ยามแสงสุริยันลับขอบฟ้า แสงราตรีเข้าครอบคลุม ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็ความมืดสงัด
จุดที่เซี่ยฮุยยืนอยู่มีโคมไฟถนนเพียงดวงเดียวที่เปล่งแสงสีเหลืองเลือนราง แสงสว่างจากโคมไฟกระจายเป็วงกว้างสิบกว่าเมตร
ความสว่างเพียงเท่านี้เพียงพอที่จะทำให้เซี่ยฮุยมองเห็นทุกอย่างที่อยู่รอบตัวได้อย่างแจ่มชัด และเขาก็มองเห็นท่าทางของชายเสื้อกันลมที่กำลังขยับเขยื้อนได้อย่างชัดเจนเช่นกัน
กระดิกนิ้วเรียกงั้นเหรอ?
แน่นอนว่าเขาไม่ได้รู้สึกอารมณ์คุกรุ่นกับกลอุบายแค่นี้
ภายในใจของเขารู้ดีว่าคืนนี้เขาคงไม่สามารถถอยออกไปจากที่นี่ได้ง่าย ๆ
ยังไงก็ต้องสู้!
“การเอาชนะชายเสื้อกันลมเป็โอกาสที่ต้องไขว่คว้าไว้ มีแค่วิธีนี้ที่จะทำให้เขาปลอดภัย ชายคนนี้เห็นหน้าตาของเราแล้ว ถ้าหากปล่อยให้อีกฝ่ายหลบหนีออกไปและถูกรอบโจมตีอีกครั้ง อาจจะไม่หลงเหลือโอกาสแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว”
คิดเช่นนี้ใบหน้าของเซี่ยฮุยก็กลับมาเคร่งขรึมอีกครั้ง
พลังลมปราณสีขาวหนึ่งสายถูกพ่นออกมา หลังจากสูดหายใจเข้าเต็มปอด การเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่การต่อสู้ก็เสร็จสิ้นลงภายในเวลาอันรวดเร็ว
ตอนที่เขาเตรียมตัวเพื่อเริ่มลงมือ ชายชุดกันลมกลับยังยืนนิ่งไม่ไหวติงราวกับกำลังยืนรอดูท่าที และรอให้เซี่ยฮุยลงมือก่อน
ร่างกายหนักแน่นขึ้น ลมหายใจของเขามั่นคง เซี่ยฮุยรวบรวมพลังจากจิติญญาทั้งหมดที่มี และจับจ้องไปที่ชายเสื้อกันลมที่ยืนห่างออกไปไม่ไกลอย่างไม่วางตา
เขากำนวมที่สวมใส่อยู่บนมือจนแน่น หลังจากนั้นก็เริ่มพุ่งตัวออกไปโดยใช้พลังภายในร่างกายที่มีอยู่
ตอนที่ระยะห่างเหลืออีกเพียงไม่กี่สิบก้าว ต่อให้ตอนนี้จะไม่มีสกิลเกี่ยวกับการใช้เท้า
แต่พลังทางกายภาพที่สูงกว่าคนธรรมดาโดยทั่วไปถึงสามเท่าก็ช่วยให้ระดับความเร็วของเซี่ยฮุยสูงจนน่าใ
เพียงลมหายใจเดียว เซี่ยฮุยก็ปรากฏขึ้นบริเวณด้านหลังของชายชุดกันลม จากนั้นเขาก็ใช้พลังที่มีอยู่ซัดหมัดออกไปด้วยสกิลเจิ้งเฉวียน
ยังไม่ทันที่หมัดจะปะทะเข้ากับร่างของเป้าหมาย ลมวายุจากหมัดก็ถูกเรียกใช้งาน
พลังจากหมัดนี้สูงจนน่าใ พายุไซโคลนที่มองไม่เห็นพันรอบกำปั้นเพื่อสร้างพายุทอร์นาโดขนาดเล็ก ลมที่ถูกส่งออกมาทำให้เสื้อของชายเสื้อกันลมกระพือจนเกิดเสียง
แม้ว่าจะเผชิญหน้ากับหมัดที่น่าตกตะลึงเช่นนี้แต่ชายเสื้อกันลมกลับยิ้มออกมาอย่างไม่แยแส
