???? ไฟราคะ ????
บทที่ 10
วันนี้เขมิกามีนัดไปลองชุดแต่งงานที่ร้าน s&f ซึ่งแน่นอนว่าชาตรีมารับเธอ แม้เธอจะไม่อยากไปกับเขาสองต่อสองสักเท่าไหร่ แต่เธอก็ขัดไม่ได้ เธอไม่อยากให้พ่อแม่เธอสงสัยอะไร เมื่อถึงเวลานัดแลมโบร์กินีคันหรูก็แล่นมาจอดเทียบท่าที่หน้าบ้านเธอตรงเวลาเป๊ะ
"ขึ้นมาสิ! ยืนบื้ออยู่ทำไม" เสียงทุ้มเอ่ยบอกเธอเมื่อเห็นเธอยืนนิ่งไม่ยอมขึ้นมาเสียที
"เอ่อ ฉะ..ฉันขอไปเองได้มั้ยคะ" เธอเอ่ยบอกเขาไปดังใจคิด บอกตรงๆ เธอไม่ไว้ใจเขาเลย จากเหตุการณ์หลายๆอย่างมันบอกเธอว่าเขาไม่น่าไว้ใจ
"ทำไม..เธอกลัวฉันหรอ" เขาเอ่ยอย่างยั่วยุ ดูท่าทางก็รู้ว่าเธอไม่ไว้ใจเขา
"ปะ..เปล่าค่ะ..คือฉันมีธุระต้องไปต่อค่ะ ไม่อยากรบกวนคุณ ฉันไปเองดีกว่าค่ะ" เธอพูดโกหกออกไป
"ขึ้นมา!!" เขาพูดเสียงดังลั่นจนหญิงสาวสะดุ้งอย่างใ
".........." เธอได้แต่ยืนนิ่งไม่ขยับ ก็เธอไม่อยากไปกับเขานี่นา
"ฉันจะนับหนึ่งถึงสาม จะขึ้นดีดี หรือจะให้ลงไปอุ้ม..หนึ่ง....สอง....สะ.."
"ปะ..ไปแล้วค่ะ!" เธอละล่ำละลักบอก พลางรีบก้าวขึ้นรถอย่างรวดเร็วกลัวว่าเขาจะทำตามที่พูดจริงๆ
"ก็แค่นี้..ทำเป็ลีลา" เขาพูดเหน็บเธอก่อนจะขับรถออกไป ภายในรถเงียบสนิทไม่มีใครพูดอะไรออกมา มันช่างน่าอึดอัดเสียเหลือเกิน
"เป็ใบ้รึไง ไม่ยอมพูดยอมจา" เขาพูดแขวะเธอเมื่อเธอเอาแต่นั่งเงียบ
"......." เขมิกาปลายตามองเขาเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
"ฉันถามว่าเป็ใบ้หรอ!" ชาตรีเริ่มขึ้นเสียงเล็กน้อย เขารู้สึกหงุดหงิดกับเธอซะเหลือเกินคนอะไรเ็าจริงๆ
"เปล่าค่ะ" เธอตอบเพียงสั้นๆ
"เปล่าแล้วทำไมไม่พูด เก็บปากไว้กินข้าวอย่างเดียวรึไง" พูดกระแทกกระทั้นเธอด้วยคำพูดราบเรียบ
"ค่ะ" เขมิกาเสมองออกไปข้างนอก เธอไม่อยากจะเสวนากับคนอย่างเขา ดีไม่ดีพูดไม่เข้าหูเขาขึ้นมา ทำร้ายเธอ เธอจะทำยังไง
"ดี! เงียบให้ได้ตลอดนะ" เขาปลายตามองหญิงสาวที่ทำเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร คิ้วเข้มขมวดมุ่นอย่างหงุดหงิด รถคันหรูแล่นไปจอดที่หน้าร้าน s&f ก่อนที่เขมิกาและชาตรีจะเดินเข้าไปข้างใน
"สวัสดีค่ะ คุณเขมิกาและคุณชาตรีใช่มั้ยคะ" พนักงานสาวเดินเข้ามาเธอและเขา
"ครับ"
"เชิญทางนี้เลยค่ะ คุณชาญวิทย์สั่งไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ รอแค่บ่าวสาวมาลองชุดเท่านั้น" พนักงานสาวเอ่ยบอกแต่สายตาจ้องมองแต่ชายหนุ่มไม่วางตา
