หว่านฉิงจ้องมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้ไม่เคยได้รับความรัก ไม่เคยรู้วิธีการทะนุถนอมสตรี นางลอบถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเริ่มปะทะคารมกับเ้าระบบในหัวอีกยกใหญ่
นางจำได้แม่นยำว่าตนอ่านนิยายเื่นี้โดยละเอียดทุกบรรทัด เฝ้าจินตนาการภาพหนุ่มหล่อบนหน้าปก รอคอยวันที่มันจะกลายเป็เกม... โชคชะตากลับเล่นตลก นางดันหัวใจวายตายไปเสียก่อนจะได้ััตัวตนจริง!
ดวงตาคู่สวยหลุบมองใบหน้าคมคายเป็ระยะ เขากำลังเดินไปเดินมาในห้อง ค้นหาอะไรสักอย่าง ขณะที่นางพยายามข่มอาการคลั่งไคล้ ‘เมน’ โปรดมิให้โจ่งแจ้งจนเกินงาม ไม่นานนัก หมอหลวงาุโผู้มีท่าทางเคร่งขรึมก็เร่งรุดเข้ามา
ภายใต้สายตาคมกริบของรุ่ยอ๋องที่กลับมายืนกอดอกกดดันหมอชราอายุวัยหกสิบกว่า ๆ ปลายนิ้วเหี่ยวย่นวางลงบนข้อมือเพื่อตรวจชีพจรอย่างระมัดระวัง
“เรียนท่านอ๋อง...” หมอหลวงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า พลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผาก ท่าทีลนลานอย่างเห็นได้ชัด “ชีพจรของคุณหนูมู่... เอ่อ... ทรุดหนักนักขอรับ”
“เป็เพราะพิษเย็นในร่างใช่หรือไม่?” รุ่ยอ๋องถามเสียงเข้ม แฝงความร้อนรนที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ตัว หัวใจแข็งกระด้างพลันสั่นไหวและเ็ปอย่างไม่เคยเป็ เพียงได้ยินคำพูดอึกอักของหมอหลวง ติดขัดอยู่ในลำคอ
“พิษเย็นนี้... หนักหนาสาหัส... หากได้รับยาถอนทันท่วงทีก็พอจะบรรเทา... ทว่านาง...”
“มีอะไรก็รีบพูดมาเร็ว ๆ!”
“เกรงว่า... นางจะอยู่ได้ไม่ถึงสองเดือนขอรับ”
“สองเดือนงั้นหรือ?” รุ่ยอ๋องทวนคำ เสียงของเขาราบเรียบทว่าน่าขนลุก เขาเค้นน้ำเสียงเยียบเย็นข่มขู่ “หากท่านหมอรักษานางไม่ได้ ก็เตรียมขุดหลุมศพรอไว้ในอีกสองเดือน อย่าลืมสั่งเสียลูกหลานให้เรียบร้อยด้วย”
“ท่านอ๋องได้โปรดเมตตาด้วยเถิดขอรับ!” หมอหลวงทรุดตัวลงละล่ำละลักอ้อนวอนอย่างจนปัญญา ท่ามกลางบรรยากาศที่หนาวเหน็บยิ่งกว่าพิษเย็นในร่างของหญิงสาว
แน่นอนว่าท่านอ๋องมีสิทธิปะาหมอชราผู้นี้ได้ทุกเวลา หมอหลวงฝีมือดีผู้นี้ถูกซื้อตัวมาจากกลุ่มผู้จงรักภักดีของฮ่องเต้เดิม ก่อนการเปลี่ยนรัชศก หว่านฉิงถอนหายใจ มองท่านหมอร้องไห้จนหัวไหล่สั่นบนพื้นเยียบเย็น
“ท่านอ๋อง... พิษของข้ารักษาไม่ได้ จะไปบังคับให้เขาฝืนลิขิตฟ้าได้อย่างไร ไยท่านช่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย” นางฝืนยันกายลุกขึ้นนั่งช้า ๆ แม้ร่างกายจะอ่อนล้าแสนสาหัส ดวงตาคู่สวยจ้องมองสีหน้าบิดเบี้ยวของเขาอย่างไม่ลดละ
“เ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าพูดสิ่งใดออกมา!”