เขาหมุนตัวเพื่อตอบสนองการโจมตีภายในชั่วพริบตา หลังจากกำหมัดและดึงถอยกลับด้านหลัง หมัดหนักของชายคนนั้นก็ซัดเข้าใส่หมัดของเซี่ยฮุยเต็มกำลัง
เพียงชั่วพริบตาเดียว
ทุกอย่างก็หยุดนิ่งไปชั่วขณะ
ระลอกคลื่นกระจายตัวออกไปแบบไร้เสียงใน่แรก ก่อนจะเกิดเสียงที่น่าใดังตามมาติด ๆ
นี่เป็เพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น หลังจากเซี่ยฮุยจับหมัดของอีกฝ่ายเพื่อหยุดการโจมตี เขาก็ใช้หมัดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังซัดเข้าใส่ชายคนนั้นอีกครั้ง
ยามราตรีที่เงียบสงัดถูกทำลายลง บนถนนเล็ก ๆ ที่แสนมืดสลัวมีเสียงปะทะดังขึ้นข้างหูจนอึกทึกกึกก้อง เงาของชายสองคนกำลังต่อสู้กันโดยไม่มีใครยอมใคร
หมัดแลกกับหมัดอย่างดุเดือดราวกับเสียงของกลองที่ถูกตีด้วยจังหวะที่รวดเร็วและรีบร้อน
ขณะที่ชายทั้งสองกำลังยืนสู้กันอยู่ตรงกลาง พลังปราณจากร่างกายของพวกเขาก็แผ่กระจายไปรอบ ๆ พัดเอาใบไม้ที่ร่วงโรยอยู่บนพื้นลอยขึ้นมา แม้แต่โคลนดำที่อยู่ข้างทางก็สาดกระเซ็นขึ้นมาด้วยเช่นกัน
การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป เซี่ยฮุยรู้สึกว่าร่างกายของเขากำลังติดไฟแล้ว เืกำลังพลุ่งพล่านภายในร่างกาย พลังลมปราณที่อยู่บนฝ่ามือเริ่มแข็งแกร่งมากขึ้น
เมื่อเทียบความสามารถในการต่อสู้ของป๋ายอิ่งและเฮยอิ่งกับชายเสื้อกันลมคนนี้ ดูเหมือนว่าการโจมตีของเขาจะมีประสิทธิภาพกว่ามาก สิ่งนี้ไม่ใช่คำพูดเกินความเป็จริง
“หมอนี่แข็งแกร่งกว่าฉัน!”
เซี่ยฮุยรู้ดีว่าถึงแม้ว่าเขาจะโจมตีอีกฝ่ายอย่างไม่หยุด
แต่ในความเป็จริงจังหวะการต่อสู้ก็ยังพ่ายแพ้ให้กับอีกฝ่ายอย่างสมบูรณ์อยู่ดี
ทว่าเซี่ยฮุยไม่มีความคิดที่จะถอยหรือยอมแพ้ การต่อสู้ครั้งแรกที่ราบรื่นเช่นนี้ไม่ใช่การต่อสู้ที่จะสิ้นสุดลงด้วยการสังหารภายในครั้งเดียว
แม้ว่าอีกฝ่ายอาจจะ้าลองเชิงและทดสอบขีดจำกัดความสามารถของเขา บางทีเขาอาจจะหมดความสนใจและยุติการต่อสู้ด้วยตนเองก็เป็ได้
ไม่เป็ไรหรอก แค่นี้ก็เพียงพอแล้วล่ะ
ใช่ว่าเขาจะไม่มีไพ่ไม้ตายเพื่อเอาชนะอีกฝ่ายสักหน่อย
“นายมีความแข็งแรงแค่นี้เองเหรอ?”
หลังจากสกัดการโจมตีที่รุนแรงของเซี่ยฮุยได้แล้ว ชายเสื้อกันลมก็เริ่มหมดความอดทน เขาซัดหมัดสุดท้ายออกมาและรีบถอยหลังออกไปเพื่อหลบการโจมตี
เซี่ยฮุยที่กำลังเมามันอยู่กับการต่อสู้เงยหน้ามองอีกฝ่ายที่ผละออกไปด้วยสายตาที่แอบแฝงด้วยความผิดหวัง
ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายคงไม่มีความคิดที่จะสู้กับเขาต่อแล้วสินะ
“นายยังไม่เห็นความแตกต่างระหว่างพวกเราอีกเหรอ?”