"ผมไม่ลองนะ ให้ผู้หญิงคนนี้ไปลองเถอะ ผมใส่ยังไงก็ได้" เขายักไหล่อย่างไม่แคร์ ก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟาแล้วยกนิตยสารขึ้นมาอ่าน
"เอ่อ.. ลองหน่อยนะคะ" พนักงานเกาหัวงงๆ ถึงกระนั้นเธอก็ยังคะยั้นคะยอให้เขาลองชุดเพราะมันเป็หน้าที่ของเธอ
"ก็บอกว่าไม่ลองไง!" ชาตรีขึ้นเสียงเล็กน้อย ทำไมชอบทำให้เขาหงุดหงิด
"ค่ะ..ค่ะ" พนักงานละล่ำละลักตอบก่อนจะพาเขมิกาเดินเข้าไปลองชุดข้างใน ภายในห้องลองชุดมีแต่ชุดสวยๆให้เธอเลือก เขมิกามองมันอย่างหลงใหลถึงมันจะไม่ใช่งานแต่งงานที่เต็มใจเท่าไหร่นัก แต่ความฝันของผู้หญิงทุกคนคืออยากใส่ชุดแต่งงาน มือบางยื่นไปจับชุดแต่งงานสีขาวเป็เกาะอกประดับเพชร กระโปรงชีฟองยาวลากพื้นอย่างสวยงาม
"ชอบชุดนี้มั้ยคะ ลองได้ค่ะ" พนักงานเอ่ยบอกหญิงสาว เขมิกาพยักหน้าน้อยๆ ก่อนที่พนักงานจะหยิบชุดแต่งงานไปให้เธอลอง.. เขมิกามองตัวเองในกระจกอย่างไม่อยากจะเชื่อ มันสวยมาก เหมือนเ้าหญิงเลย
"สวยมากเลยค่ะ นี่ขนาดยังไม่แต่งหน้าทำผมนะคะ" พนักงานเอ่ยชมหญิงสาวที่งดงามราวกับภาพวาด
"ขอบคุณค่ะ"
"ออกไปให้ว่าที่เ้าบ่าวชมหน่อยสิคะ" พนักงานเอ่ยแซวหญิงสาว ทั้งสวยทั้งหล่อ เหมาะสมกันยังกับกิ่งทองใบหยก
"เอ่อ จะดีหรอคะ" เขมิกาเอ่ยอย่างเคอะเขิน เธออายเขาเกินกว่าที่จะกล้าออกไป ก็เธอกับเขาไม่ได้เป็คู่รักกันจริงๆนี่
"ไปเถอะค่ะ จะได้ให้เ้าบ่าวช่วยดูด้วยว่าโอเคอะไรมั้ย" พนักงานยังคะยั้นคะยอเธอไม่เลิก เขมิกาชั่งใจอยู่สักพักก่อนจะพยักหน้า
"ค่ะ"
เขมิการวบรวมความกล้าเดินออกไปข้างนอก แม้เธอจะอายๆอยู่บ้างก็เถอะ แต่เมื่อเดินออกมาก็พบแต่ความว่างเปล่า เขาไม่ได้นั่งอยู่ที่โซฟาแล้ว
"อ้าว ว่าที่เ้าบ่าวหายไปไหนแล้วล่ะ" พนักงานเอ่ยอย่างงงๆ เธอเดินไปถามพนักงานอีกคนที่นั่งจดงานอยู่ "นี่ ผู้ชายที่มาพร้อมผู้หญิงคนนี้ไปไหนอ่ะ"
"อ้อ คนหล่อๆอ่ะหรอ พึ่งออกไปเมื่อกี้เอง" เธอเงยหน้าบอก เมื่อสักครู่เห็นชายหนุ่มรีบร้อนออกไป แต่เธอไม่ได้ถามอะไร
"อืม ขอบใจ.. เอ่อ คุณผู้ชายกลับไปแล้วค่ะ คุณผู้หญิงโอเคนะคะ" พนักงานเอ่ยถามหญิงสาวที่ยืนนิ่งอยู่
"ฉันโอเคค่ะ งั้นเดี๋ยวไว้วันหลังฉันมาใหม่นะคะ" เขมิกาเอ่ยบอกพนักงานก่อนจะหมุนตัวกลับไปเปลี่ยนชุด เขาจะรีบไปไหนนะ ไม่เห็นบอกเธอเลย เขมิกาได้แต่คิด ร่างบางสะพายกระเป๋าออกมายืนที่ป้ายรถเมล์เธอคงต้องกลับบ้านเองแหละ เบอร์โทรเขาเธอก็ไม่มี
ปี๊บ! ปี๊บ!
