“อาเฟิง”
ขวับ!! ‘มีใครเรียกนาง?’ น้ำเสียงและวิธีการพูดจะเป็นผู้ใดไปได้หากมิใช่ พี่หย่งซื่อ!! แต่มันจะเป็นแผนร้ายหรือเปล่านางยังไม่แน่ใจ จึงได้แต่เงียบฟังอีกครั้งทั้งๆ ที่หัวใจยังเต้นกระหน่ำ
“อาเฟิง อยู่ที่ใดออกมาหาพี่หย่งซื่อของเจ้าเร็วเข้า”
เสียงฝีเท้าของผู้คนมากกว่าสี่คนเดินไปเดินมาตรงบริเวณนี้ ซึ่งมันอยู่ไม่ไกลจากจุดที่มีรถม้า เอี้ยะหลิ่งเฟิงค่อยๆ สอดส่ายสายตาเพื่อมองหาเสียงเรียกของ พี่หย่งซื่อ จนพบว่าเป็นเขาจริงๆ
“อาเฟิง” จางหย่งซื่อผู้รู้ดีอยู่แล้วว่านางวิ่งมาหลบอยู่แถวนี้ จากที่ผู้ติดตามกลับมาบอกพร้อมกับคุมตัวคนร้ายไปส่งที่กรมอาญา และตอนนี้เขามาตามหานางเพื่อปรับความเข้าใจ “อาเฟิง”
พรึ่บ!! “พี่หย่งซื่อ” อาการดีใจเมื่อพบหน้าคือสิ่งที่นางแสดงออกให้อีกฝ่ายได้เห็นพร้อมกับวิ่งเข้าไปกอดเขาเพื่อบรรเทาความหวาดกลัวจากเหตุการณ์ลักพาตัวเมื่อครู่ ร่างของนางสั่นสะท้านจนพี่หย่งซื่อต้องกอดกระชับเอาไว้แน่นๆ “ข้ากลัวเหลือเกิน” หลิ่งเฟิงเงยหน้าขึ้นฟ้อง หยาดน้ำตาเอ่อล้นจนเกือบหยด แต่มันกลับถูกเช็ดออกไปอย่างแผ่วเบาด้วยมือของเจ้าของอ้อมกอด “ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่”
จางหย่งซื่อกอดสตรีที่หายไปเมื่อครู่อย่างโล่งใจ ความรู้สึกที่มีต่อนางมันคือความรักแน่ๆ แล้วอย่างไม่ต้องสงสัย นับจากนี้ไปเขาจะทำให้นางเป็นของเขาจริง และเขาจะดูแลนางด้วยชีวิต “บ่าวของข้าเห็นตะกร้าผักของเจ้าตกอยู่ จึงเข้าไปบอกข้าที่จวน”
“…” นอกจากความตกใจเรื่องถูกลักพาตัว เอี้ยะหลิ่งเฟิงยังคงแสร้งผละจากอ้อมกอดบุรุษแล้วทำหน้าเฉยชาใส่อีกฝ่าย…เรื่องในครานี้คือเรื่องของนางกับเขาแล้วที่ต้องเจรจากันให้จบๆ เหมือนที่นางคิดเอาไว้ว่านางจะลองวัดใจ ‘หากเขารักนางและยังไม่มีฮูหยินรออยู่ในเมืองหลวง นางก็จะทำให้เขาไปไหนไม่รอดและอยู่กับนางที่นี่ให้ได้ แต่ถ้าไม่รัก นางก็ไม่เสียเวลายื้อเพราะในท้ายที่สุดพี่หย่งซื่อก็ต้องกลับไปอยู่ในเมืองหลวงอยู่ดี’ “จวนผู้ว่าฯ รึเจ้าคะ”
“อืม”
“สรุปแล้วท่านก็คือผู้ว่าจริงๆ สินะ” ถามอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ
“ใช่” มันถึงเวลาแล้วที่เขาต้องพูดกับนางให้เข้าใจเสียที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคืนนั้นหรือเรื่องที่เขาไม่ยอมปล่อยมือจากนาง “เราต้องคุยกันอีกยาวนะอาเฟิง” เขารั้งข้อมือบอบบางนั้นให้เดินตามไป เพื่อกลับจวน แต่สตรีบอบบางกลับยื้อยุด
“คุยสิ่งใดอีกเจ้าคะ ตอนนี้ข้าจะกลับบ้านของข้าเพราะระหว่างเรามันไม่อะไรเกี่ยวข้องกันอยู่แล้วตั้งแต่แรกมิใช่รึ อีกอย่างคือข้าไม่คิดจะมีสามี พี่อย่าลืมว่าข้าเป็นสตรีมีมลทิน” ถ้าหากเขาต้องการนาง เขาควรต้องรั้งนางและสารภาพทุกอย่างออกมาให้หมด!