อีกฝ่ายมองเซี่ยฮุยที่กระตือรือร้นที่จะสู้ต่อ เซี่ยฮุยได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็เคร่งขรึมอีกทั้งยังรู้สึกโกรธเคืองภายในใจ จู่ ๆ ภายในร่างกายของเขาก็เกิดเสียงดังขึ้นราวกับมีอสนีบาตอยู่ภายในนั้น
วินาทีต่อมาหมัดของอีกฝ่ายก็ถูกส่งออกมาราวกับะุ พลังลมปราณที่น่าสะพรึงกลัวซัดเข้าใส่ร่างของเซี่ยฮุยอย่างฉับพลัน
ทุกจุดที่หมัดเคลื่อนผ่านกลายเป็ภาพบิดเบี้ยวราวกับกระแสน้ำวนขนาดใหญ่สองลูก ในเวลาเดียวกันเสียงอสนีบาตที่ดังอยู่ภายในจิตใจก็ทำให้จิติญญาของเซี่ยฮุยเกิดอาการสั่นสะท้าน
ในเวลานั้นเองหมัดของชายเสื้อกันลมก็พุ่งตรงมาที่หน้าผากของเซี่ยฮุย วินาทีที่การโจมตีปะทะเข้าใส่ในระยะประชิด เขาก็เกิดอาการขนลุกซู่ขึ้นเนื่องจากถูกปกคลุมด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย
เซี่ยฮุยรีบซัดหมัดทั้งสองข้างออกไปอย่างไม่ลังเล พลังทั้งหมดที่เขามีถูกรวมกันอยู่ในหมัดทั้งสองข้างขณะส่งไปด้านหน้าอย่างไม่หยุด
“เจี๋ยเสวียน!”
“เจี๋ยเสวียน!”
……
ภายในระยะเวลาชั่วพริบตาเดียว แม้แต่เซี่ยฮุยก็จำไม่ได้ว่าเขาซัดหมัดออกไปกี่ครั้ง
ตูม!
เสียงดังกังวานรุนแรงขึ้นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
ชายเสื้อกันลมหน้าขาวโพลน ร่างของเขาราวกับถูกสายอสนีบาตฟาดเข้าใส่กลางร่าง ร่างกายสั่นสะท้านจนต้องถอยผงะออกไปหลายก้าว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
“นี่มันทักษะการใช้หมัดอะไรกันเนี่ย?”
ชายเสื้อกันลมขมวดคิ้วเป็ปม ยังไม่ทันที่เซี่ยฮุยจะได้ตอบคำถามของเขา ดูเหมือนว่าเขาเองก็คงจะมองเห็นพลังทางกายภาพของเซี่ยฮุยได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ดังนั้นสายตาของเขาจึงเปลี่ยนเป็ความหวาดกลัว
“ไม่สิ...การโจมตีด้วยหมัดของนายแต่ละครั้งใช้พลังทั้งหมดที่มีมาโดยตลอด แต่พลังทางกายภาพกลับไม่ลดลง มันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย เว้นเสียแต่ว่า...”
“เว้นเสียแต่ว่า...นายมีความสามารถในการฟื้นฟูพลังทางกายภาพ ผู้มีสามความสามารถที่หาได้ยาก!”