“ข้าย่อมรู้ดีกว่าใครเ้าค่ะ”
หว่านฉิงแค่นยิ้มบาง นางสบั์ตาคู่คมที่สั่นระริกด้วยความเ็ป ราวกับว่าเขาเพิ่งจะมีโอกาสได้รับไออุ่นจากใครสักคน ทว่า์กลับใจดำ พรากมันไปจากอกเขาในทันที นางเอ่ยอย่างใจเย็น “หมอหลวงเพียงพูดตามความจริง ท่านจะสั่งปะาเขาไปเพื่ออะไรกัน... อีกอย่าง เขาไม่มีความผิดที่รักษาข้าไม่ได้ สิ่งที่ท่านควรทำ คือไปลากคอองค์ชายโฉดนั่นมาเค้นเอาความลับเพื่อปิดคดี มากกว่ามาพาลใส่หมอแก่ ๆ เช่นนี้มิใช่หรือ?”
หมอหลวงที่คุกเข่าตัวสั่นงันงกแทบจะก้มกราบแทบเท้าหว่านฉิงที่ช่วยต่อลมหายใจให้ตนไว้ ส่วนรุ่ยอ๋องกำหมัดแน่นจนเส้นเืปูดโปนด้วยความแค้นเคืองต่อโชคชะตา
“เ้าเป็คนของข้าแล้ว... หากข้าไม่อนุญาตให้เ้าตาย เ้าก็ห้ามตาย!” เขาตะคอกเสียงดังลั่น ก้าวเข้าไปข้างเตียงแล้วเชยคางมนขึ้น บังคับให้สบตา “หากยาถอนพิษอยู่ที่ไอ้องค์ชายสถุลนั่น ข้าจะบุกไปชิงมาจากมันด้วยมือของข้าเอง ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินฉางอัน ข้าก็จะหาทางรักษาเ้าให้ได้!”
‘พ่อพระเอกธงแดงของฉัน... ช่างดุดันน่ารักเหลือเกิน’ หว่านฉิงตื้นตันอยู่ในใจ ทว่าเสียงของระบบเ้ากรรมกลับดังขึ้นขัดจังหวะเคลิบเคลิ้มเสียได้
[ติ๊ด! ตรวจพบระดับอารมณ์คลุ้มคลั่งของสามีเอก: 80% คะแนน ต่อมความเ็ปของท่านอ๋องผู้เ็าทำงานอย่างหนัก มอบแต้มสะสมเพิ่ม 200 คะแนนเพื่อใช้ในร้านค้าขอรับ]
หว่านฉิงสะบัดหน้าอย่างนึกรำคาญ ที่ผ่านมานางเคยได้แตะต้องไอ้ร้านค้าที่ขยันล่มได้เสียที่ไหนกัน นางคลี่ยิ้มมองชายตรงหน้า “หากท่านมั่นใจถึงเพียงนั้น ข้าจะตั้งตารอเ้าค่ะ... แต่ในเมื่อข้าเองก็ไม่รู้ว่าจะอยู่เห็นตะวันของวันพรุ่งหรือไม่ ท่านก็ควรจะตามใจข้าให้มากหน่อย... ดีหรือไม่เ้าคะ?”
