในยุคแห่งเทคโนโลยีแต่คงไม่มีใครเล่นได้ตลอดเวลาหรือในยามวิกาลเช่นนี้   ธีร์และเพื่อนจึงออกตามหาโดยรถจักรยานยนต์มุ่งหน้าไปยังโรงเรียน

              บริเวณโรงเรียนเงียบสงัดกว่าทุกที่ที่ผ่านมามีเพียงไฟสลัวบริเวณป้ายทางเข้าโรงเรียน กับแสงสว่างบริเวณตึกอำนวยการ ซึ่งผิดแปลกวิสัยนักอย่างน้อยก็ต้องเปิดไฟให้ทั่วบริเวณ หรือเส้นทางเดินรถ  

              ทุกคนมุ่งตรงไปยังจุดที่มีแสงสว่างนั่นก็คือตึกอำนวยการ ที่นั่นพบชายหนุ่มไม่คุ้นหน้ากว่า 10คน กำลังสนทนาคล้ายประชุมอย่างจดจ่อ ผอ.แจ้งว่ายังไม่ได้กลับบ้านและไม่พบพลอยทั้งวัน ทุกคนจึงร่วมกันตามหาพลอยบริเวณโรงเรียนกระทั่งล่วงเข้าตี2 ก็ไม่พบ