ชายชุดกันลมมองด้วยความใและกำลังตกตะลึงกับการคาดเดาของตัวเอง
เซี่ยฮุยไม่เคยได้ยินเื่นี้มาก่อน เขาก้มหน้ามองมือทั้งสองข้างของตัวเอง ภายในใจก็รู้สึกทึ่งเช่นกัน
แม้ว่าเขาจะเตรียมใจไว้แล้วว่าตัวเองสามารถปล่อยพละกำลังทั้งหมดที่มีได้อย่างต่อเนื่อง แต่เขาก็คิดไม่ถึงเช่นกันว่าผลลัพธ์ภายในสนามต่อสู้จะแข็งแกร่งขนาดนี้ กระทั่งเผชิญหน้ากับชายเสื้อกันลมที่มีพลังที่แข็งแกร่งขนาดนี้ แต่เขากลับสามารถทำให้อีกฝ่ายมาถึงจุดนี้ได้
“ทว่าพลังของฉันยังห่างไกลเกินไป การป้องกันตัวเองยังห่างไกลเกินกว่าที่จะทำให้ฉันกลายเป็ะได้”
เซี่ยฮุยกำหมัดแน่นและมองไปที่ชายเสื้อกันลม เมื่อเห็นอีกฝ่ายยืนตกตะลึงอยู่กับที่เขาก็ไม่กล้าบุกเข้าไป
เขาสะบัดหน้าเพื่อสลัดความคิดที่มีอยู่ ภายในสนามต่อสู้เป็เพราะเห็นศัตรูมีความแข็งแกร่งที่เหนือความคาดหมายดังนั้นจึงใจนเสียสติไปชั่วขณะ สิ่งนี้จะปล่อยให้เกิดขึ้นในภายภาคหน้าไม่ได้อย่างเด็ดขาด
หลังจากเซี่ยฮุยเตือนสติตัวเอง เขาก็รวมพลังไปไว้ที่หมัดของตัวเอง จากนั้นก็พุ่งเข้าใส่ร่างของชายเสื้อกันลมอีกครั้งอย่างสุดกำลัง
หมัดของเซี่ยฮุยทำให้อีกฝ่ายได้สติขึ้นมาอีกครั้งระหว่างที่กำลังยืนอยู่ระหว่างความเป็ความตาย รูม่านตาของชายเสื้อกันลมหดเข้าหากัน เขาซัดหมัดโต้ตอบกลับมาด้วยความไม่เต็มใจเท่าไหร่นัก
“ฉันไม่เชื่อ ฉันไม่เชื่อ”
การปะทะกันของพวกเขาทำให้ค้นพบว่าพลังจากหมัดของชายเสื้อกันลมเริ่มน้อยลงเรื่อย ๆ เขาเริ่มไม่สามารถรับหมัดที่ถูกส่งออกมาอย่างสุดกำลังของเซี่ยฮุยได้อีกต่อไป
อีกฝ่ายรู้สึกได้ว่าพลังจากหมัดของเซี่ยฮุยไม่มีท่าทีว่าจะลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อยและไม่มีวี่แววว่าจะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
ชายเสื้อกันลมเริ่มเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ทักษะการใช้หมัดของเขาเริ่มเสียศูนย์ ตอนนี้จึงทำได้เพียงแค่ปัดป้องการโจมตีของเซี่ยฮุยโดยอัตโนมัติ
ถึงเวลาสิ้นสุดการต่อสู้แล้ว!
เมื่อเห็นว่าชายเสื้อกันลมไม่มีท่าทีว่าจะสู้ต่อ เซี่ยฮุยก็เพิ่มความเร็วซัดหมัดออกไปอย่างไม่ยั้ง
ยังคงใช้สกิลเจิ้งเสวียน!
สกิลเจิ้งเสวียนที่เพิ่มความเร็วให้สูงขึ้น!
กำปั้นฝ่าอากาศออกไปและปะทะเข้ากับร่างของชายเสื้อกันลมที่อยู่ตรงหน้า
วินาทีแห่งความตายที่น่าหวาดกลัวครอบงำชายเสื้อกันลม ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความเ็ป
อีกฝ่ายพยายามต้านการโจมตี ครั้งนี้เขาไม่ได้ใช้หมัดสู้ แต่กลับเลือกที่จะหลบการโจมตีด้วยการวิ่งหนีราวกับเจอหมัดขนาดใหญ่ที่ปกคลุมไปทั่วทั้งท้องนภา
ในที่สุดชายเสื้อกันลมก็เข้าใจว่าชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาคือสัตว์ประหลาดตัวหนึ่ง
“สัตว์ประหลาด นายมันสัตว์ประหลาด!”
