ลมเย็นต้นฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านเรือนรับใช้ด้านหลังตระกูลเฉิน
ละอองฝุ่นปลิวผ่านช่องไม้ไผ่ที่แตกร้าว แสงแดดอ่อนจางส่องลอดผ่านซี่หน้าต่างสู่ภายในห้องเล็กสกปรก
เสียงขัดพื้นดังเป็จังหวะช้าๆ ราวกับเป็สิ่งเดียวที่มีชีวิตอยู่ในห้องเงียบงันนั้น
เด็กหนุ่มวัยราวสิบหกปีในชุดฝ้ายเก่าเปื้อนฝุ่นกำลังคุกเข่าก้มหน้าอยู่กับพื้น มือหนึ่งจับแปรงไม้ อีกมือหนึ่งถือถังน้ำเก่าขาดปาก
เขาคือ เฉินหยวน — ลูกภรรยาน้อยผู้ไร้ชื่อเสียงในตระกูลเฉิน
นามนี้ไม่มีความหมายในคฤหาสน์ใหญ่
ไม่มีใครเอ่ยถึง ไม่มีใครให้ค่ามากไปกว่าคนรับใช้ต่ำต้อย
“ฮ่าๆ เ้านั่นมันยังไม่ตายอีกหรือ?”
เสียงหัวเราะเหยียดหยามดังลอดหน้าต่าง
“เมื่อวานเห็นมันโดนตีจนเืกลบปาก ยังกล้ากลับมาอีก สมแล้วที่เป็ลูกหญิงบาป!”
เฉินหยวนไม่ได้เงยหน้าขึ้น ไม่มีแม้แววโกรธในดวงตา
เพียงแค่ถูพื้นต่ออย่างเงียบเชียบ
ดวงตาสีดำของเขานิ่งราวกับสระน้ำในคืนไร้จันทร์
‘เ้าไร้รากิญญา’ — คำพิพากษาจากกระจกทดสอบเมื่อสามปีก่อน
ทำให้เขาถูกถอดชื่อจากบัญชีศิษย์
กลายเป็เพียง “บ่าวใช้ในตระกูล”
แม้แต่เด็กสามขวบในสายหลักก็ยังมีฐานะสูงกว่า
แต่ไม่มีใครรู้...
ทุกคืนเมื่อแสงจันทร์สาดลงผ่านหน้าต่าง
เฉินหยวนจะหลับตา และเข้าสู่สถานะสมาธิ
ภายในห้องพักเก่ามืดสนิท แม้แสงตะเกียงน้ำมันจะดับไปแล้ว
แต่เฉินหยวนยังนั่งขัดสมาธิกลางห้อง ลมหายใจของเขานิ่งสนิทจนแทบไร้ชีพจร
ระหว่างฝ่ามือทั้งสอง มีแสงเรืองสีน้ำเงินจางๆ ปรากฏ
เป็พลังบางสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่ในโลกนี้ — พลังที่ไม่อยู่ใน “หกสายปราณหลัก”
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งดังก้องขึ้นในจิตสำนึกของเขา
“เ้า...คือเศษเสี้ยวสุดท้ายของฟ้าดั้งเดิม...”
“ผู้ที่ถูกทิ้ง...แต่ไม่เคยถูกลืม”
เฉินหยวนลืมตาขึ้นทันที ดวงตาของเขาเปล่งแสงวาววับในความมืด
สายลมพัดวูบเข้าใส่ห้อง ทั้งที่หน้าต่างยังปิดสนิท
กระจกเก่าบานหนึ่งบนผนังแตกร้าวโดยไร้สิ่งกระทบ
“ข้า...คือเจตจำนงแห่งฟ้าเก่า
ผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยควบคุมสมดุลแห่งเต๋า
และเ้าคือผู้สืบทอดคนสุดท้าย...”
เฉินหยวนขบริมฝีปาก ดวงตาไร้แววเคลื่อนไหวเล็กน้อย
เขาไม่ได้ใ ไม่ได้ตื่นเต้น
แต่กลับเงียบงัน — ราวกับลึกลงไปในใจเขานั้น... รอคอยเสียงนี้มาโดยตลอด
“ถ้าฟ้าไม่ให้ข้าเดินบนหนทางเซียน...”
เขาพึมพำกับตัวเอง
“ข้าก็จะเหยียบเส้นทางของตัวเองขึ้นไป”
สนามฝึกของศิษย์สายนอกเต็มไปด้วยเสียงโห่ร้อง
วันนี้เป็วันทดสอบประจำปี — ผู้ที่มีพร์สูงจะได้เลื่อนขั้นเป็ศิษย์หลัก
ส่วนผู้ที่ล้มเหลว...จะถูกส่งออกจากตระกูล
แน่นอนว่า ไม่มีใครคิดว่า “เฉินหยวน” จะมีสิทธิ์แม้แต่เข้าใกล้เวที
เขาเป็เพียงคนรับใช้ต่ำต้อยที่ไม่มีรากิญญา
แต่ในขณะที่ทุกคนมองข้าม เขากลับเดินขึ้นเวทีช้าๆ
“นั่นมัน... เฉินหยวนงั้นหรือ? เขากล้าขึ้นมาทำไม?”
“หัวเราะตายแน่! หรืออยากโดนไล่ออกเร็วขึ้น?”
ศิษย์เวรยามหัวเราะ แล้วโยน "หินทดสอบปราณ" ใส่เขาด้วยแรงสมเพช
“จะพิสูจน์ก็เชิญ! อย่าทำเปลืองเวลา”
เฉินหยวนรับหินไว้เงียบๆ
ปลายนิ้วของเขาแตะลงบนผิวหินนั้นเพียงเสี้ยววินาที
เปรี๊ยะ!
หินทดสอบแตกกระจายเป็ผุยผงกลางเวที
เสียงเงียบกริบทันที ราวกับโลกทั้งใบหยุดหายใจ
“นั่นมัน... เป็ไปไม่ได้...”
“แม้แต่ศิษย์ระดับกลางก็ไม่อาจทำลายหินนั่นได้...”
เฉินหยวนไม่พูดอะไร
เขาหันหลัง เดินลงจากเวทีอย่างช้าๆ
ท่ามกลางสายตานับร้อยที่เริ่มไม่แน่ใจ...ว่าเขาคือใครกันแน่
เสียงหนึ่งดังก้องในหัวเขาอีกครั้ง
“เ้าไม่จำเป็ต้องเดินตามรอยใคร
เพราะข้า...จะสอนให้เ้าก้าวข้ามแม้แต่์”
เฉินหยวนกำหมัดแน่น
ในดวงตาของเขา ไม่มีอีกแล้วซึ่งความหวัง...หรือความฝัน
มีเพียง ‘ทางที่ต้องเหยียบฟ้า’ เท่านั้น