บทที่ 33 หลินอี้เสวียน แสนดี
หลินอี้เสวียนกลับถึงบ้านก่อนจินซู เขาดูเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น โต๊ะเขียนหนังสือขนาดใหญ่ถูกแบ่งออกเป็สองฝั่ง เขาที่นั่งอยู่ทางด้านซ้าย กำลังซ่อมเครื่องเล่นเทปอยู่ใต้แสงไฟ
ส่วนด้านขวาเป็ที่ของเธอ นอกจากอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ถูกจัดวางอย่างเป็ระเบียบแล้ว ยังมีน้ำหวานอุ่น ๆ วางไว้อีกหนึ่งแก้ว ไอร้อนที่ลอยขึ้นมา บอกให้รู้ว่าเพิ่งจะชงเสร็จใหม่ ๆ
เขาเป็ผู้ชายการที่คอยเตรียมน้ำหวานอุ่น ๆ ใน่ที่มีประจำเดือน ถือว่าเอาใจใส่ในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ดีมาก เธอมองไปที่ไอร้อนพลางครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง
“มีเื่ไม่สบายใจหรือ” หลินอี้เสวียน ถาม
“อี้เสวียน นายชอบอ่านนิยายรักหรือเปล่า” เธอถามเขายุ่งกับงานมากขนาดนี้ คงไม่มีเวลามาเป็เสือผู้หญิง คอยหว่านเสน่ห์ให้สาว ๆ ไปทั่วหรอก ดังนั้นสิ่งแรกที่เธอคิดได้คือสิ่งที่เขาเรียนรู้จากหนังสือ
“นิยายรักงั้นเหรอ... โรมีโอกับจูเลียต นับเป็โศกนาฏกรรมชั้นยอดของเชกสเปียร์รึเปล่า”
“ช่างเถอะ ฉันจะไปถามคำถามไร้สาระแบบนั้นได้ยังไง” จินซูเอามือก่ายหน้าผากเธอไม่น่าถามคำถามโง่ ๆ แบบนี้กับคนที่คลั่งไคล้เื่ทหารเลย งั้นเปลี่ยนเป็ถามตรง ๆ ดีกว่า “นายรู้ได้ยังไงว่าผู้หญิง่มีประจำเดือนต้องดื่มน้ำหวาน”
“พ่อผมก็ทำแบบนี้” จินซูถึงบางอ้อ เธอคิดเื่ง่าย ๆ ให้มันซับซ้อนเองแท้ ๆ
“แล้วเงินเดือนออกก็ให้ภรรยา ทำกับข้าว ก็เรียนแบบพ่อนายเหรอ”หลินอี้เซวียนพยักหน้า
“ใช่”
“วันนี้ฉันเหนื่อยมาก ขอนอนก่อนนะ” จินซูเลี่ยงที่จะพูดเื่นี้ต่อ หลินอี้เสวียนลุกขึ้นยืนจากเตียง เขาเหลือบมองเตียงด้วยความอาลัย เตียงหลังนี้อยู่กับเขามานานหลายปีแล้ว
ก่อนหน้านี้ที่ยังไม่มีเธอมานอนด้วย เตียงหลังนี้ก็เป็เพียงแค่เตียงธรรมดา ๆ ไม่ได้มีความหมายอะไรไปมากกว่าเตียงไม้กระดานในค่ายทหาร แต่พอมีเธอเข้ามาเตียงหลังนี้ก็กลายเป็เป้าหมายในการต่อสู้ของเขา
บางทีวันหนึ่งเธออาจจะยอมให้เขากลับไปนอนในห้องนอนก็ได้ จินซู นอนอยู่บนเตียง คิดถึงเื่ราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เธอพยายามวิเคราะห์หาสาเหตุที่หลินอี้เสวียนเปลี่ยนไป แต่สุดท้ายก็พบว่าเขาเป็แบบนี้เพราะความเป็พ่อ
พฤติกรรมหลายอย่างของเด็กรวมไปถึงการปลูกฝังค่านิยม ล้วนได้รับอิทธิพลจากครอบครัว หลินอี้เสวียนเป็แบบนี้แล้วเธอหล่ะ
ข้างนอกลมพัดแรง ตะขอบนหน้าต่างถูกพัดหลุด หน้าต่างกระแทกกับกรอบอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น ทำให้จินซูสะดุ้งใ
“เสี่ยวจิน” หลินอี้เสวียนเคาะประตูแล้วเดินเข้ามา
“ฝนกำลังจะตก ปิดหน้าต่างด้วย”