ท่านอ๋องหนุ่มส่ายหน้าหนี ไม่ตอบอะไรนาง เขาหันไปโบกมือไล่หมอหลวงเหมือนไล่แมลงรำคาญ
หว่านฉิงล้มตัวลงนอนบนที่นอนนุ่ม หลังการฝังเข็มระงับอาการติดพิษโดยหมอหญิงคนสนิทที่เร่งรุดตามมาถึงจวนอ๋อง ภายใต้คำชี้แนะอย่างใกล้ชิดของหมอหลวงชรา เมื่อสิ้นสุดขั้นตอน หมอหญิงรีบคุกเข่าคำนับแตะหน้าผากลงกับพื้น เพื่อขอบพระคุณทั้งท่านหมอหลวงและท่านอ๋องที่ประทานความเมตตา ถ่ายทอดวิชาแพทย์ให้เป็วิทยาทาน
“ท่านหมอซิงหยาน... ข้าฝากดูแลพวกสาว ๆ ด้วย ไม่รู้ว่าป่านนี้สถานการณ์ที่หอหงเหมยจะเป็อย่างไรบ้าง แล้วก็...” นางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแ่เบา ทว่าเปี่ยมด้วยความเฉียบขาด “แขกคนใดที่บังอาจนำยาปลุกกำหนัดมาใช้ในหอนางโลมข้า ลงชื่อไว้ในบัญชีดำ ฝากเ้าไปแจ้งกลุ่มองครักษ์ด้วย พวกเขารู้ดีว่าจะต้องจัดการอย่างไร”
“เ้าค่ะนายหญิง ข้าจะเร่งไปจัดการเดี๋ยวนี้”
เมื่อท่านหมอรับคำด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม หว่านฉิงล้วงหยิบตั๋วเงินจากแขนเสื้อยัดใส่มือนาง “นี่คือรางวัลพิเศษของท่าน... ข้าฝากเป็ธุระแจ้งอาเฟิง ให้นำบัตรเชิญของหอนางโลมอู๋จิ้นไปมอบให้แขกเ่าั้เสีย บอกว่าข้าอนุญาตให้พวกเขาไปใช้บริการครั้งแรกได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อีกสองสามวันหากข้าอาการดีขึ้น ข้าจะเดินทางไปพบพี่สาวด้วยตัวเอง”
ในทางธุรกิจ นี่คือการกวาดขยะไปทิ้ง หอหงเหมยมักจะส่งต่อลูกค้าชั้นเลวทว่ากระเป๋าหนักไปให้หอนางโลมคู่ค้าที่ต้อนรับคนทุกรูปแบบ ขอเพียงคุณชายเ่าั้มีกำลังจ่าย เื่นี้เป็ข้อตกลงลับที่ทำร่วมกันมานานระหว่างสองพี่น้องตระกูลมู่ผู้สืบทอดกิจการ ซึ่งทางฝั่งพี่สาวก็ยินดีอ้าแขนรับทุกครั้งที่หอหงเหมยส่งบ่อเงินบ่อทองไปให้พวกนางผลาญจนสิ้นเนื้อประดาตัว
“อ้อ... ยาห้ามครรภ์... จัดมาให้ข้าสามถ้วย”
“ดื่มยาสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้นะขอรับคุณหนู!” หมอหลวงท้วงเสียงหลง แน่ล่ะว่าเขากลัวสิ้นชื่อด้วยคมดาบของท่านอ๋องมากกว่าจะนึกถึงบุญคุณที่นางช่วยชีวิตไว้ “เพิ่งฝังเข็มเสร็จใหม่ ๆ ต้องงดยาทุกประเภทไปก่อน ตอนนี้ท่านควรพักผ่อนให้มาก กินอาหารและดื่มยาตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด มิเช่นนั้นพิษในร่างจะยิ่งกำเริบหนักนะขอรับ”
“หากข้าปล่อยให้ตัวเองตั้งครรภ์ขึ้นมา จะรู้ได้อย่างไรเล่าว่าเป็ลูกใคร!” นางตวาดกลับด้วยใบหน้าเกรี้ยวกราด “เอายามาให้ข้า... เดี๋ยวนี้!”
รุ่ยอ๋องที่เพิ่งจะนึกชื่นชมในความสุขุมของนางได้ไม่นาน ถึงกับเส้นเืข้างขมับเต้นตุบเมื่อเห็นนางแผลงฤทธิ์จะดื่มยาห้ามครรภ์ให้ได้ มิหนำซ้ำความลับในค่ำคืนอันรัญจวนยังถูกป่าวประกาศจนมีคนรู้เพิ่มขึ้นอีกถึงสองคน! เขาตัดสินใจก้าวเข้าประชิดตัวนาง ใช้สันมือฟาดลงที่ท้ายทอยเบาๆ จนสลบพับคาอ้อมแขน ก่อนจะหันไปสั่งการด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบทว่าเปี่ยมด้วยรังสีอำมหิต
“พวกท่านกลับไปได้แล้ว... จำไว้ว่าเื่ในวันนี้ ห้ามแพร่งพรายออกไปแม้แต่ครึ่งคำ”
เมื่อท่านหมอทั้งสองวิ่งแจ้นหนีตายออกไปอย่างไม่คิดชีวิต ความคิดบางอย่างก็พลันผุดขึ้นในใจของท่านอ๋อง... เขาวางร่างนางลงบนฟูกนอนด้วยสายตาอาวรณ์ระคนหวงแหน ก่อนจะลุกไปสั่งการทหารคนสนิทให้จัดเตรียมของพิเศษสำหรับนายหญิง