อีกฝ่ายะโโหวกเหวกด้วยความบ้าคลั่ง แต่สิ่งเ่าั้ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอาการาเ็บนร่างกายและความพ่ายแพ้ของเขาได้
ในเวลานี้เองหมัดของเซี่ยฮุยก็ยกสูงขึ้น
ความตั้งใจของเขาในตอนนี้คือปล่อยหมัดออกไปให้เร็วที่สุด ระดับความเร็วนี้เพียงพอที่จะทำให้ร่างกายที่อิดโรยของชายเสื้อกันลมไม่สามารถหลบหนีไปได้
ตอนนี้ชายเสื้อกันลมจึงทำได้เพียงแค่ยืนมองหมัดที่ขยับเข้าใกล้และขยายใหญ่มากขึ้นเรื่อย ๆ ...
ท้ายที่สุดหมัดนั้นก็ซัดเข้ากลางหน้าผากของเขาเต็มแรง
ชายเสื้อกันลมรู้สึกสติว่างเปล่าไปชั่วขณะ ความเ็ปที่รุนแรงส่งผ่านไปทั่วร่างกายราวกับกระแสน้ำที่ซัดเข้าใส่ร่างของเขาอย่างโหมกระหน่ำ
ตอนที่สติสัมปชัญญะเข้าสู่ความมืดมิด ชายผู้นั้นก็ได้ยินเสียงเนิบ ๆ ดังขึ้นข้างหู
“จื๋อเฉวียน!”
ตุบ!
ศพของชายเสื้อกันลมค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้น ใบหน้าของเขายังคงหลงเหลือความหวาดกลัวและความสิ้นหวัง
ท่าทางของเขาราวกับไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะถูกฆ่าตายด้วยฝีมือของเด็กหนุ่มที่ใช้หมัดสองกระบวนท่าเท่านั้น
“นอกจากจื๋อเฉวียนกับเจี๋ยเฉวียน นายใช้อย่างอื่นไม่เป็แล้วเหรอ!”
ชายเสื้อกันลมยังไม่เต็มใจที่จะรับผลในครั้งนี้จนถึงวินาทีสุดท้าย ทว่าท้ายที่สุดเขาก็ไม่สามารถแสดงออกถึงความรู้สึกได้อีกต่อไป
เซี่ยฮุยกำหมัดแน่น เขายืนนิ่งมองศพของชายเสื้อกันลมด้วยความตกตะลึง หลังจากเงียบไปครู่ใหญ่เขาจึงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
ความรู้สึกหลังจากฆ่าคนครั้งแรก เซี่ยฮุยค้นพบว่าเขาไม่ได้รู้สึกพะอืดพะอมจนอยากจะสำรอกอย่างที่คิด แต่เขากลับรู้สึกหลงใหลไปกับการต่อสู้ที่มีความสุขนี้
“ฉันคือพวกบ้าเืเหรอเนี่ย?”
ภายในใจยังหาคำตอบให้กับคำถามนี้ไม่ได้ เซี่ยฮุยสงบสติอารมณ์ของเขาให้กลับเข้าสู่โหมดปกติอีกครั้ง เขาย่อตัวลงและเปิดหมวกของชายเสื้อกันลม
ด้านใต้หมวกใบนี้เผยให้เห็นชายอายุราว ๆ 40 ปี ใบหน้าของเขาห่อเหี่ยวแฝงด้วยความโศกเศร้า
เซี่ยฮุยไม่ได้สนใจรูปลักษณ์ของคนคนนี้แต่ใช้มือควานหาของที่อยู่บนตัวของเขา
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งเขาก็พบว่ามีเหรียญอยู่ในกระเป๋าซึ่งส่วนใหญ่เป็เหรียญหลักร้อย ถ้าหากรวมเข้าด้วยกันก็น่าจะถึงหมื่น
“ฉันไม่เกรงใจล่ะนะ”
เขาเก็บเหรียญทั้งมดพร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่มออกมาโดยไม่เกรงใจศพที่นอนกองอยู่ตรงหน้า
“นี่มัน?”
เซี่ยฮุยมองของที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อหน้าอกของอีกฝ่ายด้วยความดีใจระคนประหลาดใจ มันคือหินผลึกเหลี่ยมเพชรสีเขียว ในเวลาเดียวกันเสียงจากระบบก็แจ้งเตือนขึ้น
ค้นพบไอเท็มที่สามารถแลกเปลี่ยนได้ ท่าน้าเปลี่ยนเป็แต้มเสริมความแข็งแกร่งหรือไม่?