“อืม หน้าต่างบานอื่นรบกวนนายปิดให้หน่อยนะ” จินซูปิดหน้าต่างลง มองเห็นท้องฟ้าที่มืดครึ้ม แสงสว่างวาบจากฟ้าแลบอยู่ไกล ๆ
จินซูดึงผ้าห่มขึ้นมา อากาศแบบนี้ประกอบกับความหงุดหงิดในวันแรกของรอบเดือน ทำให้เธอคิดถึงเื่ราวแย่ ๆ ในอดีต ตอนนี้เธอแค่อยากรีบเข้านอน เที่ยงคืน ฟ้าร้องคำราม หลินอี้เสวียนนอนหลับสบายอยู่บนโซฟา
เสียงฟ้าร้องไม่ได้รบกวนเขาเลย แต่เสียงครางเบา ๆ ทำให้เขาต้องลืมตาขึ้นมา เสียงนั้นดังมาจากห้องนอน เสี่ยวจิน หลินอี้เสวียนสะดุ้งตัวลุกขึ้นจากโซฟา
เขาก้าวฉับ ๆ ไปที่หน้าห้องนอน เคาะประตู แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ ได้ยินเพียงเสียงครางคร่ำครวญเป็ระยะ ๆ บ้างก็ดังบ้างก็ค่อย ฟังไม่ออกว่าเธอพูดว่าอะไร
หลินอี้เสวียนร้อนใจ ไม่รอขออนุญาตจากเธอต่อไป ผลักประตูเข้าไป มองบนเตียงจินซูใช้ผ้าห่มผืนบางพันรอบตัวเองไว้ เหลือเพียงศีรษะที่โผล่ออกมา
“อย่าตีเธอ อย่า…”
“เสี่ยวจิน ตื่นเถอะ!” หลินอี้เสวียนเห็นว่าเธอดูเหมือนฝันร้าย จึงพยายามปลุกเธอ แต่ไม่ว่าเขาจะะโเรียกอย่างไร เธอก็ไม่ยอมตื่น
“อย่าตีน้องสาว…”
“เธอพูดว่าอะไรนะ” เขาโน้มตัวลงเอาหูแนบริมฝีปากของเธอ เพื่อที่จะฟังให้ชัดว่าเธอพูดว่าอะไร แสงฟ้าแลบส่องสว่างเข้ามาในห้อง ในชั่วพริบตานั้น เขาอ่านริมฝีปากของเธอ เธอดูเหมือนจะพูดว่าน้องสาว?
“เสี่ยวจินมีแต่พี่สาว แล้วน้องสาวมาจากไหนกัน” หลินอี้เสวียนเผลอคิดเื่นี้ไปชั่วขณะ ก่อนที่จินซูจะดึงความสนใจของเขากลับมา เธอดูเหมือนกำลังตกอยู่ในฝันร้าย เขายังไม่เคยเห็นเธออ่อนแอแบบนี้มาก่อน
หลินอี้เสวียนไม่สามารถปลุกเธอได้ พอเห็นเธอทรมานแบบนี้เขาก็รู้สึกเ็ปใจ จึงรีบร้อนถอดรองเท้าแล้วขึ้นไปบนเตียงโอบกอดเธอไว้ด้วยแขนข้างเดียว และตบบ่าเธอเบา ๆ
“ไม่ต้องกลัว ฉันอยู่ตรงนี้” เขาไม่ได้คาดหวังว่ามันจะได้ผล เขาก็แค่ทำไปอย่างนั้นเอง เขาพูดคำนี้ซ้ำไปซ้ำมา สีหน้าที่ทรมานของจินซูก็ค่อย ๆ สงบลง และไม่พูดเพ้อเหมือนเมื่อกี้ ดูเหมือนเธอจะดีขึ้นมากแล้ว
เมื่อเห็นว่าได้ผล หลินอี้เสวียนก็รู้สึกดีใจมาก เขาตั้งใจว่าจะลงจากเตียงหลังจากที่เธอหลับแล้ว แต่จินซูที่ยังคงอยู่ในห้วงนิทรากลับเอื้อมมือออกมาโอบเอวเขา หลินอี้เสวียนถึงกับไม่กล้าหายใจ นะ…นี่ นี่เธอเป็คนเริ่มก่อนนะ
“อย่าไป…”
“อืม ไม่ไปไหนแล้ว นอนเถอะ” คิ้วที่ขมวดของจินซูค่อย ๆ คลายออกเมื่อได้รับคำสัญญา เวลาผ่านไป พายุฝนข้างนอกก็หยุดลง แขนของหลินอี้เสวียนก็ชา
เมื่อครู่เธอขยับตัวเล็กน้อย เอาแขนขวาของเขาหนุนเป็หมอน หลินอี้เสวียน กลัวเธอตื่นจึงกัดฟันทนชาจนกระทั่งเธอพลิกตัวจึงลุกขึ้น ถ้าไม่ไปตอนนี้ ฟ้าจะสว่างแล้วเธอรู้ว่าเขาแอบมาตอนกลางคืน เธอต้องโกรธแน่ ๆ
หลินอี้เสวียนทนความชาที่แขน พยายามห่มผ้าให้เธอจนเรียบร้อย จากนั้นจึงค่อย ๆ เดินกลับไปที่ห้องนั่งเล่น ประตูห้องปิดลงจินซูลืมตาขึ้น บนเตียงยังคงอบอวลไปด้วยไออุ่นของเขา สูดดมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของสบู่ที่ติดกายเขา