จางหย่งซื่อถอนหายใจ “เช่นนั้นเรายิ่งต้องคุยกัน” เขาคว้าร่างบางเข้ามาอุ้ม พร้อมกับใช้วิชาตัวเบาทะยานขึ้นยอดไม้มุ่งหน้ากลับจวนผู้ว่า
“พี่หย่งซื่อ ปล่อยข้านะเจ้าคะ” นางทุบไหล่แกร่งนั้นดัง ปั่กๆ ความหวาดกลัวกลางอากาศมีน้อยกว่าความกลัวที่จะพลัดตกลงไป แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังแสร้งขอร้องเขา “ปล่อยข้ากลับบ้านเถอะนะเจ้าคะ” น้ำเสียงอ้อนวอนในตอนท้าย นางเห็นบุรุษรูปงามมีสีหน้าดีขึ้นกว่าเดิมมาก แต่หากเขาก็ยังไม่ยอมลดฝีเท้าลงให้ช้ากว่าเดิม
“ปล่อยมิได้แล้ว ข้ากับเจ้ามีเรื่องต้องคุยกันอีกยาว อย่าห่วงท่านยายของเจ้าเพราะข้าจัดการส่งคนที่ไว้ใจได้เข้าไปอยู่ในบ้านของเจ้าแล้ว”
“…” เอี้ยะหลิ่งเฟิงได้แต่เงียบไป จวบจนบุรุษร่างใหญ่พานางไปถึงจวนผู้ว่า พี่หย่งซื่อของนางมิได้หยุดเพียงเท่านั้นเพราะเขายังอุ้มร่างนางเดินอ้อมไปทางด้านหลัง จนไปหยุดลงตรงที่เกิดเหตุ…บ่อน้ำ “ทำไมพาข้ามาที่นี่ ปล่อยนะเจ้าคะ” ความจริงที่นางรู้อยู่แก่ใจถึงแปดส่วนกำลังจะถูกเปิดเผย เพื่อย้ำความสัมพันธ์ของนางกับเขา แต่ถึงอย่างนั้นหัวใจดวงน้อยก็ยังคงเต้นแรงขึ้นแรงขึ้นเมื่อรู้สึกได้ว่านางกำลังรอ...รอคำสารภาพในทุกๆ เรื่อง
จางหย่งซื่อเดินอุ้มสตรีของเขาหายเข้าไปในกระท่อม แสงตะเกียงเพียงดวงเดียวยังคงส่องสว่างรอเจ้าของกลับมา เขาพานางไปนั่งตักอยู่บนเตียงและกอดตรงช่วงเอวเอาไว้เพราะกลัวนางจะวิ่งหนีไป ใบหน้าคมคายซุกซบตรงช่วงไหล่พร้อมกับสารภาพความจริงด้วยน้ำเสียงนุ่มหูว่า “วันที่เจ้ามาส่งผักและเผลอทานยาปลุกกำหนัด ข้าคือบุรุษที่ร่วมรักกับเจ้าในบ่อน้ำนั่น”
“มะ ไม่จริง ข้าคิดว่าข้าร่วมรักกับบ่าวชายในจวนท่าน”
“เป็นข้าคนเดียวที่ได้กระทำกับเจ้าและมิมีบ่าวคนอื่นอย่างเจ้าว่า บ่อน้ำกับกระท่อมหลังนี้คือพื้นที่ส่วนตัวของข้า ไม่มีบ่าวคนใดกล้าเข้ามาใช้แม้กระทั่งชุดสีดำที่เจ้าสวมใส่กลับไป ก็มีแค่เจ้าที่ได้ใส่มัน” เขากอดสตรีตัวน้อยที่สะอื้นไห้อยู่ในอกราวกับปลอบโยน “ที่ข้าไม่บอก เพราะข้าไม่แน่ใจว่าเจ้าจะจำข้าได้รึไม่ หรือถ้าเจ้ารู้ว่าเป็นข้า เจ้าจะทำอย่างไรเมื่อเห็นหน้ากัน”
นางสั่นศีรษะคล้ายอยากจะบอกว่านางไม่รู้อะไรเลย อ้อมแขนแกร่งนั้นกอดรัดนางราวกับสัญญาว่าเขาจะไม่ยอมปล่อยนางไปอีกแล้ว เสียงหวานสั่นเครือเอ่ยปนสะอื้น “ข้าจำท่านไม่ได้เพราะข้าไม่เคยทานยาปลุกกำหนัด เมื่อได้ทานเข้าไป ฤทธิ์ของมันทำให้ดวงตาพร่าเบลอ จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวและร้อนรุ่ม ที่สำคัญคือข้าเห็นใบหน้าของท่านไม่ชัดเจน”
“แต่ข้าเห็นว่าเป็นเจ้า เห็นอย่างชัดเจนเพราะข้ามิได้เมา” เขาหน้าลงพร้อมกับมองอาเฟิง สองตาสบกันคล้ายเปิดเผยความนัย “ยามนี้รู้แล้วว่าข้าเป็นบุรุษในบ่อน้ำและเป็นบุรุษที่เฝ้าแต่ตามติดเจ้า เจ้ารู้สึกอย่างไร”
“นั่นควรเป็นข้าที่ต้องถามนะเจ้าคะ เหตุใดท่านจึงเข้ามายุ่งวุ่นวายกับข้าทั้งๆ ที่ข้าไม่ต้องการให้เรื่องในคืนนั้นเป็นสิ่งผูกมัดข้าและท่านไว้ ทั้งๆ ที่ข้าจำท่านไม่ได้ใยยังตามติดข้าไม่เลิก” หากเขาไม่รักและต้องการนางจริงๆ เขาจะทำเป็นเฉยก็ได้มิใช่รึ?
“นั่นเพราะข้ารักเจ้าและเจ้าเป็นของข้า”
“…” หัวใจนางเต้นแรงไปกับคำว่ารัก แต่ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับนางและเขาย่อมมีข้อแม้ แค่รักกันอย่างเดียว...สำหรับนางมันไม่ได้
“เจ้าเล่า อาเฟิง รู้เช่นนี้แล้วเจ้าคิดอย่างไร”