เขากดแลกเปลี่ยนอย่างไม่ลังเล วินาทีต่อมาแต้มเสริมความแข็งแกร่งก็เพิ่มขึ้น 100 แต้ม
มุมปากของเซี่ยฮุยกระตุกขึ้นเป็เส้นโค้ง ดูเหมือนว่าหินผลึกชิ้นนี้จะเป็ของชนิดเดียวกันกับหินผลึกสีขาวครั้งก่อน แต่ต่างกันที่ระดับของหินผลึกครั้งนี้สูงกว่า และสามารถแลกแต้มเสริมความแข็งแกร่งได้ถึง 100 แต้ม
คืนนี้เป็ค่ำคืนแห่งการกอบโกยจริง ๆ
การได้รับความรุ่งโรจน์และความมั่งคั่งหลังจากทำสิ่งเลวร้าย ก็ไม่เลวเหมือนกันแหะ
หลังจากเสียงต่อสู้สิ้นสุดลง ทุกอย่างก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง พวกเขาสองคนสู้กันอยู่ที่นี่มาครึ่งค่อนวันอีกทั้งยังสร้างเสียงดังอึกทึกไม่น้อย แต่กลับไม่มีใครมาตรวจสอบที่นี่แม้แต่คนเดียว แค่นี้ก็พอจะสรุปได้อย่างแจ่มชัดว่าไม่มีคนพักอาศัยอยู่บริเวณนี้
หลังจากจัดการกับศพของชายเสื้อกันลม เขาก็เดินเข้าไปด้านในซอยมืดซึ่งไม่มีใครโผล่ออกมาแม้แต่เงา ตอนที่เขามาถึงถนนใหญ่เขาก็รีบเดินแฝงตัวเข้าไปอยู่ในกลุ่มผู้คนและมุ่งหน้ากลับบ้านทันที
ตอนที่กลับมาถึงห้องและปิดประตูห้องแล้ว สิ่งแรกที่เขาทำคือเปิดหน้าต่างข้อมูลตัวละคร
ผู้เล่น : เซี่ยฮุย
VIP: LV.2
พลังลมปราณ : LV.2 (0/1,000) ระยะเวลาในการใช้งาน 30 นาที
อาชีพ : นักมวย
เลเวล : LV.2 (0/100)
ค่าพลัง : 200
พลังทางกายภาพ : 300
ความว่องไว : 10
สกิล : เจิ้งเฉวียน (LV.1) เจี๋ยเฉวียน (LV.2) ป้าวเฉวียน (LV.3) ……
แต้มเสริมความแข็งแกร่ง : 162
สถานะ : กำลังฝึกฝน (2แต้ม/วัน)
ดูเหมือนว่าการสังหารผู้คนไม่ได้ช่วยให้ได้รับแต้มเสริมสร้างความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น เพราะหลังจากที่สังหารชายเสื้อกันลมแล้วแต้มเสริมความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นแค่ 100 แต้มเท่านั้น เซี่ยฮุยแอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ
“ในเมื่อไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้น ก็ไม่จำเป็ต้องเดินบนเส้นทางแห่งชัยชนะเหนือเหตุผลเ่าั้แล้ว”
ตอนนี้เขามีแต้มเสริมความแข็งแกร่ง 162 แต้ม เซี่ยฮุยยังไม่ได้เปิดใช้งานและเลือกที่จะกักตุนไว้เพื่อใช้เพิ่มเลเวลของพลังลมปราณ
ส่วนเหรียญหนึ่งหมื่นเหรียญที่เขาได้มาโดยบังเอิญก็ถูกเติมเข้าไปจนหมด ตอนนี้เขาเหลืออีกครึ่งทาง VIP ของเขาก็จะเลื่อนไปแตะเลเวลสามแล้ว
ไม่รู้ว่าหลังจากที่อัพเลเวล VIP ระบบจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ขึ้นหรือไม่ เซี่ยฮุยรอคอยระบบใหม่ตัวนี้เป็อย่างมาก
ยิ่งมีการเปลี่ยนแปลงมากเท่าไหร่ ระบบก็จะยิ่งเปลี่ยนไปจากเดิมมากขึ้นเท่านั้น