เสียงแตรรถดังขึ้นจนคนที่เหม่ออยู่สะดุ้งโหยง เขมิกาหันไปมองก่อนจะเห็นคนที่คุ้นเคยกันเป็อย่างดี เธอส่งยิ้มไปให้
"พี่เขม.. มาทำอะไรตรงนี้คะ" เขมิกรลงจากรถมาก่อนจะวิ่งเข้ามาหาพี่สาว
"ยัยแข! มาได้ไงเนี่ย" เขมิกามองน้องสาวที่วิ่งลงจากรถที่คุ้นเคยเป็อย่างดี
"แขบังเอิญเจอกับพี่เคนค่ะ พี่เคนเลยอาสาไปส่งบ้าน" เธอหันไปยิ้มให้ชายหนุ่ม
"สาวๆ ขึ้นมาก่อนมันร้อน" เคนะโเรียกสองสาวในรถ ก่อนที่ทั้งสองจะเดินขึ้นรถไป
"คุณเขมมาทำอะไรตรงนี้ครับ" เคนถามหญิงสาวอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นเธออยู่ที่ป้ายรถเมล์ แถมยังไม่ใช่ทางกลับบ้านด้วย
"เขมมาทำธุระค่ะ" เธอกล่าวออกไปแต่ไม่ทั้งหมด เื่แต่งงานยังไม่มีใครรู้ เธอยังไม่ได้บอกใครแม้แต่น้องสาวก็เถอะ
"พี่เขม แขอยากกินไอศกรีมอ่ะ พาแขไปหน่อยนะคะ" เขมิกรกอดแขนอ้อนพี่สาวอย่างน่ารัก
"อืม ก็ได้ ให้พี่เคนพาไปสิ" เธอยิ้มตอบน้องสาว
"พี่เคนสุดหล่อข๋าา พาแขไปกินไอศกรีมหน่อยนะคะ" เธอหันไปกระพริบตาปริบๆอ้อนชายหนุ่ม
"คร้าบบ"
เขมิกรยิ้มอย่างดีใจ รถยนต์แล่นเข้าไปในห้างสรรพสินค้าทันที ทันทีที่ลงจากรถเขมิกรก็รีบจูงมือทั้งสองเดินตรงไปยังร้านไอศครีมทันที
"เร็วๆค้าา" เธอหันไปเร่งพี่สาวที่เดินช้าๆ อย่างกับเต่าคลาน ไม่ทันใจเธอเลย
"รู้แล้วน่า จะรีบไปไหนเนี่ย ร้านไม่หนีหรอก" เขมิกาต่อว่าน้องเบาๆ อะไรจะหิวขนาดนั้น เธอส่ายหัวอย่างเอือมๆ
"ฮ่าๆๆ ไม่ต้องรีบหรอกแข จะกินแค่ไหนกันเชียว" เคนเอ่ยแซวหญิงสาวที่ทำตัวเหมือนเด็กๆ
"แขกินเยอะน๊าา จะบอกให้ และพี่เคนก็ต้องเลี้ยงด้วย คิกๆ" เธอป้องปากหัวเราะอย่างน่ารัก
"แข! ไม่เอา เกรงใจพี่เคนเขา" เขมิกาดุน้องสาวเล็กน้อย
"ไม่เป็ไรครับ เดี๋ยววันนี้พี่เลี้ยงเอง"
"พี่เคนก็ตามใจยัยแขตลอดจนจะเสียคนแล้วเนี่ย" เธอทำหน้ายู่เล็กน้อยเมื่อชายหนุ่มตามใจน้องสาวเธอมากเกินไป มันหลายครั้งจนเธอรู้สึกเกรงใจเขา
"เอาน่า ไปกันเถอะ" เคนแสร้งทำไม่สนใจที่เธอบ่น ก่อนจะพากันเดินไปที่ร้านไอศครีม พลันสายตาเขมิกาก็เหลือบไปเห็นชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังนั่งกินข้าวอย่างมีความสุข แต่เธอก็เลือกที่จะไม่สนใจ เพราะเขาไม่เคยอยู่ในสายตาเธออยู่แล้ว เขาไม่สนใจเธอ เธอก็ไม่สนใจเขา ต่างคนต่างอยู่ดีที่สุดแล้ว