จินซูถอนหายใจในใจ เมื่อครู่เธอรู้สึกเหมือนติดค้างหลินอี้เสวียนอยู่หน่อย ๆ ไม่เพียงแต่ทำให้เขาต้องมาคอยปลอบเธอเหมือนเด็ก ๆ แต่ยังเอาแขนของเขาหนุนเป็หมอนตั้งนาน
เธอตื่นมาสักพักแล้ว แต่กลับทำได้เพียงแสร้งทำเป็หลับต่อ เธอไม่รู้จะอธิบายความผิดปกติของตัวเองกับหลินอี้เสวียนอย่างไร หรือแม้แต่จะอธิบายกับตัวเองว่าทำไมถึงเอ่ยปากชวนเขาให้อยู่ต่อ การแกล้งหลับจึงเป็ทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้
อวี้จินซูผู้แสนเพียบพร้อม ก็ไม่ได้เกิดมาเป็ ‘ท่านประธาน’ ผู้เก่งกาจไปเสียทุกเื่ เธอฝันย้อนไปตอนเด็ก ที่ต้องคอยพาน้องสาวหนีหัวซุกหัวซุน แต่ก็ถูกพ่อเลี้ยงตามเจอจนได้
น้องสาวทำแจกันที่บ้านแตก พ่อเลี้ยงจึงใช้ไม้ขนไก่ฟาดน้องสาว ไม่ว่าเธอจะอ้อนวอนอย่างไร พ่อเลี้ยงก็ไม่ยอมหยุด แถมยังฟาดเธอไปด้วย
จินซูในวัยสิบขวบ ตัดสินใจขโมยเงินที่บ้าน พาน้องสาวหนีขึ้นรถไฟกลับไปหาปู่ที่บ้านนอก เดิมทีคิดว่าหากหนีออกมาได้ก็คงจะไม่ต้องถูกตีอีก แต่สิ่งที่รอคอยสองพี่น้องอยู่กลับไม่ใช่ไม้ขนไก่ หากแต่เป็ไม้แข็ง ๆ แทน
พ่อของเธอสร้างครอบครัวใหม่ไปนานแล้ว แม่เลี้ยงก็เพิ่งให้กำเนิดลูกชาย ปู่จะยอมรับเด็กตัวซวยที่ทำให้เสียเงินอย่างพวกเธอได้อย่างไร ในวันนั้นน้องสาววัยแปดขวบของเธอ ถูกตีจนอาเจียนเป็เื เธอในตอนนั้น ทำอะไรไม่ได้นอกจากร้องไห้
ครั้งหนึ่งเธอคุกเข่าอ้อนวอนปู่ แต่กลับถูกปู่ใช้ไม้ตีจนสลบ เธอไม่สามารถปกป้องแม้แต่น้องสาวแท้ ๆ ของตัวเองได้ภาพตรงหน้าของจินซูพร่าเลือนไปหมด ฝันร้ายจบลงแล้ว แต่ความทรงจำยังคงทรมานเธอ
วันนี้ หากคนที่พบเจออันตรายในตรอกไม่ใช่จางสุ่ยหลิง แต่เป็เด็กสาวคนไหน เธอก็จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ไม่ว่าจะมีสักกี่คนเธอก็จะช่วยเหลือพวกเธอทุกคน
ถ้าตอนสิบขวบ เธอมีกำลังพออย่างทุกวันนี้ก็คงจะดี หนามแหลมคมทุกอันที่เธอสร้างขึ้นรอบตัวล้วนเพื่อปกป้องคนสำคัญในใจ แต่การจะสร้างหนามแหลมคมเช่นนี้ได้ต้องใช้เวลา
คนที่เธอ้าปกป้อง ไม่ได้ให้เวลากับเธอมากพอ พวกเขาเหี่ยวเฉาก่อนที่เธอจะเติบโต เสียง ๆ หนึ่งดังก้องจากส่วนลึกในใจเธอ ราวกับกำลังบอกว่าเห็นไหมผู้ชายก็เป็แบบนี้แหละ
ใช้ความรุนแรง เห็นแก่ตัว และเป็ผู้นำครอบครัวแบบชายเป็ใหญ่ ปู่ พ่อแท้ ๆ และพ่อเลี้ยงของเธอ ต่างก็มีใบหน้าที่ไม่เหมือนกัน แต่ล้วนมีศีลธรรมไม่ต่างกัน
แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นถ้วยน้ำหวานบนโต๊ะ ใจของจินซูก็เริ่มลังเล น้ำหวานเย็นชืดไร้ไอความร้อนใด ๆ บางทีในโลกนี้อาจจะมีผู้ชายที่แตกต่างจากพวกสารเลวในฝันร้ายของเธออยู่ก็ได้
ทันใดนั้นเธอก็นึกบางอย่างออก จึงรีบลุกขึ้นนั่งด้วยความหวาดหวั่น…